‘ชลน่าน’ลั่นถอนตัวแน่ ถ้าถูกเสนอชื่อลงแข่ง เศรษฐาฉะ‘แผนเสี้ยม’ พรรคส้มติวเข้ม151สส.

วงสัมมนาเพื่อไทยร้อนฉ่า ส.ส. ฮือต้านยกเก้าอี้ประธานสภาให้ก้าวไกล ‘อดิศร’ลั่นไม่ยอมพระบวชใหม่เป็นเจ้าอาวาสแน่ ชี้เพื่อไทยไม่ใช่สาขาก้าวไกล ‘เศรษฐา’จวกเลอะเทอะแผนเสี้ยม พรรคอื่นเสนอคนเพื่อไทยนั่งประธาน ‘ชลน่าน’ลั่นถ้าถูกเสนอชื่อแข่งจะขอถอนตัว ด้าน ‘พ่อมดดำ’โดดประชุมอ้างผ่าฟันคุด ‘เจ๊หน่อย’แนะสองพรรคใหญ่เคลียร์ให้จบ ชี้ขืนปล่อยฟรีโหวตฝั่งประชาธิปไตยจบเห่ ก้าวไกลขน 151 ส.ส.ติวเข้มที่รีสอร์ตชลบุรี เผยเสนอร่างกฎหมายกว่า 40 ฉบับทันทีที่ สภาเปิด ปชป.ได้ฤกษ์เลือกหัวหน้าพรรค 9 ก.ค. ‘บิ๊กตู่’ทยอยเก็บของในทำเนียบแล้ว

‘บิ๊กตู่’ทยอยเก็บของในทำเนียบ
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการ นายกฯ ต้อนรับ ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่าคณะทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ได้ทยอยเก็บของใช้ส่วนตัวไปบ้างแล้ว ซึ่งไม่ได้มีของใช้ส่วนตัวอะไรมากมาย ในส่วนของพระพุทธรูปที่พล.อ.ประยุทธ์นำมาบูชาที่ห้องทำงานส่วนตัวได้ทยอยนำกลับไปยังบ้านพักบ้างแล้วบางส่วน

สำหรับเอกสารสำคัญต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ทยอยทำลายและบางส่วนได้เก็บกลับไปเพื่อเตรียมส่งคืนห้องทำงานให้กับนายกฯ คนใหม่ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จะยังคงปฏิบัติหน้าที่จนกว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกางไทม์ไลน์ให้ที่ประชุมครม.เมื่อ 20 มิ.ย.รับทราบ คาดว่าจะมีการเลือกประธานสภาในวันที่ 13 ก.ค. และคาดว่าจะมีการแต่งตั้งครม.ประมาณวันที่ 21 ก.ค.

ขรก.ซ้อมรับรัฐบาลชุดใหม่
วันเดียวกัน นายพีระพันธ์ซึ่งเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เตรียมยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ เพื่อไปรายงานตัวเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ในวันที่ 22 มิ.ย.

ขณะตึกบัญชาการ 1 ที่มีห้องทำงานของรองนายกรัฐมนตรีและรมต.ประจำสำนัก นายกฯ มีการทยอยเก็บของใช้ส่วนตัวออกบ้างแล้ว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าห้องทำงานของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ที่มีการนำปลามังกรมาเลี้ยงไว้ ปลามังกรยังอยู่เช่นเดิม ส่วนผู้บริหารฝ่ายข้าราชการประจำทยอยเรียกหน่วยงานของแต่ละสังกัดประชุมกองงานต่างๆ ในทำเนียบรัฐบาล ซักซ้อมเตรียมความพร้อมรับรัฐบาลชุดใหม่ด้วย

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่านายพีระพันธุ์ยังไม่จำเป็นต้องลาออกจากเลขาธิการนายกฯ ก็สามารถเข้ารายงานตัวต่อสภาได้ ควบคู่กับการทำงาน ในหน้าที่เลขาธิการนายกฯ จนกว่าจะปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาเพื่อทำหน้าที่ส.ส. ซึ่งหลังจากลาออกแล้วมีรองเลขาธิการนายกฯ อีกหลายคนอยู่ทำหน้าที่ช่วงระหว่างรอรัฐบาลใหม่ได้

ก้าวไกลติวส.ส. – บรรยากาศสัมมนาส.ส.ใหม่พรรคก้าวไกล ที่ยกคณะมาติวเข้มการทำงานในสภา การทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ และเตรียมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่ายประจำปี 2567 พร้อมเน้นย้ำเรื่องจริยธรรมส.ส. ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.

ก้าวไกลติวเข้ม 151 ส.ส.
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงอาการป่วยโควิด-19 ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล(ก.ก.) หลังเปิดเผยผ่านโซเชี่ยลเมื่อ 20 มิ.ย. ว่าติด โควิด-19 โดยระบุมีอาการไข้เพียงเล็กน้อย มีอาการไอ ซึ่งปกตินายพิธามีแพทย์ประจำตัวแต่อาการโควิดไม่รุนแรง จึงอาจไม่ได้ปรึกษาแพทย์ตลอดเวลา คาดว่าน่าจะกักตัวที่บ้านเนื่องจากอยู่ใกล้โรงพยาบาล เดินทางได้สะดวก

ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พรรคก้าวไกลจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดประชุมสภาเป็นวันแรก ซึ่งจัดสัมมนาจนถึงวันที่ 23 มิ.ย. เพื่อติวเข้ม ทั้งเรื่องงานในสภา กระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ และการเตรียมพร้อมสำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 พร้อมเน้นย้ำเรื่องประมวลจริยธรรมของ ส.ส. เพื่อให้การทำหน้าที่ในสภามีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมี นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค เปิดงานแทนนายพิธา ส่วนส.ส.ที่ไปร่วมงานสัมมนามีการนัดหมายให้ส่งหนังสือมอบอำนาจ เพื่อรวบรวมให้ทีมกฎหมายพรรค นำไป รับหนังสือรับรองจากคณะกรรมการการ เลือกตั้ง(กกต.)ก่อนจะไปรายงานตัวส.ส.ที่สภาพร้อมกันวันที่ 27 มิ.ย.

นายชัยธวัชกล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้ ส.ส.พรรคก้าวไกลทั้ง 151 คน มีความพร้อมในการทำงานมากที่สุดทันทีที่เปิดประชุมสภา เพราะครั้งนี้มีส.ส.ใหม่กว่า 100 คน จำเป็นต้องได้รับการชี้แจง ขั้นตอนการทำงานในสภา รวมถึงระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่สำคัญที่สุด คือพรรคก้าวไกลได้เตรียมเสนอร่างกฎหมายทันทีที่สภาเปิด มากกว่า 40 ฉบับ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ส.ส.จะได้รับทราบ ทำความเข้าใจเนื้อหาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ เพื่อให้ทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับร่างกฎหมายกว่า 40 ฉบับ ที่จะเสนอเข้าสภา เช่น ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร, ร่างพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ (open data), ร่างพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม, ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด, พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจ, ร่างพ.ร.บ.ป้องกันการใช้กฎหมายปิดปาก (anti-SLAPP) และร่างพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า

ถกเครียด – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดคุยกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ระหว่างสัมมนาส.ส. บรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียดกรณีตำแหน่งประธานรัฐสภา ที่โรงแรมเอส ซี ปาร์ค กทม. เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.

‘ชลน่าน’ถอนตัวถ้าถูกเสนอชิงปธ.
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าสัมมนา ส.ส.พรรคถึงกระแสข่าวเรื่องความไม่พอใจของ ส.ส.ที่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นประธานสภาว่า เราเป็นองค์กรทางการเมือง มีคน หลากหลาย ความเห็นต่างพรรคถือเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย เราเป็นฝ่ายบริหารมีหน้าที่ต้องฟังและพูดคุย เพื่อนำความเห็นต่างมาเป็นความเห็นร่วมของพรรคให้ได้

ต่อข้อถามว่ามองอย่างไรกับกระแสข่าวที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตประธานสภา เป็นประธานสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตนมองยังไงก็มองไม่เห็น จริงอยู่ว่าการทำหน้าที่สมาชิกสภาเป็นเอกสิทธิ์ ซึ่งเป็นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่เราอยู่ในฐานะองค์กรทางการเมืองย่อมมีความคิดเห็น โดยมีหลักสำคัญคือหลักเสียงข้างมาก แต่เคารพเสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นหลักที่เราใช้ขับเคลื่อนบริหารพรรค ฉะนั้นความเห็นต่าง ก็ต้องมีความเห็นร่วมของพรรคให้ได้ก่อน เราห้ามพรรคอื่นในการเสนอชื่อไม่ได้ แต่การบริหารจัดการของพรรคเรา ต้องเป็นไปตามความเห็นของพรรค

“ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมพูดตรงนี้ไว้เลยว่าหากมีการเสนอชื่อผมโดยที่ผมไม่รู้ และมติพรรคชัดเจนว่าเราต้องสนับสนุนตามหลักการที่แถลงไว้ หากมีคนใดคนหนึ่งลุกขึ้นมาเสนอชื่อผมแข่งประธานสภา ผมก็จะลุกขึ้นบอกว่าผมขอถอนตัว” นพ.ชลน่านกล่าว

เมื่อถามว่ามองว่าประเด็นนี้จะกระทบกับพรรคเพื่อไทยเหมือนกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ หลังการเลือกตั้งหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า “เป็น กระบวนการต่อเนื่อง เราเจ็บเพราะเรื่องนี้เยอะ ส.ส. 141 คนที่เราได้มา ส่วนหนึ่งเกิดจากเรื่องนี้ เขาสำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว เขาทำลาย เพื่อไทยได้ แล้วเพื่อไทยจะโง่ให้เขาทำลาย ต่อหรือ ผมเชื่อว่าเพื่อไทยไม่ทำ”

สัมมนาเดือด-‘อดิศร’ฉะแหลก
สำหรับบรรยากาศการจัดสัมมนาพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างคึกคัก กระทั่งเวลา 10.00 น. พรรคเปิดโอกาสให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็น ภายใต้หัวข้อ “เพื่อไทยเปิดใจ เพื่ออนาคตไทย” โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดใจถึงกระบวนการทำงานในการเป็นตัวแทนพรรคทำหน้าที่เจรจาร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ที่ผ่านมาพวกตนดำเนินการตามที่คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พรรคมอบหมาย การพูดคุยกับพรรคก้าวไกลเสนอไปว่าพรรคได้ ส.ส.ใกล้เคียงกัน ควรได้ตำแหน่งรัฐมนตรีพรรคละ 14 คน พรรคก้าวไกลได้ ส.ส.มาที่ 1 ก็ควรได้ประมุขฝ่ายบริหาร เพื่อไทยควรได้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ตำแหน่งประธานสภายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ยังรอคำตอบจากทางพรรค ก้าวไกล แต่การให้ข่าวของตนและเลขาธิการพรรคอาจทำให้สมาชิกไม่พอใจ เรื่องการยึดหลักการพรรคอันดับ 1 วันนี้จึงเปิดให้ ส.ส.แสดงความเห็นได้เต็มที่

นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แสดงความเห็นว่า ไม่เห็นด้วยที่เรา 141 เสียง เขา 151 เสียง แต่เราไปยอมเขาทุกเรื่อง พรรคก้าวไกลควรได้เป็นฝ่ายบริหาร แต่จะหาว เอาเดือนเอาดาว เอาประธานสภาไปด้วยมันจะง่ายเกินไปหน่อย ไม่เห็นเพื่อนฝูงอยู่ในสายตา ถ้าเขาได้นายกฯ เราได้ประธานสภามันจะสง่างาม และจะได้ถ่วงดุลการทำงานด้วยกัน เราไม่สามารถให้ประธานสภากับพรรคก้าวไกลได้ เมื่อเกิดความขัดแย้งก็โหวตกันในสภา ไม่อยากเห็นพระบวชใหม่มาเป็นเจ้าอาวาส เรามีบุคลากรเยอะ อย่าไปยอมให้เขาง่าย

“ผมคนหนึ่งไม่รู้จะงดออกเสียงหรือไม่ เพราะไม่สามารถยกมือให้พระบวชใหม่ ได้ เพื่อไทยไม่ใช่สาขาของพรรคก้าวไกล เราเหนื่อยยาก เพราะต้องสู้กับพรรคก้าวไกล ฉะนั้นการทำงานในทางการเมืองอย่าอ่อน แข็งต้องแข็ง” นายอดิศรกล่าว

ไร้เงา‘สุชาติ’ผ่าฟันคุด-‘อิ๊ง’ติดโควิด
จากนั้นมี ส.ส.แสดงความเห็นกว่า 10 ราย มีเนื้อหาอภิปรายหลายประเด็น โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภา ที่เสียงส่วนใหญ่กว่า 90% ของ ส.ส. 141 คนของพรรคต่างเห็นว่าตำแหน่งดังกล่าวควรอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ไม่ควรยกให้พรรคก้าวไกล เนื่องจากได้ ส.ส. น้อยกว่าพรรคก้าวไกลเพียง 10 เสียง ฉะนั้นควรแบ่งตำแหน่งประมุขให้ฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อถ่วงดุลในการทำงาน แม้จะมีกล่าวอ้างกระแสสังคม โดยเฉพาะแฟนคลับพรรคก้าวไกล แต่ต้องไม่ลืมความรู้สึกของแฟนคลับพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีกว่า 10 ล้านเสียงเช่นกัน เมื่อเขาเลือกเรามา ก็หวังให้เราได้ทำงาน และมองว่าการที่ไปเจรจาอะไรมา ก่อนจะให้ข่าวควรมาแจ้ง ส.ส.รับทราบก่อน

นอกจากนี้ยังมีการแสดงความคิดเห็น ถึงการเลือกตั้งที่ได้มาเพียง 141 เสียง โดย มองว่า การจัดรณรงค์หาเสียงค่อนข้างมีข้อผิดพลาด มีการแบ่งทีมปราศรัยน้อยเกินไป ไม่มีทีมปราศรัยไปช่วยอดีตผู้สมัคร ส.ส.มากเท่าที่ควร บางพื้นที่ความนิยมค่อนข้างดี ก็ส่งทีมปราศรัยไปย้ำความนิยม แต่สำหรับพื้นที่ที่ความนิยมตามหลังคู่แข่งกลับไม่มีการส่งทีมปราศรัยไปช่วย อีกทั้งมองว่าผลสำรวจความนิยมก่อนลงคะแนนเสียงของพรรคไม่มีความแม่นยำ ทำให้การประเมินสถานการณ์ในการเลือกตั้งผิดพลาด

ทั้งนี้ การเปิดเวทีให้ ส.ส.ได้แสดงความคิดเห็นในวันนี้ ไม่มีข้อสรุปออกมาโดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภา เพียงแค่เปิดพื้นที่ให้แสดงความคิดเห็น และเป็นที่น่าสังเกตว่า นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้มาร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้ ทั้งที่มีรายชื่อเป็นผู้บรรยายกิจกรรมในช่วงบ่าย ที่แบ่ง ส.ส.ไปสัมมนาเป็นรายกลุ่ม ท่ามกลางกระแสข่าวที่จะได้รับการผลักดันจากพรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อเป็นประธานสภา ซึ่งคนใกล้ชิดให้เหตุผลว่า เพิ่งไปผ่าฟันคุดมา

ด้านอุ๊งอิ๊ง-น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่มีกำหนดขึ้นบรรยายในงานสัมมนาช่วงเย็นต้องงดเช่นกัน โดยโพสต์รูปภาพบนอินสตาแกรมส่วนตัวถึงผลตรวจ โควิด-19 ว่า ขึ้นสองขีด พร้อมระบุข้อความว่า “เอ๊าแม่!!! ไม่ต้องตามกระแสก็ได้นะคะ!!! ลูกยังเล็กกกกก #เกมส์ชะงั้น เจ็บคอตั้งแต่วันอาทิตย์ จิ้มทุกวันไม่เจอ เจอเช้านี้ งงเลยอะไรก็ได้ ขอให้ 2 จิ๋วที่บ้าน ไม่ติดพออออ”

สัมมนา – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมสัมมนาส.ส.ของพรรค บรรยากาศ เป็นไปด้วยความตึงเครียดกรณีตำแหน่งประธานรัฐสภา ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.

‘เศรษฐา’จวกพรรคอื่นเลอะเทอะ
เวลา 16.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการบรรยายการสัมมนาพรรคเพื่อไทยว่า วันนี้เป็นการพบปะกับ ส.ส.เป็นครั้งแรก ขอแสดงความยินดีกับส.ส.ทุกท่านที่ได้รับการรับเลือกตั้งให้เข้าสู่สภา ซึ่งวันนี้เป็นการปฐมนิเทศให้เข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของส.ส. วันนี้มาคุยว่าพรรคเพื่อไทยมีประชาชนเป็นจุดตั้งและเราต้องเดินไปข้างหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่าเสียงของ ส.ส.ส่วนใหญ่อยากให้ตำแหน่งประธานสภาอยู่กับพรรคเพื่อไทย นายเศรษฐากล่าวว่า ขอไปฟังความคิดเห็นก่อนว่าหลักการคิดคืออะไรบ้าง อันนั้นเป็นข้อสรุป ย้ำว่าพรรคก้าวไกลกับพรรค เพื่อไทยต้องเดินไปด้วยกันให้ได้ และต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้เร็วที่สุด

เมื่อถามว่ามองว่าจำเป็นหรือไม่ที่นายกฯ และประธานสภาต้องมาจากพรรคเดียวกัน นายเศรษฐากล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้บริหารพรรคเพื่อไทยและหัวใจของพรรคเพื่อไทยคือประชาธิปไตย เสียงทุกเสียงมีความสำคัญ เรามีส.ส. 141 คน และมีผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนซึ่งเราต้องให้เกียรติ วันนี้เป็นโอกาสดีที่มีการสัมมนาพรรคเกิดขึ้น และภารกิจที่สำคัญคือการจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากฝ่ายประชาธิป ไตย พรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยต้องเดินไปด้วยกันให้ได้ ส่วนกรณีที่คนจากพรรคอื่นจะเสนอคนของพรรคเพื่อไทยนั่งประธานสภานั้น “ส่วนตัวผมว่าเลอะเทอะ”

‘อ๋อย’เชื่อพท.ไม่แตกแถว
ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้รายงานตัวส.ส.ชุดที่ 26 เป็นวันที่สอง ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ที่ห้องสัมมนา ชั้น B1 อาคารรัฐสภา ตลอดทั้งวันมีส.ส.มารายงานตัวรวม 56 คน รวม 2 วัน ระหว่าง 20-21 มิ.ย. มีส.ส.มารายงานตัวทั้งสิ้น87 คน จากทั้งหมด 500 คน แบ่งเป็นส.ส.เขต 77 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 10 คน

เวลา 08.40 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารายงานตัวว่า ถือฤกษ์สะดวก จะได้มาทำความรู้จักสภา เพราะตั้งแต่ก่อสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ไม่เคยมาสักครั้ง จึงตื่นเต้นและดีใจ ไม่ได้เป็นส.ส. มา 17 ปี ตั้งแต่ปี 2549 เพราะระบบการเมืองผิดเพี้ยน “สภาพการเมืองจากนี้ไปผมเชื่อว่าเข้มข้นในการแก้กฎหมาย ที่สำคัญต้องอยู่ในกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ ที่ส.ส.มีงานที่ต้องทำ ต้องหาข้อมูล และต้องคิด ศึกษาหาความรู้ แม้ผมจะเคยเป็นส.ส.มา 7 สมัย แต่สภาพการณ์ใหม่ต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจและปรับตัวให้มากขึ้น”

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องตำแหน่งประธานสภาที่สมาชิกพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์กล่าวว่า การลงมติเลือกประธานสภาเป็นการลงมติลับ ไม่ทราบว่าใครลงคะแนนให้ใคร แต่โดยปกติแล้วการลงมติดังกล่าวมีมติจากแต่ละพรรคเพื่อแสดงถึงทิศทางเดียวกัน เชื่อว่าจะหารือและดำเนินการไปตามมติพรรค และต้องคำนึงถึงความสำเร็จของการจัดตั้งรัฐบาล หากตั้ง ไม่ได้ อาจได้รัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐอาจเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ชิงประธานสภาแข่งพรรคก้าวไกล นายจาตุรนต์กล่าวว่า เป็น แบบกึ่งๆ ข่าวลือ ดังนั้นเชื่อว่าพรรคจะหารือ เพื่อเป็นประโยชน์และส่งเสริมการจัดตั้งรัฐบาล จึงควรยึดเป็นเรื่องหลัก

รายงานตัว – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค นำทีมส.ส.ของพรรคเข้ารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดล่าสุด ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.

ปช.โหวตตามมติพรรคร่วม
เวลา 10.10 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) ให้สัมภาษณ์หลังนำ 8 ส.ส.ของพรรคเข้ารายงานตัวถึงความชัดเจนเรื่องการเจรจาแบ่งโควตารัฐมนตรีว่า ไม่ได้คุยกันเพราะต้องรอให้นายพิธา ที่ป่วยเป็นโควิดหายดีก่อนแล้วจึงหารืออีกครั้ง พรรคประชาชาติไม่มีการ ต่อรองเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีตามที่เป็นข่าวขอ เก้าอี้รมช.เพิ่มอีก 1 ตำแหน่ง ส่วนจะได้ตำแหน่งใดนั้นขอให้เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับพรรค เนื่องจากพรรคมาเพื่อทำงานและทำประโยชน์ให้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแบ่งโควตาประธานสภา นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ขอให้พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลตกลงกันเอง ส่วนรองประธานสภา ปกติรองคนที่หนึ่งคือ พรรคที่ได้คะแนนมาอันดับสอง รองประธานคนที่สองเป็นของพรรคอันดับสาม ส่วนการเลือกประธานสภา พรรคประชาชาติจะลงมติตามมติพรรคและตามข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าหากมีปัญหาจะปล่อยให้ ส.ส.ฟรีโหวตนั้น ปกติไม่เป็นแบบนั้นเพราะจะทำให้เกิดปัญหาตามมา

เมื่อถามถึงการเสนอชื่อประธานสภาแข่งจากพรรคตรงข้าม นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ฝ่ายตรงข้ามเสนอแข่งตลอดอยู่แล้ว แต่กรณีฝ่ายตรงข้ามเสนอชื่อบุคคลในพรรคที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามแข่งนั้น ไม่ค่อยเห็น การออกเสียงเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาของพรรคประชาชาติจะเป็นไปตามมติพรรคและมติพรรคร่วมรัฐบาล

สำหรับคุณสมบัติประธานสภา และรองประธานสภา ต้องมีความรู้ ความสามารถ ดูแลการประชุมสภาให้เรียบร้อย และต้องทำงานได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เชื่อว่าพรรคที่ได้ตำแหน่งดังกล่าวจะคัดเลือกคนที่ดีที่สุด และหวังว่าทุกพรรคจะเลือกคนที่ดีเข้ามาทำหน้าที่ประธานสภาเพราะไม่เช่นนั้นประชาชนจะผิดหวัง

รายงานตัว – คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมส.ส.ของพรรค 5 คน เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังกกต.ประกาศรับรองให้เป็น ส.ส.

‘เจ๊หน่อย’ห่วงฝั่งปชต.จบเห่
เวลา 11.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) พร้อมส.ส.ของพรรคอีก 5 คน เข้ารายงานตัว และให้สัมภาษณ์กรณี จะลาออกจากส.ส.และหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดทางให้บัญชีรายชื่อลำดับถัดไปเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อแทนว่า ในการประชุมยุทธศาสตร์ของพรรค เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงความประสงค์ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ แต่มีเสียงคัดค้านว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ไม่นิ่ง อยากให้มีการพูดคุยกันอีกครั้ง ให้ดูห้วงเวลาที่เหมาะสม และควรช่วยกันประคับประคองให้มีรัฐบาลประชาธิปไตย โดยใช้ประสบการณ์ของตนช่วย ตอนนี้จึงยังต้องเป็นส.ส.ไปก่อน ขอยืนยันว่าไม่ยึดติดตำแหน่ง และยังไม่ทราบว่าจะลาออกเมื่อไร

ส่วนกระแสข่าวที่พรรคต้องการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ยืนยันพรรคไม่มีปัญหาใด พยายามเสียสละให้การตั้งรัฐบาลราบรื่น ไม่มีเงื่อนไขใด ไม่เรียกร้องกระทรวงใด อาจเป็นความคาดหวังของบางคนที่พูดไป สเต็ปแรกขณะนี้ต้องเลือกประธานสภา และนายกฯ ให้ได้ก่อน โดยเฉพาะตำแหน่งประธานสภาถ้าไม่ลงตัวใน 8 พรรค การตั้งรัฐบาลจะยากเย็น

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าตำแหน่งประธานสภาไม่ลงตัว จะเป็นชนวนการจัดตั้งรัฐบาล ไม่สำเร็จหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าไม่ทราบ แต่สิ่งที่กลัวที่สุด คือไม่อยากเห็นการชุมนุม การสูญเสีย เพราะจะเป็นข้ออ้างที่จะนำสู่การทำรัฐประหาร ดังนั้นทั้งสองพรรคใหญ่ต้องรู้ว่าตำแหน่งประธานสภามีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่ประมุขนิติบัญญัติ แต่สถานการณ์การเมืองเช่นนี้ขอให้พรรคที่หนึ่ง และพรรคที่สองไปคุยกันให้จบ เสียสละเพื่อส่วนรวม ตกลงกันให้ได้ ถ้าโหวตแข่งกันฝ่ายประชาธิปไตยจบแน่นอน ถ้าไม่จบ จบเห่แน่

รทสช.ซักซ้อมก่อนเลือกนายกฯ
ที่สำนักงานกกต. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมส.ส.ของพรรค เข้ารับหนังสือรับรองที่กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้แจ้งให้กับส.ส.ให้เข้ารับหนังสือรับรองเพื่อรายงานตัวต่อสภา ซึ่งวันที่ 22 มิ.ย. ตนจะไปรายงานตัวที่สภา ที่ผ่านมาทางพรรคได้หารือมาโดยตลอด พรรคเราไม่ได้เป็นพรรคใหญ่โต มี ส.ส.เพียงแค่ 36 คน ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ก่อนการเปิดสภาจะมีการนัดหารือทั้งเรื่องการโหวตเรื่องนายกฯ และประธานสภา เพื่อซักซ้อมเพื่อให้มติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานด้วยหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดถึงตรงนั้น เพราะหน้าที่ในการจัดตั้งรัฐบาลให้เป็นเรื่องของพรรคลำดับต้นๆ สำหรับพรรครวมไทย สร้างชาติ การเลือกตั้งครั้งแรกได้ 36 ส.ส. ถือว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ 36 ที่นั่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงฟอร์มจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะในความเป็นจริงพรรคที่ร่วมเซ็นลงนามเอ็มโอยู มีกว่า 300 กว่าเสียงแล้ว ฉะนั้นตำแหน่งประธานสภาถ้าทางนั้นเสนอคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

‘หนู’จุดแข็งเอกภาพภูมิใจไทย
ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์ ว่า วันที่ 26 มิ.ย. มีแผนจะเข้า รายงานตัวส.ส.ต่อสภา แต่วันที่ 25 มิ.ย. จะมีการปฐมนิเทศส.ส.ก่อน มีเรื่องการดูแลประชาชน ว่าอะไรที่เคยให้สัญญาไว้ ไปหาทางทำให้สำเร็จตามที่หาเสียงไว้ โดยจะประเมินเรื่องการเลือกตั้ง ดูจุดอ่อน จุดแข็ง ตรงไหนเป็นอย่างไร และเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติ ของการเป็นส.ส.ในนามพรรคภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวโน้มของพรรคภูมิใจไทย ในการโหวตประธานสภา นายอนุทินกล่าวว่า ต้องพูดคุยกันในวันที่ 25 มิ.ย. ทุกคนมีเอกสิทธิ์ แต่ก่อนไปลงมติ ต้องหารือกันก่อนว่าจะไปทางไหน จุดแข็งของเราคือความเป็นเอกภาพ ต้องรักษาไว้ต่อไป ต่อข้อถามว่าจะพูดคุยเรื่องการโหวตนายกฯ หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราเดินไปทีละขั้นตอน วันนี้ที่เรารอคอยคือเรื่องรับรองส.ส. ก็ผ่านไปแล้ว เทียบไปแล้วเร็วกว่าเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ถือว่ากระบวนการทุกอย่าง น่าจะขับเคลื่อนไปเร็วกว่าที่คาด เมื่อถามเรื่องการเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยต่อกระแสข่าวความไม่แน่นอนทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ต้องให้พรรคอันดับ 1 ตั้งก่อน เราได้แต่ให้กำลังใจ แต่การมีรัฐบาลเร็วเป็นเรื่องที่ดี การทำงานจะมีความต่อเนื่อง

‘เฉลิมชัย’ซัดสร.เพ้อเจ้อเติมเสียงรบ.
เวลา 12.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ข่าวที่ว่าพรรคเสรีรวมไทย(สร.) อ้างว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะไปเติมเสียงให้กับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เพ้อเจ้อ ไม่มีทางเป็นไปได้ อย่าเอาสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาพูด และพรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันทั้งนั้น เราให้เกียรติพรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง และไม่ได้ขัดขวางหรือสนับสนุน ตนก็ส่งกำลังใจไป

“อย่าลืมว่าการดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เราอยู่ในนิติรัฐ ถ้าคุณคิดว่าคุณ ไม่รับกฎหมาย ก็อยู่ประเทศไทยไม่ได้ แต่เชื่อว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีใครขัดขวาง หากคุณเรียกร้องประชาธิปไตย ก็อย่าทำตัวเป็นอันธพาลการเมือง” นายเฉลิมชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ว่ากลุ่มพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจะเสนอชื่อคนของพรรคเพื่อไทยชิงตำแหน่งประธานสภา นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้เป็นส.ส. ต่อข้อถามว่าหากจะมีการพูดคุยกันในพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ต้องสื่อสารผ่านเลขาธิการพรรคใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ยังไม่มีใครมาคุย เมื่อถามว่ายังรออยู่ใช่หรือไม่ นายเฉลิมชัย หัวเราะแล้วกล่าวว่า ไม่ได้รอ เพราะรู้จักหน้าที่ของตัวเองดี

ปัดล็อกตัวคนนั่งหน.-เลขาฯใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีผู้ที่สนใจลงสมัครเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค คนใหม่บ้างแล้วหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่เคยคุยกับใคร ที่เป็นข่าวออกไปว่ามีการทาบทามคนนั้นคนนี้ หรือมีการล็อกตัวคนนั้นคนนี้ บอกได้เลยว่าไม่จริง และ ไม่อยากให้ข่าวอย่างนี้ออกมา เพราะเหมือนกับจะไปทำร้ายพรรคอีก จึงไม่มีประโยชน์อะไร แต่สิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าทุกคนมีความเห็นตรงกัน คือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในพรรค ส่วนผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าและเลขาธิการพรรคนต่อไปต้องให้องค์ประชุม ในการประชุมใหญ่เป็นผู้กำหนด ซึ่งองค์ประชุมส่วนใหญ่เป็นส.ส. จึงต้องฟังส.ส.ว่าต้องการเห็นภาพพรรคเป็นอย่างไร เราต้องให้เกียรติกัน

“อย่าเพิ่งไปเดามั่ว เพราะถ้ากระแสข่าวออกจากภายนอกพรรค ผมบอกได้เลยว่าขอให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำงาน สร้างองค์กร สร้างพรรคอีกครั้ง ไม่มีประโยชน์ที่จะมาวิจารณ์เพราะเป็นองค์กรภายในของเรา สมมติว่าข่าวออกมาจากภายในของเรา ผมอยากฝากไปถึงคนภายในว่าหยุดทำร้ายพรรคเถอะ อย่าไปกลัวการเปลี่ยนแปลง วันนี้ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะเดินไปข้างหน้า ไม่มีใครทรยศพรรค หลักการและอุดมการณ์ของพรรคยังอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นการทำอะไรที่ทำให้พรรคเสียหาย เป็นการทำร้ายพรรค อย่าทำเลย”นายเฉลิมชัยกล่าว

ปชป.คอนเฟิร์มเลือกหน.9ก.ค.
เวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ชุดรักษาการ เพื่อเตรียมการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกก.บห.ชุดใหม่ โดยมีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค เป็นประธานการประชุม แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 ในวันที่ 9 ก.ค. เวลา 08.30 น. ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ เขตหลักสี่ กทม. พร้อมแต่งตั้ง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคดูแลกทม. ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการเตรียมการจัดการประชุม และให้ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรค เป็นประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งกก.บห. ชุดใหม่

สำหรับองค์ประชุมในการเลือก กก.บห.และหัวหน้าพรรคนั้นที่ประชุมได้กำหนดองค์ประชุมไว้ 374 คน ประกอบด้วย กก.บห. ชุดรักษาการ สมาชิกพรรคที่เป็นอดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค ส.ส.ชุดปัจจุบัน 25 คน สมาชิกพรรคที่เป็นรัฐมนตรี 2 คน อดีตรัฐมนตรี 19 คน อดีต ส.ส.ที่ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ 85 คน สมาชิกที่เป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายกอบจ.) ที่พรรคส่งลงสมัคร 1 คน สมาชิก อบจ. (ส.อบจ.) 1 คน สมาชิกพรรคจากต่างจังหวัดมีสาขาพรรค 20 คน ตัวแทนพรรคประจำจังหวัด 172 คน และอื่นๆ 20 คน

ยันยังไม่มีใครเปิดตัวชิงเก้าอี้
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการกำหนดให้ผู้ลงสมัครหัวหน้าพรรคแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ นาย ราเมศกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้กำหนดให้แสดงวิสัยทัศน์ ถึงแนวนโยบายและยุทธศาสตร์ในการนำพรรคไว้ทุกครั้ง กรณีมีผู้สมัครหัวหน้าพรรคหลายคน หากที่ประชุมเสนอชื่อสมัครเป็นหัวหน้าพรรคเพียงชื่อเดียว ก็มีการลงคะแนนตามปกติ โดยคะแนนที่ได้จะต้อง เกินกว่ากึ่งหนึ่งขององค์ประชุมในที่ประชุม ต่อข้อถามว่าขณะนี้มีผู้เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคกี่คนแล้ว นายราเมศกล่าว ยังไม่มี การเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เชื่อว่ามีการจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าจะสนับสนุนใครเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่

ต่อข้อถามว่าหัวหน้าพรรคต้องเป็น ส.ส. หรือไม่ นายรเมศกล่าวว่า ข้อบังคับพรรค ไม่ระบุไว้ว่าต้องเป็น ส.ส.เชื่อว่าสมาชิกพรรคต้องเลือกคนที่มีคุณสมบัติที่มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต และคำนึงถึงการนำพาพรรคในวันข้างหน้า

เมื่อถามว่านายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส. สงขลา เป็นหนึ่งใน 3 ของผู้ถูกร้องคัดค้านการเลือกตั้ง แต่มีชื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะมีผลต่อการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ นายราเมศกล่าวว่า ในส่วนของแคนดิเดตหัวหน้าพรรคยังไม่มีการพูดคุย แต่เมื่อเรื่องร้องเรียนยังไม่ยุติ นายเดชอิศม์ก็ยังเข้าสู่กระบวนการของพรรคได้

วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากนาย ศิริโชค โสภา อดีตส.ส.สงขลา โพสต์ข้อความว่า “วันนี้มากินงานเลี้ยงวันเกิด คุณติ้งต่าง พร้อม อดีตนายกรัฐมนตรี ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 2 ท่านครับ ก่อนกลับไปทำงานต่อ #iwillbeback” และมีรูปประกอบ เป็นรูปภาพหมู่ที่ตนเองถ่ายร่วมกับบุคลสำคัญของพรรค อาทิ นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สองอดีตหัวหน้าพรรค คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายเกียรติ สิทธีอมร นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.วทันยา บุนนาค หรือมาดามเดียร์ น.ส. อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีตส.ส.กทม. นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรค และ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์

‘สมชาย’จี้กกต.ส่งศาลชี้คดีหุ้น
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อปริศนาธรรมการเมืองเรื่องหุ้นไอทีวีว่า กกต.ควรเร่งสรุปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเป็นที่สุด และตรวจสอบคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ทำให้ไอทีวีฟื้นคืนชีพด้วยเหตุผล ดังนี้ 1.รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 82 วรรคท้ายระบุว่า “กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เห็นว่าสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา มีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย” ดังนั้น เมื่อกกต.รับรองสมาชิกภาพส.ส.แล้ว มีเหตุผู้ร้องเรียน และกกต.ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ควรเร่งพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98(3) ห้ามถือหุ้นสื่อ อันเป็นการขาดสมาชิกภาพส.ส.ตามมาตรา 101(6) และ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 หรือไม่ โดยยึดหลักเดียวกับการยื่นคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอ คำวินิจฉัยด้วย ส่วนแคนดิเดตผู้สมัครนายกฯ จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 หรือไม่ กกต.ควรร้องไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในคราวเดียวกัน จะเป็นประโยชน์การยื่นฟ้องเสียในคราวเดียวกัน

2.กกต.ควรตรวจสอบคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเรื่องที่ไอทีวีฟ้องสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีคำวินิจฉัยชี้ขาด วันที่ 14 ม.ค.2559 ที่ไอทีวีเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย และให้บริษัทกลับเข้าดำเนินการสถานีโทรทัศน์ ระบบยูเอชเอฟ โดยใช้คลื่นความถี่ และทรัพย์สินอุปกรณ์เครือข่ายเดิมต่อไป จนครบกำหนดระยะเวลาสัญญาอนุญาตที่อนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยว่า การบอก เลิกสัญญาอนุญาตของสำนักงานปลัดฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เรื่องนี้ และคำพิพากษาศาลปกครอง มีความสำคัญต้องพิจารณาว่า ไอทีวีชนะคดีจากสำนักปลัดฯ แล้ว และการขอให้เข้าดำเนินการ ในสถานีโทรทัศน์ยูเอชเอฟเดิมนั้น ทำให้ ไอทีวีที่มีวัตถุประสงค์สื่อชัดเจน และยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการได้รับชัยชนะใน คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการให้ ไอทีวีกลับเข้าดำเนินการในสถานีโทรทัศน์ ยูเอชเอฟ เดิมได้ จึงมีประเด็นข้อพิจารณาว่า ไอทีวีน่าจะยังเป็นผู้การประกอบกิจการ หรือเตรียมประกอบกิจการสื่อมวลชนที่ยังไม่ได้ยกเลิกใช่หรือไม่

วุฒิฯพร้อมร่วมรัฐพิธีเปิดสภา
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกวิปวุฒิสภา เปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดวันและเวลาประชุมวุฒิสภาในสมัยประชุมสามัญประจำปีของรัฐสภา ทุกวันจันทร์และวันอังคาร เวลา 09.30 น. โดยจะมอบหมายผู้แทนฝ่ายวุฒิสภานำไปหารือกับผู้แทนพรรคร่วมรัฐบาล ผู้แทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน และผู้แทนวุฒิสภา (วิป 3 ฝ่าย) ต่อไป

ผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แทนฝ่ายวุฒิสภาในการเข้าร่วมประชุมระหว่างประธานรัฐสภาและวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนางวรารัตน์ อติแพทย์ ส.ว.

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมสำหรับรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาโดยมอบหมายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแจ้งให้สมาชิกวุฒิสภาทราบต่อไปด้วย

‘ไปป์’ทำบุญเบิร์ธเดย์‘แม่ปู’
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร ไปป์-นายศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมญาติๆ คนสนิท และบุคคลที่เคยร่วมงาน อาทิ นายวรวัจน์ เอื้อ อภิญญกุล ส.ส.แพร่ เขต 2 พรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านพื้นที่กรุงเทพฯ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ และนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ เป็นตัวแทนร่วมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 56 ปี น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยนาย ศุภเสกข์นำคณะร่วมปล่อยปลามงคล 9 ชนิด จำนวน 59 ตัว ก่อนเข้าพระอุโบสถถวายสังฆทาน ผ้าไตร และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 59 รูป

เจ้าอาวาสได้นำอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์ผ่านนายศุภเสกข์เป็นการส่วนตัว ขณะที่พระราชวัชรสารบัณฑิต (เจ้าคุณประสาร) มจร. กล่าวอวยพรน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ขอให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ ขอให้มีอิสรภาพ ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำวันนี้เกื้อหนุนให้ได้รับแต่สิ่งที่เป็นมงคล ให้ได้รับสิ่งที่ประเสริฐ ให้ได้กลับประเทศไทยด้วยความสวัสดิภาพ และกลับมาพัฒนาบ้านเมือง ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

เบิร์ธเดย์ – โลกออนไลน์เผยแพร่ภาพแฟนคลับ HAPPY BIRTHDAY น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนบิลบอร์ดขนาดใหญ่สยามเซ็นเตอร์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 56 ปี เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.

แฟนคลับจัดเลี้ยง-‘แม้ว’มอบดอกไม้
ที่ร้าน Tales me more เขตจตุจักร กลุ่มแฟนคลับประมาณ 50 คน จัดงานเลี้ยงเล็กๆ อวยพรวันเกิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ภายใต้ธีม “แฮปปี้ยิ่งลักษณ์เดย์ รักเราไม่มีแผ่ว” ภายในงานตกแต่งด้วยลูกโป่งสีรุ้ง สแตนดี้ และธงแบนเนอร์รูปน.ส.ยิ่งลักษณ์ เสิร์ฟน้ำด้วยแก้วที่ติด cup sleeve และแจกพร็อพเป็นพัดรูปน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้วิดีโอคอลเข้ามาในงานเพื่อพูดคุย และขอบคุณแฟนคลับ พร้อมส่งรูปภาพที่มี QR Code มอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้แฟนคลับ เมื่อสแกน QR code จะมีเสียงน.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า “รักแล้วต้องรักเลย อย่าแผ่วนะคะ หวังว่าสักวันหนึ่งเราคงจะได้เจอกันนะคะ รักและคิดถึงเสมอค่ะ”

นายศุภเสกข์ บุตรชายน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วยการมาปรากฏตัวในงาน และเป็นตัวแทนคุณแม่กล่าวขอบคุณแฟนเพจที่จัดงานวันเกิดครั้งนี้ บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น สนุกสนาน ร่วมกันร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ พร้อมเป่าเค้กวันเกิดร่วมกันระหว่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ และแฟนคลับด้วย

ต่อมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ โฟสต์เฟซบุ๊ก พร้อมรูปคู่นายทักษิณ ชินวัตร ระบุว่า ขอบคุณ พี่ชายที่อยู่กับน้องในวันเกิดปีนี้ พร้อม ช่อดอกไม้และของขวัญมาให้น้องสาว ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่พี่กรุณาน้องสาว คนนี้ตลอดมา ขอให้พี่โชคดีและได้อยู่ พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวโดยเร็ว

ทร.หึ่ง-ปูดนายพลช.รับค่าคอมฯ
จากกรณีเพจ CSI LA โพสต์ข้อความว่า คนในกองทัพเรือรู้สึกไม่สบายใจที่มีนายพล ช. เรียกเงินจากบริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด ของมาดามรถถัง 15% และเรียกให้บริษัท Rv Connex ดูแลตอนไปเบอร์ลิน รวมทั้งบังคับให้แก้สัญญาอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ โครงการใหญ่ในกองทัพเรือ เพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างของพวกพ้องตัวเอง สุดท้ายประชาชนผู้จ่ายภาษีต้องมาแบกรับค่ายุทโธปกรณ์ที่ถูกบังคับลดสเป๊กและแพง กว่าความเป็นจริง ตอบข้อสงสัยที่ว่า ทำไมกองทัพถึงเน้นซื้อรถถังจากต่างประเทศ ทั้งๆ ที่ในประเทศมีสเป๊กดีกว่าและราคาถูกกว่าหลายเท่า #ส่วนต่างนั้นหอมหวาน

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นางนพรัตน์ กุลหิรัญ หรือมาดามรถถัง ผู้ก่อตั้งบริษัท ชัยเสรีฯ ผลิตชิ้นส่วนและรถหุ้มเกราะ ให้แก่กองทัพไทยและกองทัพต่างประเทศ อยู่ระหว่างการพักฟื้นตัวหลังได้รับการผ่าตัด ระบุว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ต้องเข้าใจว่าบริษัทชัยเสรีฯ ทำงานให้กับกองทัพมาตั้งแต่พ.ศ.2511 ทำเรื่องยุทโธปกรณ์อย่างเดียวของ 3 เหล่าทัพมาโดยตลอด อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ แต่รายได้ของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการส่งขาย ต่างประเทศมากกว่าภายในประเทศ หรือถ้ามีก็น้อยมากซึ่งของเราส่วนใหญ่เป็นงานซ่อม

“บริษัทของเรามีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะของไทยเป็นของที่มีคุณภาพ เราก็อยากจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศไทยเยอะๆ ในส่วนของกองทัพเรือบริษัทชัยเสรีฯ เคยรับซ่อมรถให้ ซึ่งกองทัพเรือซื้อรถใหม่ๆ บริษัทชัยเสรีฯ ไม่ได้เป็นเอเยนต์ไทย เราเป็นโรงงานที่ผลิตเอง ไม่ได้ผลิตอะไรเยอะแยะ แต่ของที่ผลิตในประเทศและขายในประเทศในราคาที่ถูกมาก รถแต่ละคันขายในราคา 10 กว่าล้านบาท อย่างรถหุ้มเกราะเราทำของใหม่ขายในราคา 15 ล้าน เราพยายามทำของที่ดีที่สุดขายให้กับประเทศไทย เราก็อยากให้สนับสนุนซื้อ เพราะทุกวันนี้ขายได้น้อยมาก ที่ขณะโรงงานกำลังรถหุ้มเกราะ 8×8 ไม่แน่ใจว่าให้กองทัพเรือหรือกระทรวงกลาโหม แต่เห็นในโรงงานกำลังทำอยู่ เพียงแต่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเลยไม่ได้เข้าไปดูและติดตาม” นางนพรัตน์กล่าว

ด้าน พล.ร.ต.ปกครอง มนธาตุผลิน กล่าวว่า ยังไม่ทราบประเด็นดังกล่าว ขอไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน