ดินไหวตั้งแต่ช่วงเช้า กรุงเทพฯ-นนท์-รังสิต สัมผัสแรงเขย่าสั่นแรงระดับ 6.0 ในทะเลเมียนมา เหตุเป็นแนวชั้นดินเหนียวอ่อน สามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้มากถึง 3 เท่า กรมธรณีชี้ มาจากการเคลื่อนตัวของแนวรอยเลื่อนสะกาย กทม.ยันไม่สะเทือนอาคารกรุง ปตท.เช็กแล้วไร้ผลท่อส่ง การไฟฟ้า ตรวจสอบวชิราลงกรณและศรีนครินทร์ ชี้ 2 เขื่อนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์เหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเลขนาด 6.0 (15.266 N , 96.248 E ) เมื่อเวลา 08.40 น. ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณ อ่าวเบงกอล นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ประมาณ 289 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 490 กิโลเมตร และมีแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) 1 ครั้ง ขนาด 3.6 เวลา 08.57 น.
นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี กล่าวว่า สถานการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ มีสาเหตุเกิดจากการเคลื่อนตัวของแนวรอยเลื่อนสะกายในประเทศเมียนมา ตามแนวระนาบแบบเหลื่อมขวา ซึ่งมีอัตราการเคลื่อนตัวประมาณ 2 เซนติเมตรต่อปี
สำหรับผลกระทบ ประชาชนสามารถ รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ดังนี้ 1.กรุงเทพฯ 22 เขต พื้นที่เขตดุสิต จตุจักร บางเขน สีลม ลาดพร้าว บางพลัด ราชเทวี ทุ่งครุ ปทุมวัน ห้วยขวาง หลักสี่ ดินแดง พญาไท คลองเตย ราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน หนองแขม คลองสาน สาทร บางรัก สวนหลวง คันนายาว 2.อำเภอปากเกร็ด อำเภอเมือง จ.นนทบุรี 3.เทศบาลนครรังสิต จ.ปทุมธานี
นายสุวิทย์กล่าวว่า เนื่องจากกรุงเทพฯ รองรับด้วยชั้นดินเหนียวอ่อน เมื่อมีแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวจากระยะไกล จะสามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้มากถึง 3 เท่า ส่งผลให้ประชาชนบนอาคารสูงในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ได้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย
ทั้งนี้ จากสถิติการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณราบอ่าวเบงกอลในรอบ 5 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 – 2566 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 3.1-5.4 รวมทั้งสิ้น 28 ครั้ง โดยมีขนาดมากกว่า 5.0 จำนวน 3 ครั้ง
วันเดียวกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย แถลงว่าถึงเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ ที่บริเวณนอกชายฝั่ง ตอนใต้ของประเทศพม่า ว่า ในส่วนของเขื่อน ทั้ง 2 แห่งในจังหวัดกาญจนบุรีนั้น ปรากฏว่า แผ่นดินไหวในครั้งนี้อยู่ห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ ไปทางทิศ ตะวันตกประมาณ 258 กิโลเมตร และห่างจากเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 324.30 กิโลเมตร โดยเครื่องวัดอัตราเร่งของพื้นดินจาก แผ่นดินไหว เขื่อนวชิราลงกรณตรวจวัดค่าได้สูงสุด 0.00152 g และเครื่องตรวจวัดอัตราเร่งของพื้นดินจากแผ่นดินไหวที่ เขื่อนศรีนครินทร์ตรวจวัดได้ 0.00093 g ซึ่งแผ่นดินไหวในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์แต่อย่างใด
ในส่วนของพื้นที่ตัวเมืองกาญจนบุรี แผ่นดินไหวในครั้งนี้แม้จะมีขนาด 6 ริกเตอร์ แต่ประชาชนในพื้นที่ตัวเมืองกาญจนบุรีไม่สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น ตัวอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แต่อย่างใด

แผ่นดินไหว – ผู้บริหารเทศบาลนครรังสิต จ.ปทุมธานี สั่งอพยพเจ้าหน้าที่หลายร้อยชีวิตลงจากอาคารสำนักงานสูง 12 ชั้น หลังมีแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาด 6.0 ศูนย์กลางที่อ่าวเบงกอล ประเทศเมียนมา โดยรับรู้ถึงกทม.และปริมณฑล เมื่อเช้าวันที่ 19 มิ.ย.
ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครรังสิต จ.ปทุมธานี ซึ่งมีความสูง 12 ชั้น รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว พนักงานที่ทำงานต้องลงมาด้านตัวนอกอาคารหลายร้อยชีวิต
พนักงานที่ทำงานอยู่บอกว่า เมื่อเวลา 08.40 น. พนักงานที่ทำงานอยู่บนชั้น 8 รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้และมีเสียงออดเตือนพนักงานทั้งหมดจึงรีบออกมาจากนอกตัวอาคารโดยมีการใช้ลิฟต์ และทางนายกเทศมนตรีนครรังสิตได้ให้พนักงานทั้งหมดไปทำงานที่เทศบาลหลังเก่าก่อนห้ามพนักงานเข้าไปในตัวอาคาร
ส่วนนายธรรมการ ภักพิตรพิบูล เจ้าหน้าที่วิศกรโยธา เทศบาลนครรังสิต บอกว่าประเทศเพื่อนบ้านเมื่อแผ่นดินไหวก็จะส่งเป็นคลื่นมาและถ้าดินพื้นที่ใดอ่อนก็ยิ่งมี ผลกระทบเยอะเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็เช่นกันซึ่งยิ่งเป็นอาคารสูงๆ ด้วย ในกฎของกระทรวงก็ยังมีกฎหมายออกมาเลยว่าการจะสร้างอาคารสูงๆ ก็จะต้องคำนึงถึงเวลาเกิดแผ่นดินไหวด้วยซึ่งการสั่นสะเทือน 6.0 ริกเตอร์ นั้นถามว่ามีผลกระทบไหมก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและจุดศูนย์กลางจังหวัดปทุมธานีเป็นดินอ่อนก็สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้เช่นกัน
ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากการตรวจสอบผอ.เขตได้ประเมินมีทั้งหมด 11 เขต อาทิ เขตจตุจักร บางรัก คลองเตย ลาดพร้าว บางเขน หลักสี่ ห้วยขวาง บางขุนเทียน บางพลัด หนองแขม เป็นต้น เนื่องจากมีอาคารสูงที่อาจเคลื่อนไหว แต่ในพื้นที่ราบอาจไม่มีผล และยังไม่มีรายงานเรื่องความเสียหาย และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาแต่อย่างใด
ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กทม.ได้ติดตั้งเครื่องวัดความเร่งในแนวราบจากแรง แผ่นดินไหวที่ชั้น 36 ของอาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. ดินแดง ได้ค่าความเร่ง อยู่ที่ 3.5 milli-g (มิลลิ-จี คือ ค่าแรงโน้มถ่วงของโลก) และที่ชั้น 4 ของอาคารภาควิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ 1.5 milli-g ซึ่งค่าดังกล่าวที่คนสามารถรู้สึกได้ชัดเจนถึงแรงของแผ่นดินไหวได้ จะอยู่ที่ 1-2 milli-g ซึ่งก็สอดคล้องกับค่าที่วัดได้อยู่ที่ 1.5-3.5 milli-g โดยค่าดังกล่าวสำหรับอาคารเก่าที่สร้างก่อนกฎกระทรวง ปี 2550 ซึ่งไม่ได้ออกแบบให้สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหวได้จะสามารถต้านทานได้ อยู่ที่ 50 milli-g เมื่อวัดที่ฐานของโครงสร้าง และที่ 150 milli-g เมื่อวัดที่ยอดของโครงสร้าง ส่วนอาคารที่ออกแบบให้สามารถต้านทานแรงจากแผ่นดินไหว ตามกฎกระทรวงปี 2550 ได้นั้น จะสามารถรับค่าความเร่งได้ถึง 100 milli-g เมื่อวัดที่ฐานของโครงสร้าง และสามารถรับค่าความเร่งได้ถึง 500 milli-g เมื่อวัดที่ยอดของโครงสร้างนั้น
นายวิศณุกล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ ดังกล่าวขณะนี้กทม.ยังไม่ได้รับรายงานอาคารที่ได้รับผลกระทบ สรุปแล้ว แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นวันนี้อยู่ในระดับที่ทำให้คนรู้สึกได้ชัดเจนและเกิดความวิตกต่อผู้ใช้อาคาร แต่ยังไม่รุนแรงเพียงพอที่จะส่งผลทำให้ เกิดความเสียหายของโครงสร้างอาคารได้
ด้านนายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวว่า หลังเกิดแผ่นดินไหว ปตท.ได้เร่งตรวจสอบระบบการรับส่งก๊าซธรรมชาติ พบว่ายังคงเป็นปกติและสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กระทบต่อการส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่โรงไฟฟ้าและผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติในไทย ทั้งนี้ ปตท.ได้ให้ความสำคัญในการดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัย และมุ่งมั่นดำเนินงานตามภารกิจการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ให้กับประเทศ ปตท.จะติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถ ส่งก๊าซได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง