พท.-ก้าวไกลนัดแล้วสรุปปธ.สภา28มิย.
เคาะโหวต4กรกฎาเลือก‘ท่านประธาน’
เคาะวันแล้ว 4 ก.ค. โหวตเลือกประธานสภา เพื่อไทย-ก้าวไกลนัด28 มิ.ย.ถกหาข้อสรุปวางตัวท่านประธาน-รองประธาน ‘ชวน’ มองปมแย่งเก้าอี้ เหตุพรรคอันดับ 1-2 อยู่ขั้วเดียวกัน ‘รมว.เฮ้ง’ การันตี รทสช.มีมารยาท ไม่เสนอใครชิง ‘คำนูณ’ จวกก้าวไกลตั้งแท่นเสนอแก้มาตรา 112 ‘เศรษฐา’ ฟาดกลับ‘ส.เสี้ยม’ หลัง‘ส.ว.วันชัย’ขย่มฝั่ง 312 จะแพ้โหวตนายกฯ คุยมีคนจะทำให้ฝ่ายแพ้กลับมาชนะแบบเด็ดขาด ‘เสรี’ ซัดก้าวไกลปั่นราคาส.ว.หนุน ‘พิธา’ ยันคนที่เอ่ยชื่อถอยแล้ว ‘พีระศักดิ์’ เผยวุฒิฯ เสียงยังแตก แต่ ตัวเองยังยกมือให้ ‘พิธา’ ‘อนุทิน’ ปัดไม่รู้ข่าวลือชง ‘บิ๊กป้อม’ แข่งนายกฯ ให้เลิกจ้องภท.เป็นตัวแปรตั้งรัฐบาล
4 ก.ค.ประชุมนัดแรก-เลือกปธ.สภา
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้รายงานตัวส.ส.ชุดที่ 26 เป็นวันที่สี่ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ตลอดทั้งวันมีส.ส.มารายงานตัวเพียง 14 คน รวม 4 วัน ตั้งแต่ 20-23 มิ.ย. มีส.ส.มารายงานตัวแล้วทั้งสิ้น 257 คน ยังคงเหลือส.ส.ที่ยังไม่มารายงานตัวอีก 243 คน สำนักงานเลขาธิการสภา เปิดให้ส.ส.มารายงานตัวในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น. ด้วย
มีรายงานว่า บรรดาส.ส.ได้รับแจ้งเบื้องต้นให้เตรียมพร้อมเข้าร่วมรัฐพิธีเปิดประชุมสภาในวันที่ 3 ก.ค. และประชุมสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 4 ก.ค.นี้
‘ชวน’ไขปมแย่งตำแหน่ง
ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกประธานสภาที่ยังไม่ลงตัวระหว่างพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า คงไม่น่ามีปัญหา เพราะอาจเป็นประสบการณ์ที่บางฝ่ายอาจจะไม่เคย โดยทั่วไปแล้วพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก มักได้ตำแหน่งประธานสภา และนายกฯ ที่ผ่านมาพรรคที่มีเสียงมากกับเสียงรองลงมาจะเป็นคนละฝ่ายกัน จึงไม่ค่อยมีปัญหา แต่ครั้งนี้พรรคที่มีคะแนนลำดับ 1 และลำดับ 2 ได้จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน ทำให้เกิดปัญหาที่ต่างฝ่ายต่างต้องการที่จะเป็นประธานสภา แต่ความวิตกกังวลว่าใครมาเป็นประธานสภา แล้วจะได้เปรียบในการเสนอกฎหมายหรือญัตติมันไม่มีผล เพราะประธานสภาต้องเป็น กลาง กฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนไว้เช่นนั้น
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา 55 ปี ของตนที่ได้เห็นทั่วไป ไม่ว่าประธานจะมาจากที่ไหน จะเป็นกลาง อาจจะมี 1-2 รายที่เคยมีปัญหา เนื่องจากรัฐบาลสั่งให้ทำอะไรที่ไม่ค่อยถูกต้อง แต่เดี๋ยวนี้ตนไม่ค่อยเห็นว่าจะทำได้ แม้แต่การที่เอากฎหมายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขึ้นมาพิจารณาก่อนก็ทำไม่ได้ ยกเว้นเป็นมติของที่ประชุมสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สังคมถกเถียงกันว่าประธานสภาควรเป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์การทำงาน นายชวนกล่าวว่า ใครก็ตามที่เข้ามาต้องช่วยกัน สมาชิกต้องให้ความร่วมมือกับประธาน ให้สามารถทำงานไปได้ เพราะเหนือสิ่งอื่นใดคือการรักษาระบบของฝ่ายนิติบัญญัติให้เข้มแข็ง ดำเนินงานไปได้ ฉะนั้นไม่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่หรือรุ่นเก่า ตนคิดว่าทุกฝ่ายคงจะให้ความร่วมมือ
นายชวน กล่าวถึงสเป๊กหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ว่า ยังก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคมีโอกาสกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปพูดเลย ต้องรอให้คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ประชุมก่อน ซึ่งเขาได้นัดประชุมกันแล้ว เมื่อถามว่า มองว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องมีการเปลี่ยนอย่างไรบ้าง นายชวนกล่าวว่า ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปบ้างแล้ว

รายงานตัว – นายชวน หลีกภัย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น และนายจิราวุฒิ สิงห์โตทอง ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ทักทายกันหลังรายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.
‘เฮ้ง’ยันรทสช.ไม่ชิงเก้าอี้
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าทำงานการเมืองของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า เรามีผู้แทน 36 คน ถือว่าไม่น้อย ต้องทำพรรคให้แข็งแรงต่อไป ต่อข้อถามถึงแนวทางการโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสุชาติกล่าวว่า เรารอดูความชัดเจนว่าพรรคไหนจะเสนอประธานท่านไหน ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติมีความสามัคคีต้องหารือกันภายในพรรค เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะตำแหน่งประธานสภา เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นจุดสตาร์ตในการเริ่มประชุมสภา
ส่วนการชิงเก้าอี้ประธานสภาระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย นายสุชาติกล่าวว่า ต้องไปถามเขา แต่จากประสบการณ์คิดว่า ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติสำคัญมาก ผู้แทน 500 คน ใครจะมาเป็นประมุขก็ต้องเหมาะสม ต้องเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป และส.ส. 500 คน ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับคะแนนโหวต
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะเสนอชื่อประธานสภาแข่งด้วยหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติคงมีมารยาทพอ คงไม่ถึงขนาดนั้น ต่อข้อถามว่า นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีความเหมาะสมเป็นประธานสภาหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ส่วนตัวรู้จักกัน จังหวัดติดกัน ท่านมีคุณวุฒิ วัยวุฒิสูง เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ตนพูดในนามส่วนตัว ก็ต้องยอมรับท่าน เพราะตนเข้ามาเป็นผู้แทนหลังท่าน
สูตรรัฐบาล 3 พรรคแค่กระแส
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการร่วมมือกันของพรรคอีกฝ่ายเพื่อผลักดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นนายกฯ นายสุชาติกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการตั้งรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญใครที่รวมเสียงได้มากกว่าเป็นรัฐบาล ส่วนใครจะรวมใครตนไม่ได้อยู่ในวง ซึ่งหลายสูตรเป็นสมการได้หมด เราอยู่ในรัฐธรรมนูญเดียวกันต้องยึดมั่นกฎหมายมากกว่า
ต่อข้อถามว่า พรรคซีก 181 เสียง อาจรวมเสียง ส.ว. 200 เสียง พลิกมาชนะ มองว่าเป็นไปได้หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า สูตรการตั้งรัฐบาลมีหลายสูตรอยู่ที่จะออกแบบอย่างไร ตนไม่กล้าพูดขนาดนั้น ต้องให้พรรคที่ตั้งกันอยู่ตั้งให้ได้ก่อน ผู้สื่อข่าวถามถึงสูตรการตั้งรัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับพล.อ.ประวิตร วางมือทางการเมือง แล้วพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย ร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาล นายสุชาติกล่าวว่า การคิดสูตรต่างๆ ขึ้นอยู่กับรวมใครได้มากกว่าก็ตั้งรัฐบาล ซึ่งสูตรต่างๆ เป็นแค่กระแส แต่ความจริงไม่ใช่ เราต้องดูปัจจุบัน
เมื่อถามว่า หากโหวตเลือกนายกฯ จะสนับสนุนพล.อ.ประวิตร หรือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายสุชาติกล่าวว่า ตนจะไปโหวตนายพิธาได้อย่างไร อยู่คนละมุมกันแบบสุดโต่ง เราต้องยอมรับคนมาใช้สิทธิ 40 ล้านคน จะให้ตนไปอยู่ซีก 14 ล้านคนคงจะไม่ใช่ คนอีก 27 ล้านคน จะไม่โกรธตนหรือ เพราะตนอยู่ใน 27 ล้านคน
ขั้วเดิมรอจังหวะนัดถก
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงแนวทางการโหวตเลือกประธานสภาของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมว่า เท่าที่ทราบยังไม่ได้นัดพูดคุยกัน ยังมีเวลา ถ้ามีจังหวะเวลาที่เหมาะสมน่าจะมีการคุยกันว่าแต่ละพรรคมองอย่างไร เข้าใจว่าผู้ใหญ่ของแต่ละพรรคน่าจะพูดคุยกันนอกรอบบ้างแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติต้องมีการประชุมหารือภายในพรรคก่อนว่าจะมีมติอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการโหวตเลือกประธานสภาหรือโหวตเลือกนายกฯ จะต้องเป็นมติพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีแนวคิดที่จะส่งชิงประธานสภาหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ต้องคุยกันภายในพรรคก่อน ต่อข้อถามว่า หากสถานการณ์ส่งผลให้พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันมีโอกาสส่งชื่อชิงประธานสภา มองว่าจะส่งในนามพรรคร่วมรัฐบาลเพียงคนเดียวหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า แต่ละพรรคมีสิทธิเสนอ แต่ทางที่ดีในเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน ถ้าเราคุยกันได้แล้วเสนอไปหนึ่งคนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องคุยกันก่อน
เมื่อถามว่า หากพรรครวมไทยสร้างชาติมีโอกาสเสนอชื่อประธานสภา มองไว้บ้างหรือยังใครที่เหมาะสม นายธนกรกล่าวว่า ถ้าพูดถึงความเหมาะสม ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติ หลายคนมีความรู้ความสามารถและเป็นส.ส.ที่มีความอาวุโส เช่น นายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าพรรค และนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค ที่มีประสบการณ์มากและเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง แต่พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคขนาดเล็กมีเสียงแค่ 36 เสียง เราต้องประมาณตนทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้ ยกเว้นว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมีการพูดคุยกันนอกรอบและตกลงร่วมกันก็เป็นไปได้
‘หนู’ไม่รู้ลือชง‘ป้อม’แข่งนายกฯ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะเตรียมเสนอชื่อพล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯ ว่า ไม่ทราบ ไม่ได้คุยกับบรรดาหัวหน้าพรรคเลย และเป็นเรื่องที่ยังไม่ถึงเวลาคุย คงไปพบกันอีกทีในสภาในวันเปิดประชุมสภา 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางการโหวตเลือกประธานสภา นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ไปรับหนังสือรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 24 มิ.ย.ก่อน จากนั้นวันที่ 25 มิ.ย.จะประชุมปฐมนิเทศส.ส.ที่พรรค ก่อนไปรายงานตัวที่สภาในวันที่ 26 มิ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอาจเสนอชื่อบุคคลในพรรคเพื่อไทยแข่งกับพรรคก้าวไกล นายอนุทินกล่าวว่า มีด้วยหรือ ตนไม่ได้รับการประสานอะไรทั้งสิ้น ต่อข้อถามว่ามองว่าตำแหน่งประธานสภาควรเป็นผู้อาวุโส หรือเป็นคนรุ่นใหม่ที่รู้กฎหมาย นายอนุทินกล่าวว่า ขอดูแคนดิเดต ก่อน เพราะยังไม่ทราบว่ามีใครเป็นแคนดิเดต บ้าง และตามมารยาทก็ไม่ได้มองใครในพรรคเรา
ปัดภท.ยังเป็นตัวแปรตั้งรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคภูมิใจไทยถูกจับจ้องว่าอาจเป็นพรรคตัวแปร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องจ้อง พรรคทำตามที่พูดมาตลอดว่าเราเคารพและทำตามมารยาทที่ดีทางการเมือง ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการเชิญพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วม เพื่อไปเติมเสียงรัฐบาลจะทำอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่มี และจะมีได้อย่างไรในเมื่อหลังการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุว่ายังไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้พรรคภูมิใจไทย และสถานการณ์ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ต่อข้อถามว่าแล้วกระแสข่าวที่ระบุว่าแกนนำพรรคก้าวไกลมีการไปพูดคุยกับนายเนวิน ชิดชอบ ออกมาได้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไปถามคนที่พูด เวลานี้อย่าเพิ่งไปคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่าในอนาคตเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การเมืองอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนที่เลือกและไม่เลือก พรรคถือเป็นสิ่งที่จะพิจารณาให้เป็นไปในแนวทางนั้น เราทำมาตลอดไม่ใช่เพิ่งมาทำ ทำมาแล้ว ทำอยู่ และทำต่อไป
เมื่อถามว่ามองสถานการณ์การเมืองช่วงต้นเดือนก.ค.และส.ค.นี้อย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างให้เป็นไปตามปฏิทิน ผู้สื่อข่าวถามว่าเส้นทางจัดรัฐบาลจะสดใสหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การเลือกตั้งปัจจุบันทุกอย่างเป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น จึงต้องชื่นชมกกต. เมื่อถามว่าได้เตรียมเก็บของใช้ส่วนตัวบ้างหรือยัง กล่าวว่า ไม่มี มีแต่ไม้จิ้มฟัน อย่างอื่นไม่มี เป็นของหลวงหมด
ปธ.เชื่อสองพรรคหาข้อสรุปได้
นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม (ปธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตามกำหนดการเรื่องประธานสภาต้องปล่อยให้ 2 พรรคใหญ่พูดคุยกัน ส่วนตัวไม่ได้หวั่นใจ เพราะอย่างไรพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยต้องตกลงกันให้ได้อยู่แล้ว การเมืองครั้งใหม่ของเราจะสามารถพลิกโฉมการเมืองไทยให้ได้ ตนเชื่อมั่นว่า 14 ล้านเสียงที่มอบให้พรรคก้าวไกล หากรวมจริงๆ 8 พรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้เป็น 72 เปอร์เซ็นต์ของประชาชนที่ ออกมาเลือกตั้ง ฉะนั้น 72 เปอร์เซ็นต์นี้อยู่กับ 8 พรรคเรียบร้อยแล้ว ไม่น่ากังวลอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดมติพรรคเป็นธรรมขับ 2 สมาชิกพรรคออก ได้คุยถึงเหตุผลกันหรือไม่ นายกัณวีร์กล่าวว่า ไม่ใช่การขับออก แค่ออกจากตำแหน่งเท่านั้น ยังเป็นสมาชิกพรรค นายฮากิม-ยามารุดดิน อดีตรองเลขาธิการพรรคยังคงเป็นกรรมการบริหารพรรคอยู่ ที่ออกไปช่วงนั้นเพราะมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม
ส่วนสถานการณ์วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่มีการเปิดตัวขบวนนักศึกษาแห่งชาติที่ม.อ.ปัตตานี ไม่ใช่การทำประชามติ เป็นเพียงการทำแบบสอบถามว่าจะไปทำประชามติดีหรือไม่ ที่จะทำ RSD หรือการกำหนดชะตากรรมชีวิตตนเอง ต้องแยกให้ออก ไม่ใช่การทำประชามติเพื่อไปแบ่งแยกดินแดน ต้องให้เครดิตนักศึกษาด้วย เพราะปัญหาของเราในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้คือการปิดกั้น เราต่อสู้กับการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน เราจึงกำหนดการแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยที่เราต้องเปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถแสดงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ตรงนี้คือจุดยืน ฉะนั้น เราไม่กังวลที่จะมีการฟ้องร้องยุบพรรค
‘เสรี’ซัดกก.ปั่นราคาส.ว.หนุน‘พิธา’
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมือง วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคก้าวไกลเผยทิศทางที่ดีที่ส.ว.จะสนับสนุนนายกฯ ของพรรคก้าวไกลว่า เป็นการปั่นราคาทางการเมืองหรือปั่นหุ้นทางการเมือง จากที่ตนรับทราบ ส.ว.ที่เคยประกาศสนับสนุนนายกฯ ของเสียงข้างมากประมาณ 20 คนนั้น ส่วนใหญ่ไม่เคยเอ่ยชื่อนายพิธา แม้จะมีคนที่เอ่ยถึงชื่อ แต่ทราบว่าเขาถอยแล้ว
“ใน กมธ.การพัฒนาการเมืองยังมีประเด็นที่ตรวจสอบเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายพิธา ซึ่งผมยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะขณะนี้ยังเป็นขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานเพื่อขอข้อมูล เป็นประเด็นเกี่ยวกับหนี้สินและทรัพย์สินที่สอดคล้องกับคุณสมบัติ” นายเสรีกล่าว
‘พีระศักดิ์’ย้ำจุดยืน-ชี้เสียงแตก
นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว. ให้สัมภาษณ์ว่าการเลือกนายกฯ เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ตนเชื่อว่าทุกคนมีวิจารณญาณ และส่วนตัว ยืนยันชัดเจนว่าจะสนับสนุนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงอันดับ 1 เป็นนายกฯ ซึ่งขณะนี้คือนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ส่วนส.ว.คนอื่น มีความเห็นที่หลากหลายซึ่งมีความเป็นอิสระในแต่ละบุคคล
ต่อข้อถามว่ามองว่าพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายพีระศักดิ์กล่าวว่าเป็นคำถามที่ตอบยาก แต่ส่วนตัวอยากให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปตามกติกา ซึ่งไม่ทราบว่าไปลงตรงไหน แต่ขอให้เป็นไปตามกติกา และเกิดประโยชน์กับส่วนรวม เมื่อถามว่าส.ว.ขณะนี้มีความเห็นอย่างไร นายพีระศักดิ์กล่าวว่า ความเห็นในเรื่องการเลือกนายกฯ แบ่งออกเป็นหลายทาง แม้นั่งรับประทานอาหารด้วยกันยังคิดไม่ตรงกัน ซึ่งต้องเคารพในดุลพินิจของส.ว.แต่ละคน ไม่กล้าพูดแทนใครว่าเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไร
‘วันชัย’ปูดฝั่ง 312 จะแพ้โหวต
ด้านนายวันชัย สอนศิริ ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ “ฝ่าย 312 ชนะเลือกตั้งขาดลอย แต่แพ้คะแนนโหวต อีกฝ่าย 188 แพ้เลือกตั้งราบคาบ แต่ชนะคะแนนโหวต ต่างฝ่ายต่างแพ้ ต่างฝ่ายต่างชนะ จะมีใครยอมใครมั้ยเนี่ย ตอนนี้มีคนกำลังจะทำให้ฝ่ายที่ดูว่าแพ้กลับมาชนะแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ผมรู้แต่อุบไว้ก่อน” และก่อนหน้านี้นายวันชัยเคยโพสต์ว่า “รู้แล้วจะหนาว เกมนี้มันหลายชั้นจริงๆ พลิกไปพลิกมา ล็อคถล่มแผ่นดินทลาย คอยดูเถอะ”
นายวันชัยให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสนามข่าว 101 ว่า ซีกหนึ่งได้ 312 เสียง ชนะการเลือกตั้ง แต่แพ้คะแนนโหวตที่ต้องการ 376 เสียง ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ฟากหนึ่งชนะเลือกตั้ง แต่แพ้คะแนนโหวต ส่วนอีกฝ่ายแพ้เลือกตั้งราบคาบแต่ชนะคะแนนโหวต แปลว่าอีกฝ่ายได้ 188-190 เสียง ยอมบวกกับ 200 จากฝั่งวุฒิสภา
312 ที่ได้มาแทงหวยยังไม่โดนเลย ชนะเลือกตั้งได้ 312 เสียงแห่รอบโบสถ์ เตรียมนำนาคเข้าโบสถ์ แต่กุญแจโบสถ์มีรหัส 376 เข้าไม่ได้ แต่กลุ่มอำนาจเดิมมี 190 ไม่ได้แห่นาคเลย พรวดถึงประตูโบสถ์ บวก 200 เข้าโบสถ์ได้เลย แต่อาจทำพิธีกรรมไม่ได้ ขานนาคไม่ได้ กฎหมาย งบประมาณ พิธีกรรม ต้องใช้ 250 ขึ้น แต่เข้าโบสถ์ได้
“คนที่รอหน้าโบสถ์ทนตากแดด เปียกฝน อย่างหมอชลน่าน ศรีแก้ว ก็เปียกฝน ตากแดดอยู่หน้าโบสถ์ แต่คนที่อยู่ในโบสถ์บวชได้ก็ต้องถูกจับสึก ตัวเลข 190 ขาดอีก 60 จะได้ 250 ผมคิดแบบหยาบๆ ตั้งรัฐบาลใช้เงินหมื่นสองหมื่นล้านบาทนั้นเด็กๆ คะแนนที่เหลือ 60 เอาไปคนละ 100 ล้าน ก็ใช้แค่ 6,000 ล้านบาท ผมคิดแบบนี้อาจจะผิดก็ได้ ผมขอกราบอภัย ส.ส.” นายวันชัยกล่าว
‘เศรษฐา’ฟาดไม่ชอบ‘ส.เสี้ยม’
เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนข้าร่วมประชุมวงเศรษฐกิจกรณีที่ส.ว.บางคนระบุว่ามีคนพยายามจะทำให้ฝ่ายที่แพ้กลับมาชนะว่า “สั้นๆ นะครับ ผมชอบ ส.ที่สร้าง ไม่ชอบส.ที่เสี้ยม” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าการออกมาโพสต์ลักษณะเช่นนี้จะมี นัยยะที่เป็นอุปสรรคต่อการทำให้ได้นายกฯ ช้าหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “จุดยืนของผมชัดเจน อยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพราะเป็นห่วงพี่น้องประชาชนจริงๆ”
ต่อข้อถามว่ามองอย่างไรกรณีส.ว.ที่พรรคก้าวไกล พยายามเจรจาด้วยเปลี่ยนใจจะไม่เลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่ได้ยิน ไม่ทราบครับ แต่อยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และอยากให้มีการโหวตให้นายพิธา เป็นนายกฯ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยโหวตสวนมติในการเลือกประธานสภา หรืออื่นๆ ทางพรรคมีข้อบังคับอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ทราบ และคิดว่าเราพูดเรื่องประธานสภากันเยอะแล้ว วันนี้จุดยืนของตนชัดเจน อยากให้มีการเลือกประธานสภา และนายกฯ โดยเร็ว เพื่อบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ วันนี้เศรษฐกิจบอบช้ำเยอะมาก คิดว่าต้องพักเรื่องการเมืองไปก่อน เอาเรื่องประชาชนดีกว่า
หวังรัฐบาลใหม่คลอดเร็วๆ
นายเศรษฐากล่าวว่า ส่วนการประชุมวงเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยจะมีการพูดคุยกัน 2-3 เรื่อง เป็นเรื่องภายในและมาฟังคณะทำงานที่วิเคราะห์การเลือกตั้งว่าเราทำดีหรือทำไม่ดี ว่าเราผิดพลาดตรงไหน ช่วงเช้าตนติดภารกิจจึงเข้ามาประชุมช่วงบ่าย รวมถึงจะคุยเรื่องเศรษฐกิจ เพราะมีปัญหาเล็กน้อย ส่วนหลังจากนี้จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดอีกหรือไม่นั้น ต้องรอทางคณะทำงานจัดเตรียมมา โดยเรื่องเอลนีโญ เอฟเฟ็กต์ เรื่องน้ำท่วมและแล้งก็เป็นปัญหาใหญ่ เราต้องให้ความสนใจอย่างมาก ต้องรีบบริหารจัดการทันที คิดว่าสัปดาห์หน้าคงต้องไปดูเรื่องธนาคารน้ำสักครั้ง ส่วนการ รีแบรนด์พรรค หากพร้อมแล้วจะเล่าให้ฟัง คงไม่เกิน 1-2 สัปดาห์
ผู้สื่อข่าวถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนจะล่าช้า ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจประชาชนล่าช้าไปด้วย นายเศรษฐา กล่าวว่า หากมีการล่าช้าไป เป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะทำให้การลงทุนชะลอ นโยบายหลักๆ ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจก็ถูกพักไป ตนคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ อย่างที่ตนเรียกร้องมาตลอดว่าอยากให้รีบจัดตั้งรัฐบาล ตนได้คุยกับพรรคพวกในวงเศรษฐกิจทราบว่ายอดขายหลายยอดร่วง ซึ่งตนตกใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะตกไปเยอะ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่น่าเห็นใจ
ช่วงบ่ายนี้เราจะพูดคุยกันว่าหากได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจริงๆ อะไรบ้างที่เราพร้อมเดินหน้าเลย เช่น การขึ้นค่าแรง คิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นรายได้พื้นฐานของประชาชนทุกคน แต่จะขึ้นเท่าไหร่อย่างไร ตนเชื่อว่าคณะทำงานทั้ง 2 พรรคคงเป็นคนกำหนด โดยพรรคเพื่อไทยต้องเตรียมการเรื่องนี้ให้ดี แต่คณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นตนไม่ทราบรายละเอียด ตนเป็นห่วงพี่น้องประชาชน เรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องการเมืองเป็นเรื่องรอง แต่ทุกวันนี้มีแต่เรื่องการเมืองทั้งนั้น จึงขอเรียกกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว
พรรคร่วมถกคืบหน้าตั้งรบ. 29 มิ.ย.
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ส.ว.ระบุว่ามีความพยายามทำให้ฝ่ายที่แพ้กลับมาชนะว่า ตนไม่ทราบและคงไม่ไปก้าวล่วง เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกล ต้องไปทำการบ้านและทราบว่าเขาทำการบ้านอย่างหนักอยู่ ตอนนี้เรามี 312 เสียง จะขาดอยู่ 64 เสียง จึงจะได้ 376 เสียง ซึ่งในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะได้ประชุมเพื่อประเมินผลสถานการณ์ทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทางพรรคก้าวไกลคงจะมีข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นในการมาบอกพรรคร่วม ในวันดังกล่าวจะใช้สถานที่ที่พรรคก้าวไกลเป็นสถานที่ประชุมในเวลา 10.00 น.
ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ส.เพื่อไทยส่วนใหญ่ต้องการให้คนของพรรคได้ประธานสภา นายประเสริฐกล่าวว่า อยากแยกประเด็นก่อนคือก่อนหน้าที่จะสัมมนาส.ส.เพื่อไทยเมื่อ 21 มิ.ย. พรรคมีจุดยืนคือให้พรรคที่มีเสียงข้างมากทำหน้าที่ประธานสภา ส่วนพรรคที่ได้อันดับสองได้รองประธานสภาทั้ง 2 คน และพรรคได้รับเรื่องที่ส.ส.แสดงความคิดเห็นแล้ว และขณะนี้ กก.บห.พรรคจะนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของส.ส.ใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 27 มิ.ย.เวลา 15.00 น. เรารับฟังทั้ง 2 ส่วนก่อนนำไปคุยกับพรรคก้าวไกล แม้การโหวตเสียงในสภาจะเป็นเอกสิทธิ์แต่พรรคมีข้อบังคับ แม้มีความเห็นต่างกันแต่เรามีการประชุมเพื่อหาข้อยุติก่อนไปโหวตจริง ที่ต้องมีเอกภาพว่าเสียงจะเป็นไปในทิศทางใด
28 มิ.ย.-2 พรรคนัดเคลียร์ก่อน
ต่อข้อถามว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องประธานสภาเมื่อไร นายประเสริฐกล่าวว่า ได้คุยกับนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แล้ว โดยนัดหมายพูดคุยกัน 2 พรรค ที่พรรคเพื่อไทยวันที่ 28 มิ.ย. เวลา 10.00 น. เพราะตั้งแต่คุยกันเรื่องจุดยืนของพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
เมื่อถามถึงกรณีหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) ระบุเก้าอี้รองประธานสภา ควรเป็นของพรรคอันดับ 3 นายประเสริฐกล่าวว่า รองประธานสภาทั้ง 2 คน เป็นจุดยืนของเพื่อไทย และครั้งนี้ต้องเรียนว่าจำนวนส.ส.ของพรรคอันดับ 1 และ 2 ใกล้เคียงกัน ห่างจากพรรคอันดับ 3 พอสมควร แต่เมื่อเป็นความคิดเห็นของพรรคประชาชาติ คิดว่าในที่ประชุมคงต้องมีการหารือระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคประชาชาติอีกวง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีที่ สิ้นสุด และเพื่อไทยแสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่าควรเป็นของพรรคอันดับ 2 ทั้ง 2 คน
จี้‘บิ๊กตู่’ย้ายพ้นบ้านหลวง
นายประเสริฐกล่าวกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุว่าจะไม่ย้ายออกจากบ้านพักกองทัพบก ที่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ถ.วิภาวดีรังสิต เนื่องจากมีระเบียบของกองทัพบกอนุญาตว่า ตนเป็นคนอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์กรณีบ้านหลวง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการอยู่บ้านหลวงถูกต้อง โดยใช้ระเบียบบังคับว่าด้วยการพักอาศัย ข้าราชการกองทัพบก ซึ่งครั้งที่ตนยื่นเรื่องต่อศาลไป ว่าพล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมือง เนื่องจากเป็นนายกฯ และมีพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ ถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง ต้องใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญบังคับเนื่องจากประโยชน์ขัดกัน ไม่ควรเอาระเบียบกองทัพบกมาพิจารณา
แต่ครั้งนี้ตนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งนายกฯ แล้ว โดยวุฒิภาวะควรแสดงสปิริตว่าไม่ควรอยู่บ้านหลวง เพราะหากจะนับว่าเป็นอดีต ผบ.ทบ.ต้องไปดูว่ามีข้าราชการที่เป็น ผบ.ทบ.เกษียณอายุมีหลายคน ไม่เช่นนั้นต้องมาอยู่กันหมด ตนเข้าใจว่าบ้านหลังนั้นคงจะมีอะไร เหมือนกับว่าหวงเหลือเกิน เพราะทราบว่าหลายเหตุการณ์บ้านหลังนั้นเป็นที่ประชุมหารือของบุคคลสำคัญในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
‘คำนูณ’โพสต์ปมแก้ม.112
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ ประเด็นแก้ไขมาตรา 112 ว่า กำลังจะเปิดรัฐสภาแล้ว จะมีรัฐพิธีไม่เกินวันที่ 3 ก.ค.2566 พรรคก้าวไกลหาเสียงไว้ว่าจะเสนอร่างกฎหมาย 45 ฉบับภายใน 100 วันแรก หรือทันทีที่เปิดรัฐสภา โดยจะเสนอในนามส.ส. มีเตรียมเสนอร่างกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่สรุปภาพรวมคือ การลดระดับการคุ้มครองสถานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ขององค์พระมหากษัตริย์ลงมาเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 90 ปีนับตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.2475 จากการคุ้มครองเด็ดขาด เป็นการคุ้มครองอย่างมีเงื่อนไข มีทั้งบทยกเว้นความผิด บทยกเว้นโทษ และบทจำกัดผู้ร้องทุกข์ ซึ่งอาจขัดรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 6 อันเป็นบทหลักมาตราแรกของหมวดพระมหากษัตริย์ หรือเสมือนเป็นการแก้รัฐธรรมนูญหมวดพระ มหากษัตริย์ทางประตูหลัง
นี่คือประเด็นหลักที่จะกระทบระบอบ นอกจากนั้นยังมีประเด็นแวดล้อมตามมาเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตราอื่นที่เกี่ยวกับการหมิ่นประมาทและดูหมิ่นบุคคลประเภทอื่นตามมาอีก 2 กลุ่ม 11 มาตรา โดยยกเลิก 2 เพิ่มเติม 4 แก้ไขเพิ่มเติม 5 คือ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่เหลือแค่โทษปรับ ดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี เหลือแค่โทษปรับ, ขัดขวางการพิจารณาคดีหรือพิพากษาของศาล เหลือแค่โทษปรับ, หมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา เหลือแค่โทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เหลือแค่โทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท, ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา เหลือแค่โทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
ลดคุ้มครองจนท.แบบไม่เป็นธรรม
เป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการคุ้มครองบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะศาลหรือผู้พิพากษาขณะพิจารณาหรือพิพากษาคดี รวมทั้งบุคคลธรรมดา โดยเป็นการลดระดับการคุ้มครองบุคคลทุกประเภทลงจากเดิมด้วยการกำหนดโทษใหม่ที่ต่ำลงมาก ส่วนใหญ่จะเหลือแค่โทษปรับ ยิ่งถ้าในอนาคตนำระบบการคิดโทษปรับตามฐานะทางเศรษฐกิจมาใช้ในระบบกฎหมายไทย ผู้กระทำความผิดที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้จะยิ่งมีข้อต่อสู้ให้ได้รับโทษน้อยลงไปอีก ซึ่งสังคมไทยจะไม่เหมือนเดิม
“พรรคก้าวไกลจัดร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 อยู่ในกลุ่มคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แน่นอนว่าด้านหนึ่ง สิทธิเสรีภาพของคนที่วิพากษ์วิจารณ์บุคคลทุกระดับได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น แต่ตรงข้าม สิทธิเสรีภาพบุคคลทุกระดับที่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายรวมทั้งบุคคลธรรมดาที่จะไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่เป็นธรรมกลับได้รับการคุ้มครองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีผู้เห็นต่างในหลักการ คัดค้าน และเป็นประเด็นสำคัญในแต่ละเหตุการณ์ทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่” นายคำนูณระบุ

ติวเข้ม – นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยส.ส.พรรคก้าวไกล รับฟังการติวเข้มเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการสัมมนาพรรค ก้าวไกลวันสุดท้าย ที่สนามกอล์ฟพัฒนา สปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.
ก้าวไกลรุกใช้ดิจิทัลหนุนงาน
ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ในการสัมมนาส.ส.พรรคก้าวไกลวันที่สามเป็นวันสุดท้าย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดประชุมสภา ที่ประชุมได้กล่าวถึงงานเครือข่ายและการบริหารภายใน รวมถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสนับสนุนงานของพรรค เป้าหมายเพื่อทำให้พรรคก้าวไกลเป็นสถาบันทางการเมือง มีประชาชนเป็นเจ้าของ ยึดโยงกับสมาชิกพรรคในการดำเนินงาน
นายศรายุทธ ใจหลัก ผอ.พรรคก้าวไกล กล่าวถึงงานเครือข่ายและการบริหารภายในของพรรคก้าวไกลว่า ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่มาถึงพรรคก้าวไกล เราตัดสินใจทำงานการเมืองเพราะมีโครงการในการเปลี่ยนแปลงประเทศ ยึดถือการเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์และทำให้พรรคเป็นของทุกคน มีภารกิจสำคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย การรณรงค์ปักธงทางความคิด การเชิญชวนประชาชนมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง การส่งตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่น และการสร้างพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่สมาชิกร่วมกันเป็นเจ้าของ
สำหรับก้าวต่อไปที่จะทำให้พรรคก้าวไกลก้าวได้ไกลกว่าเดิม คือการทำให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการดำเนินงานของพรรค โครงสร้างอำนาจภายในพรรค ยึดโยงกับสมาชิก มีการบริหารจัดการ ผู้สนับสนุน อาสาสมัคร ให้มีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง และทำให้พรรคกลายเป็นสถาบันที่มั่นคง อยู่ได้ด้วยการสนับสนุนจากสมาชิกและประชาชน ไม่ยึดติดกับใครคนใดคนหนึ่ง
รับเรื่องร้องเรียนทุกช่องทาง
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สิ่งที่หล่อเลี้ยงไฟในการทำงานการเมืองคือต้องทำการเมืองให้เป็นเรื่องสนุกและสร้างสรรค์ ซึ่งเครื่องมือดิจิทัลถือเป็นตัวช่วยสำคัญและยังทำให้พรรคสามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน รับฟังความเห็นของทุกฝ่ายได้อย่างรอบด้าน
ปัจจุบันมีเครื่องมือด้านดิจิทัลที่พรรค ก้าวไกลนำมาใช้เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับสมาชิกพรรคและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เช่น 1.Discord ชื่อ “ก้าว geek” เป็นชุมชนออนไลน์ที่ทำให้ประชาชนกับผู้แทนราษฎรก้าวไกลเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้โดยตรง 2.แอพพลิเคชั่น MFP Today ที่อัพเดตข้อมูลข่าวสารของพรรคและมีระบบการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน (Customer Relationship Management: CRM) เช่น ตอบแช็ต ตอบอีเมล์ คอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียนที่พรรค (walk-in)
เป้าหมายของพรรคต้องการทำให้ MFP Today เป็น Omni-channel คือสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมผ่านแอพฯ นี้ได้ จบในที่เดียว คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถทำให้การสมัครสมาชิกพรรคทำได้ผ่านแอพฯ และในอนาคตจะพัฒนาให้โหวตออนไลน์ผ่านแอพฯ ได้ด้วย ปัจจุบัน MFP Today มียอดดาวน์โหลดกว่า 3 แสนครั้ง
3.ทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เนื่องจากในช่วงการเลือกตั้งมีประชาชนส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก และหลังการเลือกตั้งยิ่งเพิ่มมากขึ้น จึงต้องการให้ส.ส.พรรคก้าวไกลใช้แพลตฟอร์มนี้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ก่อนดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน
นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลยังจัดตั้งฝ่ายมวลชนสัมพันธ์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับสมาชิกพรรค มีกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับสมาชิกและตอบคำถามที่ว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้วได้อะไร ทำให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ตอบสนองภารกิจการสร้างพรรคมวลชน
ปปช.แจ้งส.ส.เตรียมยื่นบัญชี
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะ กรรมการป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช. กล่าวว่า เมื่อกกต.ได้ประกาศรับรองส.ส.ครบ 500 คน ประกอบด้วย ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์และการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าพนักงานของรัฐต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และส.ส. มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ต่อคณะ กรรมการป.ป.ช. สำหรับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ให้ถือวันถวายสัตย์ปฏิญาณฯ เป็นวันเข้ารับตำแหน่ง ส่วนส.ส.ให้ถือวันปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาเป็นวันเข้ารับตำแหน่ง
สำหรับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องยื่นพร้อมเอกสารประกอบซึ่งเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ผ่านมา โดยผู้ยื่นจะต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องกำกับไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและสำเนาหลักฐานที่ยื่นไว้ทุกหน้า พร้อมทั้งจัดทำรายละเอียดของเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สินและ หนี้สินที่ยื่นด้วย
ภายใน 60 วันหลังรับตำแหน่ง
อย่างไรก็ตามทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องแสดงรายการนั้นรวมทรัพย์สินและหนี้สินที่มีในต่างประเทศ และให้รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวที่มอบหมายให้อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ที่สำคัญคือต้องยื่นภายในกำหนดเวลาเท่านั้น คือต้องยื่นภายในกําหนดเวลา 60 วัน หลังจากที่เข้ารับตำแหน่ง แต่หากมีเหตุผลความจำเป็น อาจยื่นขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน โดยชี้แจงเหตุการยื่นบัญชีล่าช้าต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.และต้องยื่นคำขอก่อนวันครบ
ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบ ให้ใช้แบบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศของคณะกรรมการป.ป.ช. ยื่นได้ 3 ช่องทาง คือ 1.จัดส่งด้วยตนเองหรือมอบหมายบุคคลอื่นจัดส่งแทน ณ สำนักงานป.ป.ช.ส่วนกลาง และสำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัด 2.จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ 3.ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินออนไลน์ผ่านระบบ ODS ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็ว เพียงเตรียมไฟล์ และเอกสารประกอบให้อยู่ในรูปแบบ PDF โดยสามารถยื่นได้ที่เว็บไซต์ https://asset.nacc.go.th/ods-app/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทางโทรศัพท์ สายด่วน 1205 หรือติดต่อที่สำนักงานป.ป.ช. ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ

เป่าเค้ก – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์คลิปลงติ๊กต็อกส่วนตัว ขณะรับประทานอาหารกับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ฉลองวันเกิดย้อนหลัง ที่ร้านอาหารไทยทักษิณา ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.