เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. พระครูพิสุทธิวรากร เจ้าอาวาสวัด หิรัญญาราม หรือวัดหลวงพ่อเงินบางคลาน ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร มอบอำนาจให้ นายพร ปั้นเพ็ง ไวยาวัจกรวัดบางคลาน พร้อมด้วยไวยาวัจกรและชาวบ้าน เกือบ 10 คน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.กำธร จันที ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดพิจิตร เพื่อขอให้มีการเร่งรัดในเรื่องของคดี ที่มีกลุ่มบุคคลกระทำการละเมิดต่อกฎหมายบ้านเมือง หลายคดี เช่น เรื่องเกี่ยวกับมีแกนนำวัด ขับไล่พระลูกวัดไม่ให้จำวัด เมื่อปี 63 คดีชุมนุมปิดวัด เมื่อปี 65 พ.ร.บ.ขัดการชุมนุมมี จำเลย 40 คน คดีขัดขวางรักษาการ เจ้าอาวาสวัดบางคลาน เมื่อปี 65 และอีกหลายคดีที่ล่าช้า บางคดี ใช้เวลาข้ามปี เมื่อทางวัดเข้าไปสอบถามก็บอกว่า มีพนักงานงานสอบสวนน้อยไม่เพียงพอ ทำคดีไม่ทัน จึงเป็นเหตุให้ผู้กระทำผิด หรือผู้ถูกกล่าวหา มีข้ออ้างว่าตำรวจทำอะไรไม่ได้เพราะมีนายตำรวจเป็นพวกของตนเอง จึง เป็นเหตุให้กฎหมายบ้านเมืองขาดความศักดิ์สิทธิ์กลุ่มปิดวัดทำเหมือนกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย
โดย พล.ต.ต.กำธร จันที ผบก.ภ.จว.พิจิตร มอบหมายให้ พ.ต.ท.จาตุรันทร์ กระมุขทา รอง ผกก.ป. หัวหน้าสำนักงานกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร มาเป็นตัวแทนรับหนังสือดังกล่าวพร้อมกล่าวว่า จะนำหนังสือส่งไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรต่อไป
นายพรกล่าวว่า ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ไวยาวัจกร คณะกรรมการวัด รวมถึงคนงานและนักท่องเที่ยว ยังไม่สามารถเข้าวัดได้เนื่องจากหวั่นเกรงความปลอดภัย เนื่องจากยังมีกลุ่มบุคคลของอดีตเจ้าอาวาสเดิมปิดวัดและหมุนเวียนเข้าออก อาศัยอยู่ภายในวัดอีกหลายคนทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ถูกดำเนินคดีอยู่ก็ยังเข้าออกภายในวัดตลอดเวลา จึงได้ทำหนังสือมาถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร เร่งดำเนินการต่อไปเพื่อก่อให้เกิดความสงบสุขภายในวัดบางคลานโดยเร็ว
นายพรกล่าวอีกว่า กรณีนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ออกมาถาม นายพยนต์ อัศวพิชยยนต์ ผวจ.พิจิตร ว่า มายุ่งเกี่ยวอะไรกับวัดบางคลาน ใช่หน้าที่หรือไม่ ตนในฐานะประชาชน มองว่าส.ว.อาจเข้าใจผิด ผู้ว่าฯ เปรียบเหมือนพ่อเมืองที่จะต้องดูแลประชาชน เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนก็เป็นหน้าที่