ลูกวอนหยุดแชร์ภาพวันเกิดเหตุ
การท่าฯ ยื่นเยียวยาเหยื่อทางเลื่อน ตร.เดินหน้าประสานวิศวกรรมสถานฯ เรียกสอบจนท.การท่าฯ ที่เกี่ยวข้องคลายปมอุบัติเหตุสยอง ลูกชายเผยแม่ยังนอนไอซียู แม้เศร้าแต่ใจสู้หวังกลับมาเดินได้ จี้การท่าฯ-ท่าอากาศยานฯแจงข้อผิดพลาด พร้อมขอร่วมทีมสอบด้วย วอนสังคมพิจารณาการเผยแพร่-แชร์ภาพหรือข้อความวันเกิดเหตุ ขอให้คิดถึงความรู้สึกผู้สูญเสียในระยะยาว ทอท.แจ้งปิดทางเลื่อนสนามบินดอนเมือง 20 ตัว 1 เดือน ถือโอกาสเช็กระบบลิฟต์และบันไดเลื่อนด้วย ขีดเส้นกก.สอบต้องรู้ผลใน 15 วัน
จากอุบัติเหตุสุดสยองกรณี น.ส.สุพรรณี กิตติรัตนา อายุ 57 ปี ถูกบันไดทางเลื่อนอัตโนมัติดูดขาขณะเตรียมขึ้นเครื่องบินเดินทางไป จ.นครศรีธรรมราช ทำให้หัวเข่าซ้ายจนถึงขาขาด เหตุเกิดภายในอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ อาคาร 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.นั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.ค. พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สน.ดอนเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า จากการสอบถามลูกของผู้ประสบเหตุทราบว่าแพทย์อยู่ระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประสงค์จะพูดคุยกับทางญาติเพื่อให้เกิดความมั่นใจ หากผลจากกองพิสูจน์หลักฐานออกมา ประกอบกับ ทำหนังสือไปยังนายบุญพงษ์ กิจวัฒนาชัย ประธานสาขาวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจุดเกิดเหตุ และสอบสวนว่าสาเหตุเกิดจากอะไร รวมถึงจะเรียกหัวหน้าแผนกไฟฟ้าที่เข้าเวรช่วงเกิดเหตุมาสอบสวน เพื่อแยกตัวบุคคลที่เข้าเวร
พ.ต.อ.อดิเรกกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยัง ทำหนังสือถึงผอ.ด้านรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานดอนเมือง ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติเพื่อแจ้งให้ผู้บาดเจ็บ ก่อนแจ้งข้อหาประมาทกับผู้เกี่ยวข้อง
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พ.ต.อ.อดิเรกนำกระเช้าดอกไม้ไปเยี่ยม น.ส.สุพรรณี โดยสามีของผู้บาดเจ็บเป็นผู้รับมอบ จากนั้นพ.ต.อ.อดิเรกกล่าวย้ำกับสามีของน.ส.สุพรรณีว่า ขอให้มั่นใจ ตำรวจจะทำสำนวนอย่างเต็มที่ หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถติดต่อกับตนได้โดยตรง ยืนยันว่าจะทำคดีให้ได้รับความเป็นธรรมที่สุด
วันเดียวกัน นายกฤตย์ กิตติรัตนา ลูกชายของน.ส.สุพรรณี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอัพเดตอาการบาดเจ็บของแม่ระบุว่า เช้าวันที่ 2 หลังเกิดเหตุ คุณแม่ฟื้นตัวจากการผ่าตัด ผลเป็นที่น่าพอใจ กินข้าวได้เอง พูดคุยได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทีมแพทย์ยังให้อยู่ในห้องไอซียูอีกสักพักเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อ ขอความอนุเคราะห์งดเยี่ยม เพื่อให้คุณแม่พักผ่อนอย่างเพียงพอ ในส่วนสภาพจิตใจคุณแม่เข้มแข็งมากๆ บอกจะสู้ ให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ทั้งนี้ คุณแม่ยังได้ปรึกษากับทีมแพทย์และครอบครัวในเรื่องการรักษาฟื้นฟูระยะยาว รวมถึงการใส่ขาเทียม ซึ่งเราได้รับข้อมูลว่ามีความเป็นไปได้มากๆ ที่คุณแม่จะกลับมาเดินและใช้ชีวิตได้จนเกือบเหมือนปกติ ครอบครัวของเราพร้อมสู้เต็มที่ ทั้งในเรื่องสภาพร่างกาย สภาพจิตใจ และกำลังทรัพย์ นอกจากนี้ยังให้จิตแพทย์มาร่วมในขั้นตอนการเยียวยารักษา เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอีกทางหนึ่งด้วย
นายกฤตย์เผยด้วยว่า คุณแม่ฝากขอโทษสื่อและสังคมที่ยังไม่สามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เพราะจนถึงบัดนี้ยังไม่มีสติสัมปชัญญะเต็มร้อย เพราะความตกใจ ความเศร้า และอาการของฤทธิ์ยาแก้ปวด จึงขอเวลาอีก สักระยะเพื่อพักฟื้น รวมถึงขอทบทวนเรื่องราวเหตุการณ์และปรึกษาทนายความ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด ขณะเดียวกันได้รับกำลังใจที่หลั่งไหลเข้ามา ทั้งจากญาติมิตร คนสนิท คนรู้จัก และคนที่ไม่รู้จัก ซึ่งช่วยเยียวยาจิตใจมากๆ คุณแม่ฝากขอบคุณด้วย
“หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้พูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ท่านได้ตั้งคำถามในหลายประเด็นจากข้อสมมติฐานจากแถลงการณ์ ซึ่งทำให้คุณแม่ยังคงร้องไห้และมีอาการซึมเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวจึงจำกัดการเข้าถึงข่าวสารของคุณแม่ และให้ผมผู้เป็นลูกชายคนโตเป็นตัวแทนสื่อสารและเปิดเผยข้อมูลจนกว่าคุณแม่จะพร้อม” นายกฤตย์ระบุ
นายกฤตย์กล่าวอีกว่า ขอบคุณผู้บริหารท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานไทย และหน่วยงานต่างๆ โดยผอ.ทั้ง 2 ท่านชี้แจงเจตนารมณ์ที่จะรับผิดชอบและช่วยเหลือเยียวยา จึงขอให้ครอบครัวสบายใจ อีกทั้งชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดพลาดที่เกิดภายในเขตอาคารของการท่าฯ ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของพวกท่าน ในส่วนของครอบครัวเรานั้น สิ่งที่จะโฟกัสรองจากการรักษาของคุณแม่คือข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิด เราจึงชี้แจงประเด็นที่เคลือบแคลงใจไปยังการท่าฯ ดังนี้ 1.คุณแม่เล่าว่าตอนเกิดเหตุได้เดินอย่างปกติจนใกล้ถึงจุดสิ้นสุดทางเลื่อน (ประมาณ 2-3 แผ่นเหล็กแพลตฟอร์ม) ทางเลื่อนแผ่นหนึ่งก็ยุบตัวลงและดูดขาของคุณแม่ลงไป และ 2.คุณแม่เห็นว่าตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงการเข้าช่วยเหลือกู้ภัยใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน หากเร็วกกว่านี้อาจช่วยลดการสูญเสีย หรืออาจไม่ต้องเสียขาไป ทุกๆ วินาทีที่ขาคุณแม่ติดอยู่ในเครื่อง มันคือทุกวินาทีที่ทรมานที่สุดในชีวิตของท่าน ซึ่งผอ.ทั้งสองหน่วยงานก็รับปาก และจะรีบตรวจสอบให้เร็วที่สุด
ลูกชายผู้ประสบเหตุยังเผยว่า ระหว่างการพูดคุยทางครอบครัวยังยื่นหนังสือโดยตรง เพื่อขอ 1.หลักฐานทั้งหมดที่สามารถชี้แจงเรื่องราวที่เกิดอย่างตรงไปตรงมา 2.การอนุญาตให้ครอบครัวแต่งตั้งตัวแทนเข้าร่วมคณะทำงานตรวจสอบ เพื่อให้ผลสอบตรงไปตรงมา ไร้ข้อสงสัย ซึ่งท่านผอ.ทั้งสองท่านก็ตอบรับ จะช่วยประสานงานอย่างเร็วที่สุด
“ขอบคุณสื่อที่นำเสนอข่าว ทำให้เราได้รับพลังที่แข็งแรงจากทุกคนในสังคม แต่ขณะเดียวกันต้องขออภัยที่ไม่สามารถตอบทุกคำถาม โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาค่าเยียวยา ขอเรียนด้วยความเคารพว่ายังไม่พร้อมเจรจา มันเป็นเรื่องที่ยากและโหดร้ายที่จะต้องตีราคาขาของคุณแม่ในเวลาแบบนี้ อีกทั้งบางคำถามอาจมีผลต่อรูปคดี นอกจากนี้ขอให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอหรือแชร์ข่าว ให้ส่งต่ออย่างระมัดระวังทั้งในส่วนของรูปภาพและข้อความ หากในอนาคตอีก 6 เดือน 1 ปี หรือ 10 ปี เมื่อคุณแม่ย้อนกลับมาดูและเห็นภาพหรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม คงทำร้ายจิตใจ ท่านมากๆ” นายกฤตย์กล่าว
ลูกชายน.ส.สุพรรณี ย้ำอีกว่า ทางครอบครัวไม่ได้มีเจตนาให้เกิดการลงโทษบุคคลใด แต่เพื่อพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน และขอวิงวอนให้เหตุการณ์นี้เป็นครั้งสุดท้าย คุณแม่ของผมเสียขาไปแล้ว ผมและครอบครัวไม่ต้องการให้ใครสูญเสียอาชีพการงาน ทรัพย์สิน และร่างกายอีก หลังจากนี้ตนจะต้องเดินทางไปทำภารกิจที่ต่างประเทศระยะหนึ่ง อาจไม่สามารถอัพเดตอาการคุณแม่ได้ตลอด ซึ่งคุณพ่อและครอบครัวจะเป็นผู้ดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด
ด้านนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เผยว่า ล่าสุด ทอท. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงคมนาคม วสท. สภาวิศวกร บริษัทสยามฮิตาชิ และญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบ 15 วัน โดยจะเข้ามาสืบหาสาเหตุว่ามาจากอะไร อาทิ ความผิดพลาดของอุปกรณ์ หรือความผิดพลาดทางระบบ ทอท.ยังจะพิจารณาเปลี่ยนทางเลื่อนเก่าทั้งหมดที่อยู่ในสนามบินทั้ง 6 แห่ง เบื้องต้นจากกรณีสนามบินดอนเมืองมีความเห็นให้เปลี่ยนทางเลื่อนที่มีอายุเกิน 20-25 ปี โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 20 ตัว ได้เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ไป 6 ตัว ขณะนี้ให้หยุดการทำงานก่อน เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตเข้ามาตรวจสอบการใช้งาน หรือแม้แต่การเปลี่ยนให้แล้วเสร็จ และจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง คาดว่าใช้เวลา 1 เดือน โดยระหว่างนี้จัดรถเข็นรถกอล์ฟไว้บริการผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ฯลฯ เพื่ออำนวยความสะดวก และจะตรวจสอบลิฟต์และบันไดเลื่อนด้วยว่าเกินอายุการใช้งานหรือไม่ หากเกินหรือมีปัญหาจะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
“ยอมรับว่าทางเลื่อนมีอายุ 27 ปี ค่อนข้างนาน แต่ก็ดูแลรักษามาโดยตลอด” ผู้บริหาร ทอท.กล่าว
นายกีรติกล่าวว่า สำหรับฝั่งบริษัทสยาม ฮิตาชิ ผู้ผลิตทางเลื่อนที่นำมาติดตั้งในสนามบินดอนเมือง หากตรวจสอบพบความผิด จะต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้รับทั้งในแง่ของการเป็นบริษัทผู้ติดตั้งระบบ และเป็นผู้รับ ในเรื่องของการเป็นผู้ติดตามบำรุงรักษาผลิตภัณฑ์ ดังนั้น จึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาโดยที่บริษัทดังกล่าวต้องเข้าร่วมด้วย หากพบว่าเป็นความบกพร่องของระบบ หรือความบกพร่องของอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ถ้าเป็นความผิดของบริษัทและเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรง เราจะแจ้งไปยังกรมบัญชีกลางในเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน
ผอ.ใหญ่ ทอท. กล่าวด้วยว่า เรื่องการตรวจสอบหาความผิด หากพบความผิดเกิดจาก ผู้ผลิตหรือผู้ตรวจบำรุงรักษา หรือความผิดเกิดจากพนักงานของสนามบินที่ตรวจบำรุงไม่รอบคอบ จะมีการลงโทษอย่างเคร่งครัด แต่ที่ผ่านมายืนยันว่าทางเลื่อนดังกล่าว พนักงานของสนามบินมีการบำรุงรักษาตามวงรอบ ทั้งแบบรายวัน รายเดือน (เพิ่งตรวจสอบไป 21 มิ.ย.2566) ราย 3 เดือน รวมถึงรายปี และพนักงานของบริษัทผู้ผลิตจะตรวจสอบทุก 1 เดือน และ 3 เดือน ส่วนเรื่องการชดเชยและการเยียวยาสภาพจิตใจของผู้บาดเจ็บ ในเรื่องของตัวเลขขอไม่เปิดเผย แต่ได้พูดคุยกับทางญาติผู้เสียหายแล้ว ซึ่งรับฟังแนวทางเยียวยาของ ทอท. แต่สุดท้ายแล้วจะเป็นเท่าไหร่ ยังอยู่ในกระบวนการอยู่
“ค่ารักษาพยาบาลและส่วนของการเยียวยาความเสียหายจะอยู่ในเรื่องเดียวกัน ปกติในการประกันจะรวมทั้งค่าใช้จ่ายตรงคือการจ่ายค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น รวมถึงค่าที่ต้องจ่ายชดเชยและเยียวยาด้วยเป็นวงเงินเดียวกัน ซึ่งมากพอสำหรับการดูแลจัดการทั้ง 2 เรื่องนี้” นายกีรติกล่าว