ขับรถชนหลังเลิกงาน พ่อช็อกวอนสอบให้ชัด แพทยสภาจี้หาสาเหตุ

อาลัย ‘หมอมีน’ แพทย์อินเทิร์นปี 1 ร.พ.พหลพลพยุหเสนา กาญจนบุรี ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลัง ออกเวร ระหว่างขับรถไปดูสถานที่ ร.พ.ใน อ.หนองปรือ เพื่อเตรียมอินเทิร์นปี 2 รองผอ.ฝ่ายการแพทย์ โต้กระแสข่าวเข้าเวรควบ 4 กะรวด ก่อนประสบอุบัติเหตุ พ่อเผย ไม่รู้ลูกเข้าเวร 4 กะจริงหรือไม่ วอนผู้บริหารจัดตารางเวรให้เหมาะสม หมออั้มโพสต์ประสบการณ์ เข้าเวร 72 ชั่วโมงเต็มๆ แพทยสภาจี้ทางหลวงเร่งตรวจสอบถนนอันตราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่ เผยเป็นจุดอันตราย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เตรียมติดป้ายเตือนและสัญญาณไฟกะพริบ

จากกรณี แพทย์หญิงญาณิศา สืบเชียง หรือ หมอมีน แพทย์อินเทิร์นปี 1 ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ที่ประสบ อุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนจะเสียชีวิต เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งบุคลากรในวงการแพทย์ ได้ออกมาไว้อาลัยให้กับการเสียชีวิตของคุณหมอมีน รวมถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า คุณหมอมีน ซึ่งเป็นแพทย์จบใหม่ ต้องเข้าเวรควบกะ ติดต่อกันถึงสี่กะ จนร่างกายอ่อนเพลีย ก่อนจะขับรถไปประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขรวมถึงโรงพยาบาลต้นสังกัด ไม่ควรให้ คุณหมอต้องทำงานควบกะหลายชั่วโมง ติดต่อกัน จนทำให้ร่างกายรับไม่ไหว เกิดความอ่อนเพลีย จนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้

โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เฟซบุ๊ก พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ไว้อาลัย คุณหมอ หลังจากประสบอุบัติเหตุหลังจากเพิ่งเริ่มงานเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยโพสต์ระบุว่า “อาลัยน้องหมอมีน อินเทิร์น 1..23 วัน” ขอแสดงความเสียใจ กับครอบครัวของคุณหมอ Yanisa Mean ในการจากไปของน้องหมอมีน แพทย์จบใหม่ 2566 เพิ่งเริ่มปฏิบัติงานในตำแหน่งแพทย์เพิ่มพูนทักษะ ร.พ.พหลฯ กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากออกเวร ขอบคุณทีมพี่ๆ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาที่พยายามช่วยเหลือน้องอย่างสุดความสามารถ หลังได้รับการส่งตัวเข้าโรงพยาบาล แพทยสภาจะขอประสานข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานอย่างไรหรือไม่ เพื่อเป็นแนวทางที่อาจช่วยป้องกันได้ในอนาคต แต่เบื้องต้นทราบว่าเกิดเหตุที่แยกที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ #มอตาเขียว และเกิดในช่วงเย็น อยากให้ ผู้เกี่ยวข้องช่วยสำรวจพื้นที่ถนนและการจราจรด้วยครับ

คุณหมอมีนอยู่ในโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบทของจังหวัดราชบุรี กว่าจะเป็นหมอ 1 คน ต้องทุ่มเทเรียนเป็นเวลา 6 ปี นับเป็นการสูญเสียบุคลากรที่มีคุณค่าของประเทศอย่างยิ่ง ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว อีกครั้งครับ ขออนุญาตลงกำหนดการ งานสวดพระอภิธรรมของน้องครับ

พล.อ.ท.นพ.อิทธพรโพสต์อีกว่า “คุณหมอลงเวร ถ้าง่วงโปรด #หลีกเลี่ยงการขับรถเอง ถ้าจำเป็น #ควรงีบก่อน อย่าฝืน..อันตรายจริงๆ” นอกจากนี้ ยังโพสต์ด้วยว่า ขอท้องถิ่นช่วยแก้ไข อย่ารอให้เกิดครั้งต่อไป ถนนที่เกิดอุบัติเหตุของน้องมีน มีผู้รายงานมาว่าเป็น จุดเกิดอุบัติเหตุประจำ เป็นช่วงลงเนินแล้วเลี้ยวหักศอก แถวมอตาเขียว รายงานในท้องถิ่นว่า ครั้งนี้เป็นการชนแบบมหกรรม รถคุณหมอ 1 และปิกอัพอีก 2 คัน มอเตอร์ไซค์อีก 1 รวมเป็น 4 คัน และมี comment ว่า ที่เก่าเวลา เดิม อยากขอให้ท้องถิ่น หรือทางหลวงที่ รับผิดชอบ ช่วยพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ป้องกันต่อไปด้วยครับ ก่อนจะต้องเป็นภาระหมอห้องฉุกเฉิน และเป็นความสูญเสียของครอบครัวต่อไป ขอฝากช่วยส่งข้อมูลถึง ผู้รับผิดชอบในกาญจนบุรี เพื่อแก้ไขด้วยครับ #สูญเสียหนึ่งชีวิตแล้วอย่าให้มากกว่านี้ เลยครับ

ด้าน หมออั้ม นายแพทย์อิราวัต อารีกิจ หรืออดีตนักร้องชื่อดังและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า แพทย์เวรเช้า 08.00-16.00 น. เวรบ่าย 16.00-24.00 น. เวรดึก 00.00-08.00 น. (โดยประมาณ) มีข่าวว่า น้องหมอจบใหม่ที่เสียชีวิต อยู่เวรเช้า-บ่าย-ดึก และต่ออีกเช้า เข้าใจความรู้สึกเลย ในฐานะที่เคยอยู่เวร เช้า-บ่าย-ดึก-เช้า-บ่าย-ดึก เช้า-บ่าย-ดึก รวม 72 ชั่วโมงเต็มๆ แบบได้หลับๆ ตื่นๆ ครั้งละ 15-20 นาที เคยรับเคสพร้อมๆ กัน 17 เคส ยืนงงหน้าดงชาร์ตเหล็ก ที่กองตรงหน้า ว่าจะเลือกรักษาเคสไหนก่อนดี แพทย์รุ่นนี้ ไม่ควรได้เจออะไรแบบนี้ ขอให้น้องหมอสู่สุคติครับ

สูญเสีย – นายนิธาน สืบเชียง บิดา ‘หมอมีน’ พญ.ญาณิศา สืบเชียง แพทย์อินเทิร์นปี 1 ร.พ.พหลพลพยุหเสนา ยังข้องใจลูกสาวข้าเวรติดต่อกัน 4 กะรวด จนอ่อนเพลียและเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตหรือไม่ ที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.

วันเดียวกันนายนิธาน สืบเชียง อายุ 51 ปี บิดาของแพทย์หญิงญาณิศา เล่าถึงเหตุการณ์ก่อนที่ลูกสาวจะประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตด้วยความโศกเศร้าว่า หมอมีนเป็นนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัยมหิดล และได้เป็นแพทย์ อินเทิร์นปี 1 ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ซึ่งหลังจากปฏิบัติหน้าที่เข้าเวร ในวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมาเสร็จเรียบร้อย ในเวลา 16.00 น. หมอมีนขับรถออกจากโรงพยาบาล เพื่อมุ่งหน้าไปยังพื้นที่อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อจะไปดูสถานที่ของ โรงพยาบาลสถานพระบารมี และโรงพยาบาลหนองปรือ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล อยู่ห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรีกว่า 100 กิโลเมตร เนื่องจากหมอมีนมีความตั้งใจที่ จะไปปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์อินเทิร์นปี 2 ที่โรงพยาบาล 1 ใน 2 แห่งดังกล่าว หลังออกเวรจึงได้ตัดสินใจขับรถมุ่งหน้าไปดูสถานที่ของโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งด้วยตนเอง เพื่อประกอบการตัดสินใจ ว่าจะไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่โรงพยาบาลใด ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายนิธานกล่าวอีกว่า ลูกสาวเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน บางครั้งก็เข้าเวรติดต่อกันจนไม่ได้กลับบ้าน ส่วนในวันก่อนเกิดเหตุตนไม่รู้ว่าหมอมีนได้เข้าเวรติดต่อกันถึง 4 กะ ตามที่มีคนออกมาให้ข้อมูลจริงหรือไม่ ทราบเพียงว่าหมอมีน มีความตั้งใจที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกลเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ดีขึ้น ซึ่งตนในฐานะที่เป็นพ่อก็อยากจะฝาก ไปถึงผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงโรงพยาบาล ให้ดูแลจัดตารางเวรการปฏิบัติงานของหมอทุกคน ให้มีความเหมาะสม ไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันจนร่างกายเกิดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจนรับไม่ไหว แต่ ในส่วนของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับลูกสาวนั้น ตนคิดว่า น่าจะมาจากเรื่องของการไม่ชำนาญเส้นทางมากกว่าความอ่อนเพลียของร่างกาย ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่

ขณะที่ นพ.รักษ์พงศ์ เวียงเจริญ รองผอ. ฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา กล่าวถึงกระแสข่าวหมอมีน ต้องเข้าเวร 4 กะ ก่อนประสบอุบัติเหตุว่า ไม่ใช่แบบนั้น เพราะว่าเขาก็ทำงานตามปกติ ในคืนวันที่ 21 มิ.ย. อยู่เวร เหตุเกิดเย็นวันที่ 22 มิ.ย. ซึ่งเสร็จงานแล้ว จากนั้นไปหาเพื่อนที่ต่างอำเภอ ไม่ได้อยู่เวรติดต่อกัน 4 กะ

เขาทำงานกลางวัน วันที่ 21 มิ.ย. และทำงานต่อในคืนเดียวกัน แต่ไม่ใช่เวรที่หนักมากจนไม่ได้นอน เพราะมีคนไข้ต้องดูแล เพียง 3 คน แล้ววันที่ 22 เช้า เขาขึ้นไปทำงานต่อ มีคนไข้ในการดูแลประมาณ 15 คน แต่ ไม่ได้ผ่าตัดอะไร ช่วงเย็นเสร็จงานเขาขับรถไปหาเพื่อน ในความเห็นส่วนตัว อาจคิดว่าไม่ได้เหนื่อยอะไรมากเลยขับรถไปอะไรทำนองนี้ คำว่า 4 กะ ไม่ใช่

ส่วนจำนวนแพทย์อินเทิร์นที่โรงพยาบาล มากน้อยขนาดไหนนั้น นพ.รักษ์พงศ์กล่าวว่า ร.พ.พหลฯ รับแพทย์ฝึกอบรมแพทย์จบใหม่ได้ 30 คน แต่กระทรวงจัดสรรให้แค่ 14 คน เราจ้างแพทย์ที่จบจากมหาวิทยาลัยเอกชนอีก 4 เป็น 21 คน งานก็เกลี่ยกำลังพอดี เขาจะอยู่เวรห้องฉุกเฉิน 8 ชั่วโมงประมาณ 3 เวรต่อเดือน ส่วนเวรในจะอยู่ค้างคืนก็จริง แต่เขาจะมี 4 คน เพราะฉะนั้นจะอยู่เวรวันเว้น 4 แต่เขา ไม่ได้อยู่คนเดียวจะมีแค่ศัลยแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน นักศึกษาแพทย์ ดูแลคนไข้ ด้วยกันไม่ได้แบบอยู่คนเดียว ถ้าวันไหนเหนื่อยก็พักได้ เพราะเขาไม่ได้เป็นเวรผ่าตัด แต่เป็นเวรรับคนไข้ไปเจอคนไข้ว่าเป็นอะไรยังไง จากนั้นรายงานแพทย์เจ้าของไข้หรือว่าจะต้องผ่าตัดไหมอะไร อันนี้หน้าที่ของเขา ไม่ได้ต้องตะลุยผ่าตัดเลย

นพ.รักษ์พงศ์ ยังตอบคำถามถึงความมั่นใจว่า แพทย์ไม่ได้ทำงานหนักจนเกินไปว่า เราก็พยายามจะแก้ปัญหามันผ่านแล้ว ก็เข้าใจ อยู่ว่าแพทย์ในยุคใหม่ทำงานไม่ได้เยอะมาก เท่าไหร่ และพยายามตั้งแต่จัดสรรกำลังคน มีแพทย์มาหลายๆ ระดับให้มาช่วยกันดูแล ไม่ได้ทำงานคนเดียวแน่นอน อย่างวันที่ เกิดเหตุเนี่ย วันนั้นน่ะเขาไม่ได้ทำงานหนักเลย มาทำงาน 9 โมงกว่าๆ แล้วก็เสร็จงาน ไม่ได้ตรวจคนไข้ติดกันเป็นร้อยๆ คน ในมือเขามีแค่ 15 คน และเป็นแค่ที่นอนอยู่ในตึก แล้วเขาคงจะคิดว่ามีเวลาว่างพอสมควร แต่จะ งีบหลับหรือไม่หลับเราไม่ได้ติดตามอะไร ตรงนั้น และที่พักในโรงพยาบาลก็มี เขาคงคิดว่าไม่มีธุระอะไรแล้ว เลยขับรถไปหาเพื่อนที่ต่างอำเภอ เรื่องทั้งหมดมีเพียงแบบนี้เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรม พญ.ญาณิศา สืบเชียง (หมอมีน) จัดขึ้นที่ ณ วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้ ศาลา 1) วันที่ 24 มิถุนายน 2566 รดน้ำศพ เวลา 16.00 น. วันที่ 24-28 มิถุนายน 2566 สวดพระอภิธรรม เวลา 19.30 น. ฌาปนกิจ วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 16.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สภาพถนนบริเวณจุดที่หมอมีนเกิดอุบัติเหตุ ก็คือถนนทางหลวงสาย 3480 (ปลักประดู่ – ถ้ำธารลอด) บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 15-16 หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า มอหกเขย ก่อนถึง มอตาเขียว อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นถนนสองเลนแบบแล่นสวนกันและเป็นทางขึ้นเนินสูง ทำให้รถที่ขับขึ้นเนินไม่สามารถมองเห็นรถในเลนที่แล่นสวนกันมาได้ ชาวบ้านในละแวกนี้บอกว่า รถที่ขับขึ้นเนินเมื่อพ้นเนินสูง ก็จะมีซอยทางด้านซ้ายมือที่มักจะมีรถออกมาจากข้างทางอยู่เป็นประจำ ถือว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ล่าสุดนายวรรณเฉลิม จันทร์เมือง หัวหน้าหมวดทางหลวงบ่อพลอย ลงพื้นที่ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงติดป้ายบอกเส้นทางให้มากกว่าเดิม และจะได้ดำเนินการจัดหางบประมาณ ติดตั้งไฟกะพริบเตือนให้ ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จะทราบเส้นทางดี แต่หากคนนอกพื้นที่ โดยเฉพาะถนนเส้นนี้มีจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ กว่า 10 แห่ง อาจจะไม่ชำนาญเส้นทางทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยจะเร่งดำเนินการนำป้ายมาติดตั้งเพิ่มเป็นการเร่งด่วนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน