เย้ย‘ตู่’ไม่มีทางรีเทิร์น ชี้คดีหุ้นก็ทำอะไรไม่ได้ 8พรรค-นัดถก22มิย. รอกกต.ประกาศรับรอง พท.ยังรอเคาะ‘ปธ.สภา’

‘พิธา’ มอบทนายยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.วันนี้ เชื่อไร้ปัญหาติดขัด ด้าน ‘โรม’ มั่นใจคดีหุ้นขวางหัวหน้าพรรคนั่งนายกฯไม่ได้ เผยมีสัญญาณบวกจาก ส.ว. เย้ย‘บิ๊กตู่’ ไม่มีวันได้รีเทิร์น ขั้วอำนาจเก่าจบแล้ว ย้ำเก้าอี้ประธานสภาต้องเป็นของก้าวไกล อ้างมีงานต้องผลักดัน ไม่หวั่นขัดแย้งเพื่อไทย เชื่อตกลงกันได้ ขณะที่ ‘ภูมิธรรม’ สวนกลับ ยันเจรจายังไม่คืบ สอนมารยาท บอกรอหารือจบก่อนค่อยออกมาพูด อาจารย์นิด้าชี้คดีหุ้นจบแล้ว ยกบรรทัดฐาน 3 ศาลเทียบเคียง ฟันธง ‘พิธา’ รอด คาด กกต.สั่งยุติสอบ ม.151 พรรคร่วมเลื่อนประชุม 8 หัวหน้า-แกนนำเป็นวันที่ 22 มิ.ย. รอกกต.รับรองส.ส.ก่อน

รอคำสั่งศาลเปิดข้อมูลนาฬิกาป้อม
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลางให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรรมการ ป.ป.ช.และเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยรายงานสรุปผลการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมขณะนั้น จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรทราบ กรณีไม่แสดงว่ามีนาฬิกาข้อมือและแหวนประดับหลายรายการของ ป.ป.ช. กับคำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตรในคดีดังกล่าว ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมายให้แก่นายพงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ บรรณาธิการอาวุโส สำนักข่าว The Matter ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่าอยู่ระหว่างรอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดส่งมาถึง ป.ป.ช.อย่างเป็นทางการ เพื่อดูรายละเอียดว่ามีคำสั่งให้เปิดเผยอะไรบ้าง

จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเป็นขั้นตอนตามปกติ ซึ่งเบื้องต้นคิดว่าไม่น่าจะแตกต่างจากที่เคยสั่งให้เปิดเผยครั้งที่ผ่านมา ส่วนจะมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดบางเรื่องได้ เนื่องอาจกระทบบุคคลอื่นหรือไม่นั้น ตนยังตอบไม่ได้ ขอดูรายละเอียดก่อน และจะเปิดเผยอะไรได้มากน้อยแค่ไหน ก็อยู่ที่ดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ยังไร้วี่แวว‘พิธา’ยื่นบัญชีทรัพย์สิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลอัพเดตการยื่นรายการทรัพย์สินของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เนื่องจากจะครบกำหนดขอขยายเวลายื่นในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ นายนิวัติไชยกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจนถึงเย็นวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามีการยื่นรายการทรัพย์สินของนายพิธาเข้ามายัง ป.ป.ช. และไม่มีการประสานว่าจะขอขยายเวลาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนไม่แน่ใจว่ามีการส่งเอกสารทางไปรษณีย์ และอยู่ระหว่างเอกสารกำลังเดินทางหรือไม่ หรืออีกทางหนึ่งจะยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่นั้น ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้เปิดเข้าไปในระบบ และยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่

ยื่นขยายได้อีก-ต้องดูเจตนา
นายนิวัติไชยกล่าวว่า หากหลังวันที่ 18 มิ.ย.ไปแล้ว นายพิธายังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินเข้ามา ทาง ป.ป.ช.จะมีหนังสือเตือนไปอีกครั้งให้รีบมายื่น ไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดฐานหลีกเลี่ยงหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สิน แต่ถ้ามีหนังสือเตือนไปแล้ว ก็ยังไม่มายื่นอีก ค่อยมาพิจารณา ดูเจตนาอีกครั้งว่าจงใจหลีกเลี่ยงการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพิธายื่นขอขยายเวลาส่งบัญชีทรัพย์สินได้อีกครั้งหรือไม่ หลังจากยื่นขอขยายเวลามาแล้วรอบหนึ่ง และจะครบกำหนดวันที่ 18 มิ.ย.นี้ นาย นิวัติไชยกล่าวว่า ตามกฎหมายทำได้ แต่ต้องเป็นเหตุสุดวิสัย มีความจำเป็นจริงๆ จึงเลื่อนได้ และต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.จะอนุญาตให้ขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นครั้งที่ 2 หรือไม่

ถกท้องถิ่น – นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยว่าที่ส.ส.พรรคก้าวไกล เข้าร่วมเวิร์ก ช็อปที่จัดขึ้นโดย 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับท้องถิ่น รื้อ กม.กระจายอำนาจ ที่กทม.

เลื่อนถก 8 หัวหน้าพรรคร่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค นำโดยพรรคก้าวไกล ในวันที่ 20 มิ.ย. ที่จะใช้พรรคไทยสร้างไทยเป็นสถานที่ประชุมนั้น เดิมจะประชุมคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในช่วงเช้า ต่อด้วยการประชุมหัวหน้าและเลขาธิการพรรคร่วมทั้ง 8 พรรคในช่วงบ่าย แต่เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะรับรองส.ส. 95% ในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ทำให้แกนนำพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค เห็นว่าการประชุมหัวหน้าพรรคควรเลื่อนออกไป เพื่อรอความชัดเจนจำนวน ส.ส.จาก กกต.ก่อน การหารือเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลจะได้มีความชัดเจนเกี่ยวกับจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรค โดยหัวหน้าพรรคทั้ง 8 พรรค จะประชุมกันวันที่ 22 มิ.ย. ที่พรรค ก้าวไกล

ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 22 มิ.ย. จะมีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง และพูดคุยประเด็นจัดตั้งรัฐบาลในหลายเรื่องๆ ทั้งตำแหน่งรัฐมนตรี และตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเมื่อ กกต.รับรอง ส.ส.แล้ว จะเข้าสู่การเปิดประชุมสภา ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้

‘พิธา’มอบทนายยื่นบัญชีป.ป.ช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี เตรียมยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 18 มิ.ย. โดยมอบหมายให้ทนายส่วนตัวและทีมฝ่ายกฎหมายของพรรคก้าวไกล เป็นผู้ดำเนินการยื่นทางไปรษณีย์

แหล่งข่าวระบุว่า ทีมกฎหมายเพิ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อย และนายพิธา ไม่กังวลต่อการยื่นบัญชีทรัพย์สิน พร้อมมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรติดขัด

โรมย้ำปธ.สภาเป็นของก้าวไกล
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความคืบหน้าตำแหน่งประธานสภา ว่า ยืนยันว่าตำแหน่งประธานสภา ต้องเป็นของพรรคก้าวไกล แม้ยังไม่ได้เจรจากับพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน เพราะมีงานที่อยากผลักดัน ส่วนกระบวนการหารือระหว่างพรรค ต้องพูดคุยให้เรียบร้อย แต่ยังไม่ได้รับรายงานผลการเจรจาว่าเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลจะทำหน้าที่ประธานสภา

ส่วนความกังวลเกี่ยวกับรอยร้าว ระหว่าง 2 พรรคที่อาจขึ้นนั้น มองว่าขณะนี้ยังไม่เห็นปัญหา และคิดว่าคงไม่มีปัญหา ทุกอย่างต้องพูดคุยกัน มันไม่มีทางเห็นตรงกัน 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่จุดไหนที่ 2 ฝ่ายต้องการก็ต้องหาทางพูดคุยเจรจากันให้ได้ เชื่อว่าทั้ง 2 พรรคเห็นเป้าหมายใหญ่ที่จะเดินไปด้วยกัน จึงไม่กังวลเรื่องความผิดใจกัน

ล็อบบี้ส.ว.มีสัญญาณบวก
ส่วนการรวบรวมเสียง ส.ว.เพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี นายรังสิมันต์กล่าวว่า เท่าที่ทราบก็เป็นไปด้วยดี มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ มีสัญญาณบวก เชื่อมั่นว่านายพิธาจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน ขณะเดียวกันมีความเป็นไปได้ที่จะโหวตปิดสวิตช์ ส.ว.สูง ขณะนี้พยายามคุยกับทุกฝ่ายให้ได้มากที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหานี้ และยืนยันว่ามาตรา 272 เป็นกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งจะหมดอายุปีหน้าอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่รู้ว่าจะต้องให้มาตรา 272 แผลงฤทธิ์ทำไม ตนคิดว่าเราควรเดินหน้าตามความต้องการของประชาชน จากวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา และการที่ชี้แจงแบบนี้ เป็นการชี้แจงด้วยเหตุและผล เชื่อทุกฝ่ายรับฟัง

ขอบคุณพิธา – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์รูปคู่กับ จินนี่ น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ลูกสาว โชว์ลอตเตอรี่ รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลข 30 ระบุซื้อกันคนละแห่ง แต่ถูกเหมือนกันแม่ซื้อที่ภูเก็ต ขอบคุณมากค่ะ #พิธา เมื่อ 17 มิ.ย.

เชื่อคดีหุ้น-ขวาง‘พิธา’ไม่ได้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะมีการเข้าชื่อ ส.ส. เพื่อยื่นญัตติเลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรี ออกไปด้วยเหตุเพราะความสงสัยคุณสมบัติของนายพิธา นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีการคุยกันในเรื่องแบบนี้ แต่จะเสนอเลื่อนโหวตจริงๆ หรือ และจะเลื่อนโหวตไปเพื่ออะไร เพราะประชาชนไม่ได้อะไรจากเรื่องนี้ ใครก็ตามที่คิด เรื่องนี้ ขอให้มองประชาชนด้วยว่าเขารอคอยการพัฒนาเรื่องต่างๆ

“มั่นใจว่าทุกข้อกล่าวหาไม่มีทางทำอะไรกับนายพิธา และหากมีการดำเนินคดีกันจริงๆ อย่าคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ตำแหน่งนายกฯ ขั้วอำนาจเก่าจบไปแล้ว และข้อกล่าวหาใดๆ ไม่มีทางจะขัดขวางได้ รวมถึงเรื่องหุ้นสื่อไอทีวี เมื่อวันเวลาผ่านไป สุดท้ายอุปสรรคเหล่านี้เป็นความพยายามที่จะกลั่นแกล้ง ขณะที่ประชาชนคาดหวังและต้องการเห็นนายพิธา เป็นนายกฯ และเห็นรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคก้าวไกล ขออย่าใช้วิชาอะไรทำลายความหวังของประชาชน” นายรังสิมันต์กล่าว

ปัดรวมตัวกดดันกกต.
เมื่อถามถึงการติวเข้มส.ส.ของพรรคก้าวไกล นายรังสิมันต์กล่าวว่า จะมีการติวเข้ม แต่บอกตามตรงว่าขอให้เป็นเรื่องภายในของพรรค โดยจะติวเข้ม ทั้งเรื่อง ข้อกฎหมายต่างๆ รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ให้ ส.ส.แต่ละท่าน ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่วันแรกๆ เพราะพรรคมีส.ส.ใหม่เยอะ

ส่วนกระแสข่าวว่าที่ส.ส.ของพรรคจะรวมตัวไปรับใบรับรองที่ กกต.ในวันที่ 23 มิ.ย.นั้น ยอมรับว่ามีบางส่วนคุยกันแต่ไม่ใช่ทุกคน พรรคไม่ได้บังคับว่าต้องไปพร้อมกัน ส่วนวันเปิดประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภานั้น ยังกำหนดวันที่ชัดเจนไม่ได้ แต่พรรคก้าวไกลมีความพร้อม อยากให้กระบวนการเร็วที่สุด เพื่อเข้าไปทำประโยชน์กับประชาชน ทุกอย่างมีต้นทุนค่าใช้จ่าย

ภูมิธรรมย้ำเจรจาเก้าอี้ปธ.ไม่คืบ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวพรรคก้าวไกลและเพื่อไทย ตกลงเรื่องตำแหน่งประธานสภา เรียบร้อยแล้ว เป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่ได้ระบุตัวบุคคลว่า ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ว่า ตั้งแต่คุยกันครั้งก่อนที่พรรคเพื่อไทยเสนอว่าอยากได้ตำแหน่งดังกล่าว แล้วพรรคก้าวไกลจะนำไปหารือภายใน เพื่อแจ้งความเห็นของพรรคก้าวไกลกลับมา ตอนนี้เรายังรอคำตอบอยู่

จากการสอบถามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลในส่วนของพรรคเพื่อไทยร่วมกับตน ก็ยังไม่มีการประสานกลับมาจากพรรคก้าวไกล เรื่องนี้อยากให้ทั้ง 2 พรรคคุยกันให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยสรุป ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าจากจุดเดิม ส่วนตัวมองว่าประเด็นเหล่านี้จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล ทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยยังหารือกันไม่มากพอ เราต้องเร่งหารือกันเพื่อให้ผ่านการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไปให้ได้ ส่วนนโยบายต่างๆ ที่จะขับเคลื่อนที่ทุกพรรคให้ความสำคัญนั้น มองว่าดำเนินการควบคู่ไปกับการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้

สอนมารยาท‘โรม’อย่าพูดก่อน
เมื่อถามถึงนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุตำแหน่งประธานสภา ควรเป็นของพรรคก้าวไกล เพื่อขับเคลื่อนงานในสภา นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นของนายรังสิมันต์ ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้คนอื่นไม่ควรแสดงความคิดเห็น รอให้การหารือของ 2 พรรคจบเรียบร้อยก่อนจะดีกว่า เพราะเมื่อการหารือยังไม่จบแล้วออกมาพูดเช่นนี้นั้น ตามมารยาททางการเมืองเขาไม่ทำกัน รอให้คนที่มีหน้าที่หารือจริงๆ ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนจะดีกว่า และตอนนี้พรรคเพื่อไทยก็รอคำตอบอยู่

โคราชมหานคร – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายวีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรมช.คมนาคม พร้อมแกนนำพรรค และว่าที่ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทยทั้ง 15 คน ประชุมร่วมกับภาคเอกชน 17 องค์กรของจ.นครราชสีมา เตรียมพร้อมลุยโครงการพัฒนาโคราชไปสู่โคราชมหานคร ที่จ.นครราชสีมา

อจ.นิด้าชี้คดีหุ้นไอทีวีจบแล้ว
นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ. หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความกรณีคำร้องการครอบครองหุ้นสื่อของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยระบุว่า คดีหุ้นไอทีวี จบแล้ว 1.นายพิธา เป็นผู้จัดการมรดก หุ้นไอทีวีเป็นของกองมรดก ไม่ใช่ของนายพิธา แม้นายพิธา เป็นหนึ่งในทายาท แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้แบ่งมรดกส่วนนี้ให้ใคร ก็หมายความว่ายังไม่มีทายาทคนใดเป็นเจ้าของหุ้นนี้ ดังนั้น ที่ผ่านมาจะถือว่านายพิธา ครอบครองหุ้นไม่ได้ (ปัจจุบันหุ้นส่วนนี้ได้โอนให้ทายาทคนอื่นไปแล้ว)

2.แม้อาจมีใครที่ตีความว่านายพิธา ถือหุ้นสื่อ และส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจยกคำร้องด้วยเหตุผลในข้อ 1 แต่ถ้ารับคำร้อง นายพิธาก็ยังคงมีโอกาสรอดสูง เพราะบรรทัดฐานของคดีปกครองและคดีรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา มีความสอดคล้องกัน ดังนี้ “การที่จะพิจารณาว่า บุคคลใดเป็นหรือเคยเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้น ในบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านกิจการกระจายเสียงหรือไม่ นั้น จะต้องพิจารณาตรวจสอบตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏว่า บริษัทได้ประกอบกิจการจริงหรือไม่ มิใช่พิจารณาเพียงวัตถุประสงค์ของบริษัทเท่านั้น”

ยกบรรทัดฐาน3ศาลเทียบเคียง
ศาลรัฐธรรมนูญในเดือนต.ค. 2563 ก็พิพากษากรณีถือหุ้นสื่อของน.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ ตามแนวนี้ และในคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.963/2565 (ประชุมใหญ่) ระบุชัดว่าการพิจารณาวัตถุประสงค์ของบริษัทตามที่ระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิแต่เพียงอย่างเดียว แล้วมีมติว่าบริษัทดังกล่าวได้ประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานอื่นใดที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทดังกล่าวได้ประกอบกิจการโทรคมนาคม กรณีจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

3.ล่าสุดในเดือนพ.ค.2566 กรณีถือหุ้นสื่อของ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ศาลฎีกาก็ใช้แนวทางนี้ และยังนำเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาร่วมวินิจฉัยด้วย นั่นคือหากถือหุ้นในสัดส่วนน้อย จะไม่สามารถครอบงำสื่อได้ จึงคืนสิทธิการสมัคร ส.ส.แก่นายชาญชัย

4.ด้วยข้อเท็จจริงเหล่านี้ จึงทำให้ขบวนการสกัดนายพิธา พยายามที่จะรื้อฟื้นความเป็นสื่อแก่ไอทีวี โดยหวังว่าจะเพิ่มน้ำหนักแก่ข้อกล่าวหา แต่ถูกเปิดโปงก่อน จนทำให้หลักฐานที่พยายามสร้างเพื่อแสดงความเป็นสื่อของไอทีวี สูญสิ้นความน่าเชื่อถืออย่างสิ้นเชิง 5.ถึงแม้จะรื้อฟื้นความเป็นสื่อได้ ก็ยังต้องเจอกับคำตัดสินล่าสุดของศาลฎีกาที่ยึดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะหุ้นที่อ้างว่านายพิธา ถือครองนั้นมีสัดส่วนเพียงประมาณ 0.0035% เท่านั้น ไม่สามารถมีอิทธิพลใดๆ ต่อการครอบงำไอทีวี

คาดกกต.ยุติดำเนินการตามม.151
6.สรุปนายพิธาก็จะรอด เพราะนายพิธาเป็นผู้จัดการมรดก ไม่ได้ครอบครองหุ้น ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามข้อเท็จจริง ไอทีวีก็ไม่ถือว่าเป็นสื่อแล้วตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา รวมถึงสัดส่วนหุ้นที่มีก็น้อยมาก ซึ่งไม่สามารถครอบงำได้ คดีหุ้นสื่อไอทีวีจึงจบลงด้วยประการฉะนี้

นายพิชายระบุว่า คาดว่า กกต.คงจะยุติการดำเนินการตามมาตรา 151 ในไม่ช้า และคาดว่าคงไม่มีใครกล้าเสี่ยงเอาเรื่องนี้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญอีก ไม่ว่าจะเป็น กกต. หรือส.ส. เพราะหากยื่น อาจเข้าข่ายการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และหากนำเอกสารที่พยายามรื้อฟื้นความเป็นสื่อให้แก่ไอทีวี ยื่นเป็นหลักฐานต่อศาล อาจเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกฟ้องกลับตามมาตรา 143 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และดีไม่ดีต้องจบชีวิตในคุก

ส่วนคนที่ใช้กฎหมายอาญา มาตรา 157 เพื่อขู่ให้ กกต.ยื่นเรื่องก็รอดตัวไป เพราะได้โยนเผือกร้อนไปให้ กกต.ไปแล้ว

ชี้รอรบ.ใหม่แก้ปัญหาเมียนมา
นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงข่าวนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ทำหนังสือเชิญประเทศในอาเซียนมาประชุมอย่างไม่เป็นทางการเรื่องเมียนมาที่ไทย แต่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประธานอาเซียนไม่ตอบรับมาร่วมประชุม อ้างอาเซียนกำลังดำเนินการอยู่ว่า ตนแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าประเด็นเมียนมา เพิ่งหารือในการประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อเดือนที่ผ่านมา และไทยเพิ่งมีการเลือกตั้ง ประชาชนเลือกพรรคฝ่ายค้านเดิมท่วมท้น รัฐบาลเดิมที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ควรรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ประเด็นเรื่องเมียนมา ซึ่งรัฐบาลใหม่น่าจะมีท่าทีที่แตกต่างจากรัฐบาลนี้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าปัญหาผู้อพยพ ปัญหาสิทธิมนุษยชน ปัญหาชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ปัญหากระบวนการประชาธิปไตยในเมียนมา

“ที่ผ่านมา การดำเนินงานด้านต่างประเทศของรัฐบาลนี้ถูกวิจารณ์มากว่าอ่อนแอ ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ประสบความสำเร็จในการผลักดันการแก้ปัญหาเรื่องเมียนมา ถ้าอยู่มา 8 ปีแก้ไม่ได้ ตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการคงไม่มีอำนาจต่อรองมากพอที่จะขับเคลื่อนการแก้ปัญหาได้ ปัญหาเมียนมายืดเยื้อมานาน ยากที่รัฐบาลรักษาการจะแก้ได้ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่ นโยบายใหม่ ผู้นำใหม่ จะทำให้สถานะประเทศไทยดีขึ้น จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเมียนมาประสบความสำเร็จได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน