250นักเที่ยวสนุกยันเช้า อยู่ใกล้ 3 วัด-ปค.บุกทลาย เด้ง 5 เสือปทุมวัน-สอบซ้ำ
เด้ง 5 เสือ สน.ปทุมวัน เซ่นพิษผับลับรองเมือง หลังจนท.กรมการปกครองบุกทลายร้านลาบเป็ดยโส เจ๊นิ่ม รองเมือง ชั้นล่างเปิดร้านลาบเป็ดบังหน้า ชั้นบนเป็นผับเถื่อนกระหึ่มยันเช้าตั้งอยู่ใกล้วัด 3 แห่ง ปล่อยนักเที่ยวไทยและต่างด้าวมั่วสุมนับร้อย เปิดเพลงเสียงดังรบกวนโดยรอบ ชาวบ้านทนไม่ไหวร้องกรมการปกครองเข้าจับกุม พบเยาวชน 25 คน เป็นชาวลาว 21 ไทย 4 เตรียมเสนอสั่งปิด 5 ปี ผบก.น.6 เผยที่ผ่านมากำชับให้พื้นที่ตรวจตรา อาจหย่อนยานจนทำให้มีหน่วยงานอื่นเข้ามาจับกุม
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 1 ก.ค. นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง นำกำลังพนักงานฝ่ายปกครอง และอาสารักษาดินแดนกระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมร้านลาบยโส “เจ๊นิ่ม รองเมือง” เปิดลักลอบเป็นผับสถานบันเทิงแอบแฝงผิดกฎหมาย ใกล้วัดชำนิหัตถการ ฝั่งตรงข้ามวัดสระบัว ปากซอยวัดบรมนิวาส ริมถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากชาวบ้านร้องเรียนไปยังอธิบดีกรมการปกครองว่าร้านลาบดังกล่าวลักลอบเปิดผับบนอาคารชั้น 2 โดยแอบเปิดบริการถึงรุ่งเช้า เปิดเพลงเสียงดังรบกวนบริเวณโดยรอบซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น บริเวณชั้นล่างเปิดขายอาหารอีสาน ส่วนชั้นบนดัดแปลงเป็นผับเก็บเสียง เครื่องเสียง และไฟแสงสี ชาวบ้านแจ้งร้องไปยังสถานีตำรวจ นครบาลปทุมวันและสำนักงานเขตแล้วแต่ไม่คืบหน้า ร้านลาบเป็ดดังกล่าวกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดบริการถึงรุ่งเช้าแทบทุกคืน ตลอดจนมีคนต่างด้าวสัญชาติลาวจำนวนมากเข้าใช้บริการและจ้างแรงงานผิดกฎหมาย ทั้งยังขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
จากการตรวจสอบพบนักเที่ยวประมาณ 250 คน อายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 25 คน ในจำนวนนี้เป็นเยาวชนสัญชาติลาว 21 คน และเยาวชนไทย 4 คน กำลังมั่วสุมดื่มแอลกอฮอล์ ยืนเต้นไปตามจังหวะเสียงเพลงและแสงสีภายในผับอย่างสนุกสนานในลักษณะมึนเมา นอกจากนี้ พบว่าทางร้านจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวผิดกฎหมายจำนวน 7 คน สวมเสื้อโปโลสีแดง สกรีนชื่อของร้านลาบเป็ด โดยมีการ์ดคอยดูแลเป็นหูเป็นตาอยู่บริเวณชั้นล่างและชั้นบน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงสั่งให้ปิดเพลงและเปิดไฟให้แสงสว่าง ทำให้ภายในผับเกิดความโกลาหล นักเที่ยวพยายามหลบหนีออกทางประตูหน้าร้าน แต่ชุดจับกุมปิดล้อมประตูไว้ทุกด้านจึงไม่สามารถหนีออกไปได้ ก่อนประกาศให้ทุกคนอยู่ในความสงบและจับกุมตัวเจ้าของร้านในฐานความผิด เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุ ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย และจ้างแรงงานต่างด้าว ผิดกฎหมาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี

ผับลับ – จนท.กรมการปกครองเข้าตรวจสอบร้านลาบยโส ‘เจ๊นิ่ม รองเมือง’ ปากซอยวัดบรมนิวาส ริมถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กทม. ลอบเปิดผับลับชั้นบนยันเช้า พบนักเที่ยวกว่า 250 คน มีเยาวชนถึง 25 ราย เมื่อวันที่ 1 ก.ค.
นายรณรงค์เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองไปตรวจจับสถานบันเทิงในที่ต่างๆ จะมีคำสั่งปิดสถานประกอบการเป็นเวลา 5 ปี ปฏิบัติการในครั้งนี้พบว่าสถานบันเทิง “ลาบเป็ดยโสรองเมือง” กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายโดยชัดแจ้ง และตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงศาสนสถาน จากนี้พนักงานฝ่ายปกครองจะเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งปิดสถานที่แห่งนี้ถาวร ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 และจะประสานกับทางกรุงเทพ มหานครให้ตรวจสอบการใช้อาคารผิดประเภทตามกฎหมายควบคุมอาคารด้วย จึงฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการสถานบันเทิง ควรประกอบธุรกิจด้วยจิตสํานึกรับผิดชอบต่อสังคมและถูกต้องตามกฎหมาย
ทางด้านพนักงานสอบสวนสน. ปทุมวัน ระบุว่าการจับกุมครั้งนี้ตำรวจเข้าร่วมการตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องภายในผับตั้งแต่แรก หลังได้รับการประสานจากกรมการปกครอง โดยการจับกุมทางเจ้าหน้าที่กรมการปกครองจะทำประวัตินักเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ รวมทั้งเยาวชนก่อนปล่อยตัวไป ส่วนเจ้าของร้านและผู้จัดการร้านรวมทั้งแรงงานต่างด้าว 8 คน จะส่งบันทึกจับกุมให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายสุราเกินเวลา และยุยงส่งเสริมให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าไปใช้บริการ ยืนยันว่าผับที่กรมการปกครองเข้าจับกุมครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับแวมไพร์ผับที่จับกุมก่อนหน้านี้ผับดังกล่าวเดิมเป็นเพียงร้านคาราโอเกะทั่วไป แต่ลักลอบทำเป็นผับบริเวณชั้นบนของตัวอาคาร ส่วนจะสั่งปิดการใช้สถานที่ 5 ปีหรือไม่ กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะเป็น ผู้ดำเนินการ
เวลา 13.15 น. วันเดียวกัน ที่สน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่กรมการปกครองคุมตัวนางใยบัว วิเศษวุฒิ หรือเจ๊นิ่ม อายุ 49 ปี เจ้าของร้าน และนายปรมินทร์ วิเศษวุฒิ หรือ เป้ อายุ 33 ปี ผู้จัดการร้าน หลานของเจ๊นิ่ม พร้อมของกลางขวดสุราจำนวนหนึ่ง และสำนวนการสอบสวนจากกรมการปกครองมอบให้ร.ต.ต.ยศศิริ กล่อมบุญธรรม รอง สว. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน ในฐานะเจ้าของพื้นที่สอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดี 4 ข้อหา เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายสุราเกินเวลา, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี บริบูรณ์, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้ามขาย และจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำ ส่วนการ คัคค้านการประกันตัวผู้บังคับบัญชาจะ ตัดสินใจภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จ
รายงานข่าวแจ้งว่า เยาวชนที่เข้าใช้บริการเป็นบุคคลที่มีเอกสารเข้ามาในราชอาณาจักรถูกต้อง โดยเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ 30 วันตามกฎหมาย ส่วนร้านลาบเป็ดยโส เจ๊นิ่ม รองเมือง เจ้าตัวอ้างว่าร้านลาบเปิดบริการมาแล้วเกือบ 3 ปี แต่ช่วงโควิดที่ผ่านมาต่อเติมทำเธคบนชั้นสอง เปิดให้ลูกค้าชาวต่างด้าวส่วนใหญ่ใช้บริการ
พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 กล่าวว่า ออกคำสั่งให้ 5 เสือ สน.ปทุมวัน ไปช่วยราชการที่ศปก.น.6 โดยขาดจากตำแหน่งเดิมไม่มีกำหนด พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวน ข้อเท็จจริงและให้รายงานผลให้ทราบโดยเร็ว ที่ผ่านมากำชับให้พื้นที่ตรวจตรา ยอมรับว่าอาจหย่อนยานจนทำให้มีหน่วยงานอื่นเข้ามาจับกุมพื้นที่
เวลา 13.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเข้าจับกุมร้านอาหารลาบเป็ดยโส ถนนพระราม 1 หลังพบว่าลักลอบเปิดเป็นสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อตรวจสอบพนักงานภายในร้านพบว่าส่วนมากเป็นคนต่างด้าว โดยมีนางใยบัว วิเศษวุฒิ และนายปรมินทร์ วิเศษวุฒิ แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน ตรวจสอบแล้วไม่มีใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ ด้านล่างเปิดเป็นร้านขายอาหารอีสาน แต่ชั้นสองลักลอบเปิดในลักษณะผับ มีดีเจเปิดเพลงและมีนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการจำนวนมาก จึงเข้าจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 10 คน โดยแจ้งข้อหานางใยบัวและนายปรมินทร์ ข้อหาร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และแจ้งข้อหาพนักงานสัญชาติลาว 8 คน ในข้อหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิที่จะทำได้ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี
นอกจากนี้ พ.ต.อ.เกียรติกุล สนธิเณร รองผบก.น.6 รักษาราชการแทนผบก.น.6 ลงนามคำสั่งบก.น.6 ที่ 298/2566 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน ด้วย บก.น.6 มีคำสั่งที่ 297/2566 ลงวันที่ 1 ก.ค. 2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เพื่อให้การบริหารงานในภาพรวมของบก.น.6 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพื่อประโยชน์ต่อการบริหารงานบุคคลและมิให้เกิดความเสียหาย ดังนั้น อาศัยอำนาจตาม ม.42 ม.105 ม.108 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบกับระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2563 ข้อ 6(2) และข้อ 8(3) จึงให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทนภายในสังกัดบก.น.6 ดังนี้
1.ให้ข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (ศปก.บก.น.6) โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผบก.น.6 มอบหมายจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ประกอบด้วย 1.1 พ.ต.อ.นพดล เทียมเมธา ผกก.สน.ปทุมวัน 1.2 พ.ต.ท.ณัฐกิตต์ ปิ่นทองดี รองผกก.ป.สน.ปทุมวัน 1.3 พ.ต.ท.ปรีชากรณ์ เหมาอำพมาตร์ รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน 1.4 พ.ต.ท.พิชัย รักษาคม สวป.สน.ปทุมวัน 1.5 พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.สส.สน.ปทุมวัน
2.ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทนในตำแหน่ง ดังนี้ 2.1 พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.6 รักษาราชการแทน ผกก.สน.ปทุมวัน 2.2 พ.ต.ท.ทรงพล วอทอง สวป.สน.ปทุมวัน รักษาราชการแทนรองผกก.ป.สน.ปทุมวัน 2.3 พ.ต.ท.ชยุต ยอดยิ่งนาทกุล รองผกก.สส.บก.น.6 รักษาราชการแทน รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน 2.4 พ.ต.ต.ปรีชา ไชยรังศรี สว.อก.สน.พลับพลาไชย 2 รักษาราชการแทน สวป.สน.ปทุมวัน 2.5 พ.ต.ท.คชภพ คงสมบูรณ์ สว.กก.สส.บก.น.6 รักษาราชการแทน สว.สส.สน.ปทุมวัน 2.6 พ.ต.ท.รัชพล บัวย้อย สว.ฝอ.บก.น.6 รักษาราชการแทน สว.อก.สน.พลับพลาไชย 2 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง