หากิน‘ต่างด้าว’มอบตัว-ปฏิเสธ
สั่งเด้ง 2 ตำรวจนนทบุรีรีดส่วยร้านกล้วยทอดเข้าประจำ ศปก.ตร. หลังเจ้าของร้านแจ้งจับชายฉกรรจ์ 4 คนอ้างเป็นตำรวจขับรถไปเก็บเงินค่าสติ๊กเกอร์ดูแลแรงงานต่างด้าวเดือนละ 3 พัน รองผู้การตำรวจนนท์ยอมรับเป็นตำรวจจริง ยศส.ต.ท. และ ส.ต.อ. เข้ามอบตัวแล้ว ส่วนอีก 2 คนเป็นพลเรือนยังหลบหนี สอบ 2 ตำรวจปฏิเสธ โดนแจ้ง 2 ข้อหาฐานเรียกรับผลประโยชน์และละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ระบุหากสอบพบผิดจริงต้องให้ออกจากราชการ
จากกรณีน.ส.อติกานต์ พุ่มเหล็ก อายุ 46 ปี แม่ค้าขายกล้วยทอด ซึ่งเปิดร้านขายอยู่ที่ หมู่ 13 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเรียกเก็บเงินค่าสติ๊กเกอร์ดูแลแรงงานต่างด้าวในร้านเป็นเงิน 3,500 บาทต่อเดือน ต่อมาพี่ชายเจ้าของร้านถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานและนำเผยแพร่ลงโซเชี่ยลนั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. น.ส.อติกานต์ เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.บางแม่นาง แล้วเมื่อคืนนี้ เนื่องจากยังกังวลใจกับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่มาเรียกเก็บเงินค่าสติ๊กเกอร์ ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทร.มาแจ้งให้ตนพาลูกน้องคนงานต่างด้าวเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวนำภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งที่มีลักษณะใกล้เคียงกับชายคนขับรถกระบะในกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ลดกระจกรถมาขอเก็บเงินค่าส่วยสติ๊กเกอร์ ให้น.ส.อติกานต์ดูเพื่อยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้เป็นคนเดียวกับที่มาเรียกเก็บเงินค่าสติ๊กเกอร์หรือไม่ เมื่อน.ส.อติกานต์เห็นภาพเปรียบเทียบกันแล้ว ก็ยืนยันว่าเป็นภาพคนเดียวกันจริง
น.ส.อติกานต์กล่าวว่า หลังนำรูปมาเปรียบเทียบกันแล้วพบว่าเป็นคนเดียวกัน ตนไม่รู้สึกแปลกใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง เพราะคนธรรมดาทั่วไปคงไม่มีใครกล้าทำพฤติกรรมแบบนี้ นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้พบว่าปัจจุบันเป็นตำรวจยศ ส.ต.ท.สังกัด ผบ.หมู่กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ส่วนการตรวจสอบสติ๊กเกอร์รูปสิงโตที่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวนำมาฝากให้ลูกจ้างของร้านขายกล้วยทอด ก่อนจะตามมาเรียกเก็บเงิน 3,500 บาทนั้น ที่ด้านหลังสติ๊กเกอร์เขียนว่า เดือนมิ.ย.พร้อมลายเซ็นซึ่งตรงกับลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายนี้อีกด้วย
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สองนาย สังกัดผบ.หมู่กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวกับพ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
หลังจากเข้ามอบตัว ตำรวจทั้งสองนายกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้มามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครกดดันให้มามอบตัว และผู้บังคับบัญชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และขอปฏิเสธว่าไม่ได้เรียกรับส่วยตามที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี

ส่วย – ส.ต.ท.จีรวัฒน์ ม่วงหีต และส.ต.อ.สังสรรค์ ศรีเกตุ สังกัดกก.สส.ภ.จ.นนทบุรี เข้ามอบตัวคดีถูกร้องร่วมกับพวกอีก 2 คน เรียกเก็บส่วยแรงงานต่างด้าวจากร้านขายกล้วยทอด ที่สภ.บางแม่นาง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.
ด้านพ.ต.อ.สมพลกล่าวว่า เบื้องต้นขอสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายก่อน โดยได้รับการติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ส่วนบุคคลที่ร่วมนั่งรถไปด้วยอีก 2 คนนั้นเป็นพลเรือน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งยังไม่ได้รับการติดต่อมา โดยคดีนี้ยังไม่พบว่ามีผู้เสียหายรายอื่นเพิ่มเติม มีเพียงแม่ค้าขายกล้วยทอดเพียงรายเดียวที่เข้าแจ้งความดำเนินคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายได้รับมอบหมายทำงานหลายส่วน ทั้งทำงานในชุดสืบสวนและปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตามคดีนี้รองผบ.ตร.สั่งกำชับมาให้ตรวจสอบทำความจริงให้ปรากฏ โดยเฉพาะจากหลักฐานที่เห็นในคลิปก็มีน้ำหนักพอสมควร หลังจากนี้ต้องขอสอบสวนหารายละเอียดให้ครบทุกเรื่อง รวมทั้งต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทางภ.จว.นนทบุรี ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องที่เกิดขึ้น แต่จำเป็นต้องใช้เวลาในการสอบปากคำเกี่ยวรายละเอียดที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ทั้งหมดก่อน หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงตามคลิปที่ปรากฏก็พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจทั้งสองนายต่อไป
ต่อมาเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.สมพลให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดภูธรจังหวัดนนทบุรีจริง คือ ส.ต.ท.จีรวัฒน์ ม่วงหีต ผบ.หมู่กองร้อยควบคุมฝูงชน กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี 2 และส.ต.อ.สังสรรค์ ศรีเกตุ ผบ.หมู่กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ซึ่งในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายให้การว่า เดินทางไปยังร้านดังกล่าวจริง เนื่องจากได้รับรายงานจากสายข่าวว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงใช้รถกระบะคันดังกล่าวซึ่งมีเพียงแค่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเดินทางไปตรวจสอบ ไม่ได้มี 4 คนตามที่ผู้เสียหายแจ้งความหรือเข้าใจผิด แต่ภายในรถได้แขวนเสื้อคลุมเอาไว้ด้วย ประกอบกับรถติดฟิล์มทึบ ทำให้มองผิดพลาด เห็นเป็นคน 4 คนในรถ
พ.ต.อ.สมพลกล่าวต่อว่า จากนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีจะสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายให้ไปประจำที่ศปก.ตร.ก่อน ในระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง หากตรวจสอบพบว่ามีการเกี่ยวข้องกับประเด็นที่เกิดขึ้นจริง ก็จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เป็น ขั้นตอนลำดับถัดไป ขณะนี้อยู่ในขั้นระหว่างการสอบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินกับข้อมูลในโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ทั้งสองนาย ว่ามีการเรียกรับเงินมาจริงหรือไม่ หรือมีการเก็บส่วยตามที่ถูกกล่าวหาจริงไหม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เรียกเก็บเงินจากแม่ค้าร้านกล้วยทอด
“ส่วนเรื่องสติ๊กเกอร์ที่มีลายเซ็นด้านหลังนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นลายเซ็นของผู้ใดเนื่องจากอยู่ในขั้นกระบวนการในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนผู้เสียหายจะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป ทั้งประเด็นเรื่องของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ซึ่งมีจำนวนมาก ต่อไปจะไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้องใดๆ อีก เบื้องต้นจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายแล้ว ได้แจ้งข้อหาตามมาตรา 148 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น มีโทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่ 100,000 บาท หรือประหารชีวิต และมาตรา 157 ผู้ใดเป็น เจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” พ.ต.อ.สมพล กล่าว