ลดกระแสโจมตีก้าวไกลหนัก 2พรรคนัดเคาะสุดท้ายวันนี้ พิธานำ 150สส.เข้ารายงานตัว วิษณุรับ‘112’ช่องยุบพรรค วุฒิกระทุ้งกกต.ยื่นศาลรธน.

เพื่อไทยผลักดันขอตำแหน่งประธานสภา ยึดตามสูตรแบ่งเก้าอี้ 14+1 ก้าวไกลได้นายกฯ เพื่อไทยก็ต้องได้ประธานสภา ด้านพรรคส้มเคาะชื่อ ‘หมออ๋อง-ปดิพัทธ์’ ชิงประมุขนิติบัญญัติ สองพรรคนัดถกหาข้อสรุปวันนี้ ‘พิธา’นำทัพส.ส.รายงานตัวกองเชียร์แห่รับแน่น มั่นใจมีเสียงส.ว.เพียงพอหนุนนั่งนายกฯ วอนวุฒิสภายึดโหวตตาม ปี 62 ลุยสมุทรสงคราม-สมุทรสาคร ขอบคุณประชาชน เตือนอย่าเอาเรือขวางน้ำเชี่ยว ‘วิษณุ’ชี้คำร้องกล่าวหา ‘ทิม-ก้าวไกล’ มาตรา 112 ไม่มีผลกับการโหวตนายกฯ แต่ยอมรับหากศาลรธน.ชี้ผิด เปิดช่องร้องยุบพรรคได้ นักร้องขู่ยื่นสำนักพระราชวัง คัดค้านการทูลเกล้าฯ ชื่อพิธานายกฯ ส.ว.สมชาย-เสรีออกโรงเอง ไล่บี้กกต.ยื่นศาลรธน.ก่อนส.ว.เข้าชื่อ ‘ป้อม’ยันชัดไม่เสนอชื่อ ‘สุชาติ’ แข่งแย่งประธานสภา ยันอีกไม่ได้คุยทักษิณมา 18 ปีแล้ว

พิธานำสส.รายงานตัว-แห่รับคึก
เมื่อเวลา 09.19 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีม 150 ส.ส. สวมเสื้อยืดข้อความ “เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน” ทับด้วยชุดสูท เดินทางโดยรถทัวร์ปรับอากาศมารายงานตัวต่อสภา โดยมีแฟนคลับพรรค ก้าวไกลมาชูป้ายให้กำลังใจนายพิธาและ ส.ส.ก้าวไกล พร้อมตะโกนว่า “นายกฯ สู้ๆ” ขณะเดียวกัน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สภาบางส่วนเตรียมช่อดอกไม้มามอบให้ส.ส.พรรคก้าวไกล รวมทั้งมีกลุ่มแม่บ้านประจำสภารวมตัวกันถือป้ายให้กำลังใจนายพิธา ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายพิธาให้สัมภาษณ์ก่อนรายงานตัวว่า เหตุที่เลือกรายงานตัววันที่ 27 มิ.ย. มีหลายเรื่องรวมทั้งที่ตนติดโควิด พอแข็งแรงขึ้นก็ เลยมา อีกทั้ง 27 มิ.ย.มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ชาติไทยพอสมควร จึงคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี

เข้าสภา – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำส.ส.ทั้งระบบเขต-บัญชีรายชื่อ 150 คน เดินทางเข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีด้อมส้มแห่ต้อนรับคึกคัก ที่อาคารรัฐสภา เมื่อ 27 มิ.ย.

ยันมีเสียงสว.สนับสนุนเพียงพอ
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่มี ส.ว.หลายคนระบุไม่สนับสนุนให้เป็นนายกฯ นายพิธากล่าวว่า ไม่กังวลใจ เท่าที่พูดคุยกับส.ว.มีหลายคนที่มีดุลพินิจและมีหลักเลือกตามบรรทัดฐานที่ทำไว้เมื่อปี 2562 ที่พูดไว้ว่าใครรวมเสียงสภาล่างได้เกิน 251 ก็ไม่อยากฝืน มติสภาล่างหรือเสียงที่มาจากประชาชน ถ้าบรรทัดฐานเป็นอย่างนั้นภาพรวมของ ส.ว. 250 คน ถ้ายึดหลักการก็ไม่มีอะไรน่ากังวลใจ

เมื่อถามกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุมีเสียงส.ว.ใกล้ถึงเป้า แต่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.บอกว่ามี ไม่ถึง 5 คน นายพิธากล่าวว่า ต้องยืนยันว่า สิ่งที่น.ส.ศิริกัญญาพูดเป็นเรื่องจริง เราขอทำงานเต็มที่ พยายามทลายกำแพงและสร้างความเข้าใจระหว่าง 2 สภาอยู่แล้ว ส.ว.ไม่มีโอกาสพูดกับสื่อทุกคน หรือยังไม่ได้บอกความคิดของเขาออกมา เมื่อถามว่าระบุเป็นตัวเลขได้หรือไม่ว่าเวลานี้มี ส.ว.สนับสนุนเท่าไร นายพิธากล่าวว่า เพียงพอกับการเลือกตนเป็นนายกฯ เมื่อสภาล่างรวมเสียงได้มาก ไม่ควรมีใครมาขืน

อย่าอ้าง‘112’ยันไม่ได้ยกเลิก
เมื่อถามกรณี ส.ว.ส่วนใหญ่ยังติดใจมาตรา 112 นายพิธาจะปลดล็อกเรื่องนี้อย่างไร นายพิธากล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 112 เราพูดก่อนเลือกตั้ง และเวทีดีเบตพูดชัดเจนตกผลึกว่าการแก้ไขมาตรา 112 น่าจะเป็นทางออกให้สังคมไทย เพราะที่ผ่านมีการเอามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองรังแกคนเห็นต่าง รวมถึงเยาวชนซึ่งไม่ได้เป็นผลดีกับสถาบันเลยในการที่จะรักษาสิ่งที่เรารัก เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่เป็นเหตุให้เส้นทางการจัดตั้งรัฐบาลสะดุด

“มีข้อมูลที่หลายฝ่ายที่ยังเข้าใจผิดเพราะการแก้ไขคือการแก้ไข ไม่ใช่การยกเลิก เท่าที่ได้คุยกับวุฒิสภาทำให้เขาเข้าใจมากขึ้น ว่าการรักษาปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับประเทศไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน” นายพิธากล่าว และว่า อย่านำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างอีกเลย มีหลายเรื่องที่เห็นตรงกันจำนวนมากที่ต้องบริหารจัดการ

ข้อหาล้มล้างปกครอง-เกินจริง
เมื่อถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีประเด็นพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล กังวลหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่กังวลใจเพราะเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญกับอัยการสูงสุด การแก้ไขกฎหมายฉบับหนึ่งไม่เท่ากับการล้มล้างการปกครองตามที่กล่าวหา และคิดว่าข้อกล่าวหานี้เกินจริงไปมาก ยืนยันว่ามีความตั้งใจที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างหนักแน่น

เมื่อถามว่าเมื่อพิจารณาไทม์ไลน์ของศาลรัฐธรรมนูญจะคาบเกี่ยวกับวันโหวตนายกฯ จะเป็นเหตุผลที่ส.ว.ยกมาอ้างเพื่อไม่โหวตสนับสนุนหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า “เชื่อว่าไม่เป็นไปอย่างที่เป็นข่าว ว่าจะนำเรื่อง มาตรา 112 เป็นข้ออ้าง ที่จะไม่ทำมติของ สภาล่างจึงไม่เป็นประเด็นอะไร”

วิษณุชี้ร้อง 112 ไม่มีผลโหวตนายกฯ
ที่ทำเนียบ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้อัยการสูงสุด (อสส.) แจ้งว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องภายใน 15 วัน กรณีนายธีรยุทธ สุวรรณเกสร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 การกระทำของนายพิธาและพรรคก้าวไกล ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ยกเลิกมาตรา 112 ใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งและยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องสอบถามเพราะมีคนไปร้องนานแล้ว และยังไม่ทำความเห็นส่งมาเสียที เพราะถ้าไม่ส่งเอกชนก็จะฟ้องร้องเอง

เมื่อถามว่าหากศาลรับคำร้องจะส่งผลต่อการโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่น่า เพราะเป็นเรื่องของพรรคก้าวไกลไม่ใช่ตัวบุคคล และไม่มีเรื่องของการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อการเมืองเรื่องการโหวตเลือกนายกฯ เพราะเกี่ยวกับมาตรา 112 นายวิษณุกล่าวว่า ก็แล้วแต่ว่าใครจะมี ความรู้สึกอย่างไร

หากศาลชี้ผิดร้องยุบพรรคได้
เมื่อถามว่าศาลมีทางเลือกจะไม่รับคำร้องหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ เป็นไปได้ เมื่อถามว่าเป็นเพราะศาลไม่มีทางเลือกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ใช่ มี เมื่อถามว่าหาก อสส.ไม่รับคำร้อง ผู้ร้องสามารถใช้ช่องตามมาตรา 49 ยื่นตรงศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ศาลจะรับก็ได้ หรือไม่รับก็ได้

เมื่อถามว่าแต่คำร้องให้เขียนว่าแค่ยกเลิกการกระทำ ถือเป็นสารตั้งต้นให้คนมาร้องคดีอาญาหรือคดียุบพรรคกรณีหากศาลตัดสินว่าผิดใช่หรือไม่ นายวิษณุพยักหน้าและตอบว่า ใช่ และอย่าให้ตนไปแนะนำเลย เมื่อถามว่าคดีดังกล่าวเมื่อเทียบกับคดีหุ้นไอทีวี รุนแรงกว่าหรือไม่ นายวิษณุตัดบทว่า ไม่รู้

นักร้องขู่ยื่นเลขาฯพระราชวัง
ที่สำนักงาน กกต. นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากมธ.การกฎหมายฯ สภาผู้แทนฯ ยื่นหนังสือติดตามผลการพิจารณาเรื่องการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธา โดยขอให้กกต.ตอบอย่างชัดเจนว่าจะยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะจะมีผลถึงการโหวตนายพิธา เป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 หากกกต.ไม่ยื่น ตนจะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาว่าจะเป็นผู้ยื่นไปยังศาลหรือไม่ เมื่อไรที่มีการโหวต นายกฯ แต่กกต.ยังไม่ยื่นศาล หรือตนร้องผู้ตรวจฯ แต่ยังไม่มีการดำเนินการ ตนก็จะทำหนังสือไปยังสำนักเลขาธิการพระราชวัง คัดค้านกรณีมีการเสนอชื่อนายพิธาเป็นนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ

พร้อมยื่นกกต.ตรวจสอบกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยังพักบ้านพักหลวง พร้อมเตือนไปถึงส.ส.ทุกพรรค อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 185(1) ห้าม ส.ส. ส.ว. แทรกแซงกิจการของราชการ ไม่เช่นนั้นจะร้อง ป.ป.ช.

สกัดพิธา – นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำพิราบขาว 2006 ยื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ประธาน กมธ.สิทธิมนุษยชนฯ และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ เพื่อขอให้ ส.ว.ร่วมลงชื่อร้องเรียนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรณีถือหุ้นสื่อ ที่รัฐสภา เมื่อ 27 มิ.ย.

สว.ออกโรงไล่บี้กกต.เอง
เวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำพิราบขาว 2006 ยื่นหนังสือต่อนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ประธาน กมธ.สิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา และนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ประธานกมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ขอให้ส.ว. ร่วมกันลงชื่อร้องเรียนนายพิธา กรณีถือหุ้นสื่อไอทีวี อาจขัดพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มาตรา 42(3) และกรณีโอนหุ้นหลังวันเลือกตั้ง อาจเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3)

นายสมชาย รับปากรับเรื่องไว้ตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามกรณีนายพิธามั่นใจจะได้เสียงโหวตจากส.ว.ให้เป็นนายกฯ นายสมชายกล่าวว่า จากที่พูดคุยกับ ส.ว.ที่ลงคะแนนเลือกตั้งให้พรรคก้าวไกล ไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบายแก้มาตรา 112 แต่เห็นด้วยบางนโยบาย บางนโยบายสุ่มเสี่ยง ดังนั้น ขอให้เอาออกเพื่อประโยชน์ของประเทศ

ด้านนายเสรีกล่าวว่า ข้อมูลที่นายนพรุจยื่นเรื่องหุ้นสื่อสอดคล้องข้อมูลกมธ.พัฒนาการเมืองตรวจสอบอยู่ จะนำไปรวมกันเพื่อพิจารณาต่อไป และ 28 มิ.ย. เวลา 10.00 น. กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะไปพบนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ขอทราบความคืบหน้าหลังรับรองส.ส. และการตรวจสอบ นายพิธา ตามพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. มาตรา 151 พร้อมนำหลักฐานการถือครองหุ้นสื่อไอทีวี, ที่ดินอ.ปราณบุรี ยื่นกกต.นำไปเทียบเคียงให้เห็นช่วงเวลาจัดการมรดกเรื่องหุ้นกับที่ดินเชื่อมโยงสอดคล้องกัน

เย้ยมีสว.หนุนไม่เกิน 5 เสียง
นายเสรีกล่าวว่า ส.ว.จะพิจารณาเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ส่งให้ประธานวุฒิสภายื่นเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ ของนายพิธา โดยควรยื่นตรวจสอบก่อนการโหวตนายกฯ แต่จะมีผลให้การโหวตยุติก่อนหรือไม่ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาพิจารณา หากกกต.ไม่ยื่นตีความคุณสมบัตินายพิธาก่อนโหวตนายกฯ อาจเป็นไปได้ที่ส.ว.จะเข้าชื่อกันยื่นตีความคุณสมบัตินายพิธา เมื่อถามว่าหากส.ว.ยื่นตีความจะปลุกกระแสสังคมออกมาต่อต้านหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ถ้ากระแสสังคมไม่ถูกต้องจะยึดอะไรระหว่างความถูกต้องกับกระแส แนวทางที่แก้ไขมาตรา 112 ไม่เหมือนปี 2562 ที่ไม่มีการเสนอแก้ไข ที่บอกว่าต้องเอามาตรฐานปี 2562 มาใช้คงเป็นไปไม่ได้

ที่นายพิธาระบุมีเสียงส.ว.เพียงพอหนุนเป็นนายกฯ นั้น ยังไม่เห็นมีใครที่แสดงออกมาชัดเจนนอกจาก 17 คนที่มีชื่อออกมา แต่ใน 17 คน หลายคนปฏิเสธว่าถูกเอาชื่อไปใส่ ทุกคนพูดตรงกันว่าถ้าได้เสียงข้างมากแล้วยังจะแก้มาตรา 112 ก็ไม่โหวตให้ เมื่อถามว่าประเมินว่านายพิธาจะได้เสียงพอเป็นนายกฯ หรือไม่ นายเสรีเชื่อว่าไม่พอ จะไปเอาเสียงที่ไหน ตนดูจากการแสดงออกที่ชัดเจน ของส.ว.สนับสนุนนายพิธาไม่เกิน 5 เสียง

กกต.ถกลับชุดไต่สวนม.151
วันเดียวกัน หลังการประชุม กกต. ได้มีการประชุมลับของกกต. โดยคณะกรรมการไต่สวนของสำนักงานฯ ที่สอบสวนกรณี นายพิธา ฐานรู้อยู่แล้วไม่มีสิทธิลงสมัครส.ส.แต่ยังลงสมัคร ตามมาตรา 151 พ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. จากกรณีมีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากถือหุ้นไอทีวี

เป็นการรายงานความคืบหน้าการสอบสวน หลังใกล้ครบกรอบเวลา 20 วันนับแต่ 9 มิ.ย. ที่กกต.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ขณะเดียวกันสำนักงานได้รายงานกรณีมีคำร้องทั้งของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล ที่ขอให้กกต.ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส.ของนายพิธา สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3)หรือไม่ด้วย

การประชุมลับดังกล่าวนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่วันนี้เป็นวันสุดท้าย เนื่องจากจะมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 28 มิ.ย.และต้องพ้นจากตำแหน่งเข้าร่วมหารือด้วย

ตู่สั่งครม.เตรียมพร้อมส่งมอบงาน
เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมครม. โดยมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน หลังมีข่าวลือดีลลับจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อาจได้เป็นนายกฯ

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งกับ ครม.ว่า ขอให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงเตรียมตัว เตรียมเอกสาร และเตรียมความพร้อมในการส่งมอบงานของกระทรวงให้ครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะงานที่เป็นโครงการของรัฐบาลชุดนี้แล้วรัฐบาลชุดหน้ายังต้องทำต่อเนื่อง ให้ดูรายละเอียดให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบ

เดินหน้า – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค รวมไทยสร้างชาติ ร่วมประชุมกรรมการ บริหารพรรค เพื่อ รับทราบการเดินหน้าทำงานของพรรค ในอนาคต ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.

รทสช.ตั้งทีมโฆษกพรรค
เวลา 16.30 น. พรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งลาราชการครึ่งวัน เดินทางมาเป็นประธานการประชุม 36 ส.ส. ติวเข้มข้อกฎหมาย ข้อบังคับสภา โดยมีนายพีระพันธ์ุ สารีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฎ พร้อมพันธ์ุ เลขาธิการพรรค เข้าประชุมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนประชุมตอนหนึ่งว่า วันนี้มีทั้งส.ส.เขต และส.ส.บัญชีรายชื่อ อย่าเสียใจอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องเสียใจ ถือว่าได้คะแนนเสียงมาจากประชาชนที่รักเรามากพอสมควรถึงแม้ว่าจะยังไม่สำเร็จ พอทราบกันดีอยู่แล้วต้องปรับรูปแบบการทำงานใหม่ พรรคต้องรีแบรนดิ้ง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า พรรคแต่งตั้ง นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เป็นโฆษกพรรค นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ และนายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา เป็นรองโฆษกพรรค จะเปิดตัวทีมโฆษกและรองโฆษก 30 มิ.ย.นี้ เวลา 10.30 น.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาฯพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตประธานสภาว่าคงต้องเป็นมติพรรค ชัดเจนว่าไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีวาระแก้มาตรา 112 มันชัดเจนอยู่แล้ว ในส่วนประธานสภาและนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลเราคงไม่โหวตให้

ป้อมยันไม่ได้คุยทักษิณ 18 ปี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการเดินทางไปประเทศอังกฤษ ว่า เดินทางไปดูแลร่างกายตนเอง เมื่อถามว่ามีดีลลับกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้ไปพบกับใคร ไม่เจอกัน 18 ปีแล้ว เมื่อถามว่าได้โทร.คุยกันบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี โทร.ก็ไม่เคยพูดกัน

เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชื่อพล.อ. ประวิตรเป็นนายกฯ พร้อมรับหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โอ้ยยังไม่พูดถึงตอนนั้นหรอกครับ รอไปก่อน” เมื่อถามว่าระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับพรรคเพื่อไทยใครจะขึ้นมาเป็นนายกฯ กรณีต้องฝ่าทางตันทางการเมือง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ไปถามเขา เมื่อถามว่าชื่อของพล.อ.ประวิตรจะปลดเงื่อนไขทั้งการเกิดรัฐประหาร ได้เสียงส.ว. และรับประกันการกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ เดินทางกลับทันที

ยันไม่ดัน‘สุชาติ’ชิงปธ.สภา
เมื่อถามว่าจะมีการเสนอชื่อ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภาแข่งกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี

เวลา 14.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรียกประชุม กก.บห.และส.ส.พรรค ซึ่งเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ในการพูดคุยทำความเข้าใจกับส.ส.ใหม่ ขั้นตอนการปฏิบัติตนและการทำงานในสภา ก่อนเปิดประชุมสภา 3 มิ.ย.

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรกล่าวต้อนรับส.ส.หน้าใหม่ และกำชับการทำหน้าที่ส.ส.ในสภา โดยเฉพาะการลงมติเลือกประธานสภา รวมไปถึงนายกฯ ขอให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่าแตกแยก เพราะการโหวตประธานสภาจะมีผลต่อการเลือกนายกฯ ด้วย ซึ่งที่ประชุมพูดถึงหลักการในภาพรวม โดยไม่ระบุถึงตัวบุคคลที่จะถูกเสนอชื่อ

นอกจากนั้นยังเน้นย้ำให้ส.ส.เข้าร่วมประชุมสภา อย่าขาด อย่าลาหากไม่จำเป็นซึ่งให้แจ้งพรรครับทราบ ก่อนจบการประชุมได้นัดหมายให้ส.ส.ใหม่เข้าร่วมการปฐมนิเทศ 2 ก.ค. เวลา 13.30 น. ที่ทำการพรรค

เฉลิมชัยชี้ข่าวมั่ว-ล็อกหน.ปชป.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการวางตัวผู้จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ว่า ยังไม่มี ข่าวที่ออกไปเป็นข่าวลือทั้งนั้น ข่าวมั่ว ขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่คัดเลือกกัน เราเป็นประชาธิปไตยไม่มีล็อกโหวต เมื่อถามกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุพรรคต้องเป็นเอกภาพก่อนจะพูดถึงตัวบุคคล นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนก็ทำงานในฐานะเลขาฯ พรรคมา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2562 ดีใจที่วันนี้เข้าใจคำว่าเอกภาพ

เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตเสียง ส.ส.เขตส่วนใหญ่ที่จะโหวตในที่ประชุมใหญ่ของพรรคขึ้นอยู่กับนายเฉลิมชัยจะโหวตทิศทางใด นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ไปบอกได้หรือ เขาจะนับถือหรือเคารพเราเป็นสิทธิของเขา ไม่นับถือ หรือไม่เคารพก็เป็นสิทธิของเขาเช่นกัน ฉะนั้นวันนี้ต้องดูข้อบังคับพรรคที่เขียนมา 10 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่สมัยนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค ต้องยอมรับกติกา สิ่งสำคัญที่สุดอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง

เมื่อถามว่าหัวหน้าพรรคคนใหม่จะบอกได้หรือไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน นาย เฉลิมชัยกล่าวว่า ต้องให้ส.ส.ตัดสินใจเองอย่าไปชี้นำ พรรคคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับ ส.ส.เท่านั้น

ข้อเสนอพท. – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคแถลงข้อเสนอตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ ควรเป็นของเพื่อไทย ภายหลังประชุมกรรมการบริหารและส.ส. ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.

ชลน่านมั่นใจเสียงพท.ไม่แตก
เวลา 12.00 น. ที่พรรคไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงรายชื่อประธานสภา หากคุยกับก้าวไกล 28 มิ.ย.แล้วก่อนโหวตเลือกประธานสภา 4 ก.ค. เพื่อไทยต้องประชุมส.ส.อีกครั้งหรือไม่ว่า ทุกอย่างต้องจบก่อนวันที่ 4 ก.ค. มั่นใจจบได้ด้วยดี แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นก็อาจมีการประชุม ส.ส.ก่อน 4 ก.ค. และเชื่อวันลงมติเสียงเพื่อไทยจะไม่แตก

เมื่อถามว่าไม่ว่าเพื่อไทยหรือก้าวไกลได้ตำแหน่งประธานสภาไป 8 พรรคร่วมเสียงจะไม่แตก นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องจับมือกันไป ส่วนตำแหน่งประธานสภา หรือครม.เป็นเรื่องที่เราต้องคุยกันเพื่อจับมือกันไปอย่างมั่นคง เรารู้ว่าเราแยกกันไม่ได้ และเราเองก็ไม่มีทางจะแยกกันได้ด้วย

พท.ยืนกรานยึดสูตร14+หนึ่ง
เวลา 13.00 น. พรรคเพื่อไทย มีการประชุม กก.บห.พรรค นำโดยนพ.ชลน่าน นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค วาระหารือถึงการเจรจาตำแหน่งประธานสภา จากนั้นเวลา 15.00 น. มีการประชุมส.ส.พรรค โดยนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พยายามหลบสื่อมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เข้าประชุมด้วย

เวลา 17.00 น. นพ.ชลน่านแถลงว่า คณะกรรมการเจรจาจะไปหารือกับพรรคก้าวไกลถึงตำแหน่งประธานสภา ร่วมกับตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย ที่ผ่านมาเรายืนยันสูตร 14 บวกหนึ่ง คือพรรคก้าวไกลได้ 14 บวกหนึ่งคือนายกฯ ส่วนเพื่อไทยได้ 14 บวกหนึ่งคือประธานสภา ซึ่งกก.บห.เห็นควรยืนสูตร 14 บวกหนึ่งเหมือนเดิม โดยให้คณะเจรจาของพรรคไปเจรจาตามหลักการเดิมที่เคยเสนอไว้ตอนแรก ในส่วนการประชุม ส.ส.พรรคนั้น ข้อเสนอของสมาชิกยังคงประสงค์และยืนยันว่าขอให้เจรจาตามหลักการเดิม คือ 14 บวกหนึ่ง โดยพรรคเพื่อไทยควรได้ตำแหน่งประธานสภา

เพื่อไทยถก – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ร่วมประชุมกรรมการบริหารพรรคและส.ส. ของพรรค โดยมีวาระสำคัญตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ ที่ต้องไปเจรจากับพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.

โวทำหน้าที่ปธ.สภาได้ราบรื่น
ด้านนายชูศักดิ์กล่าวในฐานะกก.บห.ก. พรรคว่าตำแหน่งประธานสภา กก.บห.เห็นว่าเป็นตำแหน่งสำคัญ ควบคุมกำกับดูแลการทำงานของสภาให้เรียบร้อยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยต้องวางตัวเป็นกลาง ตอบสนองทุกพรรค มีความรู้ ความสามารถ มีวุฒิภาวะ เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ดังนั้นที่ประชุมเห็นควรยืนยันสูตรดังกล่าวเพื่อนำเสนอพรรคก้าวไกลในการประชุมระหว่างสองพรรค 28 มิ.ย. ซึ่งจะเป็นความชอบธรรม มีเหตุมีผล

“ไม่ใช่การแก่งแย่งตำแหน่ง แต่เราเห็นความจำเป็นในการจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำ มีนายพิธาเป็นนายกฯ ให้สำเร็จ พรรคเชื่อว่าการมีประธานสภาของพรรคเพื่อไทยจะทำให้สภาเดินหน้าราบรื่น เรียบร้อย ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ” นายชูศักดิ์กล่าว

นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคุยกันแล้วก็ยังไม่ได้คำตอบอย่างเป็นทางการ มีแต่ในโซเชี่ยล วันที่กกต.ประกาศผล ก็ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจา แต่ที่ประชุมวันนี้ไม่ถือเป็นมติพรรค แต่เป็นความเห็นพ้องของสมาชิก ให้ผู้เจรจานำเจตจำนงนี้ไปคุยกับพรรคก้าวไกลเพื่อให้ได้ข้อสรุป

ก้าวไกลเสนอ‘หมออ๋อง-ปดิพัทธ์’
ในส่วนพรรคก้าวไกลมีความคืบหน้าเรื่องตัวบุคคลชิงประธานสภา ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าพรรคจะเสนอชื่อนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 ในฐานะ กก.บห.พรรค สัดส่วนภาคเหนือ เป็นประธานสภา จากที่ก่อนหน้านี้มีรายชื่อ 3-4 ตัวเต็ง ได้แก่ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมาย นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กทม. เขต 18 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมถึงนายปดิพัทธ์

การเสนอชื่อนายปดิพัทธ์ขึ้นโดยระดับแกนนำพรรคไม่มีใครคัดค้าน พรรคจึงมีมติเสนอชื่อนายปดิพัทธ์ เพื่อชิงประธานสภา โดยไม่มีการโหวตแข่งกันภายในแต่อย่างใด

2พรรคสรุปดัน‘หมอชลน่าน’
รายงานข่าวเผยว่า เบื้องหลังกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยต้องการตำแหน่งประธานสภานั้น เกิดจากการหารือของแกนนำของ 2 พรรค ซึ่งเห็นว่าช่วงนี้พรรคก้าวไกลมีประเด็นถูกโจมตีค่อนข้างมาก เพื่อลดกระแสตกเป็นเป้า จึงให้เพื่อไทยรับตำแหน่งประธานสภา โดยเห็นว่าคนที่เหมาะสมคือ นพ.ชลน่าน ทั้งความอาวุโสในสภา และการเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อไทย แต่อย่างไรก็ตาม ข้อหารือของ 2 แกนนำดังกล่าว ยังต้องไปผลักดันภายในพรรค แต่เกิดการรีบออกข่าวมากเกินไปทำให้บรรดาส.ส.ของก้าวไกล เกิดความไม่พอใจ ซึ่งล่าสุดแกนนำของ 2 พรรค กำลังเร่งทำความเข้าใจเป็นการภายในก่อนจะมีการประชุมตกลงของ 2 พรรคในวันที่ 28 มิ.ย.นี้

พิธาขอบคุณคนแม่กลอง
เวลา 13.15 น.ที่ศาลากลางจ.สมุทรสงคราม นายพิธา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม.เดินทางมาขอบคุณชาวสมุทรสงคราม

นายพิธากล่าวว่า เพราะคิดถึงจึงมาหา “พวกคุณไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลย” ไม่สบายไป 1 อาทิตย์ อากาศก็ร้อน กลับมาไม่ทราบว่าหัวคะแนนธรรมชาติจะหายไปหรือเปล่า ปรากฏว่าแตกแล้ว ภาคภูมิใจที่ประชาชนชาวสมุทรสงครามและพื้นที่ใกล้เคียง ยังไม่ลืมกัน

เตือนอย่าเอาเรือขวางน้ำเชี่ยว
นายพิธากล่าวว่า ช่วงเช้านำส.ส.ไปรายงานตัวที่รัฐสภา สื่อมวลชนถามว่าตอนนี้กำลังใจเป็นอย่างไรเนื่องจากชนะเลือกตั้ง 14 ล้านเสียง รวมกับพรรคเพื่อไทยเป็น 25 ล้านเสียงแต่กับดักทางการเมืองเยอะเหลือเกินยังตั้งรัฐบาล ไม่ได้ ตนกล่าวว่า ไม่เป็นไร พิธาคนนี้กำลังใจเกินร้อย ไม่เคยหวั่นไหวกับอุปสรรคขวากหนามและกับดักทางการเมือง เมื่อประชาชนให้ฉันทานุมัติมาแล้วใครไปปลุกอดีตสื่อมวลชนที่ปิดตัวไปแล้ว 16 ปี ตนก็ไม่กลัว หลายคนคิดว่ากับดักทางการเมืองจะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่คนลูกชาวสมุทรแบบเราทราบดีว่า “เวลาน้ำเชี่ยว เราไม่เอาเรือไปขวาง” คนในประเทศนี้รับรู้ถึงจะอยู่บนหอคอยงาช้าง ตอนนี้คลื่นใต้น้ำ คลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนต้องการมานานมาถึงแล้ว

โชว์จับปลาทู
“ใครๆ บอกผมไปไหน ไปจับสุราก้าวหน้าก็ก้าวหน้า ไปจับผ้าไทยก็ก้าวหน้า วันนี้ลองมาสมุทรสงครามขอจับปลาทูให้ดูหน่อยเร็ว ขนาดยังไม่มีงบประมาณ ยังไม่ได้เข้าทำเนียบ เข้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อไหร่มีงบดูแลชาวประมงเมื่อไหร่ เต็มคาราเบล” นายพิธากล่าว

เหลืออีกไม่ถึง 20 วันจะเปิดประชุมสภา และเลือกนายกฯ ขอให้ประชาชนจับมือกันให้มั่น ปัญหาของประชาชนใหญ่กว่าการเล่นการเมืองเล็กน้อยที่กำลังเจออยู่ ฉะนั้นอุปสรรคที่เรากำลังเจออยู่เล็กขี้ปะติ๋วขนาดนี้ เมื่อเทียบกับความฝันของประชาชนที่อยู่ที่นี่ ขอให้เราร่วมมือกันเมื่อไหร่ที่เราลุกขึ้นพร้อมกัน เชื่อว่าไม่ว่าใครรวมถึง ส.ว.ที่จะมีสิทธิ์เลือกนายกฯ ก็คงไม่ปล่อยให้เสียงประชาชนสูญเปล่า ขออย่าฝืนมติประชาชน ขอให้ฟังเสียงของพวกเรา

ยังมีชาวบ้านบางส่วนนำของดี จ.สมุทร สงคราม มาให้นายพิธา เป็นหอยถุงใหญ่ ซึ่งนายพิธารับไว้และแบกโชว์ ก่อนเดินทางไปยังตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร

หารือสมาคมประมง 22 จังหวัด
เวลา 15.00 น. ที่หอประชุมชั้น 2 ตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นายพิธาพร้อม ส.ส.สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล เข้าพบเพื่อพูดคุยหารือกับกลุ่มสมาคมประมง 22 จังหวัด ทันทีที่นายพิธามาถึงมีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามารุมขอถ่ายรูป ตะโกนเรียกว่านายกฯ

นายพิธาแถลงว่า ได้หารือแนวทางการทำงานร่วมกันในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมประมงที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายไอยูยู ยืนยันกฎหมายประมง 6-7 ฉบับจะผลักดันต่อทันที จะใช้มติครม.ดึงกฎหมายนี้ขึ้นมา ส่วนกรณีกลุ่มคัดค้าน ต้องใช้สภาในการพูดคุย

ด้านนายมงคล กล่าวว่า การหารือวันนี้พอใจมากๆ หากมีการกระจายอำนาจปัญหาทุกอย่างจะจบ แต่ตอนนี้ไปรวบอำนาจที่ส่วนกลาง วันที่ 13 ก.ค.ได้นัดหมายไปที่รัฐสภา เพื่อไปให้กำลังใจขอให้ได้เป็นนายกฯจริงๆ

นายพิธา กล่าวกรณี ส.ว.จะไปหารือ กกต.เร่งรัดคำร้องนายพิธา ว่า ไม่มีข้อกังวล เมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้ว ตนและทีมกฎหมายเตรียมตัวอยู่เสมอที่จะชี้แจงและทำให้เกิดความกระจ่าง เพราะจะได้รีบมาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจเปราะบางมาก ต้องรีบตัดตั้งรัฐบาลให้เร็ว

เมื่อถามถึงการขายที่ดินที่ ต.วังก์พงษ์ อ.ปราณบุรี นายพิธา กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแต่เกี่ยวกับการกล่าวหา ตนราย งานป.ป.ช.ตั้งแต่ ปี62 เมื่อเข้ารับตำแหน่งก็ต้องรายงานป.ป.ช.อีกครั้ง หากดูตามกระบวนการรับรองว่าไม่มีข้อสงสัยใดๆ เหลือแน่นอน ให้ดูการชี้แจงในป.ป.ช.

ขึ้นรถแห่-แฟนคลับตามติด
จากนั้น นายพิธา และคณะขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนเริ่มต้นจากตลาดแลนมาร์ค ผ่านวงเวียนน้ำพุ ไปจนถึงศาลหลักเมือง ทันทีที่รถออกจากตลาดมีแฟนคลับและผู้สนับสนุนวิ่งกรูเข้ามาที่รถ ขอถ่ายรูปและติดตามอย่างใกล้ชิด จนทำให้การจราจรติดขัด นายณัฐชา จึงประกาศว่า ของดรับของ ขอให้ไปเจอกันหน้าเวทีปราศรัยที่ศาลหลักเมืองสมุทรสาคร เพื่อให้การจราจรเคลื่อนตัวได้

ที่หน้าศาลหลักเมืองสมุทรสาคร นายพิธาปราศรัยด้วยเสียงแหบว่า จังหวะประวัติ ศาสตร์แบบนี้ ลูกหลานชาวประมงภาษาคนอยู่ใกล้น้ำเขาบอกน้ำขึ้นให้รีบตัก จังหวะดีๆที่ผมพิธา ในฐานะผู้นำจัดตั้งรัฐบาล เราจะให้จังหวะแบบนี้หลุดลอยไปไม่ได้ เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ขณะเดียวกันอาจจะกังวลใจไปด้วยเพราะสถานการณ์น้ำกลิ้งบนใบบอน เกิดความไม่แน่นอน มีบางคนไม่ฟังมติประชาชน ทำน้ำลอดใต้ทราย ไม่ต้องกังวลใจ เมื่อมีน้ำเชี่ยวมีคลื่นใต้น้ำ ขอให้ความมั่นใจว่านายกฯที่ประชาชนเลือกมาแล้ว รวมถึงผู้แทนได้เข้าทำเนียบฯและสภาแน่นอน “ยังปล่อยมือไม่ได้ ท่านต้องจับมือพวกผมไว้ ชูมือกันให้แน่น เดินหน้าแก้ไขปัญหาไปด้วยกัน”

ยังไม่ตอบ-พท.ขอปธ.สภา
นายพิธากล่าวกรณีเพื่อไทยแถลงจุดยืนสูตร 14+1 ขอตำแหน่งประธานสภา และสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ ว่า ขอฟังรายละเอียดก่อนดีกว่ายังไม่เห็นในรายละเอียด ยังไม่อยากคอมเมนต์

พิจิตร-ผู้ว่าฯ แจงทรัพย์สิน
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯ พิจิตร เปิดเผยว่าจากกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐทำหนังสือร้องป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 10 ผู้ว่าฯและ 4 อธิบดี ซึ่งจ.พิจิตรเป็น 1 ใน 10 จังหวัดดังกล่าว เรื่องนี้ตนก็ยังงงอยู่ เพราะเสียภาษีทุกปีเรียบร้อย สรรพากรไม่ได้ทักท้วง บัญชีทรัพย์สินยื่นเป็นครั้งแรก ซึ่งยื่นทรัพย์สินครบถ้วนไม่ได้ขาดอะไร ตนกำลังจะถามผู้ว่าฯ อีกหลายจังหวัดที่โดนกรณีเดียวกัน เรื่องนี้งงมาก นอกจากนี้ คงจะต้องถามไปที่ป.ป.ช.ให้รู้ ยอมรับว่างงมากเพราะยื่นบัญชีทรัพย์สินไปตั้งแต่เดือนธ.ค.และม.ค. ตอนที่ยื่นเสียภาษี สรรพากรก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร ตนไม่กล้าที่จะไม่ยื่นเสียภาษี ใครจะกล้าเอาตำแหน่งหน้าที่มาสุ่มเสี่ยง

กอ.รมน.ยันฟ้อง‘แยกดินแดน’
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ห้องประชุมสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จ.ปัตตานี พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพ ภาคที่ 4 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ จัดทำประชามติที่เกี่ยวข้องกับเอกราชปาตานี ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.ปราโมทย์เปิดเผยว่า ภายหลังแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ. เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมเปิดตัวขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ ภายหลังทางเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความดำเนินคดี ก็มีกระแสขึ้นมาในสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องของเครือข่ายนักวิชาการ ที่ออกมาให้ประเด็นว่า เป็นเรื่องของการจัดกิจกรรมในเชิงวิชาการในรั้วมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีหลายฝ่ายพยายามจะเสนอให้ใช้แนวทางตามหลักรัฐศาสตร์ กล่าวคือการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ความคิดความเชื่อ แต่เรื่องของการดำเนินคดี บางท่านมองว่าเป็นเรื่องของการดำเนินการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า อาจจะเกี่ยวพันกับไทม์ไลน์ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

พล.ต.ปราโมทย์กล่าวต่อว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าขอยืนยันว่าเรายังคงยึดมั่นในหลักกฎหมายที่จะดำเนินตามพยานหลักฐาน และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สิ่งที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีขึ้นอยู่กับหนึ่งเจตนา หรือเจตนาพิเศษพฤติกรรม รวมทั้งเรื่องของพยานหลักฐาน ล่าสุดทางแม่ทัพภาคที่ 4 เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นคณะทำงานด้านกฎหมาย รวมทั้งคณะที่ปรึกษาด้านต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย มาประชุมหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดกรอบแนวทางในการจัดทำสำนวนฟ้อง

“วันนี้ก็ได้เห็นพ้องต้องกันว่า แนวทางที่จะดำเนินคดี จะต้องมีการวาดภาพให้เห็นภาพรวมให้ได้ก่อน สื่อสังคมเห็นแค่ภาพการใช้ความรุนแรงของขบวนการบีอาร์เอ็น แต่จริงๆ แล้วอีกด้านหนึ่งที่สังคมอาจจะมองไม่เห็น คือในเรื่องของช่องทาง ทางความคิดการต่อสู้ทางการเมือง กล่าวคือผู้ที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษทั้ง 5 ราย จะเป็นสมาชิกของกลุ่มขบวนการหรือไม่นั้น ซึ่งหลักฐานไปถึงใครเกี่ยวข้องความผิดฐานใด เราก็คงจะดำเนินคดีตามนั้น” พล.ต.ปราโมทย์กล่าว

ศาลจำคุก‘จัสติน-ตี้ พะเยา’คดี112
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ศาลอาญาธนบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการอาญาธนบุรี ยื่นฟ้องนายชูเกียรติ แสงวงค์ นักกิจกรรมกลุ่มคณะราษฎร และน.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ “ตี้ พะเยา” นิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นสถาบันตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากเหตุที่ทั้งสองคนปราศรัยในการชุมนุมของกลุ่มราษฎรฝั่งธน และฟันเฟืองธนบุรี ที่บริเวณวงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2563

โดยศาลอาญาธนบุรีมีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 2 ล้อมีความผิด ให้จำคุกนายชูเกียรติ แสงวงค์ จำเลยที่ 1 และน.ส.วรรณวลี หรือตี้ เอมจิตต์ หรือธรรมสัตยา จำเลยที่ 2 คนละ 2 ปี 8 เดือน

โดยจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 2 คนระหว่างอุทธรณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน