5หนุ่มปืนจ่อหิ้วขึ้นรถ พบประวัติมีคดีทั้ง2ฝั่ง

ด่านเมาขับจับยกแก๊งอุ้ม รวบ 5 หนุ่มลากคู่กรณีขึ้นรถ คราวเคราะห์เจอะจุดตรวจ เหยื่อตะโกนขอความช่วยเหลือ ค้นรถเจอปืน 6 กระบอก กระสุนอีก 61 นัด สอบพบอุ้มรุ่นน้อง จากย่านร่มเกล้า เช็กประวัติแสบทั้ง 2 ฝ่าย ต่างมีคดีใหญ่ติดตัว ตร.เผยผู้ต้องหายังคงปฏิเสธไม่ยอมให้การ

เวลา 00.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ขณะพ.ต.อ.จามร ทองพรรณ ผกก. 1 (สายตรวจ) บก.จร. นำกำลังตั้งด่านจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ หน้าห้างสรรพสินค้าดัง ย่านถนนร่มเกล้า เขตมีนบุรี กทม. พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คันขับผ่านมา จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ มีชายตะโกนส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากรถเชฟโรเลต รุ่นโซนิก สีขาว ทะเบียน 2กก 9040 กทม. เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบชายฉกรรจ์นั่งอยู่ภายในรถเชฟโรเลตและรถโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง ทะเบียน 8กก 2881 กทม. รวมทั้งหมด 5 คน โดยทั้ง 5 คนพยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมไว้ได้ทั้งหมด

จากการตรวจค้นรถยนต์ทั้ง 2 คัน พบอาวุธปืนสั้นแบบออโตเมติก 4 กระบอก พร้อมกระสุนปืนบรรจุอยู่ในแม็กกาซีน และรังเพลิง นอกจากนี้ยังมีอาวุธปืนสั้น รีวอลเวอร์บรรจุกระสุนอยู่เต็มโม่ และอาวุธปืนลูกซองพร้อมกระสุน 27 นัด รวมอาวุธปืนทั้งหมด 6 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 61 นัด จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนที่สน.มีนบุรี

โดยนายอุเทน หรือยุ้ย ยังศิริ อายุ 40 ปี ชายที่ตะโกนขอความ ช่วยเหลือให้การว่า ขณะกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่งบริเวณเคหะร่มเกล้า มีชายฉกรรจ์ 2 คนชักอาวุธปืนออกมาเดินตรงเข้าหา ขณะนั้นยังรู้สึกงงว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนตนพยายามช่วยห้าม แต่ไม่เป็นผล กลุ่มชายฉกรรจ์ได้อุ้มตนขึ้นไปบนรถ โดยผู้ก่อเหตุ 1 ใน 5 เป็นคนที่รู้จักเคยนับถือเป็นพี่เป็นน้องกันมาก่อน แต่ไม่เคย มีปัญหาเรื่องทะเลาะอะไรรุนแรง

“โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุบอกว่า “จะนำไปฆ่าให้ตาย” ตอนนั้นคิดว่า ต้องตายแน่เพราะถูกอุ้มลากขึ้นรถ กระทั่งมาเจอตำรวจตั้งด่านตรวจ จึงตะโกนส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจทำให้รอดชีวิตมาได้” นายอุเทนกล่าว

ด้านพ.ต.อ.จามรกล่าวว่า จากการสอบถามทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหา ให้การตรงกันว่า รู้จักกันโดยผู้เสียหายถูกทำร้ายร่างกายแล้วพาขึ้นรถมา มีผู้ก่อเหตุนั่งมาในรถ 2 คัน แต่ทั้งหมดยังไม่ยอมให้การในรายละเอียด เพียงแต่บอกว่ารู้จักกันและมีการเขม่นกันเรื่องคำพูดจาที่ไม่เข้าหู โดยขณะนี้นำผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล

ส่วนทางญาติของผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความเรื่องการทำร้ายร่างกายและการกักขังหน่วงเหนี่ยวที่สน.ร่มเกล้า ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุไว้แล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุทั้ง 5 คนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดเรื่องมีและเครื่องกระสุนปืนไว้ใน ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และเรื่องการใช้ทะเบียนรถยนต์ปลอมต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การของกลุ่มผู้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะมีสาเหตุของความขัดแย้งที่มากกว่านี้ ซึ่งต้องรอสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายทั้งหมดว่าเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับประเด็นใดบ้าง รวมถึงการตรวจสอบอาวุธปืนซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีทะเบียนแต่มีอาวุธปืน 1 กระบอกที่มีการขูดลบทะเบียนออกไป

วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำคนร้ายอยู่ ซึ่งทั้งหมดยังไม่ยอมให้การ และเตรียมประสานตำรวจสน.ร่มเกล้า มาแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ที่สน.ร่มเกล้า ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังไม่มีญาติกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาเยี่ยมหรือยื่นขอประกันตัว ซึ่งได้สั่งคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนไว้ก่อนเพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมีอาวุธปืน โดยตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) กำลังตรวจสอบหาแหล่งที่มา เนื่องจากเป็นปืนมีทะเบียน 4 กระบอก และไม่มีทะเบียน 2 กระบอก

รายงานข่าวแจ้งว่า นายอุเทน หรือยุ้ย ยังศิริ ผู้เสียหายในคดีนี้ เคยเป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาคดีอุ้มพ่อแม่ลูกขณะกำลังไปโรงเรียนที่ ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย เหตุเกิดวันที่ 17 ม.ค.2561 นอกจากนี้นายยุ้ยยังเป็นทีมงานผู้ติดตามของนักการเมืองชื่อดังในพื้นที่ร่มเกล้า-ลาดกระบัง ซึ่งกำลังเดินทางเข้ามาให้ปากคำกับตำรวจ ส่วน 5 คนร้ายที่ร่วมกันอุ้มนายอุเทนครั้งนี้ประกอบด้วย นายนุกูล หรือจิ้น ยิ้มอาสา อายุ 41 ปี, นายมนตรี คลังสมบัติ อายุ 37 ปี, นายวิษณุ มหาคีตะ อายุ 33 ปี, นายเอกพงษ์ ทองคำ อายุ 37 ปี และนายอาทิตย์ มหาคีตะ อายุ 41 ปี เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่รับอนุญาตจากนายทะเบียน, พกพาอาวุธปืนไปใน ที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” และแจ้งข้อหาเพิ่มแก่นายอนุกูล ฐาน “ติดป้ายทะเบียนไม่ถูกต้องตามที่ราชการกำหนด” เนื่องจาก นายนุกูลเป็นผู้ขับขี่รถโตโยต้ายาริส ซึ่งไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน

แก๊งอุ้ม – ตำรวจสอบ 5 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มนายอุเทน ยังศิริ จากร้านอาหารย่านร่มเกล้า กทม. นำขึ้นรถ ระหว่างทางเจอด่านตรวจเมาขับ นายอุเทนร้องขอความช่วยเหลือจนนำมาสู่การจับกุมพร้อมยึดปืนในรถได้ 6 กระบอก เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับนายนุกูล หรือจิ้น ยิ้มอาสา กับนายอุเทน หรือยุ้ย รู้จักนับถือกันเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง โดยนายจิ้นป็นหัวโจกก่อเหตุอุ้มครั้งนี้ ที่ผ่านมาทั้งคู่เคยเดินสายติดตามนักการเมืองมาหลายปี โดยนายจิ้นพานายยุ้ยซึ่งเป็นรุ่นน้องเข้าวงการนี้ แต่ 2-3 ปีให้หลัง นายจิ้นออกจากวงการไป โดยนายยุ้ยเข้ามาแทน กระทั่ง 2-3 วันก่อน นายจิ้นไปยึดปืนรุ่นน้องนักเรียนช่างเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง นักเรียนช่างจึงไปขอนายยุ้ยให้ช่วยเอาปืนคืน แต่นายจิ้นเรียกเงิน 10,000 บาท แม้จะตกลงกันไม่ลงตัว และท้ายสุดก็ได้ปืนคืนโดยไม่ต้องเสียเงิน ทั้งนี้นายจิ้นมีประวัติเคยตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในคดีร่วมกัน ปล้นทรัพย์ เมื่อปี 2553 หลังร่วมกับพวกรวม 4 คน ทำทีเข้าไปสมัครงาน กับผู้เสียหายที่บ้านพักย่านดอนเมือง ก่อนใช้มีดคัตเตอร์ข่มขู่และใช้เชือกฟางมัดมือผู้เสียหาย ก่อนจี้เอาทองคำและทรัพย์สินอื่นรวมค่ากว่า 1 แสนบาทหลบหนีไป

ล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 20 มิ.ย. ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ รถยนต์โตโยต้า ยาริส สีแดง ทะเบียน 8กก 2881 กทม. ที่ใช้ในการก่อเหตุ พบเสื้อคลุมพรรคเพื่อไทย รวมถึงเสื้อกั๊กปักป้าย กก.ตร.บก.น.3 พร้อมโลโก้ กก.ตร.สน.ร่มเกล้า และเสื้อช็อปสถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง และยังพบบัตรประจำตัวคณะทำงานนักการเมือง

ที่ สน.มีนบุรี มารดานายวิษณุ และนายอาทิตย์ มหาคีตะ 2 ใน 5 ผู้ต้องหาอุ้มชายจากร้านอาหารย่านร่มเกล้า เดินทางมาเยี่ยมลูกที่ถูกคุมขังอยู่ในโรงพัก พร้อมเปิดเผยว่า นายวิษณุ ลูกชายคนเล็กมีอาชีพ ทำนาและร้านอาหาร ส่วนนายอาทิตย์ก็เลี้ยงปลาและทำร้านอาหาร รวมถึงอู่รถซิ่ง แต่เพิ่งทราบว่าลูกๆ มีปืนหลังเมื่อช่วงตี 3 ที่ผ่านมา ลูกคนเล็กแจ้งว่าตำรวจจะไปเก็บปืนที่บ้าน ซึ่งเป็นปืนมีทะเบียน แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้พบลูก โดยทนายความได้เข้ามาพบแล้ว จากนี้ยังไม่ทราบว่าจะทำอะไรต่อเพราะทราบว่าลูกโดนคดีปืนเท่านั้น ส่วนผู้เสียหายก็ไม่ได้รู้จักกัน พร้อมยืนยันลูกไม่รู้จักนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพล ยกเว้นกำนันผู้ใหญ่บ้านเพราะตนเป็น อสม.ต้องช่วยเหลือประชาชน

พ.ต.อ.ชณาวิน พวงเพชร รอง ผบก.น.3 เผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการก่อเหตุที่แน่ชัด เพราะหลังเกิดเหตุผู้เสียหายยังไม่มาให้การกับพนักงานสอบสวน แต่จะมาพบภายในวันนี้ ส่วนผู้ต้องหายังคงปฏิเสธไม่ยอมให้การใด มีเพียงข้อมูลจากบันทึกจับกุมของตำรวจจราจรกลาง จึงต้องรอสอบรายละเอียดจากผู้เสียหายเพื่อนำข้อมูล มาพิจารณาประกอบกัน ขณะนี้กำลังตรวจสอบถึงที่มาของอาวุธปืนและหาความเชื่อมโยงอื่นๆ

พ.ต.อ.ชณาวินกล่าวอีกว่า ส่วนคดีความตอนนี้ สน.มีนบุรีเป็นผู้ รับผิดชอบ แต่ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ ที่ สน.ร่มเกล้า ขณะนี้ยังต้องรอตรวจสอบ และยังไม่มีการแจ้งข้อ กล่าวหาใดกับผู้ก่อเหตุ ยังคงต้องรอสอบปากคำ และเบื้องต้นยังไม่ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหายรู้จักกันมาก่อนหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน