โปรดเกล้าพรฎ.แล้ว เปิดรัฐสภา3กรกฎา พท.ไม่เชื่อข่าวพปชร. ดันสุชาติแข่งปธ.สภา

ราชกิจจาฯ เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา 3 ก.ค. ‘ภูมิธรรม’ ชี้เพื่อไทยได้ ข้อสรุปเก้าอี้ประธานสภา 27 มิ.ย. ก่อนจับเข่าถกก้าวไกล 28 มิ.ย. ไม่เชื่อข่าวพลังประชารัฐเสนอชื่อ ‘สุชาติ ตันเจริญ’ แข่งกับก้าวไกล ‘พ่อมดดำ’ สับขาหลอก หลบสื่อเข้ารายงานตัวที่สภา ‘อดิศร-โรม’ จับมือระหว่างร่วมเวทีอภิปรายฯ 91 ปี วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ มธ. ยัน 2 พรรครักกัน เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ‘พิธา’ หายโควิด เตรียมรายงานตัว-ลงพื้นที่สมุทรสาคร ‘อนุทิน’ โต้ดีลก้าวไกล-เนวิน ยันโอกาสโหวตหนุน ‘พิธา’ เป็นศูนย์ ‘จุรินทร์’ เชื่อเลือกหัวหน้า-กก.บห.ชุดใหม่ไร้ปัญหา ‘มาร์ค’ เลี่ยงตอบร่วมชิงหัวหน้าพรรค

กฤษฎีกาเปิดประชุมรัฐสภา3ก.ค.
วันที่ 24 มิ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2566 ระบุ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 และตามความในมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้เรียกประชุมรัฐสภาภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง อาศัยอำนาจตามความมาตรา 121 มาตรา 122 และมาตรา 175 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2566 เป็นต้นไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

สภาเตรียมพร้อม
นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังมี พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภาว่า ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เตรียมการล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว โดยมีคณะกรรมการเตรียมความพร้อมการเปิดประชุมรัฐสภา ทั้งสถานที่ การรักษาความปลอดภัย การพยาบาล และการจราจร รวมถึงการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากมีบุคคลสำคัญต่างๆ มาร่วมพิธีจำนวนมาก ขณะนี้กำลังรอหมายกำหนดการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ประสานงานไปยังสำนักพระราชวังว่าหมายกำหนด การจะลงมาเมื่อไร แต่ขณะนี้ได้แจ้งไปยังบรรดาส.ส. เป็นการภายในว่าจะมีพิธีการเปิดประชุมรัฐสภา

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าในวันที่ 4 ก.ค. เป็นการเปิดประชุมสภาผู้แทนฯ นัดแรกเพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภา นางพรพิศกล่าวว่า เวลานี้มีพ.ร.ฎ.เรียกประชุมแล้ว ซึ่งมีผลตั้งแต่ 3 ก.ค. เป็นต้นไป ซึ่งตามรัฐธรรมนูญต้องเรียกประชุมสภาเป็นครั้งแรกภายใน 10 วัน

เล็งเลือกประธานสภา4ก.ค.
ในส่วนนี้สำนักเลขาธิการสภาประสานทุกพรรคว่าเมื่อมีพิธีการเปิดประชุมรัฐสภา 3 ก.ค.แล้ว โอกาสจะประชุมสภาครั้งแรก 4 ก.ค.เป็นไปได้หรือไม่ มีหลายพรรคตอบกลับมาว่าพร้อม รอเพียง 2-3 พรรค ตอบกลับว่าพร้อมประชุม 4 ก.ค.หรือไม่ แต่แนวโน้มส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีประชุมสภานัดแรก เพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภาทั้ง 2 คนในวันที่ 4 ก.ค. เวลา 09.30 น. ทันทีที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันสำนักเลขาฯ สภา ก็จะทำหนังสือเชิญส.ส.ประชุม ซึ่งต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า 3 วัน ตามข้อบังคับการประชุม

รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานเลขาฯสภา เตรียมความพร้อมครบทุกอย่าง มีลิฟต์ 18 ตัว รองรับสมาชิกที่เข้าร่วมพิธี รวมทั้งถนนที่ใช้เป็นเส้นทางเสด็จภายในอาคารรัฐสภา และลิฟต์ส่วนพระองค์ก็เตรียมไว้แล้วเช่นกัน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดสมัยประชุม ณ โถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา ในเวลา 17.00 น.โดยมีสมาชิกและบุคคลสำคัญ อาทิ คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ นายกฯ คณะรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ ส.ส. ส.ว. รวม 936 คน ที่จะเข้าร่วมรัฐพิธีในครั้งนี้

หมอทศพรชี้ปธ.อยู่ที่สภาโหวต
เวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร โดยให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกประธานสภาที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่า อยากให้พรรคเพื่อไทยและพรรรคก้าวไกลไปคุยกันด้วยเหตุผล ตกลงกันให้ได้ว่าใครเป็นประธานสภา ขอให้ทุกคนมีสติ ที่ผ่านมาไม่เคยมีหลักการพรรคที่ได้อันดับ 1 ได้เป็นประธานสภา เนื่องจากการเลือกตั้งแต่ละครั้งไม่เคยมีใครหาเสียงว่าเลือกพรรคของตนแล้วให้ใครเป็นประธานสภา แต่ที่ผ่านมามีหลักการว่าให้พรรคที่มีเสียงข้างมากเป็นประธานสภา แต่ก็ไม่ใช่หลักการเสียทีเดียวเพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับ ส.ส. 500 คนว่าจะเลือกใคร

ตำแหน่งประธานสภาไม่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้เหมือนตำแหน่งนายกฯ เพราะประธานสภามีหน้าที่ดูแลระบบนิติบัญญัติและดูแลการประชุมสภาให้เป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย เชื่อว่าปัญหาประธานสภาระหว่าง 2 พรรคจะไม่ส่งกระทบและสร้างความแตกระหว่าง 2 พรรคจนทำให้จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เมื่อถามว่า การโหวตประธานสภา ส.ส.เพื่อไทยต้องยึดมติพรรคหรือไม่ นพ.ทศพรกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติว่ามีมติออกมาอย่างไร การโหวตถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส. 500 คน และทุกคนมีสิทธิ์โหวต แต่ควรตกลงให้ได้ว่าจะเสนอชื่อใครเป็นประธานสภา เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น

ภูมิธรรมชี้27มิ.ย.ได้ข้อสรุป
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนตำแหน่งประธานสภา หลังส.ส.เห็นว่าตำแหน่งดังกล่าวควรอยู่กับเพื่อไทยว่า วันที่ 27 มิ.ย.พรรคจะมีประชุม กก.บห.ช่วงบ่าย เพื่อรายงานข้อสรุปการเลือกตั้ง ไทม์ไลน์เปิดสภา ความคืบหน้าเกี่ยวกับการประสานงานร่วมรัฐบาลกับ 8 พรรค และตำแหน่งประธานสภา ที่กก.บห.มอบหมายผู้แทนไปดำเนินการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยังไม่มีข้อยุติ ก็จะได้รับฟังแนวทางที่ กก.บห.จะให้ดำเนินการต่อ จากนั้นจะมีการประชุม ส.ส. ก็จะนัดหมายการไปร่วมรัฐพิธี รวมถึงรายงานสิ่งที่ กก.บห.หารือกันต่อที่ประชุมส.ส.

เมื่อถามว่าจะลงมติเกี่ยวกับประธานสภาหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าแล้วแต่ผลการประชุม กก.บห.และที่ประชุมส.ส.จะมีความเห็นอย่างไร เชื่อว่าการประชุมน่าจะได้ข้อยุติที่ไปคุยกับพรรคก้าวไกล ในวันที่ 28 มิ.ย. ที่นัดหมายพูดคุยกันเรื่องนี้ที่พรรคเพื่อไทย หลังจากนั้น 29 มิ.ย.หัวหน้าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรค จะประชุมกันที่พรรคก้าวไกล เมื่อถามว่าวันที่ 28 มิ.ย.จะได้ข้อสรุปกับพรรคก.ก.เลยหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการหารือ เชื่อว่าน่าจะเป็นทิศทางที่อำนวยประโชน์ต่อการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล

ไม่เชื่อพปชร.เสนอชื่อสุชาติ
เมื่อถามว่าถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานสภา นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่เชื่อว่าจะมีความเป็นไปได้ เพราะอยู่กันคนละพรรค เมื่อเจอนายสุชาติจะสอบถามเรื่องนี้ให้ชัดเจน

เมื่อถามว่าตอนนี้เหมือนพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมีแนวคิดส่งคนของซีกเขามาแข่งประธานสภา มองอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า เขามีสิทธิเสนอคนแข่ง แต่เท่าที่ติดตามข่าวมีแต่ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่เห็นท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอื่นๆ แต่ไม่กังวลว่าจะมีปัญหาอะไร เพราะแม้พรรคร่วมรัฐบาลเดิมรวมตัวกันก็มีเสียงไม่เกิน 180 กว่าเสียง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้ตำแหน่งประธานสภา ส่วนตัวคิดว่าตำแหน่งนี้จะอยู่กับซีก 8 พรรคที่ร่วมตั้งรัฐบาลขณะนี้

กกต.รับรอง – นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นํา ส.ส.พรรค เข้ารับหนังสือรับรองการเป็นส.ส. จาก กกต. เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. เพื่อใช้ในการรายงานตัวต่อสภา

หนูติวลูกพรรค-ปัดถก‘โหวต’
เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นํา ส.ส.พรรค มารับหนังสือรับรองจาก กกต. ซึ่งเปลี่ยนจาก กําหนดการเดิมที่แจ้งว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคะเป็นผู้นํา ส.ส.มารับใบรับรองด้วยเอง เนื่องจาก นายอนุทินติดภารกิจหัวใจติดปีก บินด่วนไปขอนแก่นเพื่อนำแพทย์ไปผ่าตัดรับอวัยวะนำมอบผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่าย

เวลา 12.30 น. นายอนุทินเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองส.ส. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า 25 มิ.ย.จะมีประชุมส.ส.พรรค เปรียบเหมือนการปฐมนิเทศ เพราะมีทั้งส.ส.หน้าเก่า หน้าใหม่ แต่ไม่มีวาระเรื่องการโหวตประธานสภา และนายกฯ เรื่องนี้ยังมีเวลาแต่ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยินดีกับพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสองและทุกพรรค มารยาททางการเมืองพรรคอันดับหนึ่งก็กำลังจัดตั้งรัฐบาลอยู่ ต้องให้เขาจัดตั้งรัฐบาลด้วยความราบรื่น และเรียบร้อยที่สุด เราไม่ควรไปเคลื่อนไหวจัดตั้งอะไรจนกว่าจะมีปัญหา ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร เราก็ทำหน้าที่เป็นพรรคทำตามไทม์ไลน์

โต้ก้าวไกลดีลเนวินให้หนุนพิธา
เมื่อถามถึงสูตรรัฐบาล “มีภูมิใจไทยไม่มีก้าวไกล” นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องอธิบาย เพราะไม่เป็นข้อเท็จจริง มีภูมิใจไทยก็ต้องมีทุกพรรคในสภา ขาดใครก็ไม่ได้ มีการเลือกตั้งก็ต้องมีภูมิใจไทย ส่วนการรวมรัฐบาลต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่พรรคได้ออกเป็นแถลงการณ์ไม่ได้นั้น เรื่องนี้ก็เหมือนสัญญา เหมือนเจตนารมณ์ที่เราต้องทำตาม

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าก้าวไกลไปดีลลับกับนายเนวิน ชิดชอบ เพื่อโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ถึงติดลบ หากจะ ดีลอะไรกับพรรคภูมิใจไทยต้องดีลกับตน ถ้าไปที่นั่นแสดงว่าไปผิดที่ ทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง ส่วนตนทำตามครรลอง พรรคภูมิใจไทยทำตามมารยาท หากไปดีลกับนายเนวิน นายเนวินก็ต้องกลับมาถามตนอยู่ดี พรรคตัดสินใจอะไรด้วยตัวคนเดียวได้หรือไม่ ทุกอย่างต้องเข้าที่ประชุมพรรค

ยันไม่เสนอชื่อปธ.สภา
เมื่อถามว่าซักซ้อมการเป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ได้ทุกบทบาท เป็นตำแหน่งที่สำคัญ มีใครที่ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน พรรคใหญ่ๆ ต่างผ่านการเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมาหมดแล้ว ส่วนจะเสนอรายชื่อชิงเก้าอี้ประธานสภานั้นขอยืนยันว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่มี เราพยายามให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยความราบรื่น เปิดสภาได้ ก็จะได้ไปทำหน้าที่ในสภา

เมื่อถามว่ามีการคุยกับนายเนวินเรื่องวางเกมพลิกขั้วอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราเป็นพรรคลำดับสาม ความกดดันยังไม่มาถึงเรา เป็นเรื่องของพรรคลำดับหนึ่ง กรณีนี้พรรคอันดับหนึ่งและสองก็ประกาศว่าจะอยู่ด้วยกัน แค่ 2 พรรครวมกันได้เกินครึ่งแล้วเราจะไปทำอะไร ก็ต้องอยู่ทำตามหน้าที่ส.ส. เมื่อถามว่า ส.ว.บางคนบอกว่าอาจมีการพลิกขั้วทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้มอง เพราะยังไม่ได้ยินเรื่องนี้ ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าให้มีเรื่องมีราว อย่าทำอะไรให้เกิดความวุ่นวาย

เมื่อถามว่า แนวทางภูมิใจไทยจะชัดเจนก่อนโหวตประธานสภาและนายกฯ นายอนุทินกล่าวว่า หลังรัฐพิธีคิดว่าจะเรียกประชุมใน 1-2 วัน ช่วงนั้นเราก็ต้องหารือว่าถ้าใครเป็นแคนดิเดตประธานสภา ก็ต้องดูว่าวันนั้นเราอยู่ตรงไหน ฝ่ายเราเสนอชื่อใคร ต้องดูทุกบริบทความน่าจะเป็น ดูว่าพรรคอันดับหนึ่งเสนอชื่อใครมา เราเป็นพรรคอันดับสาม ไปเคลื่อนไหวเหมือนพรรคอันดับหนึ่ง อันดับสอง อาจทำให้ตีความวุ่นวาย ซึ่งไม่ใช่แนวทางของพรรค

‘อนุชา’ยังไม่รับหนังสือรับรอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 24 มิ.ย. เป็นวันสุดท้ายของการรับหนังสือรับรองส.ส.จากกกต. โดยตลอดทั้งวันมีผู้มารับหนังสือรับรองรวมทั้งสิ้น 41 คน คนที่เดินทางมารับหนังสือคนเป็นคนที่ 499 คือนายรุ่งโรจน์ ทองศรี ส.ส.จ.บุรีรัมย์ จากพรรคภูมิใจไทย

สำหรับยอดส.ส.ที่มารับหนังสือรับรองส.ส.จากกกต.รวม 5 วัน มีทั้งสิ้น 499 คน เหลือเพียงนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ยังไม่ได้มารับหนังสือเนื่องจากติดภารกิจเดินทางไปที่ญี่ปุ่น ในฐานะรักษาราชการแทนรมว.อุตสาหกรรม เพื่อศึกษาดูงานฟาร์มโคนมตัวอย่าง ทั้งนี้ ยังมารับหนังสือรับรองได้ที่บริเวณชั้น 5 สำนักงานกกต. จนถึงวันเปิดประชุมสภา 3 ก.ค.

สุชาติรายงานตัว-หลบนักข่าว
ส่วนบรรยากาศการรับรายงานตัวส.ส. ที่สภา ตลอดวันที่ 24 มิ.ย. วันที่ห้า ของการรายงานตัวส.ส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีส.ส.มารายงานตัวบางตา เนื่องจากเป็นวันหยุด โดยในช่วงเวลา 08.30-12.00 น. มีส.ส.มารายงานตัว 10 คน

ช่วงบ่าย นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แจ้งเจ้าหน้าที่สภาจะเดินทางมารายงานตัว แต่ไม่ได้เดินทางมา โดยมีส.ส.มารายงานช่วงบ่ายแค่ 2 คน รวมตลอดทั้งวันที่ 24 มิ.ย.ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. มีส.ส.มารายงานตัว 13 คน

กระทั่งเวลา 16.30 น. หมดเวลารับรายงานตัว เจ้าหน้าที่เตรียมเก็บของ แต่น่าสังเกตว่ามีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่บางส่วนยังอยู่ในห้องโดยปิดประตูห้อง แจ้งว่านายสุชาติไม่มารายงานตัว กระทั่งเวลา 16.40 น. นายสุชาตินั่งรถตู้เข้ามา โดยให้รถไปจอดด้านหลังห้องรับรายงานตัว ไม่ได้จอดตรงประตูทางเข้าออกปกติ จากนั้นนายสุชาติรีบเดินอ้อมเข้าด้านหลังห้องรายงานตัว ส่วนตอนเดินทางกลับออกไปนายสุชาติพยายามหลอกล่อสื่อมวลชนว่าจะออกทางประตูหลัก แต่สุดท้ายกลับเดินอ้อมออกไปด้านหลัง แล้วรีบขึ้นรถตู้กลับไปทันที การหลบผู้สื่อข่าวของนายสุชาติ เพื่อเลี่ยงตอบคำถามถึงกระแสข่าวพรรคขั้วรัฐบาลเดิมเตรียมเสนอชื่อนายสุชาติ แข่งประธานสภากับพรรคก้าวไกล

ทั้งนี้ 5 วัน มีส.ส.มารายงานตัวแล้วทั้งหมด 270 คน จาก 500 คน คงเหลือส.ส.ที่ยังไม่มารายงานตัว 230 คน

พิธาแจ้งหายโควิด-โชว์กินกุ้ง
วันเดียวกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพคู่ ด.ญ.พิพิม ลิ้มเจริญรัตน์ ลูกสาว ระบุ “เพื่อนๆ ก้าวไกลเอากุ้งซอสมะขามและกุ้งอบวุ้นเส้นมาฝากจากร้าน จรินทร์ บางแสน อร่อยมาก ขอบคุณครับ ช่วงนี้ขอชวนทุกคนมากินกุ้ง ได้ช่วยเพิ่มอุปสงค์ในตลาดกุ้งไทย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงกุ้งไทยกันครับ เพราะตอนนี้ราคากุ้งตกต่ำมาก แต่ต้นทุนในการเลี้ยงกุ้งราคาแพง ใครอยากกินกุ้งแบบจัดเต็มราคาถูกกว่าท้องตลาดตอนนี้ทราบมาว่ามีเทศกาลกินกุ้งที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร งานมีวันที่ 22-25 มิถุนายน 2566 ครับ

ส่วนทางผมหายจากโควิดแล้ว เดี๋ยวจะไปรายงานตัวที่สภา และไปขอบคุณพี่น้องประชาชน จ.สมุทรสาครและสมุทรสงคราม วันอังคารที่ 27 มิ.ย. 2566 แล้วเจอกันนะครับ”

เสวนา – นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.เพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.ประชาชาติ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.ก้าวไกล ร่วมเสวนา ‘เราจะรักษาชัยชนะก้าวแรกของประชาชน (และก้าวต่อๆ ไป) ไว้ได้อย่างไร’ ในโอกาสครบ 91 ปี อภิวัฒน์สยาม ที่วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กทม.

ปิยบุตรชี้ปธ.สภาไม่เกี่ยวอายุ
เวลา 09.40 น. ที่คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์กรณีการเจรจาระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเรื่องประธานสภา ว่า ให้คณะเจรจาไปคุยตกลงกัน ตนก็จะรอดูว่าท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร ในฐานะประชาชนอยากจะเห็นรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็ว และการเลือกประธานสภาครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญ ถ้าผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีข้อขัดแย้งมากนักก็อาจคาดหมายได้ว่าการตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อถามว่าหากประธานสภาตกเป็นของเพื่อไทย ยอมรับได้หรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ยืนยันมาตลอดว่าประธานสภาต้องเป็นของพรรคที่มีส.ส.อันดับ 1 แต่ก็สุดแล้วแต่ว่าทั้ง 2 พรรคตกลงกัน

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลอาจมีความรู้ความสามารถ แต่ความเก๋าเกมในสภายังไม่ได้ จึงยังไม่เหมาะสมจะรับตำแหน่งประธานสภา นายปิยบุตรกล่าวว่า การเมืองยุคใหม่ก็ไม่แน่เสมอไป ถ้าประเมินจากอายุ คนอายุน้อยจะไม่เก๋า คนอายุมากจะเก๋า หรือประเมินจากความรู้ความสามารถ ความเฉียบแหลมจากการศึกษา ข้อบังคับ การทันเกมการประชุม ส่วนตัวคิดว่าอายุไม่ใช่ปัจจัยชี้วัด หากเป็นเช่นนั้นรัฐธรรมนูญต้องกำหนดไปเลยว่าส.ส.สมัยแรก สมัยสอง ห้ามเป็น และกำหนดว่าคนเป็นประธานสภาต้องอายุมาก ในอดีตเคยมีประธานสภาที่อายุน้อยมาแล้วและทำผลงานได้ดี คือ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ที่มีอายุน้อยที่สุด

ไม่เชื่อก้าวไกลถูกโดดเดี่ยว
เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่จะมีการหักหลังกันเอง หรือซีกฝ่ายรัฐบาลเดิมเสนอชื่อบุคคลขึ้นมาแข่งขัน และอาจทำให้เกิดความลังเลได้ นายปิยบุตรกล่าวว่า ในฐานะประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคก้าวไกล และเป็นผู้ช่วยหาเสียง คาดหวังว่ารัฐบาล 8 พรรค จะตั้งรัฐบาลได้ และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ถ้าเกิดหมายความว่าความหวังของประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคกว่า 14 ล้านเสียง ให้พรรคเพื่อไทยเกือบ 11 ล้านเสียง รวมกันแล้วประมาณ 26 ล้านเสียง ก็เท่ากับว่าประชุมสภาวันแรก ในวาระแรกก็ทำร้ายความหวังของประชาชน

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่เตรียมจะโดดเดี่ยวพรรคก้าวไกล เป็นฝ่ายค้าน นายปิยบุตรกล่าวว่า ได้ยินเช่นนี้ตั้งแต่หาเสียง และนับตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ถึงก้าวไกล เห็นว่าพร้อมทำหน้าที่ทั้งสองแบบ แต่รอบนี้เขาตั้งใจจะเป็นรัฐบาลและนายกฯ และประชาชนก็ให้ความไว้วางใจ จึงคิดว่าแม้จะมีความคิดในกลุ่มนักการเมืองและกลุ่มการเมืองที่ต้องการโดดเดี่ยวพรรคก้าวไกล แต่เชื่อว่าพรรคจะไม่มีวันโดดเดี่ยว เพราะคะแนนเสียงที่ประชาชนให้มาจำนวนมาก และยังมีความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล

อู๊ดด้ามั่นใจเลือกกก.บห.ไร้ปัญหา
ที่จ.สุราษฎร์ธานี หลังแถลงข่าวการประชุมติดตามสถานการณ์ผลไม้ภาคใต้ปี 2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ควรเป็นคนจากภาคใต้หรือคนรุ่นใหม่ ว่า ตนไม่มีความคิดเห็นส่วนตัว แต่ 9 ก.ค.นี้พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ กติกา ที่พรรคปฏิบัติกันมาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีอยู่แล้ว เมื่อมีมติออกมาอย่างไรก็เป็นไปตามมตินั้น

ส่วนจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือคนบ้านเดียวกันหรือไม่ตนไม่สามารถตอบได้ อยู่ที่มติพรรค แต่เชื่อว่าทั้งหมดก็ต้องเป็นไปโดยความสมัครใจของผู้ลงสมัคร ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือตำแหน่งอื่นใดก็ตาม

นัดสส.ใหม่2กค.ถกโหวตนายกฯ
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุนแคนดิเดดนายกฯ จากพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า การที่พรรคจะมีมติสนับสนุนลงคะแนนเลือกนายกฯ ก็ต้องเป็นมติจากที่ประชุม ส.ส.ของพรรค ซึ่งยังไม่มีการประชุมกัน เพราะกกต.เพิ่งรับรองผลเลือกตั้ง โดยตนได้เชิญ ส.ส.ใหม่มาประชุมที่พรรค ในช่วงบ่ายวันที่ 2 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก หลังจากที่ กกต.รับรอง

91ปี‘ปชต.’ – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคไทยสร้างไทย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาฯ คณะก้าวหน้า ร่วมเสวนา 91 ปีประชาธิปไตยกับก้าวต่อไปหลังการเลือกตั้ง 2566 กติกาทางรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับการเมืองไทย ที่คณะนิติศาสตร์ มธ.ท่าพระจันทร์ กทม. เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.

มาร์คชี้ฟื้นปชป.ต้องมีเอกภาพก่อน
ที่คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีชื่อชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คิดว่าทุกคนในพรรคเป็นห่วง เพราะทราบดีว่าสถานการณ์ของพรรคปัจจุบันถือว่าถดถอยและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฟื้นฟูพรรค การเดินหน้าได้ต้องเป็นเอกภาพโดยอยู่บนพื้นฐานอุดมการณ์ดั้งเดิมของพรรค ต้องสร้างจุดยืนทางการเมือง ตอนนี้การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตัวบุคคลหรือเรื่องอื่นยังไม่ใช่เรื่องหลัก จึงอยากให้ ส.ส.และ กก.บห.ชุดรักษาการช่วยกันสร้างความเป็นเอกภาพ ตกผลึกทางความคิดและทิศทางของพรรคก่อน เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ จริง จะตัดสินใจอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ไปถึงตรงนั้น การที่พรรคจะฟื้นได้ต้องมีทิศทางที่ชัดเจน มีความเห็นชอบและตกผลึกร่วมกันในพรรค เมื่อเลือกทิศทางใดแล้วจึงจะมีคำตอบว่าบุคคลที่เหมาะสมคือใคร ถ้าเดินไปตามแบบนี้โอกาสที่พรรคจะฟื้นก็มี

ส่วนที่มีชื่อของนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หลายคนมองว่าเทียบไม่ได้กับชื่อนายอภิสิทธิ์นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้ถอยออกมาจากเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตัวบุคคลและการแข่งขัน เพราะเวลานี้สิ่งที่พรรคต้องการคือความเป็นเอกภาพและความชัดเจนที่จะกำหนดแนวทางทางการเมืองต่อไป ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ แต่ในพรรคไม่มีความเป็นเอกภาพก็จะไม่กลับเข้ามาใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องพูดตรงๆ ว่าถ้าไม่มีความเป็นเอกภาพใครก็ฟื้นพรรคไม่ได้ ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องทำให้รู้สึกร่วมกันว่าจะต้องเดินไปในทิศทางใด

‘อดิศร-โรม’จับมือ2พรรครักกัน
ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับชมรมโดมรวมใจ และวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์ จัดงานอภิปรายสาธารณะ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ” เนื่องในวาระ 91 ปี 24 มิถุนายน 2475 เปลี่ยนแปลงการปกครอง

นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หนึ่งในผู้ร่วมอภิปราย กล่าวว่า ขอให้ประชาธิปไตย 91 ปี เข้มแข็ง ใจกว้าง หนักแน่น ยืนยันแม้เห็นต่าง แต่พร้อมร่วมกับพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล เห็นไม่ตรงกันบ้างแต่ปลายทางเหมือนกัน ขอให้มั่นใจว่าเราทั้งสองพรรครักกัน จับมือเป็นพยาน จากนั้นลุกขึ้นยืนกลางเวทีและขอจับมือนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่นั่งอยู่ข้างๆ

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า นายอดิศรเคยเป็นรองประธาน กมธ.พิจารณาพ.ร.บ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนั้นตนแต่งชุดนักศึกษาเข้าไปในเสนอ กมธ. มีนายอดิศรช่วยผลักดันวาระนักศึกษา แต่วันนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมงาน เราคงได้ร่วมทำงานกันอีกเยอะ แต่อย่างไรต้องผ่านวันที่ 4 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันเลือกประธานสภาให้ได้ก่อน ยืนยันว่าเราไม่ได้มีความขัดแย้งกัน ทุกอย่างต้องไปว่ากันในขั้นตอนการเจรจา เชื่อมั่นนายพิธาจะได้เป็นนายกฯ แน่นอน ถ้ารอบนี้มีความพยายามเตะตัดขาด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรม มั่นใจรอบหน้าพรรคก้าวไกลได้เกิน 20 ล้านแน่อน

ภายหลังเสร็จสิ้นงาน นายอดิศรร่วมถ่ายรูปกับนายรังสิมันต์ พร้อมอวยพรนายรังสิมันต์ ที่จะได้เป็นคุณพ่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน