ก้าวไกลขอบคุณเพื่อไทยถอยให้ 22มิย.เคาะชื่อ วันโหวตนายกก็ขยับเร็วขึ้น!

500 ว่าที่ส.ส.เฮ กกต.ประกาศรับรองทั้งหมดทุกคน 100% ส่วน 82 ส.ส.ที่ถูกร้องเรียนยังต้องลุ้นตามสอยทีหลัง เผยผลสอบ ‘พิธา’ เร็วหรือช้าไม่เกี่ยวการเมือง สภาเปิดรับผู้แทนป้ายแดงเข้ารายงานตัวตั้งแต่ 20 มิ.ย.เป็นต้นไป ก้าวไกลยันสรุปชื่อประธานสภาภายใน 22 มิ.ย. คาดเปิดประชุมโหวตได้ 4-6 ก.ค. ขอบคุณเพื่อไทยยอมเปิดทาง เพื่อไทยยันไม่มีชื่อ ‘หมอ ชลน่าน-สุชาติ ตันเจริญ’ นั่งรองประธานสภา ‘เศรษฐา’ ฟิตขอลงพื้นที่เดือนละ 2 ครั้ง รับฟังปัญหาชาวบ้าน ปชป.เล็งเลือกหัวหน้า-กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 9 ก.ค.

กกต.รับรอง 500 ส.ส.
เวลา 15.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อว่า กกต.ตรวจสอบจาก 3 แหล่งข้อมูล 1.รายงานจากความเห็นของผู้ตรวจการเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัด 2.รายงานการตรวจสอบสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ได้รับเลือกตั้ง และตรวจสอบเรื่องร้องคัดค้านของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) และกทม. และ 3.การตรวจสอบเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.ของกลุ่มภารกิจงานสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เมื่อกกต. ได้พิจารณาแล้วจึงมีมติให้ประกาศผลการ เลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 400 เขต และแบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คน

ทั้งนี้ กกต.ยังมีอำนาจพิจารณาการสืบสวนไต่สวน ตามมาตรา 138 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 หมายความว่าหลังการเลือกตั้งหากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง

เฮทั้ง 500 คน – นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการกกต. ว่าที่ประชุมมีมติให้ประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 400 เขต และแบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คน รวมครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าพบมีการทุจริตตามคำร้องคัดค้านก็จะสอยทีหลัง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

82 ส.ส.ลุ้นถูกตามสอยทีหลัง
ทั้งนี้ ที่กกต.ประกาศรับรองผลไปก่อนเนื่องจากกระบวนการสืบสวนสอบสวน ผู้ถูกร้องเรียนอาจดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และเห็นว่าต้องให้ความ เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากขณะนี้มีการ อ้างพยานหลักฐานเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้มีส.ส. ที่มีเรื่องร้องเรียนอยู่ 82 คน อย่างไรก็ตามส.ส.ที่กกต.ประกาศรับรองสามารถมารับหนังสือรับรองได้ตั้งแต่วันที่ 20-24 มิ.ย. เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้น วันหยุดราชการ

ส่วนจำนวนคะแนนเสียงที่เป็นคะแนนดีนำมาคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ มีทั้งสิ้น 31,522,698 คะแนน โดยสัดส่วนคะแนนต่อส.ส. 1 คน คือ 375,226 คะแนน เมื่อคำนวณแล้วมี 17 พรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล 39 คน พรรคเพื่อไทย 29 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 13 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน พรรค ภูมิใจไทย 3 คน พรรคประชาชาติ 2 คน และพรรคที่ได้ส.ส. 1 คน 11 พรรค ได้แก่ ครูไทยเพื่อประชาชน ชาติไทยพัฒนาชาติพัฒนากล้า ท้องที่ไทย ไทยสร้างไทย ประชาธิปไตยใหม่ เป็นธรรม พลังประชารัฐ พลังสังคมใหม่ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคใหม่

สอบพิธายังไม่แล้วเสร็จ
เมื่อถามว่าหลังประกาศรับรองแล้ว กกต.จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัตินายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 เลยหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของสำนักงาน ต้องดูข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และดูว่ามีการดำเนินการไปแล้วมากน้อย แค่ไหน ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ

เมื่อถามว่าต้องยื่นเรื่องก่อนจะมีการโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า เราไม่ได้สนใจเรื่องการเมือง การสอบสวน ของกกต.ต้องสอบสวนให้สิ้นกระแสความ ซึ่งถ้าเร็วก็เร็วโดยลักษณะงานที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง

แจงโทษแกล้งผู้สมัครส.ส.
ขณะที่ เพจสำนักงานกกต. เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง กรณีการแกล้งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ให้ได้รับประกาศผลเลือกตั้งจะมีผลอย่างไร ระบุรายละเอียดว่าผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 เพื่อแกล้งผู้สมัครนั้นถูกเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง หรือสิทธิสมัคร หรือไม่ให้มีการประกาศผลเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกำหนด 20 ปี ศึกษาเพิ่มเติมได้จากมาตรา 143 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 หรือสายด่วน 1444

ร้องกกต.ปัดทิ้งข้อมูลเรืองไกร
เวลา 13.30 น. นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ ยื่นหนังสือถึง กกต.คัดค้านการสอบนายพิธา กรณีถือหุ้นไอทีวี ใน 6 ประเด็น 1.ขอให้กกต.ตัดเอกสารรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี 66 และงบการเงินปี 66 ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นำมาร้อง ออกจากการพิจารณา 2.ระงับการสอบสวนเอาผิด นายพิธา ตามมาตรา 151 เนื่องจากยังไม่มีคำพิพากษาว่ามีความผิดจากกรณีถือหุ้นสื่อ การที่สอบนว่าผิดตามมาตรา 151 จึงไม่เป็นธรรม 3.หากกรรมการไต่สวนยังดำเนินการอยู่ขอให้เรียก นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นไอทีวีปี 2566 มาชี้แจง

4.ขอข้อมูลการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายพิธา จากป.ป.ช.มาประกอบสำนวนการพิจารณาคดี กรณีนายเรืองไกรอ้างที่ดินใน อ.ปราณบุรี ที่นายพิธาถือครองเป็นทรัพย์ที่ได้รับจากการรับมรดกว่าแตกต่างจากการมีชื่อถือหุ้นไอทีวี 5.ขอให้ กกต.ดำเนินการในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยตรง แจ้งความเอาผิดกับผู้นำเอกสารที่ยังไม่ชัดเจน ทั้งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งตนไปแจ้งความไว้ที่สน.ทุ่งสองห้อง เช่นกัน หาก กกต.แจ้งความเองจะมีน้ำหนักมากกว่า และ 6. คดีต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขอให้กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

สภารับรายงานตัวตั้งแต่ 20 มิ.ย.
หลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการทั้ง 500 คน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ประกาศถึงการเตรียมรับรายงานตัว ส.ส.ชุดที่ 26 ตั้งแต่วันที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และส.ส.ได้รับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง เป็นต้นไป ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. เวลา 08.30-16.30 น. ที่ห้องสัมมนา ชั้น B1 อาคารรัฐสภา

พร้อมแจ้งให้เตรียมเอกสารสำหรับการรายงานตัว ดังนี้ 1.หนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง 2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 3.สำเนาทะเบียนบ้าน 4.สำเนาใบสำคัญการสมรส 5.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของคู่สมรส 6.สำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษา และ 7.รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นดำ ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ขนาด 1 นิ้ว 3 รูป และขนาด 2 นิ้ว 6 รูป

ก้าวไกลยันหุ้นไอทีวีไม่มีปัญหา
ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค กล่าวกรณีนายเรืองไกร ส่งคำร้องถึง กกต.ให้ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หลังยื่นบัญชีที่ดิน ต.วังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นมรดก แต่ปรากฏว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินหุ้นไอทีวีเป็นผู้จัดการมรดก ว่า ยังไม่เห็น รายละเอียด จึงยังไม่ทราบว่าจะนำไปเป็นประเด็นร้องเรียนได้อย่างไร ก่อนยืนยันว่าเรื่องหุ้นไอทีวีไม่ได้มีปัญหาอะไร

ขอบคุณพท.ถอยชิงปธ.สภา
นายชัยธวัชกล่าวถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่มีกระแสข่าวจะเป็นคนของพรรคก้าวไกล และรองประธานสภา 2 ตำแหน่งเป็นของพรรคเพื่อไทย ว่า คาดว่าจะได้ข้อยุติตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรภายในสัปดาห์นี้ ต้องขอขอบคุณผู้บริหารพรรคเพื่อไทยที่มีท่าทีลักษณะนี้ทำให้การทำงานร่วมกันดีขึ้น แกนนำพรรคก้าวไกลจะเข้าพูดคุยกับแกนนำเพื่อไทยสัปดาห์นี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่ารายชื่อประธานสภาของพรรคก้าวไกลที่เปิดเผยมาก่อนหน้านี้ ทั้งนาย ณัฐวุฒิ บัวประทุม ว่าที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ว่าที่ส.ส.พิษณุโลก, นายธีรัจชัย พันธุมาศ ว่าที่ส.ส.กทม. จะเป็นไปตามนี้ หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องรอ กระบวนการภายในพรรค และวันที่ 22 มิ.ย.นี้ จะมีการประชุมกันของหัวหน้าพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค

เมื่อถามว่าเงื่อนไขของพรรคเพื่อไทยนอกจากตำแหน่งรองประธานสภาแล้วมีเงื่อนไขอื่นอีกหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องรอไปพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง หลังจากนี้เมื่อกกต.รับรองส.ส.อย่างเป็นทางการแล้ว จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม ชัดเจนมากขึ้น

ยันพท.หนุนพิธานายกฯ
เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าการที่พรรคเพื่อไทยให้ตำแหน่งประธานสภาฯ กับพรรคก้าวไกล อาจจะมองข้ามขั้นไปถึงที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชวดตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่คิดไปไกล เป็นการวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ตนยืนยันแทนพรรคเพื่อไทยได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล ผลักดันให้นายพิธาเป็นนายกฯ ส่วนจะมีการปล่อย ฟรีโหวตหรือไม่ ตนยืนยันว่าไม่อย่างแน่นอน เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อประธานสภาลงชิงจากอีกขั้วหนึ่ง นาย ชัยธวัช หากเสียงข้างน้อยเสนอแข่งคงไปกำกับไม่ได้ เป็นเรื่องปกติ ทุกยุคทุกสมัย

นายชัยธวัชกล่าวว่า หากกกต.รับรอง ผลการเลือกตั้งสัปดาห์นี้ ต้นเดือนหน้าจะมีการเปิดประชุมสภาและเลือกประธานสภา ซึ่งหากเป็นไปตามไทม์ไลน์ปกติ ก็จะมีการเลือกนายกฯ กลางเดือนหน้า

คาดเปิดสภาต้นเดือนก.ค.
นายชัยธวัช กล่าวหลังกกต.ประกาศรับรอง ส.ส.ว่า เนื่องจาก 21-23 มิ.ย. มีสัมมนา ส.ส.ที่ต่างจังหวัด พรรคจึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปรับเอกสารจากกกต. และ 27 มิ.ย. ว่าที่ ส.ส.จะไปรายงานตัว ที่รัฐสภาพร้อมเพรียงกันทั้งหมด ส่วนห้วงเวลาที่กกต.รับรอง ส.ส.นั้น 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลคาดการณ์ไว้แล้ว และจะนัดหมายประชุมหัวหน้าพรรควันที่ 22 มิ.ย. หากมีความชัดเจนอย่างไรจะแจ้งให้สื่อมวลชน รับทราบ ส่วนรื่องประธานสภา กำลังรอนัดหมายกับพรรคเพื่อไทย ภายใน 22 มิ.ย. ควรได้ข้อสรุปแล้วว่าใครจะได้จัดวางอยู่ ในตำแหน่งใด ส่วนการโหวตเลือกประธาน คาดสามารถกำหนดเปิดประชุมสภาครั้งแรก ช่วง 4-6 ก.ค.

ถามถึงกระแสอาจมีผู้ชุมนุมมารวมตัวที่รัฐสภาในวันโหวตเลือกนายกฯ นายชัยธวัช กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่ปรารถนาเห็นการปะทะกันของประชาชนด้วยกันเอง เมื่อผลเลือกตั้งออกมาแล้ว กระบวนการเลือก นายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลควรเป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน เป็นทางออกทางการเมืองที่ดีสุดแล้ว และเป็นการยุติความเห็นต่างทางการเมือง สำหรับการ พูดคุยทำความเข้าใจกับ ส.ว.ในการโหวต นายกฯยังอยู่ในที่ทางที่ดี ยืนยันเหมือนเดิมว่าส.ว. จำนวนมากมีวุฒิภาวะและวิจารณญาณ ไม่อยากเห็นทางตันทางการเมือง หลังมี การรับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการ ยิ่งมีความมั่นใจว่าจะชัดเจนมากขึ้น

ชลน่าน-สุชาติไม่นั่งรองปธ.สภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังแกนนำ เพื่อไทยประกาศยึดหลักการให้พรรคอันดับ 1 ได้ตำแหน่งประธานสภา และพรรคอันดับ 2 ได้รองประธานสภาฯ 2 ตำแหน่งนั้น ล่าสุดยังไม่ได้พิจารณาบุคคลนั่งรองประธานสภา โดยคาดเพื่อไทยจะสรุปบุคคลนั่งรองประธานสภาในวันที่ 21 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้ ตำแหน่งรองประธานสภาทั้ง 2 ที่นั่ง จะไม่มีรายชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่ามีรายชื่อขึ้นเป็นประธานสภาไปแล้ว รวมถึงจะไม่มีชื่อของนาย สุชาติ ตันเจริญ แกนนำเพื่อไทย เนื่องจากเคยเป็นรองประธานสภามาแล้วเช่นกันในสมัยที่ผ่านมา

ชี้แค่หลักการ-ไม่ใช่ข้อสรุป
ที่ จ.น่าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อถกเถียงเรื่องตำแหน่งประธานสภาระหว่างก้าวไกลและเพื่อไทยว่า เรามีกระบวนการพูดคุยเจรจา แต่ยังไม่ใช่ข้อยุติ หรือข้อตกลงร่วมกัน แต่ละพรรคก็ไปคุยกันในพรรคตัวเอง ข่าวที่ได้รับมาก็จะเป็นลักษณะเนื้อในของแต่ละคณะทำงาน ส่วนวันที่ 22 มิ.ย.นี้เป็นเพียงการนัดหมายประชุมของหัวหน้าพรรคร่วม 8 พรรค ปกติเราจะไม่เอาวาระการเจรจามาร่วมประชุมเพื่อต่อรองตำแหน่งทางการเมือง เว้นแต่มีข้อสรุปแล้ว หากยังไม่มีข้อสรุปก็ยังจะไม่มีการแจ้งความคืบหน้าในวันนั้น

เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกลขอบคุณ ที่เพื่อไทยยอมถอยตำแหน่งประธานสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า เมื่อวานตัวแทนคณะเจรจาได้พูดคุยกัน ในส่วนพรรคอาจพูดถึงหลักการว่าเพื่อไทยเองก็ยินดีหากประธานสภาจะเป็นของพรรคอันดับ 1 ส่วนเพื่อไทยจะได้ตำแหน่งรองประธานสภา 2 คนก็เป็นเพียงหลักการที่เสนอ โดยสรุป 2 พรรค ยังไม่ได้เจรจากัน แต่เป็นเพียงการพูดกันภายในพรรค ส่วนข้อเสนอรองประธานสภา 2 คน เพื่อไทยมีบุคคลที่พร้อมเตรียมอยู่แล้ว

ภูมิธรรมติงมารยาทการเมือง
ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงการตีความเพื่อไทยยอมถอยให้ก้าวไกลว่า ตำแหน่งประธานสภายังไม่มีข้อสรุปใดๆ เพิ่งพูดคุยเพียง 1-2 ครั้งตั้งแต่เกิดข้อถกเถียงกัน 2 พรรคมี ส.ส.ต่างกันไม่มาก เบื้องต้นตกลงกันตามที่ตนเสนอว่าตำแหน่งรัฐมนตรีควรได้เท่าๆ กัน 14 คน ก้าวไกลเป็นประมุขฝ่ายบริหาร เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับ 2 ก็ควรได้ตำแหน่งประธานสภาถือว่ามีความเท่าเทียมกัน แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

จนนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล จองประธานสภาต้องเป็นของ ก้าวไกล ตนจึงตำหนิว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว เมื่อยังไม่ชัดเจนการแสดงความคิดเห็นโดยมารยาททางการเมืองไม่มีผู้ใดทำกัน และเมื่อเป็นข้อพิพาทระหว่าง 2 พรรคจึงควรยุติเรื่อง เพื่อให้เรื่องอื่นๆ ที่สำคัญกว่าโดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลดำเนินการต่อไปได้

รับหลักการพรรค1ได้เก้าอี้ปธ.
ขอย้ำหลักการว่าพรรคที่ชนะอันดับ 1 ควรครองตำแหน่งประธานสภา และพรรคอันดับ 2 หากคะแนนเสียง ส.ส.ห่างกัน ไม่มาก ก็ควรได้รองประธานสภาทั้ง 2 ตำแหน่ง แต่ในทางปฏิบัติต้องพูดคุยใน รายละเอียดร่วมกันก่อน หลัง กกต.รับรองเลือกตั้งแล้วก็ยังมีเวลาอีก 15 วัน ก่อนมี รัฐพิธี และขั้นตอนการเลือกประธานสภา

เมื่อถามถึงสาเหตุเพื่อไทยชี้แจงหลักการดังกล่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ย้ำว่าประธานสภาต้องเป็นของเพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า เมื่อมีความขัดแย้งไม่ต้องการให้เกิดข้อ ถกเถียง จึงยืนยันหลักการเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลดำเนินต่อไปได้ เมื่อ กกต.รับรอง ส.ส.แล้ว ก็จะเริ่มกระบวนการหารือเกี่ยวกับประธานสภา ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคแกนนำที่จะนัดหารือกัน

ชิมถึงไร่ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ ลงพื้นที่ จ.น่าน พบผู้ผลิตและวิสาหกิจปลูกกาแฟ-โกโก้ที่มูลนิธิพ่อสมชาย เพื่อเก็บข้อมูลและเตรียมผลักดันไปสู่ตลาดโลก เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

เศรษฐาจ่อลงพื้นที่เดือนละ2ครั้ง
วันเดียวกัน นพ.ชลน่าน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่ จ.น่าน พบผู้ผลิตและวิสาหกิจผู้ปลูกกาแฟโกโก้ที่ห้องมูลนิธิพ่อสมชาย จากนั้น เดินทางไปไร่กาแฟบริเวณหน้าสหกรณ์การ เกษตรแม่จริม พบผู้ปลูกและกลุ่มกาแฟ โรบัสต้า ก่อนเดินทางต่อไปดูไร่โกโก้ที่ บ้านขึ่ง อ.เวียงสา โดยมีนายทรงยศ รามสูต และนายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ว่าที่ ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยร่วมลงพื้นที่ด้วย

นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ได้มาหาเสียง แต่เป็นวิธีการทำงานของพรรคเพื่อไทยและหลังจากนี้จะลงพื้นที่พบปะกับประชาชนมากขึ้น เพื่อมาดูและสอบถามปัญหาเพื่อ ส่งเสริมโอกาสให้ชาวบ้าน ให้มีชีวิตความ เป็นอยู่และได้รับการแก้ไขปัญหาตรงจุด ตั้งเป้าหมายหลังจากนี้จะลงพื้นที่ไปพบ ชาวบ้านเดือนละอย่างน้อย 2 ครั้ง ทั้งนี้ โกโก้และกาแฟเป็นพืชมีราคาสูง มีแนวโน้มเป็นที่ต้องการ เชื่อว่าระยะยาว 10 ปีข้างหน้ากาแฟตลาดโลกจะมีความต้องการสูง ขณะที่สภาพภูมิอากาศที่ จ.น่าน เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟ จึงลงมาดูว่ามีขีดความสามารถปลูกกาแฟได้เพิ่มขึ้นหรือไม่

นำทีมฟังข้อเสนอ 24 กลุ่มศก.แพร่
เวลา 15.00 น. ที่รร.แพร่นครา นายเศรษฐา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานนโยบายด้านเกษตรพรรคเพื่อไทย พร้อม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล และนพ.นิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ร่วมสัมมนา “แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ” และรับฟังความเห็นจากตัวแทน 24 กลุ่มเศรษฐกิจ จ.แพร่ โดยมีส.ส.พิษณุโลก ร่วมเสวนา

โดยนายเศรษฐาและคณะสวมเสื้อชุดม่อฮ่อมที่ผ่านการออกแบบใหม่โดย “กลุ่มแพร่คราฟท์” การรวมตัวกันของกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในจ.แพร่ จากนั้นเปิดโอกาสให้ตัวแทนกลุ่มต่างๆ เล่าปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรรม กลุ่มหัตถกรรม และกลุ่มธุรกิจ/อุตสาหกรรม

แพร่คราฟท์ – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย สวมเสื้อม่อฮ่อม ออกแบบโดย ‘กลุ่มแพร่คราฟท์’ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ใช้ผ้าพื้นเมืองและสีย้อมธรรมชาติ ระหว่างนำทีมพรรคเพื่อไทยรับฟังข้อเสนอจาก 24 กลุ่มเศรษฐกิจจังหวัดเพื่อสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่น ที่จ.แพร่ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

ตั้งกก.ย่อยเจาะลึกปัญหา
จากนั้นตัวแทนภาคเอกชนเสนอให้ขยายสนามบิน ขยายถนน ลดต้นทุนการผลิตทั้งราคาปุ๋ย พลังงาน ภาษี, หอการค้าจ.แพร่ ขอโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและ อันซีน และเติมเงินเข้าจังหวัดเพื่อขยาย การเติบโตของโรงแรม, ภาคอุตสาหกรรมชี้ จ.แพร่ถูกพันธนาการด้วยผังเมืองไม่สามารถขยายพื้นที่ทางอุตสาหกรรมได้

นายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อมีการรับฟังปัญหาแล้ว อาจมีคณะกรรมการย่อยลงมารับฟังปัญหาเฉพาะกลุ่มแบบจริงจัง และเจาะลึกเพื่อวางแนวทางการแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงมาฟังแล้วจากไป ยืนยันว่าเราต้องขึ้นค่าแรงให้ประชาชน ไปพร้อมกับเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น การขยายสนามบินตนเห็นด้วย แต่ต้องขยายทั้งธุรกิจและการท่องเที่ยวให้แข็งแรงก่อน

บัญชีทรัพย์สินพิธายังไม่ถึงปปช.
ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.เมื่อ 20 ม.ค.2566 ซึ่ง 18 มิ.ย.2566 เป็นวันสิ้นสุดการขอขยายเวลาการยื่นว่า ข้อมูล ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 19 มิ.ย.2566 มีผู้มายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว 335 ราย รวมที่ขอขยายระยะเวลาด้วย ส่วนที่ขอขยายเวลาแล้วยังไม่ยื่น 42 ราย และอีก 5 รายยังไม่ได้ยื่นและไม่ได้ขอขยายระยะเวลา

เมื่อถามถึงกรณีของนายพิธา ส่งไปรษณีย์เมื่อ 18 มิ.ย. นายนิวัติไชยกล่าวว่า เวลานี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับ ไปรษณีย์ยังมาไม่ถึง คนที่ยังไม่ได้ยื่นและคนที่ไม่ได้ขอขยายเวลา ป.ป.ช.ถือกำหนด 18 มิ.ย. หลังจากนั้น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวต้องชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณา ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องรับฟังเหตุผลว่าทำไมถึงได้ยื่นเกินกำหนดระยะเวลา รวมทั้งไม่ได้ขอขยายเวลาด้วย ส่วนการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นเข้ามาต่อสาธารณะนั้นภายใน 30 วันนับแต่วันยื่น

ให้กำลังใจ – กลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 นำโดยนายอัคราวุธ ไกรศรีสมบัติ ผู้แทนกลุ่มอาชีวะราชภักดี ยื่นหนังสือผ่านนายทศพร แย้มวงษ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อให้กำลังใจส.ว.ในการใช้สิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

อาชีวะราชภักดีหนุนสว.
เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา กลุ่มอาชีวะราชภักดี 20 คน มาให้กำลังใจส.ว.ในการใช้สิทธิ์โหวตนายกฯ โดยยื่นหนังสือผ่านนายทศพร แย้มวงษ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา

นายเสาวภาคย์ นิสัยชล หรือเล็ก ตัวแทนกลุ่ม The Legend Lek’Saowapak กล่าวว่า ทางกลุ่มภาคีเครือข่ายต่อต้านการแก้ไข หรือยกเลิกมาตรา 112 ขอเป็นกำลังใจให้ส.ส. และส.ว. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่หวั่นเกรงการคุกคามใดๆ

ด้านนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือเต้ อาชีวะ กล่าวยืนยันว่าการมาของพวกตน ครั้งนี้ไม่มีการจัดตั้งและไม่มีการแนบเรื่องขอเงิน 28 ล้านบาท เราไม่มีนโยบายมาขอเงินไปทำกิจกรรมอะไร ไม่ได้มาขอเงินส.ส. และส.ว. พวกตนไม่ได้คัดค้านนายพิธาที่จะได้รับการโหวตเป็นนายกฯ ไม่ได้ขัดหากส.ว.จะเลือกฝั่งประชาธิปไตย แต่การมาคุกคาม ส.ว.ต้องขัดขวาง และพร้อมจะออกมาต่อต้านเช่นกัน

นายเสาวภาคย์เสริมว่า หากนายพิธา ไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ทุกอย่างถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย แต่อยู่ๆ กลับเกณฑ์มวลชนลงถนนพวกตนรับไม่ได้

‘ตู่’ป้อง‘ดอน’ปมเมียนมา
ที่สถานีลาดพร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ เชิญรัฐมนตรีต่างประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อหารือแผนสันติภาพในเมียนมา ส่งผลให้รมว.ต่างประเทศในอาเซียนหลายประเทศปฏิเสธ เข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ใครไม่มาบ้าง ถ้าไม่มาก็คือไม่มา เรื่องนี้เป็นการ แก้ปัญหาของอาเซียนก็จำเป็นต้องพูดคุย ที่ผ่านมาก็มองในแง่นั้นแง่นี้ มองซ้ายมองขวาอย่างเดียว เราต้องอยู่ในจุดที่เหมาะสม ที่ผ่านมาเราก็ดำเนินการตามนโยบาย ปฏิบัติตามมติอาเซียนอย่างครบถ้วน ตามปกติอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวอยู่แล้ว เรามีมติเป็นเอกฉันท์ทุกครั้ง เราก็ต้องทำอาเซียนของเราให้ปลอดภัย

ฉะนั้นเรื่องของเมียนมา ถ้ามองด้านเดียวก็โอเคเป็นเรื่องภายในของบ้านเขา แต่ถ้ามองอีกด้านเราจะเดือดร้อนมากกว่าคนอื่นหรือไม่ เพราะไทยมีชายแดนติดกับเมียนมามากกว่า 3,000 กิโลเมตรในทางบก และยังมีในทางเรืออีกต่างหาก มีการค้าชายแดนหลายหมื่นล้านต่อปี ก๊าซและน้ำมันบางส่วนก็มาจากแหล่งในเมียนมา เรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องพูดคุย ต้องคำนึงถึงว่าประเทศไทยจะได้จะเสียอะไรบ้าง ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้ประชาชนก็จะเดือดร้อน แรงงานต่างชาติก็จะมีปัญหา

ลั่นผมไปตกลงอะไร
เมื่อถามว่ามีการวิจารณ์รัฐบาลรักษาการไม่ควรไปทำข้อตกลงเรื่องเหล่านี้ พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “ผมจะไปตกลงอะไรกับเขาล่ะ ไม่มีอะไรต้องตกลงกันทั้งสิ้น เป็นการพูดคุยพบปะหารือเพื่อหาทางออกว่าจะทำอย่างไรในฐานะสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ถ้าจะให้รัฐบาลใหม่มาแก้ก็ได้เข้ามาสิ”

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมทดสอบการเดินรถเสมือนจริงตลอดสายอย่างเป็นทางการ โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สาย สีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง (โมโนเรียล) โดยมีประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองมาดักรอให้กำลังใจ ตะโกนว่า “นายกฯสู้ๆ, ลุงตู่อยู่ต่อ และให้กำลังใจนายกฯ”

ปช.ซัดต้องมีมารยาท
ที่พรรคประชาชาติ (ปช.) นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีนายดอนจัดประชุมพบปะสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ ร่วมกับกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในเมียนมาว่า รัฐบาลรักษาการควร มีมารยาททางการเมืองและมารยาททาง ด้านการทูต ควรรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา ดำเนินการ การพูดคุยครั้งนี้มีผลกระทบในแง่ร้ายเนื่องจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย สะท้อนให้เห็นความชัดเจนในแนวทางของอาเซียนว่าเห็นต่างกับไทย

ในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานชุดเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ตนจะนำเสนอปัญหาในเมียนมากับคณะทำงานต่างประเทศ เนื่องจากเห็นความสำคัญเรื่องจุดยืนด้าน การทูตของไทยต่อเวทีโลกว่าต้องมีความชัดเจนในรัฐบาลชุดหน้า

ปชป.เล็งเลือกหน.ใหม่ 9 ก.ค.
น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า พรรคจะจัดประชุมกก.บห. ชุดรักษาการ 21 มิ.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ที่พรรค เพื่อกำหนดวันจัดประชุมใหญ่วิสามัญสำหรับการเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.ชุดใหม่ เบื้องต้นกำหนดว่าจะจัดการประชุมใหญ่วิสามัญ 9 ก.ค.นี้ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สำหรับองค์ประชุมผู้มีสิทธิ์ออกเสียงนั้น มีไม่น้อยกว่า 250 คน ประกอบด้วย ส.ส.ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งครั้งล่าสุด, อดีตส.ส.ที่ยังเป็นสมาชิกพรรค, กก.บห.ชุดรักษาการ, อดีตนายกฯ, อดีตรัฐมนตรี, อดีตหัวหน้าพรรค, อดีตเลขาธิการพรรค, ผู้บริหาร ท้องถิ่นที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค, หัวหน้าสาขาพรรคหรือตัวแทนประจำจังหวัด, สมาชิกสภา ท้องถิ่นที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค, อดีตผู้ว่าฯ กทม.

สันติภาพใต้ – คณะทำงานย่อยด้านสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ 8 พรรค ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ร่วมประชุมกันเป็นครั้งที่ 2 ที่ทำการพรรคประชาชาติ กทม. โดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวต้อนรับ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

8พรรคชูกลับใช้-พูดคุยสันติภาพ
วันที่ 19 มิ.ย. ที่ทำการพรรคประชาชาติ คณะทำงานย่อยด้านสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ประชุมครั้งที่ 2 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวต้อนรับ โดยมีตัวแทนจาก 8 พรรคเข้าร่วม นำโดย นายรอมฎอน ปันจอร์ ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการ คณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย ส่วนคณะกรรมการ ของพรรคประชาชาติ ประกอบด้วย นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายมุข สุไลมาน นางสาว รอมือละห์ แซเยะ และนายมูหามัดเปาซี อาลีฮา

นายรอมฎอน ปันจอร์ เผยว่า วันนี้เป็นการคุยต่อยอดจากครั้งที่แล้ว มาดูรายละเอียดว่า นโยบายและจุดยืนแต่ละพรรคที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่อไป เราจะเรียกว่าการสร้างสันติภาพชายแดนภาคใต้ ดูว่าใน 100 วันแรกของรัฐบาล 1 ปี 4 ปี จะทำอะไร วันนี้คุยกันถึงมาตรการด้านความมั่นคงหลายเรื่อง เรากำลังทบทวนการประกาศใช้ กฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และอยากฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย รวมทั้งทบทวนสถานภาพของ กอ.รมน.และพ.ร.บ.รักษาความมั่นคง 2551 ซึ่ง 3-4 เรื่องนี้เรากำลังอภิปรายกันอยู่

เราเห็นว่าต้องสานต่อการพูดคุยสันติภาพ เป็นข้อเสนอของเราว่าจะเปลี่ยนชื่อการพูดคุยสันติสุขที่เปลี่ยนในช่วง รัฐบาลคสช. กลับไปชื่อเดิมคือ “การพูดคุยสันติภาพ” เพื่อสะท้อนนัยมีความหมายที่มุ่งสู่ความจริงจังของการแสวงหาข้อตกลง เพื่อสื่อสารกับคู่สนทนาคือบีอาร์เอ็น ประชาคมนานาชาติที่ติดตามสถานการณ์ และประชาชนในพื้นที่ว่ารัฐบาลใหม่ที่นำโดยพลเรือนจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างออกไปจากรัฐบาลก่อนหน้านี้

ส่วนปมแบ่งแยกดินแดน ที่เชื่อมโยงมาถึงการถูกยื่นยุบพรรค ไม่ได้มีการพูดคุยกัน ส่วนใหญ่เรามุ่งไปข้างหน้าและประเด็นที่อาจตกค้างจากการคุยกันครั้งที่แล้ว และใน ความเห็นส่วนตัวไม่ได้กังวลเรื่องนี้ คงเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลไทยจะเสนอให้มีการแบ่งแยกดินแดน เป็นเรื่องที่ไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง

เมื่อถามว่ามีพรรคร่วมถูกเชื่อมโยงเรื่องแนวคิดแบ่งแยกดินแดน นายรอมฎอนกล่าวว่า เรื่องนี้ตกไปนานแล้ว และได้ข้อสรุปนานแล้วว่าเป็นประเด็นที่พยายามทำให้มันกลายเป็นข้อกังขา ข้อคำถาม แต่เรายืนยันว่าเราเป็นพรรคการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน