เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ชาวนาในหลายพื้นที่ จ.นครราชสีมา กำลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานหลายวัน ส่งผลกระทบทำให้ต้นข้าวเริ่มยืนต้นตายเพราะขาดน้ำมาหล่อเลี้ยง อย่างเช่น ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนหนัก นาข้าวกว่า 2 พันไร่ เริ่มเหี่ยวเฉา เตรียมที่จะยืนต้นตาย โดยนายประยูร นิจจอหอ อายุ 56 ปี ชาวนารายหนึ่งของบ้านหนองอ้อ ม.3 ต.เมืองปราสาท อ.โนนสูง เผยว่า ปีนี้ลงทุนปลูกข้าวนาปี เป็นข้าวหอมมะลิ 40 ไร่ ทำให้ขณะนี้ต้นข้าวเริ่มเหี่ยวเฉา จึงลงทุนนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้ง เพื่อสูบน้ำจากฝายเก็บน้ำบ้านหนองอ้อขึ้นมาใส่นาข้าว ป้องกันไม่ให้ ต้นข้าวเหี่ยวเฉาตาย
ปริมาณน้ำภายในฝายเก็บน้ำบ้านหนองอ้อ ล่าสุดปริมาณน้ำเริ่มลดลงทุกวัน ชาวนาส่วนใหญ่ในพื้นที่หวั่นวิตกว่า ปริมาณน้ำจะมีไม่เพียงพอใช้ทำนาปลูกข้าว เพราะ หน่วยงานรัฐประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในช่วงกลางก.ค. อาจส่งผลทำให้มีปริมาณฝนตกน้อย และเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน กระทบต่อเกษตรกรผู้ทำนา ปลูกข้าวได้จำนวนมาก จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบ เพื่อวางแผนเตรียมการช่วยเหลือ ก่อนนาข้าวเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง

ฝนถล่ม – พ่อค้าแม่ค้าที่ถนนคนเดินเซราะกราว วอล์กกิ้งสตรีต เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ต่างไล่เก็บสินค้า-เต็นท์กันวุ่นวาย หลังเกิดพายุฝนถล่มอย่างหนัก จนข้าวของปลิวเสียหาย ต้องหยุดขายกลางคัน ทำให้ต้องขาดทุนยับเยิน เมื่อเย็น วันที่ 24 มิ.ย.
ส่วนที่เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดฝนตกถล่ม ลมพัดแรงนานครึ่งชั่วโมง ส่งผลทำให้พ่อค้าแม่กว่า 400 ร้านค้า ที่ขายของอยู่ที่บริเวณ “ถนนคนเดินเซราะกราว วอล์กกิ้งสตรีต” (ชั่วคราว) บริเวณถนนอนุวรรตน์ ริมคลองละลมโบราณ ลูกที่ 4 จากสี่แยกศูนย์แพทย์ 1 ไปจนถึงสามแยก ศาลเจ้าแม่บัวลอย ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่กำลังช่วยกันตั้งแผงขายของอยู่บนถนน และมีประชาชนทยอยออกมาเดินเลือกซื้อของ ต้องพากันวิ่งหนีหลบฝนกันจ้าละหวั่น และมีลมพัดแรง ทำให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและคนมาซื้อของต้องช่วยกันจับยึดขาเต็นท์ขายของไว้ไม่ให้ปลิวไปตามแรงลม บางรายที่เก็บของไม่ทันทำให้โดนฝนเปียกได้รับความเสียหาย