สธ.ชี้ขนพรวด2.3เท่า ชายรักชายไม่ป้องกัน ขอ‘สปา-เซาน่า’ช่วยย้ำ
‘ฝีดาษลิง’ พุ่งพรวดเพียงเดือนเดียวเพิ่มขึ้น 2.3 เท่า สธ.พบป่วยอีก 48 ราย แบ่งเป็นคนไทย 41 ราย ต่างชาติ 7 ราย แต่ยังไม่พบอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ส่วนใหญ่อยู่ในกทม. เป็นกลุ่มชายรักชาย เกือบครึ่งติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือมีกับคนแปลกหน้าไม่รู้จัก ขอความร่วมมือ ‘สปา-เซาน่า’ ร่วมป้องกันด้วย ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรรายแรกเมื่อเดือนก.ค.2565 ปัจจุบันมีรายงานผู้ป่วยรวม 91 ราย และยังมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในเดือนมิ.ย.2566 เพียงเดือนเดียว พบผู้ป่วยเพิ่ม 48 ราย มากกว่า 2.3 เท่าของเดือนพ.ค. ที่มี 21 ราย เป็นคนไทย 41 ราย ชาวต่างชาติ 7 ราย ส่วนใหญ่พักอาศัยในกทม. 38 ราย สมุทรปราการ 3 ราย ชลบุรี นนทบุรี จังหวัดละ 2 ราย และสมุทรสาคร ภูเก็ต ปทุมธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยทั้ง 48 รายเป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย และมีประวัติติดเชื้อ เอชไอวีร่วมด้วย 22 ราย คิดเป็นร้อยละ 45.8 ส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก ยังไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือเสียชีวิต
“เดือนที่ผ่านมาผู้ป่วยฝีดาษวานรรายใหม่เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีมากเกือบครึ่งหนึ่ง โรคนี้ป้องกันได้โดยเลี่ยงไม่สัมผัสแนบชิดกับผู้ป่วย หรือผู้ที่สงสัยติดเชื้อฝีดาษวานร รวมทั้งงดมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก หลีกเลี่ยงการสัมผัสแนบชิดกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรือหนองหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด รวมทั้งแนะนำให้ล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น” นพ.ธเรศกล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวอีกว่า สามารถตรวจสอบอาการเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง หากมีผื่น ตุ่มขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ปาก หรือตามร่างกาย มีประวัติสัมผัสใกล้ชิด แนบชิด หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้สงสัย หรือผู้ป่วยฝีดาษวานร ให้สังเกตหลังสัมผัสผู้ป่วยภายใน 21 วัน หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต เช่น บริเวณหลังหู คอ ขาหนีบ เจ็บคอ คัดจมูก หรือไอ มีผื่น หรือตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนองขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก หรือบริเวณรอบๆ ตามมือ เท้า หน้าอก ใบหน้า หรือปาก ให้รีบเข้ารับการตรวจที่ร.พ. แจ้งอาการและประวัติเสี่ยง
ขณะที่นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าโรคฝีดาษวานรระบาดเพิ่มขึ้นรวดเร็วในเวลาเดือนเดียว สะท้อนถึงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อในเพศชายวัยเจริญพันธุ์ โดย เฉพาะกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย จึงขอความร่วมมือเครือข่ายที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน เช่น ร.พ.และคลินิกเอกชน องค์กรภาคประชาสังคม สถานประกอบการสุขภาพ ประเภทสปา เซาน่า ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ และคำแนะนำในการสังเกตอาการโรคฝีดาษวานร เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ป้องกันโรคแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง