9หน่วยรุมรีดต่างด้าวต้องจ่ายเดือนละ6พัน
สภ.บางบัวทองโต้ ไม่มีเร่งล่าคนแอบอ้างตร.
โผล่อีกส่วยหมึกบด จ่ายเดือนละ 6 พัน แลกสติ๊กเกอร์เป็ด-ไก่ ไว้กันโดนจับ พ่อค้าเวียดนามโอด โดนรีดจนแห้ง มี 9 หน่วยตามเก็บ ส่วนพ่อค้าถั่วจ่ายค่าสติ๊กเกอร์เสือโคร่ง-เสือดำใบละพัน เพราะเป็นต่างชาติเลยจำใจต้องจ่าย สภ.บางบัวทองยันไม่เคยเห็นในพื้นที่ คาดแอบอ้างตำรวจไปรีดไถ เร่งล่าตัว ผู้ก่อเหตุ
วันที่ 21 มิ.ย. โลกออนไลน์เผยแพร่คลิปพ่อค้าขายปลาหมึกบด ชาวเวียดนาม ขณะขายปลาหมึกบดบนรถ จยย.แบบพ่วงข้าง แล้วพูดคุยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้ามาขายเป็นพ่อค้าปลาหมึกในประเทศไทยเกี่ยวกับส่วยสติ๊กเกอร์ว่า เพิ่งมาเป็นพ่อค้าขายปลาหมึกบดได้ประมาณ 1 ปี ต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน เพื่อแลกกับสติ๊กเกอร์รูปเป็ดกับไก่ ใช้แสดงตัวตนว่าได้จ่ายเงินให้กับ เจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการคุ้มครองดูแลประกอบอาชีพโดยไม่ถูกจับกุม
พ่อค้าปลาหมึกบดชาวเวียดนาม เปิดเผยอีกว่า จ่ายเงินค่าสติ๊กเกอร์มาแล้วประมาณ 7-8 เดือนแล้ว ตอนแรกๆที่มาก็ไม่รู้ว่า เจ้าหน้าที่หน่วยไหนเป็นใครบ้าง ซึ่งตนก็พร้อมยินดีที่จะจ่ายเงินในจุดนี้เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุม ทำให้ทุกวันนี้ต้องขายปลาหมึกบดให้มีรายได้อย่างน้อยวันละประมาณ 1,000 บาท ถ้าขายไม่ได้ก็ตาย เพราะในแต่ละเดือนต้องจ่ายให้หน่วยงานประมาณ 8-9 หน่วย ตกเดือนละเกือบ 6,000 บาทแล้ว ถ้าหน่วยไหนมาจับเป็นครั้งแรกก็จะมีค่าน้ำส่วนต่างเพิ่มอีก แล้วแต่ที่เขาจะเรียกเอา หรือมีเท่าไหร่เขาก็เอา บางทีก็ 3-4 พันแล้วแต่ว่าเป็นหน่วยไหนหลังจากนั้นก็จะต้องจ่ายรายเดือนให้เขาอีกตกเดือนละประมาณ 500 บาท
พ่อค้าปลาหมึกกล่าวต่อว่า ตอนแรกๆ ที่มาก็ไม่รู้ว่าหน่วยไหนเป็นหน่วยไหนบ้าง ก็ต้องให้เขาจับไปก่อนถึงจะรู้ ตอนนี้มีสติ๊กเกอร์ทั้งหมด 5 ใบแล้ว แต่วันนี้พกมาแค่ 2 ใบ บางหน่วยที่จ่ายเงินไปแล้วเขายังไม่ให้สติ๊กเกอร์มาก็มี หน่วยที่จ่ายก็มีทั้งตำรวจระดับกองบัญชาการ กองบังคับการ โรงพักในพื้นที่ และก็มีอีก 2-3 หน่วย จำไม่ได้ว่าชื่ออะไรบ้างมันเยอะ ทุกวันนี้ต้องขายจนถึงตี 2-3 รู้สึกเหนื่อย บางวันที่ขายไม่ดีก็จะทำให้ได้กำไรน้อย การขายปลาหมึกต้นทุนมันสูง ซื้อมา 1 พันบาทขายได้กำไร 300 บาทเอง หักค่ากินข้าวค่าน้ำก็เหลือไม่เท่าไหร่ ทุกวันนี้เหมือนโดนบังคับเพราะถ้าไม่จ่าย เขาก็จับ และจะถูกปรับเป็นเงินเยอะ จึงต้องยอมจ่ายไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้

ส่วยหมึกบด – สติ๊กเกอร์รูปไก่และเป็ด สัญลักษณ์เรียกเก็บส่วยจากกลุ่มชาวต่างชาติเร่ขายปลาหมึกย่างบด แลกกับการคุ้มครองประกอบอาชีพ และไม่ถูกจับดำเนินคดีในพื้นที่จ.นนทบุรี โดยบางรายต้องจ่ายเจ้าหน้าที่ 8-9 หน่วยงาน
พ่อค้าปลาหมึกบดกล่าวอีกว่า ตนมาอาศัยอยู่กับแฟน 2 คนที่ประเทศไทย ต้องทำงานหาเงินส่งให้แม่ของตนเพื่อเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน ที่อยู่ทางโน้น เท่ากับตนต้องหางินเลี้ยงคน 5 คน บางทีแฟนก็ทำงานได้เงินมาบ้าง ทำให้ในแต่ละเดือนต้องหาเงินให้ได้ประมาณ 20,000 บาท ถ้าน้อยกว่านี้จะอยู่ไม่ได้ เพราะต้องจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ และค่าไฟ ค่าตำรวจอีก ซึ่งตนกับเพื่อนอีก 3 คนที่สนิทกันทำอาชีพขายปลาหมึกแบบนี้ ก็ต้องจ่ายเงินซื้อสติ๊กเกอร์คุ้มครองเหมือนกัน โดยพวกตนก็จะตระเวนขายปลาหมึกบดแถวบางใหญ่ บางบัวทองเท่านั้น ไม่ออกนอกพื้นที่เพราะ ถ้าออกไปนอกพื้นที่แล้วไปเจอตำรวจหน่วยอื่นอีก ก็จะซวยต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก ทุกวันนี้ไม่ไหวก็ต้องไหว เพราะชีวิตมันต้องสู้ ที่ต้องอดทนมาขายของที่นี่เพราะที่ประเทศตนตอนกลางคืนจะไม่มีคนออกมากินอาหาร ดื่มเหล้าได้ดึกแบบนี้ และร้านคาราโอเกะที่บ้านตนเขาก็ไม่ให้เข้าไปขาย
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแจ้งว่ามีพ่อค้าที่ เป็นพวกแขก เร่ขายถั่ว ก็พบว่ามีสติ๊กเกอร์รูปเสือโคร่งและสติ๊กเกอร์รูปเสือดำแปะไว้หลังโทรศัพท์มือถืออีก 2 ใบ เช่นกัน โดยแขก ขายถั่วแจ้งว่าต้องจ่ายเงิน 1 พันบาทต่อสติ๊กเกอร์ของ 1 หน่วยงาน กรณีแบบนี้หมายความว่า ชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย อาจเข้ามาแบบผิดกฎหมาย หรือมาประกอบอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต จะถูกเรียกเก็บเงินที่เรียกว่าส่วยแลกกับการประกอบอาชีพในประเทศไทยได้
ขณะที่พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทาง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ กลุ่มคนที่นำสติ๊กเกอร์ไปแอบอ้างเรียกเก็บเงิน จากแรงงานต่างด้าวเป็นบุคคลกลุ่มใด ขอยืนยันว่า ไม่เคยพบเห็นหรือทราบเรื่องสติ๊กเกอร์ดังกล่าวมาก่อนและทางโรงพัก สภ.บางบัวทอง ไม่ได้เรียกเก็บเงินจากแรงงานต่างด้าว แต่หากไปพบว่ามีแรงงานต่างด้าวไปกระทำผิดตามที่กฎหมายห้ามเอาไว้ หรือลักลอบประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการเองแบบนี้ทำไม่ได้ เพราะกฎหมายระบุให้แรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยสามารถประกอบอาชีพได้เพียงอย่างเดียวคือการใช้แรงงาน และถ้าไปประกอบกิจการเองก็จะถือว่าผิดกฎหมายเป็นต่างด้าวแอบลักลอบเข้ามาทำอาชีพสงวนสำหรับคนไทย และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังจากนี้ สภ.บางบัวทองจะลงพื้นที่กวาดล้างส่วยสติ๊กเกอร์ดังกล่าวต่อไป
“ผมไม่เคยเห็นสติ๊กเกอร์ดังกล่าวมาก่อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้เป็นคนทำสติ๊กเกอร์แต่อย่างใด” ผกก.สภ.บางบัวทองกล่าว