ทิ้ง‘วิทยา-รทสช.’หลุดลุ่ย! เร่งนัดโหวตแต่งตั้งนายก กกต.ขยายเวลาสอบ‘พิธา’ คดีหุ้นสื่อไอทีวียังอีกยาว

สภาผู้แทนราษฎรประชุมนัดแรก โหวตผ่านฉลุยประธาน-2 รองประธาน ‘วันนอร์-พิเชษฐ์’ เอกฉันท์ไร้คู่แข่ง ขณะที่ ‘หมออ๋อง’ ก็คะแนนทิ้งขาดลอย ‘วิทยา แก้วภราดัย’ ด้วยมติ 312 ต่อ 105 เสียง งดออกเสียง 77 ในจำนวนนี้มีส.ส.ภูมิใจไทยอยู่ด้วย 71 คน ด้าน ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ เผยเหตุยอมยกเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติให้คนกลาง หวังรักษาความเป็นเอกภาพ 8 พรรคร่วม อีกทั้งเห็นว่า ‘วันนอร์’ เป็นผู้ที่ยืนอยู่ข้างความถูกต้องมาโดยตลอด ขณะที่ ‘หมอชลน่าน’ ชี้สัญญาณดี เตรียมหาเสียงช่วยโหวตหนุน ‘พิธา’ ขึ้น นายกฯให้ได้

‘อดิศร’ยันพท.หนุนพิธาล้าน%
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่รัฐสภา ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 นัดแรก ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีบรรดาส.ส.ทยอยเดินทางมาแต่เช้า เนื่องจากแต่ละพรรคนัดส.ส.ประชุมก่อนลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และ รองประธานสภาคนที่ 1 และ 2 ในช่วงเช้า

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย เปิดเผยว่าเมื่อคืน 3 ก.ค. กรรมการบริหารพรรคได้ประชุมกันผ่านโปรแกรมซูมออนไลน์เพื่อหาข้อสรุปถึงบุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นรองประธานสภา คนที่สอง ได้ข้อสรุปว่าจะเสนอชื่อ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค เพื่อไทย ระบุด้วยว่า นายพิเชษฐ์มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น ส.ส.อาวุโส 5 สมัย ทำงานในสภามาตลอด อภิปรายได้เป็นอย่างดี มีปฏิภาณไหวพริบ และได้แจ้งมติพรรคให้ นายพิเชษฐ์ทราบแล้ว

นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาธิปไตยทุกปัญหามีทางออก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน ตอนแรกเจ้าตัวจะไม่รับ แต่ในที่สุดประชาธิปไตยเดินต่อไม่ได้ ก็ต้องขอบคุณ นายวันมูหะมัดนอร์ และต้องขอบคุณนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าตำแหน่งนายกฯ พรรคเพื่อไทยสนับสนุน นายพิธาล้านเปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ตนได้เจอนายพิธาก็ได้จับมือ และบอกสวัสดี ท่านนายกฯ ยืนยันสองพรรคจับมือกันมาด้วยดีตลอดเพื่อเดินหน้าต่อไป และพรรคเพื่อไทยคงไม่มีใครแหกโค้งในการเลือกนายพิธาเป็นนายกฯ เพราะทางลาดยางหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่ผ่านมาในการประลองกำลังกันเป็นเรื่องธรรมดา ขณะนี้การประลองกำลังจบสิ้นแล้ว

ทิศทางโหวต – นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ประชุมส.ส. พรรคทั้ง 10 คน เพื่อพูดคุยถึงทิศทางการโหวตประธานสภาและรองประธานสภา ก่อนสภาเปิดประชุมเพื่อ ลงมติในช่วงสายวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 4 ก.ค.

‘วันนอร์’เปิดใจรับเป็นประธาน
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานสภา ผู้แทนราษฎร จากตัวแทน 8 พรรคร่วมรัฐบาล ว่า ได้รับการประสานมาจากพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เวลา 14.00 น. “เมื่อได้รับการติดต่อมาผมไม่ได้คิดนาน ใจจริงแล้วอยากให้พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ตกลงกันเพื่อให้การทำงานราบรื่นดีกว่าพรรคเล็ก ทั้งนี้เมื่อ 2 ฝ่ายตกลงว่า ให้ผมทำงานเพื่อ บ้านเมือง อยากให้ทำหน้าที่นี้ ก็ต้องทำหน้าที่ เพราะเป็นภาะของพวกเราทุกคน”

เมื่อถามว่า การตอบรับตำแหน่งประธานสภา จะทำให้พรรคประชาชาติต้องเสียโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงตำแหน่งบริหารหรือรัฐมนตรี เพราะยังไม่ถึงเวลา เมื่อถามว่าหากได้รับเลือกตามรัฐธรรมนูญต้องลาออกจาก กก.บห.พรรค หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพราะประธานสภาต้องวางตนเป็นกลาง ขอศึกษาก่อนว่าต้องลาออกเมื่อไร เบื้องต้นคาดว่า หลังโปรดเกล้าฯ แล้ว

เมื่อถามถึงการแก้ไขมาตรา 112 ที่เป็นประเด็นจับตา นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 112 ไม่อยู่ในข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะสนับสนุน แต่พรรค ก้าวไกลในฐานะพรรคการเมืองในสภา อยากเสนอต้องเป็นไปตามขั้นตอน ว่าไปตามกฎหมายและบทบาท กฎหมายต่างๆ ทุกพรรคมีสิทธิเสนอรวมถึงประชาชนเพราะสภายุคนี้ต้องโปร่งใส เพื่อประชาชน ส่วนตัวยินดีให้ทุกฝ่ายรวมถึงสื่อมวลชนตรวจสอบการทำงานของสภา

พท.แจงประเด็นนิรโทษกรรม
นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงคำแถลงการณ์ที่ ออกมาสอดแทรกอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการนิรโทษกรรม นายสุทินกล่าวว่า เรื่องนิรโทษกรรม เพื่อไทยเคยให้ความเห็น ว่าเราไม่เห็นด้วยที่ระบุเรื่องนี้ในเอ็มโอยู แถลงการณ์ที่ออกมายังพูดคุยกันได้และเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ คงต้องพูดคุยกันอีกเล็กน้อย เพราะเจตนารมณ์ของเพื่อไทยยืนยันชัดตั้งแต่เซ็นเอ็มโอยูแล้ว

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์เป็นประธานสภาว่า ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดของพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่าใน MOU ระบุจะช่วยให้นายพิธาได้เป็นนายกฯ อย่างสุดความสามารถจะทำได้สุดความสามารถขนาดไหน นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นการช่วยตามกลไกของรัฐสภา อาจโหวตครั้งเดียวได้นายกฯ เลยก็ได้ ยืนยันพรรคเพื่อไทยจะไม่เสนอ แคนดิเดตนายกฯ แข่ง

ส่วนข้อตกลง 2 พรรค ที่กำหนดเรื่องนิรโทษกรรมคดีแสดงความเห็นทางการเมือง นพ.ชลน่านยืนยันว่าเป็นเพียงข้อตกลงระหว่าง 2 พรรค ไม่ใช่ความเห็นจากพรรคร่วมทั้ง 8 พรรค ซึ่งเงื่อนไขนิรโทษกรรม ดังกล่าวเฉพาะกรณีแสดงออกทางการเมือง ย้ำว่าประเด็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอีก 6 พรรค และยืนยันเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันกฎหมายตามที่ระบุในถ้อยแถลง ไม่ได้หมายรวมถึงการแก้ไขมาตรา 112 และทุกอย่างเป็นการดำเนินการตามกลไกของรัฐสภา จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จขึ้นอยู่กับกลไกในรัฐสภา เพียงแต่มี 2 พรรคเป็นผู้ผลักดัน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อได้รับทราบจากพรรคก้าวไกลว่าเป็นนายวันมูหะมัดนอร์ ก็ดีใจที่ได้มีข้อยุติ ถ้ามีข้อยุติที่เป็นบวกจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินหน้าประชา ธิปไตย เพราะประชาชนฝากความหวังไว้ก็ไม่อยากให้มีเรื่องใดๆ ที่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

พิธาชี้วันนอร์เป็นตัวของตัวเอง
เวลา 08.30 น. ห้อง CB 406 รัฐสภา พรรคก้าวไกลจัดประชุมวอร์รูม ส.ส.ก่อนร่วมประชุมสภา เพื่อซักซ้อมเรื่องการโหวต นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดต นายกฯ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการทำความเข้าใจกับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ที่เดิมถูกวางตัวเป็นประธานสภาหรือไม่ว่าได้ทำความเข้าใจมาตลอด คุยกันทุกวัน นายปดิพัทธ์อยู่ร่วมในการตัดสินใจด้วยและเป็นคนที่มีสปิริตแรง ตามที่เคยสัมภาษณ์เป็นไปตามหน้าที่ ไม่ใช่หน้าตา

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยหนุนนายพิธา ให้เป็นนายกฯ เป็นทิศทางที่สวยงามหรือไม่ นายพิธากล่าวว่าการรักษามิตรภาพเป็นเรื่องสำคัญเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า และทำให้เห็นความหนักแน่นของพรรคก้าวไกล ที่เรามองว่าหลักการสำคัญกว่าบุคคล เมื่อคุยกับนาย วันมูหะมัดนอร์ ท่านรับหลักการทุกอย่างทั้งการบริหารงานสภาให้มีความโปร่งใส รวมถึงกฎหมายสำคัญ 4 ข้อที่ได้แถลงร่วมกันตนจึงมองว่าหลักการสำคัญกว่า

เมื่อถามว่าการเสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์จะกระทบเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เสียงตอบรับจากช่องทางต่างๆ เป็นเสียงตอบรับที่ดี เมื่อถามว่านายมูหะมัดนอร์ เป็นร่างทรงของเพื่อไทยการได้ตำแหน่ง ครั้งนี้ ถือว่าถูกปาดหน้าหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เป็นเพียงเสมือน แต่นายวันมูหะมัดนอร์ เป็นผู้ใหญ่มีความคิดเป็นของตัวเอง พิสูจน์ ตัวเองตั้งแต่ปี 2522 การที่ได้ทำงานใกล้ชิดมา เชื่อมั่นว่าเป็นตัวของตัวเอง สภาก้าวหน้า ประชาชนไม่ผิดหวัง

เมื่อถามว่าเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมจะไม่ขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ถ้าแถลงร่วมกันแล้วตั้งแต่เมื่อวานก็น่าจะจบไปตั้งแต่ 3 ก.ค. เมื่อถามว่า ประเด็นมาตรา 112 ที่เป็นนโยบายของพรรคก้าวไกลจะถอยมาก่อนหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ก่อนเลือกตั้งอย่างไร หลังเลือกตั้งก็เป็นแบบนั้น

ระบุภาวะผู้นำ-รุกเป็นถอยเป็น
เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคก้าวไกลรวบรวมเสียงส.ว.ได้เท่าไร นายพิธากล่าวว่า ขอให้รอดูเวลาใกล้ๆ แต่มากขึ้นเรื่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ และคิดว่าการส่งสัญญาณว่าใครมีภาวะผู้นำที่ดีรุกได้ถอยเป็น และรู้ว่าหลักการการเสนอประธานสภาคือพรรคอันดับ 1 แต่ขณะเดียวกันการรักษาเอกภาพเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเป็นสิ่งสำคัญ แสดงให้เห็นว่าผู้นำคนนี้มีความเข้าใจว่าเมื่อเวลารุกก็ต้องรุกให้สุด เมื่อเวลาถอยถ้าไม่เสียหลักการและได้ในสิ่งที่เราต้องการ เห็นความก้าวหน้าของสภาและเจตจำนงประชาชนเป็นที่ตั้ง ก็น่าจะเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างให้ ส.ว.ได้เห็น

และคำว่ารุกได้ถอยเป็นขึ้นอยู่บริบทและคงต้องดูเป็นกรณีๆ ไป ซึ่งคนเป็นผู้นำต้องตัดสินใจเป็น ประกอบไปบนข้อมูลและบริบทในสถานการณ์นั้น หากคุณจะก้าวกระโดดให้ไกลต้องถอยนิดหน่อย ถ้าคุณ ไม่ถอยก็ยืนอยู่กับที่ หรือกระโดดไม่ไกล ดังนั้นขึ้นอยู่สถานการณ์ แต่แน่นอนต้องไม่ขัดหลักการ ไม่ขัดกับสิ่งที่เสนอไว้ประชาชน และไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง

เมื่อถามว่า มองข้ามช็อตไปถึงวันเลือก นายกฯ หรือยัง นายพิธากล่าวว่า เวลามองต้องมองไกล แต่เวลาปฏิบัติต้องมองวันต่อวัน วิธีทำงานเป็นเช่นนั้น เมื่อถามว่าความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทย ได้เคลียร์ใจกันบ้างหรือไม่ นายพิธาบอกว่า ได้คุยกันมาตลอด การทำงานร่วมกันก็มีทั้งที่เห็นด้วยและถกกันมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้นเคยมาตลอด 4 ปีในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้การเป็นนายกฯ คนที่ 30 ยังสดใสหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า “สดใส และมั่นใจครับ”

เจรจา – เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจากับกลุ่มสนับสนุนพรรคก้าวไกล ที่มาเป็นกำลังใจในการโหวตประธานสภาและรองประธานสภา ให้ย้ายจากด้านหน้ารัฐสภาฝั่งส.ส. ไปยังศูนย์ราชการ กทม. (เกียกกาย) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เมื่อ 4 ก.ค.

ตำรวจบช.น.3กองร้อยดูแลเข้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้ารัฐสภา บริเวณ ถ.สามเสน และถนนทหาร ตำรวจได้เจรจากับมวลชนจำนวนกว่า 10 คน ให้ย้ายสถานที่ปักหลักชุมนุมให้กำลังใจ จากด้านหน้ารัฐสภาฝั่งส.ส. ไปยังศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร (เกียกกาย) ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เนื่องจาก พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะกำหนดให้ห้ามชุมนุมหรือรวมตัวใกล้รัฐสภาเกิน 50 เมตร

ขณะที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองร้อยควบคุม ฝูงชน จากบก.น.1 จำนวน 1 กองร้อย บก.น.2 จำนวน 1 กองร้อย และบก.น.7 จำนวน 1 กองร้อย ให้เข้ามาอยู่ภายในโดยรอบรัฐสภา กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังมีคำสั่ง ให้โรงพักที่อยู่บริเวณโดยรอบรัฐภา อาทิ สน.เตาปูน ตั้งจุดตรวจ กวดขันวินัยจราจร บริเวณแยกสะพานแดงและถนนประชาราษฎร์สาย 2

เวลา 11.00 น. กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ยื่นหนังสือถึง นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกมธ.การพัฒนาการเมืองฯ และนายสมชาย แสวงการ ประธานกมธ.สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพฯ วุฒิสภา เรียกร้อง ส.ว.ไม่เห็นชอบบุคคลที่มีพฤติกรรมล้มล้างสถาบันหลักของชาติเข้ามาเป็นนายกฯ สืบเนื่องจากกรณีนายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล พูดถึงการเปลี่ยนวันชาติ จึงขอให้ส.ว. 250 คน ที่จะมีส่วนร่วมออกเสียงเห็นชอบบุคคลที่จะเข้ามาเป็นนายกฯ โปรดพิจารณา โดยตัวแทนศปปส. กล่าวว่า ถ้าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลแล้วยังยืนยันจะยกเลิก แก้ไข หรือแตะต้อง ม.112 อุปสรรคของพรรคก้าวไกล ก็คือศปปส.

เวลา 11.15 น. กลุ่มรามคำแหงรักสถาบัน ยื่นหนังสือต่อสืบเนื่องจากกรณีของนาย รังสิมันต์ เช่นเดียวกับข้างต้น

ร่วมยินดี – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ จับมือกับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล ภายหลังได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนฯ และรองประธานสภา คนที่ 1 โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ พรรคประชาชาติ ร่วมยินดี ที่รัฐสภา เมื่อ 4 ก.ค.

‘วันนอร์’ฉลุย-ไร้ผู้เสนอชื่อแข่ง
เวลา 10.05 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ่าน ข้อบังคับการประชุมและเชิญพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 89 ปี ซึ่งมีอาวุโสสูงสุด เป็นประธานชั่วคราว เมื่อจบขั้นตอนการปฏิญาณตน พล.ต.ท.วิโรจน์แจ้งขั้นตอนการเลือกประธานสภา โดยมี ส.ส.เข้าร่วมประชุม 496 คนจาก 498 คน เนื่องจาก น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยื่นลาออกจากส.ส.

จากนั้นเข้าสู่วาระการประชุมเลือกประธานสภา นายพิธาเป็นผู้เสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์ เป็นประธานสภา โดยไม่มีการเสนอชื่อคนอื่นขึ้นมาแข่ง ถือว่าที่ประชุมลงมติให้นายวันนอร์เป็นประธานสภา โดยไม่ต้องมีการลงคะแนนแข่ง ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 6 วรรค 3 จากนั้น พล.ต.ท.วิโรจน์ ประกาศให้นาย วันมูหะมัดนอร์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากสมาชิกในห้องประชุม

หมออ๋องมีคนแข่ง-ได้ 312
เวลา 10.30 น. เข้าสู่การเลือกตำแหน่ง รองประธานสภา คนที่ 1 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เสนอนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล โดยที่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ

หลังทั้งคู่แสดงวิสัยทัศน์ ก่อนจะลงมติด้วยการลงคะแนนลับผ่านการเขียนชื่อผู้เข้าแข่ง นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หารือที่ประชุมการเขียนชื่อผู้ที่ ส.ส.จะเลือก ในลักษณะของบัตรดีบัตรเสีย เช่น การเขียนชื่อ หรือตัวสะกดผิด จะทำให้มีปัญหาหรือการร้องเรียนหรือไม่ ที่ประชุมใช้เวลาหารือนานกว่า 20 นาที ก่อนมีข้อสรุปว่า ให้เขียนเฉพาะชื่อผู้ที่ส.ส.ประสงค์จะเลือกในคูหา จากนั้นให้นำมาหย่อนในกล่องที่เตรียมไว้ จากนั้นได้ให้ส.ส.แสดงตนก่อนลงมติ พบมีผู้แสดงตน 493 คน และเข้าสู่การลงคะแนนลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สภาลงมติเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 1 ด้วยการลงคะแนนลับ ซึ่งมีคู่ท้าชิง 2 คน คือ นายปดิพัทธ์ กับ นายวิทยา ซึ่งใช้เวลาลงคะแนนรวมถึงการนับคะแนนนานกว่า 2 ชั่วโมง ผลปรากฏว่ามติที่ประชุมเลือก นายปดิพัทธ์ เป็นรองประธานสภา คนที่ 1 ด้วยคะแนน 312 เสียง ส่วนนายวิทยาได้ 105 คะแนน ทั้งนี้ พบมีผู้ที่งดออกเสียง 77 เสียง จากสมาชิกที่มาลงมติทั้งหมด 496 คน มีบัตรที่ไม่ระบุชื่อซึ่งถือเป็นบัตรเสีย 2 ใบ จากนั้นพล.ต.ท.วิโรจน์ แจ้งมติที่ประชุมว่า มีมติเลือกนายปดิพัทธ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 1

เป็นที่น่าสังเกตกับการลงมติดังกล่าวเมื่อแบ่งฝ่ายจาก 8 พรรคร่วมรัฐบาลที่มี ส.ส.ในกลุ่ม 311 เสียงในการลงมติเลือกพบว่า มีส.ส.ลงคะแนนเกินจำนวนดังกล่าวมา 1 คน

ขอบคุณ – นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่เลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เข้ามาจับมือแสดงความยินดี ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ก.ค.

พิเชษฐ์ก็ลิ่ว-ม้วนเดียวจบเกม
ขณะที่ฝั่งของนายวิทยา ที่เป็นตัวแทนของพรรครวมไทยสร้างชาติ และตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มี ส.ส. 187 คน ได้เสียงสนับสนุนไม่ถึงจำนวนดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่า ส.ส.ในกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ต้องการเล่นเกมประลองกำลังดังกล่าว เพราะไม่ต้องการสร้างภาพความขัดแย้งและการชิงอำนาจในสภา

เวลา 13.45 น. เข้าสู่การเลือกรองประธานสภาคนที่สอง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาฯ พรรคประชาชาติ เสนอชื่อ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย โดยไม่มีผู้เสนอชื่อแข่ง ทำให้นายพิเชษฐ์ได้รับตำแหน่งรองประธานสภา คนที่สอง

จากนั้น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานชั่วคราว สั่งปิดการประชุม เวลา 13.51 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักงานเลขาธิการสภา แจ้งว่า ส.ส.มีทั้งหมด 498 คน แต่เข้าประชุม 497 คน ขาด 1 คนที่รอการเข้าปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ คือ นายสะถิระ เผือก ประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ

พท.ร่วมหาเสียงช่วยโหวตพิธา
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวหลังการเลือกประธานสภาว่า ต้องขอบคุณสมาชิก 500 คน มาประชุม 498 คน ต้องขอบคุณสมาชิกที่โหวตประธานเป็นเอกฉันท์ ตนใช้คำว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนเรื่องของรองประธานสภาก็เป็นไปตามลำดับ แน่นอนว่าต้องมีการแข่งขันบ้างถือว่าเป็นสีสันการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แนวทางเช่นนี้สะท้อนว่าโอกาสที่เราจะเสนอนายกฯ ของ 8 พรรคร่วมเป็นนายพิธานั้น อาจจะมองแตกต่างกันได้นิดหน่อย เพราะว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของการโหวตเท่านั้น และการโหวตเลือกนายกฯ เป็นการโหวตจากการประชุมร่วมรัฐสภาอาจไม่มีความเหมือนการเลือกประธานสภา แต่ในส่วนของ 8 พรรคร่วมมั่นใจว่ามันต้องเหมือน เพราะเรายืนหยัดที่จะสนับสนุนนายพิธา

เมื่อถามว่ามั่นใจแล้วใช่ไหม นพ.ชลน่านกล่าวว่า มันอยู่ในขั้นตอนของการทำงาน เป็นหน้าที่ที่จะแสวงหาเสียงให้ได้มากที่สุด ให้ได้ถึง 370 ก็โอเค เมื่อถามว่าจะมีการหารือเรื่องแผนสำรองการเลือกนายกฯ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่มีแผนสำรอง มีแผนเดียวที่เราต้องรวมกันแสวงหาคะแนนเสียงให้ได้

เสี่ยหนูเผยภท.ฟรีโหวตเก้าอี้ปธ.
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการลงมติเลือกประธานและรองประธานสภา จะสะท้อนถึงวันโหวตนายกฯ หรือไม่ ว่า อย่าเอาไปผูกกัน การเลือกประธานสภาก็เป็นเรื่องของการเลือกประธานสภา การเลือกนายกฯ ก็เป็นเรื่องของการเลือกนายกฯ เมื่อถามถึงแนวทางการโหวตรองประธานสภาคนที่ 1 ให้แนวทางสมาชิกพรรคอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า บอกลูกพรรคว่าฟรีโหวต เราไม่ได้เสนอ แต่ให้ลูกพรรคได้ตัดสินใจเอง ส่วนการโหวตวันนี้เรียบร้อยมาก และนานกว่าที่ควรจะเป็น เพราะต้องมีการเขียนชื่อและนามสกุล เลยเสียเวลาเรื่องนี้ไป 2 ชั่วโมง

เมื่อถามว่าการโหวตนายกฯ จะดุเดือด หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไรดุเดือด วันนี้ก็เริ่มต้นด้วยดี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

‘วันนอร์’ลาหัวหน้าประชาชาติ
วันเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์หลังจากสภามีมติเลือกนายวันมูหะมัดนอร์เป็นประธานสภาว่า ในหลักการแล้วเมื่อนายวันมูหะมัดนอร์ได้รับเลือกเป็นประธานสภาก็ต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อความเป็นกลางในการทำหน้าที่ ส่วนจะวางตัวใครเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติคนใหม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวันมูหะมัดนอร์ ได้เซ็นใบลาออกจากหัวหน้าพรรคตั้งแต่ 3 ก.ค. แล้ว พร้อมทั้งมอบหมายอำนาจให้นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ รักษาการหัวหน้าพรรค ส่วนการเลือกหัวหน้าพรรค และกก.บห.ชุดใหม่ ต้องมีการกำหนดวันประชุมใหญ่สามัญอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงเบื้องหลังการลงมติ นายปดิพัทธ์ ได้ 312 คะแนน นายวิทยา 105 คะแนน งดออกเสียง 77 คะแนน และบัตรเสีย 2 ใบ พบว่าสาเหตุที่พรรคภูมิใจไทยงดออกเสียงรองประธานสภา คนที่ 1 จำนวน 71 เสียง เพราะไม่ต้องการโหวตให้พรรคก้าวไกลที่ต้องการแก้มาตรา 112 และยังส่งสัญญาณปิดสวิตช์รัฐบาลเสียงข้างน้อยอีกด้วย

สภายังรอส่งชื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาว่า หลังการเลือกประธานและรองประธาน ตามข้อบังคับการประชุมสภากำหนดว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องแจ้งไปยังนายกฯ โดยเร็ว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางสำนักงานเลขา ธิการสภายังไม่ส่งชื่อบุคคลทั้ง 3 ภายในวันนี้ (4 ก.ค.) เนื่องจากยังรอเอกสารของนาย ปดิพัทธ์ ประกอบการยื่นเรื่องไปยังนายกฯ เบื้องต้นคาดว่าสภาจะส่งรายชื่อไปยังนายกฯ ได้ภายในวันที่ 5 ก.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงมติเลือกรองประธานสภา คนที่หนึ่ง มีผู้มาลงคะแนน 496 คน จาก ส.ส. 498 คนนั้น พบว่าผู้ไม่ได้มาลงคะแนนคือ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ

เป็นที่สังเกตว่า นายสุชาติได้ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตน แต่ไม่ได้เข้าร่วมลงคะแนนเลือกรองประธานสภาคนที่หนึ่ง ขณะที่นายสะถิระ ไม่ได้มาร่วมประชุม

‘วิษณุ’ชี้ทุกฝ่ายไว้วางใจวันนอร์
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังสภาโหวตให้นายวันมูหะมัดนอร์ เป็นประธานสภา ว่า เห็นได้ชัดว่านอกจากพรรคที่มีเสียงมากคือพรรค ก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยจะไว้ใจแล้ว ซีกรัฐบาลปัจจุบัน 188 เสียงก็ไม่เสนอใครขึ้นไปแข่งขัน แสดงว่าไว้ใจนายวันมูหะมัดนอร์ อีกทั้งได้ฟังเสียงจากผู้ใหญ่รุ่นเก่าในสภาอย่างนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภา ก็ยังชมว่านายวันมูหะมัดนอร์ มีบุคลิก มีความรู้ มีความสามารถมีความเพียงพอ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะบริหารสภาไปได้ด้วยความราบรื่น

ส่วนตัวเชื่อมั่นนายวันมูหะมัดนอร์ จะควบคุมสภาให้เรียบร้อยได้ เพราะเป็นรัฐมนตรีมาหลายสมัย ตนเองก็เคยทำงานกับท่านสมัยเป็นรัฐมนตรี อีกทั้งเคยเป็นอดีตประธานสภาไม่เคยมีข้อมูลหมอง หรือด่างพร้อยอะไร ในส่วนของความเป็นกลางท่านก็มีพอสมควรอยู่แล้ว เพียงแต่ท่านต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติ เพราะตำแหน่งประธานสภาจะเป็น กก.บห.พรรคไม่ได้ซึ่งก็เป็นขั้นตอนตามปกติธรรมดา

‘ทิม’ปลื้มเอกภาพ 8 พรรคร่วม
เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายพิธา และ นายปดิพัทธ์ แถลงหลังการโหวตเลือกประธานสภาและรองประธานสภาเสร็จสิ้น โดยนายพิธากล่าวว่า เป็นการยืนยันถึงเอกภาพของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้ง 8 พรรค ว่ารวมเสียงไม่ให้แตกแถว สำหรับรองประธานคนที่ 1 มีการโหวตแข่ง ตัวเลข 312 เสียง ต้องเข้าใจว่าพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานสภาชั่วคราวงดออกเสียง ส่วนพรรคก้าวไกล มีส.ส.ที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปโดยไม่สามารถมีคนขึ้นมาแทน รวมถึงมีสมาชิกของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่ได้มาประชุม ฉะนั้นตัวเลขที่ออกมาแสดงถึงเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเรา และมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทิศทางที่ดี

นายพิธากล่าวต่อว่าสิ่งที่เราแถลงกับประชาชน 2-3 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งการลงนาม เอ็มโอยูครั้งแรก รวมถึงการแถลงร่วมกัน เมื่อวันที่ 3 ก.ค. สามารถผลักดันข้อตกลงต่างๆ ของพรรคจัดตั้งรัฐบาล และเป็นแนวโน้มที่ดีมากในการเข้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ขณะเดียวกันต้องขอยืนยันกับประชาชนว่า การพูดคุยกับแกนนำพรรคก้าวไกล รวมถึงนาย วันมูหะมัดนอร์ ทั้งรองประธานคนที่ 1 และ 2 กฎหมายสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับแรงงาน กลุ่มชาติพันธุ์ สุราก้าวหน้าและสมรสเท่าเทียม จะไม่เป็นอุปสรรคในการที่มีทั้ง 3 คน เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงการผลักดัน กฎหมายสำคัญๆ ตามที่แถลงเมื่อคืน ข้อที่ 4 ที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดีการเมือง รวมไปถึงการปฏิรูปกองทัพ

หมออ๋องก็ทิ้งเก้าอี้กก.บริหารพรรค
ด้านนายปดิพัทธ์กล่าวว่า คะแนนเสียงที่ตนได้รับถึงแม้จะมีการเสนอชื่อแข่งก็เป็นบรรยากาศการแข่งขันแสดงวิสัยทัศน์ เป็นบทบาทใหม่ที่ท้าทายมากเมื่อได้รับความไว้วางใจจากสภาแล้ว ตนได้ลาออกจากกก.บห.พรรคเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มต้นทำงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เมื่อถามว่าในฐานะรองประธานสภาจุดยืนในการโหวต พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เป็นอย่างไร นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ในฐานะส.ส. จากการหารือกับทางพรรคก่อนจะงดออกเสียงในรอบที่แล้วคือการวางหลักการของศาสนิกชนไว้เพียงวาระที่ 1 เท่านั้น ตนในฐานะส.ส.ก็จะโหวตเห็นชอบในวาระที่ 2 และ 3 แน่นอน ส่วนในฐานะรองประธานสภา เมื่อมีการบรรจุญัตติวินิจฉัยของประธาน อคติของประธานต้องไม่เป็นอุปสรรคในการบรรจุญัตติทุกญัตติ ฉะนั้นสิ่งที่เราจะเปิดกว้าง คือหากผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง เรื่องนี้ก็สามารถบรรจุได้ เพราะฉะนั้นวิจารณญาณของประธาน ต้องน้อยลงกว่านี้

นายพิธายังตอบคำถามผลโหวตวันนี้เป็นถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเลือกนายกฯ หรือไม่ ว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ จะน้อมนำพระราชดำรัสไปปรับใช้กับพรรคอย่างไรบ้าง นายพิธากล่าวว่า จะนำพระราชดำรัสโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่าชาติและประชาชนที่ท่านเน้นย้ำมาในการใช้บริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อถามว่ากรณีถูกร้องเรื่องที่ดินและหุ้น กังวลหรือไม่ที่จะเป็นสาเหตุให้ส.ว.ไม่โหวตให้เป็นนายกฯ นายพิธากล่าวว่า หากเป็นเรื่องที่ดินอ.ปราณบุรี ตนได้แจ้ง ป.ป.ช. ไปแล้ว 2 ครั้ง หากเข้ารับตำแหน่งก็ต้องแจ้งครั้งที่ 3 ตนยังไม่เห็นคำร้องว่าติดใจเรื่องอะไร และตนสามารถอธิบายได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว และในใจว่าการชี้แจงครั้งที่ 1 และ 2 และครั้งที่ 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็จะตอบคำถามของหลายฝ่ายได้ ในเรื่องราคาที่ดินก็สามารถอธิบายได้

เมื่อถามว่าระหว่างทางวันนี้ถึงวันโหวต นายกฯ มีเรื่องที่ไม่สบายใจหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ความสัมพันธ์พรรคร่วมจะมีขัดแย้งอะไรหรือไม่ กล่าวว่า ลึกๆ ในใจ คือจะตั้งใจทำงาน จะพยายามตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาประชาชน เรื่องปัญหา 8 พรรคร่วมไม่อยู่ในใจตน

ขอบคุณ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ออกมาขอบคุณกลุ่มผู้สนับสนุนที่มาให้กำลังใจการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนฯ และรองประธานทั้ง 2 คน ที่บริเวณด้านข้างอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ก.ค.

ก้าวไกลฝ่าสายฝนพบปะด้อม
เวลา 14.30 น. นายพิธา, นายรังสิมันต์, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส.กทม. เดินฝ่าสายฝนออกมาด้านหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อขอบคุณและทักทายประชาชนที่มารอให้กำลังใจ ทันทีที่ไปถึงได้เข้าไปไหว้ขอบคุณประชาชนที่ยืน ชูป้ายข้อความให้กำลังใจนายกฯ คนที่ 30 พร้อมพูดคุยว่า ตอนนี้ฝ่ายประชาธิปไตยได้ประธานสภา รองประธานสภาทั้ง 2 คนแล้ว สิ่งแรกที่พวกเขาจะทำคือจะไม่ให้ประชาชนต้องมาตากฝนอีก

จากนั้น นายพิธาเดินไปหามวลชนอีกกลุ่มที่นั่งอยู่ใกล้เคียงกัน โดยกลุ่มนี้ตะโกนเรียก “นายกฯๆ” นายพิธาเข้าไปพูดคุยพร้อมแจกลายเซ็น ขณะที่มวลชนใช้พัดพัดให้นายพิธาที่เสื้อเต็มไปด้วยเหงื่อ

แฟนส้มดีใจโผเข้าสวมกอด
ทั้งนี้ นายพิธาพูดคุยนายรังสิมันต์ถึงห้องที่อยู่ด้านหน้ารัฐสภา ก่อนระบุว่า “ครั้งหน้าหากประชาชนมากันอีกต้องมายืนตากฝนแบบนี้ ห้องข้างหลังต้องเข้าไปนั่งได้ เป็นภารกิจแรกๆ เชื่อว่าประธานและรองประธานสภาจะบริหารจัดการให้” นายพิธากล่าว และว่าสิ่งเหล่านี้เป็นวาระแรกๆ ที่หน่วย 3 ป.แบบใหม่ คือประสิทธิภาพ โปร่งใส และประชาชน ที่ไม่ได้อยู่นอกรั้วสภา ไม่ได้ยืนตากฝนนอกสภา ต้องมีห้องสมุดให้ประชาชนเข้าไปนั่งรออ่านหนังสือกันได้ มีพื้นที่รองรับคนที่มาร้องเรียน จากนั้นนายพิธาและแกนนำพรรคได้กลับเข้ามาในอาคารรัฐสภาเพื่อประชุม กก.บห. โดยประชาชนได้ร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธาให้

ทั้งนี้ ช่วงที่นายพิธาเดินทางมาถึงมีประชาชนวิ่งเข้าไปสวมกอดด้วยท่าทีดีใจและร้องไห้ บางคนเข้าไปสวมกอดแกนนำพรรคแสดงความยินดีที่ประสบความสำเร็จได้รับเลือกเป็น ส.ส.

พิเชษฐ์เผย‘ชวน’แซวระวังเอาคืน
เวลา 14.30 น. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน แถลงว่า ครั้งนี้สภาต้องคืนชีพให้มีศักดิ์มีศรี เรื่องแรกคืองบประมาณสภาถูกลดงบลงทุกปี สำนักงานสภาที่อยู่ตามจังหวัดต่างๆ จะพยายามขยายให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ มากขึ้น จะหารือกับนายวันมูหะมัดนอร์ รวมถึง นายปดิพัทธ์ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าให้กระทรวงต่างๆ เข้ามาพบปะกับกับส.ส. อย่างน้อย 6 เดือน 1 ครั้ง เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาในพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าสภาภายใต้การนำของทั้ง 3 คนจะไม่เกิดปัญหาสภาล่ม นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล ถ้าฝ่ายรัฐบาลมีการบริหารจัดการสมาชิกหรือเวลาได้ “ผมก็ทำให้สภาล่มเยอะ ก็เข้าใจดีและพยายามไม่ให้สภาล่ม มีส.ส.แซวว่าไม่มีใครทำให้สภาล่มแล้วเพราะคนทำให้สภาล่มก็ไม่มีโอกาสแล้ว ท่านนายกฯ ชวน (หลีกภัย) ก็แซวว่าที่ผ่านมาก็ทำเรื่องไว้เยอะนะ ระวังจะถูกเอาคืน แต่ก็ไม่เป็นไรเราก็ทำหน้าที่ไป”

เมื่อถามถึง การผลักดันกฎหมายต่างๆ ของพรรค ก.ก. เช่น การเสนอแก้มาตรา 112 สมรสเท่าเทียม หรือสุราก้าวหน้า นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับวิปรัฐบาล กฎหมายที่เข้ามาพิจารณาจะผ่านการกลั่นกรองมาระดับหนึ่งแล้ว และร่างพ.ร.บ.ที่มาจากประชาชน ตนยินดี เชื่อว่าประธานสภา และรองประธานทุกคนเห็นความสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับประชาชน เป็นอันดับแรก

ทั้งนี้ ก่อนนายพิเชษฐ์แถลง นายพิเชษฐ์และนายพิธาได้จับมือกัน โดยนายพิธากล่าวสั้นๆ ว่า “ยินดีด้วยครับพี่”

กกต.ขยายเวลาสอบ 151-พิธา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ได้อนุมัติขยายระยะเวลาการสอบสวน ตามที่คณะกรรมการไต่สวนของ กกต. กรณีนายพิธา รู้อยู่แล้วไม่มีสิทธิลงสมัคร ส.ส.แต่ยังคงลงสมัคร ตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. จากเหตุมีลักษณะต้องห้ามการลงสมัครรับเลือกตั้งถือครองหุ้นบริษัทไอทีวี ได้เสนอเรื่องมา เนื่องจากการดำเนินการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ โดยอนุมัติให้ขยายเวลาการสอบสวนเพิ่มเติมไปอีก 15 วัน ถือว่าเป็นการขอขยายระยะเวลาการสอบสวนครั้งแรกหลังจากครบกำหนด 20 วันในวันที่ 3 ก.ค. นับแต่มีคำสั่งแต่งตั้งตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัย 2563

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าที่ประชุมกกต. 3 ก.ค. ยังเห็นชอบกรณีอัยการสูงสุดมีหนังสือขอเอกสารและขอทราบการดำเนินการของ กกต. เกี่ยวกับกรณีพรรคก้าวไกลมีนโยบายหาเสียงแก้ไขและยกเลิกมาตรา 112 ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้อัยการสูงสุดชี้แจงว่ารับไม่รับ หรือมีการดำเนินการอย่างไรกับคำร้องที่มีผู้ยื่นเรื่องดังกล่าวต่ออัยการสูงสุดเพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49

อย่างไรก็ตาม กรณีนโยบายหาเสียงแก้ไขและยกเลิกมาตรา 112 ก่อนหน้านี้นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นไม่รับคำร้องที่มีผู้ยื่นร้องกกต. ขอให้พิจารณาเสนอ ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกลจากเหตุ ดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ายังไม่มีหลักฐาน หรือข้อมูลเพียงพอว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ก็ได้มีการสั่งให้สำนักงานกกต.ไปตรวจสอบเพิ่มเติมว่าการกระทำตามที่มีผู้ร้องนั้น เป็นความผิดฐานไหนตามกฎหมายอื่นอีกหรือไม่

เร่งประชุมรัฐสภาโหวตพิธา
เย็นวันเดียวกัน นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทำหน้าที่ประธานสภา เพื่อทำให้ไปสู่เป้าหมาย 8 พรรคร่วมได้เป็นรัฐบาล และการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีว่า 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เริ่มต้นด้วยการเลือกนายกฯ อาจจะเป็นสัปดาห์หน้า วันพุธที่ 12 ก.ค.หรือวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.ค. ซึ่งยังบอกไม่ได้ เพราะต้องรอโปรดเกล้าฯ เป็นประธานสภา ผู้แทนราษฎรก่อน เมื่อเป็นแล้วจะได้นัดหมายประชุมเพราะการประชุมร่วมรัฐสภา ระบุ ต้องแจ้งล่วงหน้าให้สมาชิกทราบอย่างน้อย 5 วัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หนึ่งในข้อตกลงพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เสนอชื่อประธานสภาเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ระบุจะเสนอชื่อนายพิธาอย่างสุดความสามารถ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า 8 พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ตกลงเสนอชื่อนายพิธาเพื่อโหวตในรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด ต้องโหวตเลือกนายกฯ กี่ครั้ง คาดว่าจะประชุมกี่ครั้ง นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า คงไม่สามารถประเมินได้ แต่คงต้องมากกว่า 1 ครั้ง รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดครั้งเดียวจบ ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลต้องประชุมวิเคราะห์ หากไม่ผ่านในรอบแรก สาเหตุมาจากไหน ขาดไปกี่คะแนน เพื่อให้ครบ 376 เสียง คงต้องวิเคราะห์ต่อไป และคงให้เลือกนายกฯ อีกครั้ง หรือมากกว่านั้นก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับการเลือกนายกฯ ในสภาว่าได้ 376 เสียงหรือยัง ถ้าไม่ได้ ก็ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน