หมายจับ2-แจ้งข้อหา10 ปั้นหลักฐานคดี 140ล้าน
บิ๊กเด่นตั้งใหม่-ผู้การชลโจ๊กพบอัยการปมกม.อุ้มสั่งถอนพาสปอร์ต‘บอย’
หมายจับเพิ่มอีก 2 ตำรวจแก๊งรีดเงินเว็บพนัน 140 ล. ฟัน 12 สีกากี สร้างหลักฐานเท็จขอหมายจับแก๊งเว็บพนันนายเป้ ‘บิ๊กเด่น’ สั่งถอดรักษาการผู้การเมืองชล โยกรองผบช.ภาค 7 ดูแลแทน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ชี้เป็นเรื่องดี ปมร้อง 3 นายตำรวจชุดคลี่คลายคดีพัวพันตบทรัพย์เว็บพนัน ‘มาเก๊า888’ หากเป็นจริงไม่มีเลี้ยงไว้ ไม่ว่า จะเป็นเพื่อนหรือลูกน้อง
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติ ประภัสร์ ผบ.ตร. ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 385/2566 ลงวันที่ 17 มิ.ย. 2566 เรื่อง ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน เนื่องจากมีเหตุผลความจำเป็นบางประการ ดังนั้น เพื่อให้การบริหารราชการของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 จึงสั่งการ ดังนี้ ยกเลิกการให้ พล.ต.ต.ธนาวุฒิ จงจิระ ผบก.กมค.ภาค 2 รรท.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และพล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รองผบช.ภาค 7 รรท.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี อีกหน้าที่หนึ่ง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
วันเดียวกัน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าในคดีกลุ่มตำรวจถูกกล่าวหาร่วมกับพลเรือน เรียกรับเงินจาก ผู้ต้องหาในคดีเว็บพนันออนไลน์ 140 ล้านบาท ว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอหมายจับตำรวจ 12 นาย พลเรือน 1 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 ศาลพิจารณาแล้วออกหมายจับตำรวจ 2 นาย พลเรือน 1 คน พร้อมให้เหตุผลว่า ตำรวจในกลุ่มที่ไม่ออกหมายจับเพราะเห็นว่ามีที่อยู่ มีข้อมูล ให้เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาได้ และบางนายมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มแรกที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนไปแล้ว
ส่วนพลเรือนที่ถูกออกหมายจับเพิ่ม 1 คน เป็นคนในกลุ่มของนายวีระ หรือ บอย นาทรัพย์ และอยู่ระหว่างติดตามตัว ขณะที่นายวีระและภรรยาติดต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าอยากจะมอบตัว เบื้องต้นแจ้งไปแล้วว่ามอบตัวได้ทุกเมื่อ ปัจจุบันทราบว่าอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศเพิกถอนหนังสือ เดินทางของทั้งคู่แล้ว ทันทีที่ทั้งคู่เดินทางออกนอกสิงคโปร์จะถูกควบคุมตัวทันที
ส่วนกรณีของพล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ อดีตผบก.ภ.จว.ชลบุรี รองผบ.ตร.เผยว่า ส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรให้พนักงานสอบสวนแล้ว แต่ตัวเองยังไม่ได้อ่าน หากอ่านและตรวจสอบแล้วมีข้อสงสัยจะเรียกตัวมา สอบสวนเพิ่มเติมภายหลัง คดีการเรียกรับเงินรวม 140 ล้านบาท เกิดจากการไม่สมประโยชน์กัน โดยก่อนหน้าที่จะมีการแจ้งความที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นายธนินวัฒน์ หรือ เป้ อุดมเชาวเศรษฐ์ เข้ามาพบเพื่อร้องเรียนเรื่องดังกล่าว จึงได้แนะนำว่าถ้าเป็นเรื่องจริงให้ไปแจ้งความ
“สำหรับคดีนี้ การสืบสวนสอบสวนมาจนถึงขณะนี้พบว่ามีตำรวจตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการร่วมกันเรียกรับเงินอย่างน้อย 15 นาย พลเรือน 4 คน จุดตั้งต้นเว็บพนันออนไลน์ ที่นายเป้เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ ก็อยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งสภ.แสนสุข จ.ชลบุรี เป็นเจ้าของคดี” รองผบ.ตร.กล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังได้ระบุถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าร้องเรียนต่อ สอท. กรณีอ้างว่าตำรวจ 3 นาย ในชุดทำงานคดีเรียกรับเงิน 140 ล้านบาท มีประวัติก่อเหตุเรียกรับเงินจากคดีมาเก๊า 888 ว่า เป็นเรื่องที่ดี หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความจริงต้องดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือเป็นลูกน้อง แต่หากตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริงก็ไม่มีแนวคิดที่จะฟ้องกลับผู้ที่กล่าวหา พร้อมระบุว่า การตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องที่ดี หรือแม้แต่การที่ตำรวจตรวจสอบตำรวจด้วยกันเองก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจ ทั้ง 12 นาย ถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเรียกรับประโยชน์ หลังเข้าดำเนินการจับกุมเว็บพนันที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง และมีการเรียกรับประโยชน์จากเจ้าของเว็บ 200,000 บาท และบังคับให้เป็นสายลับตำรวจ เพื่อสร้างหลักฐานเท็จในการออกหมายจับเว็บพนันของนาย ธนินวัฒน์ หรือ เป้ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา
ส่วนนายวีระ หรือ บอย นาทรัพย์ ถูกออกหมายจับอีกข้อหา ฐานสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ละเว้นและเรียกรับประโยชน์ ซึ่งเป็นการออกหมายจับเพิ่มจากของเดิมในคดีนายธนินวัฒน์ โดยนายวีระยังหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา จะกลับมามอบตัว แต่ติดปัญหาที่กรมการกงสุลสั่งยกเลิกหนังสือเดินทาง ทำให้ไม่สามารถขึ้นเครื่องบินได้
รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เข้าพบนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เพื่อปรึกษาว่า คดี พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ อดีตผบก.ภ.จว.ชลบุรี กับพวกร่วมกันรีดทรัพย์ 140 ล้านบาท เข้าข่ายพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหาย หรือไม่ ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากปรึกษาเสร็จเดินทางกลับทันที
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า พ.ร.บ.อุ้มหาย หมวด 4 มาตรา 31 มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับคดีนี้ บัญญัติว่า ด้วยการดำเนินคดีบัญญัติในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น นอกจากพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ให้พนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่ พนักงานฝ่ายปกครอง ตำแหน่งตั้งแต่ปลัดอำเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไป ในสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ เป็นพนักงานสอบสวน มีอำนาจสอบสวนและรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.นี้และความผิดอื่นที่เกี่ยวพันกัน
ในกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัตินี้คดีใด ให้คดีนั้นเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ กรณีการสอบสวนโดยหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่พนักงานอัยการ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุแห่งคดีให้พนักงานอัยการทราบ เพื่อเข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที
ในกรณีไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนท้องที่ใดหรือหน่วยงานใดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ให้อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทนเป็นผู้ชี้ขาด ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้เป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีต่อไปตามพ.ร.บ.นี้ และแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ
รายงานข่าวขยายความเพิ่มเติมว่า มาตรา 31 วรรคสามที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่ากรณีการสอบสวนโดยหน่วยงานอื่น ที่มิใช่พนักงานอัยการให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบแจ้งเหตุแห่งคดีให้พนักงานอัยการทราบ เพื่อเข้าตรวจสอบหรือกำกับการสอบสวนทันที ซึ่งก่อนหน้านี้ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย.ที่ผ่านมา 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยื่นคำร้องขอไปยังอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการสอบสวนพิจารณาอัยการเข้าควบคุมการสอบสวนคดีเเทน เพื่อปฏิบัติตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย
วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารหลักฐานมอบให้กับพล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับเพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.อ.สุรเชษฐ์และชุดสืบสวนสอบสวน กรณีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์แต่งตั้งคดีผบก.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกันทำเว็บพนันออนไลน์ โดยมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. เป็นผู้รับมอบหลักฐานแทน เนื่องจาก ผบช.สอท. ติดภารกิจ
นายอัจฉริยะกล่าวว่า วันนี้มาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับตำรวจ 3 นาย พร้อมพวกที่เปิดเว็บพนันออนไลน์ มียศเป็นพ.ต.อ. ตำแหน่งรองผู้บังคับการ 2 คน สังกัด สตม. อีกคนอยู่ที่ จ.ชลบุรี มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1 พันล้าน ทั้ง 3 ราย และเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับคดีอุ้ม 140 ล้าน เห็นว่ามีการเลือกปฏิบัติคือคนของตัวเองไม่ดำเนินการจับกุม การทำคดี 140 ล้านบาท ยังใช้วิธีที่สกปรกในการที่มีลิ่วล้อแอบอ้างว่าเป็นคำสั่งพล.ต.อ.สุรเชษฐ์อุ้มพยานมาปรักปรำคนนั้นคนนี้ซึ่งเป็นการกระทำที่ใช้ไม่ได้ หลังจากนี้ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มิ.ย.นี้ จะพาเหยื่อซึ่งเป็นพลเรือนที่ถูกชุดทำงานของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์อุ้มมาแถลงกับสื่อมวลชน
นอกจากนี้ยืนยันจะดำเนินคดีกับ ผกก.สภ.คูคต จ.ปทุมธานี อีกหลายคดี เนื่องจากปล่อยให้มีบุคคลภายนอกมาควบคุมการสอบสวน ซึ่ง ปปป.กำลังดำเนินการอยู่ และคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีการแจ้งความกับทางผู้กำกับและผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ในเรื่องนำความลับในสำนวนไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอกอย่างนายกสมาคมพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ อดีตผบก.กองอุทธรณ์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบก.อธ.) ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว ใช้สิทธิ์อะไรไปควบคุมการสอบสวนพยานทั้ง 5 ปาก เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไม่ใช่หน้าที่ที่บุคคลภายนอกต้องมาควบคุมการสอบสวนอันนี้ถือเป็นการนำความลับในคดี 140 ล้านไปเปิดเผยให้บุคคลภายนอกทราบ ยืนยันจะเปิดหน้าชกไม่สนใจว่าจะเป็นใคร ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ว่าไปตามกฎหมาย