วันที่ 5 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดโครงการรณรงค์ “ผนึกกำลังร่วมใจ ต้านภัยไซเบอร์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน รู้ทันกลโกง” จากนั้นเผยว่า การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ที่ดีที่สุดคือการสร้างความรู้ จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ ร่วมกับภาคการศึกษา อบรมให้ความรู้และพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต้านภัยไซเบอร์ในสถานศึกษา ร่วมกับภาครัฐผลิตแอพไซเบอร์วัคซีน ฯลฯ นอกจากนี้ยังสั่งการให้ทุกกองบัญชาการระดมกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทุกประเภทในช่วงไตรมาสสุดท้ายปี 2566 โดยเฉพาะบัญชีม้า ซิมม้า ที่เป็นต้นตอสาเหตุ ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเปิดบัญชีม้า ซิมม้า ถ้าถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดจะมีโทษ และหากมีข้อมูลการกระทำผิด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ประชุมหารือร่วมกับธนาคาร สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม เพื่อกำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่ กำหนดเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจจะมีการกระทำความผิดของสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรศัพท์ พร้อมกับเพิ่มครูไซเบอร์ให้เข้าถึงส่วนราชการ ภาคเอกชน สถานประกอบการ ร้านค้า ชุมชนต่างๆ เพื่อเข้าถึงประชาชน พร้อมแนะนำให้ทำข้อสอบวัคซีนเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต้านภัยโกง

ต้านภัยไซเบอร์ – พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมรณรงค์ ‘ผนึกกำลังร่วมใจ ต้านภัยไซเบอร์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน รู้ทันกลโกง’ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.
สำหรับสถิติตั้งแต่ 1 มี.ค.65 ถึง 30 มิ.ย.66 พบการรับแจ้งความคดีออนไลน์ 287,122 คดี เฉลี่ยวันละกว่า 800 คดี มูลค่าความเสียหายเกือบ 40,000 ล้านบาท มีสถิติการรับแจ้งความคดีออนไลน์มากที่สุด ยังเป็นคดีเดิมๆ 5 อันดับ ได้แก่ 1.คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 2.คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 3.คดีหลอกลวงให้กู้เงิน 4.หลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และ 5.คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (คอลเซ็นเตอร์)
“ขอให้พี่น้องประชาชนทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ 40 ข้อ ซึ่งรวบรวมจากกลโกงของคนร้ายและสิ่งที่ประชาชนควรรู้ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ที่ www.เตือนภัยออนไลน์.com และเฟซบุ๊ก : เตือนภัยออนไลน์ หรือโทร.08-1866-3000 หรือสายด่วน 1441” ผบ.ตร.ระบุ