ไม่มีสถานะนร. เจ้าตัวโพสต์โต้

ผอ.ร.ร.เตรียมอุดมฯ พัฒนาการออกแถลงการณ์ล่าสุด ย้ำ ‘หยก’ ไม่มีสถานะเป็นนักเรียน ระบุไม่ได้มอบตัวตามระเบียบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยของนักเรียน ครู บุคลากรและผู้ปกครอง รวมทั้งอาคารสถานที่และทรัพย์สินอื่นๆ ของโรงเรียน จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ด้านเจ้าตัวแจง 5 ข้อ ยัน‘ไม่ได้ดื้อแพ่ง’ ชี้สังคมไทยถึงเวลาเปลี่ยน อย่าฝังกลบความไม่ปกติ ระบุสิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องฆ่าคนตาย แค่แสดงออกทางความคิด

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.จินตนา ศรีสารคาม ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้ลงนามในประกาศโรงเรียนเรื่อง แถลงการณ์เพิ่มเติมกรณีน.ส.ธนลภย์ ผลัญชัย เนื้อหาระบุว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียม อุดมศึกษาฯ สมาคมนักเรียนเก่าฯ ชมรม ครูเก่าฯ เครือข่ายผู้ปกครองฯและสภานักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ขอแถลงการณ์ดังนี้

1.น.ส.ธนลภย์ ไม่มีสภาพการเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เนื่องจากการมอบตัวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญตามระเบียบและแนวปฏิบัติในการมอบตัว ซึ่งใช้กับนักเรียน ทุกคน จึงเป็นเหตุให้ในวันที่ 10 มิ.ย. 2566 ระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) ของกระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่มีฐานข้อมูลนักเรียนของน.ส.ธนลภย์ในระบบตั้งแต่ต้น

2.สิทธิในการศึกษาต่อของน.ส.ธนลภย์ ยังมีหน่วยงานทางการศึกษาอื่นดูแลการเรียนต่อให้เหมาะสมตามความต้องการได้

3.จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อความไม่ปลอดภัยของนักเรียน ครู บุคลากรและผู้ปกครอง รวมทั้งอาคารสถานที่และทรัพย์สินอื่นๆ ของโรงเรียน จึงจำเป็น ต้องดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

วันเดียวกัน น.ส.ธนลภย์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า 1.ตนไม่ได้เข้าเรียนตามเวลาที่ใจปรารถนา แต่ที่ตนเข้าห้องสายเพราะถูกกีดกันไม่ให้เข้าโรงเรียน มันยากลำบากมาก ตนเข้าคาบตามเวลาที่กำหนดตลอด คาบไหนออดดังแล้วก็รีบวิ่งขึ้นไปทันที, 2.ตนไม่ได้เลือกเรียนเฉพาะวิชาที่ชอบ แต่เห็นว่าวิชาจริยธรรม เป็นวิชาที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งคิดว่าสอนกันมาแบบนี้ก็ไม่มีใครเป็นคนดีขึ้น จากการต้องฟังว่าเราต้องเป็นคนดี

3.หนูไม่ได้ต่อต้านทุกกิจกรรมของโรงเรียน เหมือนกับในคุกบ้านปรานีเช่นกัน หนูไม่ท่องอาขยานก่อนกินข้าว แต่ถ้าต้องทำความสะอาดตรงกลางหนูก็ทำ เรื่องไหว้ครู ต่างๆ หนูเห็นว่าไม่มีประโยชน์กับเยาวชนและนักเรียน, 4.การกระทำนี้ ไม่ใช่หนูดื้อแพ่งโง่ๆ แต่หนูคิดว่า สิ่งที่ทำอยู่ในโรงเรียนในประเทศนี้คือเรื่องไม่ปกติ เด็กหลายคนก็คงอยากแต่งตัวไปรเวทเหมือนกันแหละ แต่อาจจะถูกพ่อแม่ไม่ให้ สังคมไม่ให้ โครงสร้างที่กดทับ ถูกโรงเรียนกดทับ แล้วก็ไม่มีความสามารถที่จะเป็นเจ้าของร่างกายตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เริ่มมาตั้งแต่ในชั้นเป็นเด็กแล้วจะคาดหวังว่าเราจะมีผู้ใหญ่ที่โตไปเป็นผู้พิพากษาหรือข้าราชการ หรือคนมีตำแหน่งแล้วให้เค้ากล้าหาญที่จะหักคำสั่งของเจ้านายในเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรได้ยังไงกันคะ

น.ส.ธนลภย์ ระบุต่อด้วยว่า 5.สังคมไทยต้องเปลี่ยนตอนนี้ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้แล้วจะเป็นตอนไหน ตนพูดในฐานะที่ตัวเองเป็นเยาวชน เพราะเปลี่ยนเพื่อให้ได้อยู่ต่อ ให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ไปต่อพร้อมกัน การที่ผู้ใหญ่ชอบโลกแบบของผู้ใหญ่ก็คือเรื่องหนึ่ง แล้วพวกตนในฐานะเด็กมีถ้าอยากเปลี่ยนแปลงเราต้องทำยังไง การร้องขอดีๆ หลายสิบปีที่ผ่านก็ปรากฏชัดแล้วว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง

“ในวันนี้ สิ่งที่หนูทำไม่ได้เป็นเรื่องฆ่าคนตาย เป็นการแสดงออกทางความคิดผ่านสัญญะ การแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้ทำให้หนูเรียนไม่ได้ สิ่งที่ทำให้เรียนไม่ได้คือโรงเรียนและบุคลากร เรื่องนี้เป็นบททดสอบของสังคมไทยทำให้เห็นว่า จะพิสูจน์อะไรอีก ถ้าตกลงแล้วสถานศึกษาหรือทัศนคติของสังคมไทยว่าจะยังไง จะใช้วิธีปัดตกเขี่ยทิ้งกลบฝังคนที่อยากได้ความเปลี่ยนแปลงใช่ไหม” น.ส.ธนลภย์ระบุ

วันเดียวกัน ที่อาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีของน.ส.ธนลภย์ ผลัญชัย หรือหยก เยาวชนอายุ 15 ปี ที่หลายฝ่ายมองว่าเบื้องหลังเกิดจากฝ่ายการเมืองทำให้เกิดปัญหา และพุ่งเป้ามาที่พรรคก้าวไกลว่า ตนมองว่าเป็นการตัดสินใจของตัวน้องเอง 100% และทุกการตัดสินใจ ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น

“ในวันนี้ทุกคนก็รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาอยากจะทำ อะไรคือสิ่งที่เขาไม่อยากจะทำ เขาอยากจะตัดสินใจแบบไหน อย่าใช้กรณีนี้มาบอกว่า พรรคก้าวไกลอยู่เบื้องหลังเลย เพราะไม่ได้ส่งผลดีต่อใครทั้งนั้น

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลจะส่งทีมการศึกษาลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คุยกับทีมการศึกษาว่าสุดท้ายจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่เบื้องต้นมองว่า การจัดการที่ดีที่สุด คือการพูดคุยกัน ซึ่งคงไม่มีทางเห็นตรงกัน 100% วันนี้ยังมีคนที่อยู่นอกระบบการศึกษาหรือเข้าไม่ถึงการศึกษา ดังนั้นใครก็ตามที่อยู่ในการศึกษาอยู่แล้วอย่าผลักคนคนนั้นออก ควรใช้วิธีการพูดคุยกันทำความเข้าใจกัน

ถามต่อว่า พรรคก้าวไกลจะส่งตัวแทนไปประสานระหว่างผู้อำนวยการโรงเรียนกับทางหยกหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เดี๋ยวคงต้องคุย แต่ยืนยันว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงข้าราชการ เพราะทำแบบนั้นไม่ได้ และคงต้องคุยว่าทางไหนที่จะสามารถเป็นไปได้ บนพื้นฐานการคุยที่เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เบื้องต้นตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทีมการศึกษา ซึ่งหากพูดคุยกันแล้ว คงจะมีการชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน