วันนอร์-พรเพชรได้ข้อสรุปร่วม!‘เศรษฐา’ลุ้นช่วยสว.ตั้งท่าคัดค้านงัดมติเทียบเคียงปมองค์กรอิสระ

ชี้หากวันที่ 13 ก.ค. เลือก‘พิธา’เป็นนายกฯ ไม่ได้ ก็ให้โหวตเลือกใหม่วันที่ 19 ก.ค. ‘วันนอร์’ เผย หารือ ‘พรเพชร’ แล้ว ทุกฝ่ายพร้อม-เหมาะสม ยืนยันเสนอชื่อคนเดิมอีกรอบได้ ขณะที่ผลการประชุมวิปวุฒิสภาเล็งห้ามเสนอชื่ออีกในการลงมติรอบ 2 งัดการประชุมพิจารณา ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระมาเทียบเคียง ระบุส.ว.ที่เคยจะโหวตหนุนพิธาถอนตัวเหลือไม่ถึง 10 คนแล้ว ด้านเศรษฐาชี้ พท.-ก.ก.ตัวติดกันเดินหน้าตั้งรัฐบาล ย้ำยังไม่คิดนายกฯ ก๊อก 2 หวังส.ว.ช่วยดัน ‘พิธา’ ตามฉันทามติปชช.

ทูลเกล้าฯชื่อปธ.-รองปธ.สภา

วันที่ 6 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าได้นำชื่อประธานและรองประธานผู้แทนราษฎรขึ้นทูลเกล้าฯ ไปเรียบร้อยแล้ว

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตนเตรียมข้อมูลยื่น ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบจริยธรรมของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เนื่องจากระหว่างประธานสภานำกล่าวปฏิญาณตนครั้งแรก น.ส.ศิริกัญญา ดูเหมือนไม่ปฏิญาณตน มีแต่แสยะยิ้มและหันไปเล่นกับนายพิธา โดยเฉพาะช่วงที่ต้องกล่าวคำว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ตนจะไปยื่นที่ป.ป.ช.สนามบินน้ำ 7 ก.ค. เวลา 10.00 น.

พิเชษฐ์เล็งโหวตตั้งพิธา3ครั้ง

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ว่าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ให้สัมภาษณ์รายการ “มุมการเมือง”ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า ได้วางวันเลือกนายกฯ ไว้วันที่ 13 ก.ค. ถ้าไม่ได้นายกฯ ก็จะให้เลือกรอบที่ 2 วันที่ 19 ก.ค. และรอบที่ 3 วันที่ 20 ก.ค. คาดว่า 3 วันนี้ก็น่าจะเพียงพอได้นายกฯ แล้ว ถ้าไม่ได้ก็จะคุยกันใหม่ โดยจะเปิดโอกาสให้ 3 ครั้งก่อน เพราะการเรียกประชุมบ่อยๆ และใช้สมาชิกรัฐสภา 750 คนก็ค่อนข้างลำบาก ดังนั้นเวลา 3 วันก็เยอะแล้วและอยากให้ได้ภายใน 3 วันนี้

ส่วนกรณีถ้าหากกำหนดไว้ 3 ครั้งแรกแล้วยังไม่ได้นายกฯ จะพูดคุยกันใหม่ หรือพลิกให้พรรคเพื่อไทยเป็นคนนำในการจัดตั้งรัฐบาล นายพิเชษฐ์กล่าวว่า แล้วแต่ที่ประชุมรัฐสภาและที่ประชุม 8 พรรค ที่ต้องทำตามเอ็มโอยู ที่ต้องจับมือกันไป ซึ่งต้องพูดคุยกันเป็นการภายใน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

นายพิเชษฐ์กล่าวยอมรับว่ายังไม่ทราบจำนวน ส.ว.ที่แน่ชัดว่าจะสนับสนุนโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ แต่เท่าที่พูดคุย กับส.ว.มีเจตนาที่ดีที่ต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ประเทศชาติจะได้เดินหน้าได้

พรรคร่วมรอความชัดเจนกก.

ที่พรรคก้าวไกล ช่วงสาย มีแกนนำพรรคบางคนเดินทางเข้าพรรค เช่น นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค โดยเดินทางเข้าทางด้านหลังพรรค และตอบคำถามที่ผู้สื่อข่าวตะโกนถามโดยเฉพาะประเด็นความคืบหน้าพูดคุยกับส.ว. เพื่อขอเสียงสนับสนุนการโหวตนายกฯ เพียงสั้นๆ ว่า พรรคก้าวไกลเดินหน้า พูดคุยกับส.ว.ตลอดเวลา

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่กับกระแสข่าว ส.ว.บางคนเปลี่ยนใจ และจำนวนเสียงอาจไม่เพียงพอสำหรับการส่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ นายพิจารณ์กล่าวว่า มั่นใจ ส.ว.จะเคารพเสียงของประชาชน

ส่วนกรณีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติระบุจะไม่มีการเสนอชื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นนายกฯ และไม่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย นายพิจารณ์ตอบสั้นๆ ว่า ดีแล้ว ก่อนจะยิ้ม แล้วเดินเข้าไปภายในอาคารเพื่อประชุมต่อทันที

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังที่ประชุมสภาเลือกประธานและรองประธานสภาแล้ว พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดกำลังรอความชัดเจนจากพรรคก้าวไกลถึงการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากทางสภา ได้นัดวันโหวตเลือกนายกฯ ครั้งแรกวันที่ 13 ก.ค.แล้ว แต่จนถึงขณะนี้พรรคก้าวไกลยังไม่ได้ประสานนัดหมายหารือกันแต่อย่างใด รวมถึงที่ผ่านมาพรรคร่วมต่างอยากทราบความคืบหน้าการรวบรวมเสียง ส.ว.เพื่อสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากพรรคก้าวไกล

เศรษฐาวอนส.ว.ยึดฉันทามติ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเตรียม โหวตเลือกนายกฯ ที่ท่าทีของส.ว.ก็ชัดเจนว่าไม่สนับสนุนนายพิธาว่า ตนไม่แน่ใจว่าชัดเจนขนาดไหน แต่นายพิธาก็บอกว่าน่าจะรวบรวมได้ 376 เสียง ก็เป็นกำลังใจให้ และมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเราไม่แตกแถว เมื่อถามว่ามีเสียง ส.ว.ออกมาชัดเจนว่าไม่สนับสนุนนายพิธา แต่หากเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะสนับสนุน นายเศรษฐากล่าวว่า “ยินดีครับ จริงๆ แล้ว 8 พรรคเราก็มี 312 เสียง ก็ต้องการอีกแค่ 64 เสียงก็น่าจะผ่านได้ ซึ่งก็ยังมีความหวังและยังมั่นใจ นายพิธาก็มั่นใจว่าจะได้ 376 เสียง”

เมื่อถามว่า ส.ว.ควรที่จะยึดหลักการหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้บอกว่ายึดหลักการที่ใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ขณะนี้ก็มีส.ว.หลายคนออกมา บอกชัดเจนว่ามีเงื่อนไขเรื่องมาตรา 112 ที่ทำให้ไม่สามารถสนับสนุนนายพิธาได้ นายเศรษฐากล่าวว่า มีส.ว.หลายคนออกมาให้ความเห็น แต่ก็มีหลายคนที่ยังไม่ออกความเห็น เชื่อว่าวันที่จะโหวตกัน เขาน่าจะทำตามฉันทามติของพี่น้องประชาชน

เมื่อถามว่ามองว่าหากการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งแรกไม่ได้ ควรที่จะให้โอกาสอีกครั้งหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตรงนี้ต้องมานั่งดูว่าคะแนนเสียงที่ได้เป็นอย่างไรบ้าง ตนเชื่อว่าหากคะแนนขาดอยู่เล็กน้อย ก็น่าจะมีการให้โอกาสกันบ้าง ส่วนที่หลายคนบอกว่าหากท้ายที่สุดแล้ว นายพิธาไม่ได้ แล้วต้องตกมาที่เพื่อไทยนั้น ตนไม่อยากคิดตรงนั้น เพราะเราอยู่พวกเดียวกันและต้องโหวตให้กันอยู่แล้ว ซึ่งจะไม่เหมาะสม หากตนจะคอมเมนต์ไปในแง่อื่น

ย้ำเดินหน้า – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ย้ำพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลตัวติดกัน ร่วมเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล หวังส.ว.โหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ ตามฉันทามติประชาชน ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 6 ก.ค.

แนะ8พรรคร่วมยึดเอ็มโอยู

เมื่อถามว่าหากพรรคก.ก.ยังอยู่ในสมการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะไม่ได้รับเสียงที่เพียงพอจากส.ว. มองว่ามีโอกาสที่พรรคก.ก.จะยอมสละตัวเองออกจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าต่อได้ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่มีการคุยเรื่องที่ก.ก.จะสละตัวเองออก เราตัวติดกัน เรามาจากฝ่ายประชาธิปไตย และ 8 พรรคก็เซ็นเอ็มโอยูเรียบร้อยแล้ว ส่วนประเด็นที่บอกว่าเราจะแยกจากกัน ตนไม่เคยได้ยิน

เมื่อถามย้ำว่า ส.ว.บอกว่าพร้อมจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยภายใต้เงื่อนไขที่พรรคก้าวไกลต้องถอยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นายเศรษฐากล่าวว่า ตนเข้าใจว่าเป็นความเห็นของส.ว.ท่านเดียวที่พูดมา ซึ่งก็ยังมั่นใจว่าส.ว.ส่วนใหญ่น่าจะให้การสนับสนุนเสียงที่มาจากพี่น้องประชาชน เมื่อถามว่าขณะนี้ส.ว. ส่วนใหญ่ได้ส่งสัญญาณมาแล้วว่าจากที่เคยจะโหวตให้นายพิธา ตอนนี้ก็เริ่มลดลง ถือว่าจะเป็นโอกาสดีให้พรรคพท.หรือไม่ นายเศรษฐาย้อนถามกลับว่าโอกาสดีคืออะไรผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ส.ว.เห็นว่ามีมาตรา 112 และในเอ็มโอยูที่ออกมาพรรคพท.ก็ประกาศชัดเจนว่าจะไม่แตะมาตรา 112 นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมว่าก็ต้องปฏิบัติตามเอ็มโอยู”

เมื่อถามว่าหากการโหวตครั้งแรกไม่ผ่านก็ต้องมีครั้งที่ 2 มองว่าต้องมีครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “อย่าเพิ่งไปไกลขนาดนั้นเลย ไปทีละสเต็ปดีกว่า อย่างที่บอกว่าเรามาจากฝ่ายประชาธิปไตย และเราเองก็คุยกันรู้เรื่อง การโหวตประธานสภา ก็ผ่านไปได้ด้วยดี การโหวตเลือกนายกฯ ก็หวังว่าจะจบได้ด้วยดี”

ย้ำพท.จับมือมั่นคงกับก้าวไกล

เมื่อถามถึงกรณีที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะว่าที่รองประธานสภา คนที่ 2 ออกมาให้ความเห็นว่าหากโหวตนายกฯ ครั้งแรกไม่ผ่าน จะมีการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ใหม่ ในวันที่ 19 และวันที่ 20 ก.ค. นายเศรษฐากล่าวว่า เป็นความเห็นของนายพิเชษฐ์ และการกำหนดวันประชุมเป็นหน้าที่ของประธานสภา และเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ตนไม่ไปก้าวล่วงตรงนี้ เมื่อถามย้ำว่าพรรคก.ก.ควรลดเพดานเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ลงเพื่อให้ได้เสียงสนับสสนุนจากส.ว.หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ทุกอย่างเราทำตามเอ็มโอยูที่เซ็นไป ส่วนการจะแก้ไขเอ็มโอยูได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าจุดนี้คงไม่สามารถแก้ไขได้เพราะเซ็นกันไปแล้ว

เมื่อถามย้ำว่าจะจับมือกับพรรคก้าวไกลตลอดไปใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ก็จับมือครับ และวันนี้ก็ยังจับมือกันอยู่ ไม่ได้มีอะไรผิดใจกันและยังมีการประชุมกันอยู่อย่างต่อเนื่อง”

ทรงเดชกลับลำไม่โหวตพิธา

วันเดียวกัน นายทรงเดช เสมอคำ ส.ว. กล่าวกรณีเคยระบุพร้อมสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ หากสามารถรวบรวมเสียงข้างมากของพรรคการเมืองได้เกิน 250 เสียงว่า เดิมเคยมีหลักการโหวตให้พรรคที่รวบรวมเสียงส.ส.ข้างมากได้เกิน 250 เสียงเป็นนายกฯ แต่ถ้านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังมีจุดยืนแก้ไขมาตรา 112 ก็ไม่สามารถโหวตให้เป็นนายกฯ ได้ เพราะมาตรา 112 แตะต้องไม่ได้ไม่ว่าจะยกเลิกหรือแก้ไข ต้องยกเลิกแก้มาตรา 112 เท่านั้น ค่อยมาว่ากัน

ด้านนางประภาศรี สุฉันทบุตร ส.ว. กล่าวยืนยันว่าจากที่เคยโพสต์สนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ ขณะนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ เช่นเดิม เนื่องจากจะโหวตให้พรรคเสียงข้างมาก หากนายพิธาไม่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ แล้ว พรรคอันดับสองเสนอแคนดิเดตเป็นนายกฯ ก็จะเลือกนายกฯ จากพรรคอันดับ 2 แต่หากยังไม่ได้รับเลือกอีก แล้วพรรคเสียงข้างน้อยเสนอตัวเป็น นายกฯ ตนจะไม่เลือก

เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ติดใจในเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 นางประภาศรีกล่าวว่า เรื่องมาตรา 112 หรือเรื่องหุ้นไอทีวี เป็นเรื่องขององค์กรที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา ส.ว.ไม่มีหน้าที่ไปตัดสินเรื่องเหล่านี้

ศิริกัญญามั่นใจส่งพิธาถึงนายกฯ

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. ซึ่งเคยประกาศยึดเสียงข้างมาก จะโหวตให้นายพิธา เป็นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยอมรับว่า เปลี่ยนใจจะไม่โหวตให้นายพิธาแล้ว หลังจากพิจารณานโยบายมาตรา 112 ทำให้รู้สึกว่าโหวตให้ไม่ได้ แต่ถ้านายพิธายอมยกเลิกก็พร้อมยกมือให้ “ตั้งแต่เปิดประชุม ส.ว.คุยเรื่องนี้มาตลอด และคาดว่ามีไม่ถึง 10 คนที่จะโหวตให้นายพิธา ยอมรับว่ามีตัวแทนพรรคก้าวไกลติดต่อส.ว.หลายครั้งและหลายคนเพื่อจะพูดคุย แต่ส.ว.ส่วนใหญ่ ตอบกลับว่าขอพิจารณาหน้างาน ดังนั้น เชื่อว่าพรรคก้าวไกลรู้ตัวอยู่แล้วว่าเสียงจะไม่ถึง”

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ “ข่าวสดออนไลน์”กรณีนายเฉลิมชัย เปลี่ยนใจจะไม่โหวตให้นายพิธา เนื่องจากนโยบายมาตรา 112 ว่า เราน่าจะได้เสียง ส.ว. ครบตามเป้าหมายโดยจะต้องหาเพิ่ม เพื่อสำรองไว้ในกรณีมี ส.ว.เปลี่ยนใจ ไม่ใช่เพิ่งได้ยินจากนายเฉลิมชัย แต่เห็นสัญญาณมาสักพักหนึ่งแล้ว ทำให้จำนวนเป้าหมายต้องขยับขึ้น เพื่อให้เกิน 376 เสียง ส่งนายพิธา เป็นนายกฯ ตนขอไม่พูดถึงจำนวนเสียง ส.ว.ที่มีอยู่ในมือ

เมื่อถามถึงการนัดประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแจ้งความคืบหน้าการรวบรวมเสียง ส.ว. น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า คงต้องนัดหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้งอย่างเป็นทางการ แต่ก็พูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการอยู่แล้ว

“เรายังมั่นใจ 100% ว่าเสียง ส.ว.จะเพียงพอโหวตนายพิธาเป็นนายกฯ โดยคิดว่าน่าจะโหวตผ่านตั้งแต่รอบแรก แต่ก็ไม่ประมาทและเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากไม่ผ่านในครั้งแรกก็จำเป็นจะต้องมีการโหวตครั้งต่อๆ ไป” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

ขำถูก‘ศรี’ร้องปมปฏิญาณตน

น.ส.ศิริกัญญายังกล่าวกรณีนายศรีสุวรรณ เตรียมยื่นร้องต่อป.ป.ช. กล่าวหาว่าไม่ปฏิญาณตนในสภา ส่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 ว่า ปกติเวลาปฏิญาณตนประธานในที่ประชุมเป็นคนกล่าวนำทีละบรรทัด แล้วให้ ส.ส.พูดตามทีละบรรทัด ซึ่งเมื่อพูดว่าข้าพเจ้าตามด้วยชื่อเสร็จแล้ว ตนได้ยินเสียง ส.ส.พูดเองไปเลย จึงเงยหน้าขึ้นมาและเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทำมือเป็นสัญญาณให้หยุดรอก่อน จึงหันไปสะกิดนายพิธาว่า ต้องพูดตามไม่ใช่หรือ ไม่ใช่พูดเอง หลังจากนั้นก็ปฏิญาณตนจนจบ เมื่อขาดไปช่วงหนึ่งตนก็ได้พูดทวนใหม่จนจบ คือได้ปฏิญาณตนเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ที่สะดุดเพราะกระบวนการไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ

เมื่อถามว่าถ้าป.ป.ช.รับเรื่องและเรียกชี้แจงไม่กังวลใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไม่มีความกังวล หลักฐานที่นายศรีสุวรรณมีอยู่ชิ้นเดียว คือคลิปจากทางสภา ซึ่งหาก ป.ป.ช.รับเรื่อง ตนก็พร้อมชี้แจง

รทสช.ไม่ส่ง‘ตุ๋ย’ลงแข่งนายกฯ

วันเดียวกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงจุดยืนพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า ยืนยันการส่งนายวิทยา แก้วภราดัย สู้กับก้าวไกลในการโหวตรองประธานสภา เพื่อแสดงจุดยืนไม่ได้นำมาสู่การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างแน่นอน กระแสว่าพรรคจะส่งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค แข่งกับนายพิธา ไม่เป็นความจริง ตนอยากเห็นนายพีระพันธุ์เป็น นายกฯ และเชื่อว่าจะเป็นนายกฯ ที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าพรรคเรามีเพียง 36 เสียง ไม่พอที่จะไปเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และนาย พีระพันธุ์กับตนก็ไม่เคยมีความคิด และไม่สนับสนุนการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาอย่างเด็ดขาด ถึงจะตั้งไปก็อยู่ไม่ได้

การแสดงจุดยืนว่าเราไม่รับนายกฯ หรือรัฐบาลที่จะแก้หรือยกเลิก ม.112 สามารถทำได้ด้วยวิธีไม่โหวต โหวตไม่รับ หรืองดออกเสียง ไม่ต้องส่งแข่งก็สู้ได้ แต่มีคนพยายามกุข่าวลือ สร้างข่าวเพื่อให้การต่อสู้ของเราสูญเสียความชอบธรรม เข้าใจผิดว่าเป็นขบวนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ขอปฏิเสธชัดๆ ไปเลยว่า เราไม่เอารัฐบาลเสียงข้างน้อยหากต้องเป็นฝ่ายค้านก็เป็น

แต่เจมส์ให้รอคุยในพรรคก่อน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงการประชุมพรรค 11 ก.ค.ว่า เป็นเรื่องปกติที่ต้องประชุมกันทุกวันอังคารของสัปดาห์ เพื่อทำความเข้าใจกับ ส.ส.ว่าสภาจะมีวาระอะไรบ้าง หรือแนวทางการลงมติว่าจะไปในทิศทางใด เป็นเรื่องปกติ

ถามว่าพรรคจะเสนอรายชื่อชิงนายกฯ หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า รอให้มีการพูดคุยในวันที่ 11 ก.ค.ก่อน น่าจะมีข้อสรุปเพื่อให้เป็นในทิศทางที่เข้าใจตรงกันทั้งหมด เมื่อถามว่าหากมีการเสนอชิงนายกฯ จะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ต้องรอการประชุม หลังจากประชุมเสร็จทางโฆษกพรรคจะแถลงให้ทราบ

ชวนปรามผู้ท้าชิงหน.พรรคปชป.

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าและกก.บห.พรรคชุดใหม่ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ ว่า เอาไว้ถามช่วงใกล้ๆ ตนพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเห็นคนชอบพยายามมาออกสื่อและให้สัมภาษณ์ ทำให้มีข้อขัดแย้งโดยไม่จำเป็น จึงพยายามลดความขัดแย้ง ให้เกียรติทุกคน บางคนพยายามมาสมัครเป็นหัวหน้าพรรค เช่น พ.ท.หญิงฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล สมาชิกพรรค ที่มาหาตนและกก.บห.ที่พรรค หรือหลายคนเขียนจดหมายมาบอกว่าอยากเป็นหัวหน้าพรรค ข้อที่ได้เห็นชัดคือประชาชนส่งไลน์มาแสดงความห่วงใย ดังนั้นผู้พร้อมและต้องการสมัครจึงไม่อยากออกมาพูดล่วงหน้า ยกเว้นนายอลงกรณ์ พลบุตร รักษาการหัวหน้าพรรค ที่แสดงจุดยืนสมัครชัดเจน และเคยลงสมัครมาแล้ว 2 ครั้ง ดังนั้นให้ไปรอดูวันเลือกหัวหน้าพรรค ตนไม่ขอไปล่วงล้ำมากกว่านี้ และไม่ขอกล่าวถึงข้อเสนอเรื่องแก้ไขข้อบังคับพรรคเพื่อให้มีการเลือกหัวหน้าคนใหม่

ส่วนกรณีลูกพรรคแสดงความเห็นในพื้นที่ส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องหัวหน้าพรรค จะยิ่งทำให้เกิดปัญหาหรือไม่นั้น นายชวนกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มี 25 เสียง บัญชีรายชื่อมีเพียง 3 คนเท่านั้นควรเจียมเนื้อเจียมตัว ได้มาโดยคะแนนบริสุทธิ์ 900,000 กว่าเสียงเท่านั้นเอง ในภาคใต้ยังแพ้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องประมาณตัวเองและรู้ตัวว่าคนเลือกเราน้อยแค่ไหน ถ้ารู้สถานการณ์ รู้ความจริงอย่างนี้ก็ต้องคิดทางบวกว่าพรรคต้องได้คนประเภทใดมาแก้ปัญหา

เป็นห่วงร่วมรัฐบาลกับคนโกง

นายชวนกล่าวต่อว่าเหนือสิ่งอื่นใด พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งมา 77 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 78 ความเชื่อเรื่องเลือกตั้งสุจริต ความเชื่อเรื่องไม่ซื้อเสียงไม่ควรเลือนหายไป ควรจะรักษาอย่างนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นผู้นำพรรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็หวังว่าเขาจะทบทวนเรื่องอุดมคติของพรรคที่ได้ประกาศไว้ในอดีต อยากให้หัวหน้าพรรคคนใหม่สร้างความเป็นหนึ่งเดียว หลอมรวมและกอบกู้ความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อย่าไปคิดว่าต้องรุ่นนั้นรุ่นนี้ บางเรื่องของใหม่ดีกว่า แต่บางเรื่องของเก่าที่ดีก็ต้องเก็บรักษาไว้ ผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคก็ต้องทำต่อไป แต่ชุดใหม่ก็ควรประกอบไปทุกรุ่นอดีตปัจจุบันและอนาคต

เมื่อถามว่าหากในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น อนาคตทางการเมืองของนายชวนจะเป็นอย่างไร นายชวนกล่าวว่า ตนก็เป็นห่วงว่าสมาชิกบางส่วนไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะไม่รู้อดีตว่าเป็นอย่างไรทำให้มองข้าม ทุกพรรคก็มีคนดีอยู่ จะไปเหมาทั้งหมดไม่ได้ และหากบางพรรคยังคงยึดมั่นและเชื่อคนโกงอยู่ไปร่วมก็อันตราย แต่ยืนยันว่ายังไม่มีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้น

‘เชาว์’เชิญคนรักปชป.ชุมนุม

ด้านนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “จากใจ ถึงใจ คนรัก ปชป. วันที่ 8 ก.ค.เจอกันที่ลานพระแม่ธรณีฯ พรรคประชาธิปัตย์” ระบุ มีหลายคนประสานมายังตน ต้องการให้ช่วยนัดวันพบปะกันระหว่างสมาชิกเพื่อแสดงจุดยืนก่อนการเลือกตั้ง 9 ก.ค. โดยได้ข้อสรุปว่าจะนัดเจอกันในวันเสาร์ที่ 8 ก.ค. เวลา 09.00 น. ณ ลานพระแม่ธรณีฯ เริ่มต้นด้วยการสักการะขอพรพระแม่ธรณีบีบมวยผม จากนั้นก็จะเปิดเวทีเสวนาเล็กๆ เพื่อให้สมาชิกได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันตลอดทั้งวัน จึงประกาศเชิญชวนทุกคนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้

นายเชาว์ระบุว่าขอยืนยันว่าการพบปะกันในหมู่คนรักพรรค ปรารถนาจะเห็นการฟื้นฟูพรรคให้กลับมาเป็นสถาบันทางการเมืองในครั้งนี้ มิได้มีวาระซ่อนเร้นเพื่อผลักดันใครเป็นหัวหน้าพรรค แต่ต้องการเห็นพรรคกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องในทางการเมือง เปิดโอกาสให้ทุกเสียงในที่ประชุมใหญ่ได้ร่วมชี้ชะตากำหนดอนาคตพรรค ด้วยการงดเว้นการใช้ข้อบังคับที่กำหนดให้ สัดส่วนของส.ส.คิดเป็น 70 % ขององค์ประชุมทั้งหมด เป็นทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน “เชื่อว่าถ้าลดเพดานความอยากลง หลายคนจะเห็นความจริงตรงหน้ามากขึ้นว่า หัวหน้าพรรคคนต่อไปมีความสำคัญต่อพรรคมากกว่าการเป็นหุ่นเชิดให้ใครใช้เพื่อก้าวสู่อำนาจเท่านั้น”

อนุทินย้ำไม่ร่วมกับพรรคแก้ 112

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีถามถึงจุดยืนในวันที่จะโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นไปตามแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทยที่ออกแถลงการณ์ในวันที่ 17 พ.ค. 2565 ว่าจุดยืนของ ภท.ต่อการโหวตสนับสนุนนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไร ตามแถลงการณ์ไม่มีเปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังคงเหนียวแน่นอยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ยังทำงานกันอยู่ ยังไม่ต้องใช้เสียงอะไร เมื่อถามต่อว่าการโหวตจะมีเสียงแตกหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า การเลือกตั้งคือการรีเซ็ตทุกอย่าง ตอนนี้ยังไม่มีพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน จนกว่าจะมีนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น หากถึงจุดนั้นจะเห็นชัดเจนว่าใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นฝ่ายค้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แถลงการณ์พรรคภูมิใจไทยเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2565 ถึงกรณีการโหวตเลือกนายกฯ นั้น ระบุว่า จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยคือ ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นหลักการสำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือต่อรองได้ จึงไม่สามารถลงมติสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ได้

วันนอร์ชี้13ไม่ผ่านนัดอีก19ก.ค.

เวลา 15.00 น.วันเดียวกัน นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือกับว่าที่รองประธานสภา ทั้ง 2 คน พร้อมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังหารือเสร็จสิ้นนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ว่าที่รองประธานสภา คนที่ 2 รีบเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังเป็นคนเปิดประเด็นเลือกนายกฯ 3 รอบก็เพียงพอแล้ว ขณะที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ว่าที่รองประธานสภาคนที่ 1 เดินออกมาทีหลัง ก็เลี่ยงให้สัมภาษณ์สื่อเช่นเดียวกัน และกล่าวเพียงว่า ไม่ได้มาประชุมอะไรกันมาก เพียงแค่มาซักซ้อมทำความเข้าใจ กับพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประธานสภา และรองประธานสภา

จากนั้น เวลา 16.20 น. นายวันมูหะมัดนอร์ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าจะเลือกกี่ครั้ง หากครั้งแรกได้ก็ถือว่าจบ แต่ถ้าไม่ครบ 376 เสียง ก็จะเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาปรึกษากันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพราะขณะนี้ประชาชนรอรัฐบาลใหม่ จึงต้องทำให้เกิดความสมดุลและเหมาะสม นัดหารือกันอีกครั้งในวันที่ 10 ก.ค.

เมื่อถามว่า นายพิเชษฐ์ระบุว่าหากโหวตครั้งแรกไม่ผ่าน จะนัดครั้งต่อไปเป็นวันที่ 19 ก.ค. เป็นไปได้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากวันที่ 13 ก.ค.ไม่จบ วันที่ 19 ก.ค.ก็เป็นเวลาที่เหมาะสม และเลขาธิการสภามีเวลาทำหนังสือแจ้งสมาชิกเชิญประชุมได้ แต่ยังต้องดูหน้างานอีกครั้ง และโดยปกติสภาก็ประชุมวันพุธ และพฤหัสฯ อยู่แล้ว ดังนั้นวัที่ 19 ก.ค. ซึ่งเป็นวันพุธ ก็เหมาะสมดี และได้ปรึกษานายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา แล้วก็เห็นด้วย

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวต่อว่าส่วนต่อไปจะเป็นเมื่อไหร่ก็ดูหน้างาน ส่วนที่จะต้องเว้นไว้ 7 วันนั้น ในข้อบังคับไม่ได้กำหนด ที่เว้นไว้ว่า 7 วันนั้น ก็เพราะเราต้องการให้สมาชิกได้มาประชุมโดยพร้อมกัน เพราะสภาประชุมทุกวันพุธ พฤหัสฯ วุฒิสภาประชุมทุกวันจันทร์ อังคาร และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไม่ได้ประชุม ดังนั้นวันพุธน่าจะเป็นวันที่ทุกฝ่ายพร้อมที่สุด

เผยยังเสนอชื่อพิธาได้ต่อเรื่อยๆ

เมื่อถามว่า ส.ว.อยากให้เว้นระยะเวลาการประชุมรัฐสภาไว้ 14 วัน ข้อห่วงใยนี้ทางส.ว.ส่งสัญญาณมาบ้างหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ก็ไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับหน้างาน และความเหมาะสม ส่วนตัวอยากให้เกิดความเรียบร้อย และความพร้อมให้มากที่สุด เพราะวันพุธที่ 19 ก.ค.เหมาะสม เพราะเป็นวันประชุมสภา น่าจะเกิดความพร้อมเพรียงที่สุด

“ผมอยากให้เกิดความเรียบร้อยมากที่สุด และมีความพร้อมมากที่สุด เพราะเป็นวาระสำคัญในการเลือกนายกฯ ผู้นำประเทศ จึงต้องทำให้มีความพร้อม และโปร่งใสมากที่สุด” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

เมื่อถามว่า จะให้โหวตชื่อนายพิธากี่ครั้ง นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตนไม่สามารถจะบอกได้ เพราะไม่แน่ อาจจะผ่านในวันที่ 13 ก.ค.เลยก็ได้ หรืออาจจะผ่านในวันที่ 19 ก.ค.ก็ได้ ซึ่งการเสนอชื่อผู้เป็นนายกฯ ให้โหวตในครั้งต่อไป ยังสามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.33 น. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งมายังสื่อมวลชนผ่านไลน์ว่า ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่หนึ่ง) ได้มีมติเลือก นายวันมูหะมัดนอร์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง และนายพิเชษฐ์ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สองนั้น ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าวพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 7 ก.ค. 66) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 604 ชั้น 6 (โซน N) อาคารรัฐสภา

วิปวุฒิงัดข้อบังคับโหวตรอบ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวิปวุฒิสภา เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการหารือเรื่องการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ มีส.ว.บางคนหยิบประเด็นการเสนอชื่อนายพิธา ว่า หากไม่ได้รับเสียงเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาครบ 376 เสียง ในวันดังกล่าว จะสามารถเสนอชื่อนายพิธากลับมาโหวตรอบ 2 ได้หรือไม่ โดยเทียบเคียงการพิจารณาคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญของวุฒิสภา ที่หากชื่อบุคคลใดไม่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประวุฒิสภาแล้ว จะไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อกลับมาพิจารณาใหม่ในรอบสองอีก รวมถึงประเด็นหากจะเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯ มากกว่า 1 ครั้ง ต้องเว้นระยะห่างการประชุมกี่วัน เพราะส.ว.บางคนมองว่าอย่างน้อยต้องเว้นระยะห่าง 3 วัน ตามข้อบังคับการประชุมในการแจ้งระเบียบวาระให้สมาชิกทราบ ไม่สามารถประชุมต่อเนื่องกันได้ในวันรุ่งขึ้น ขณะที่บางคนเสนอให้เว้นระยะเวลาลงมติเลือกนายกฯ ห่างกัน 2 สัปดาห์

เสียงหนุนพิธาลดเหลือไม่ถึง10

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวไม่สามารถหาข้อยุติได้ในการประชุม กมธ.กิจการวุฒิสภา จึงมอบนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ไปหารือกับนายวันมูหะมัดนอร์ เพื่อหาข้อยุติในประเด็นที่ส.ว.มีข้อสงสัย รวมถึงให้นำไปหารือในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายคือ ส.ว. ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้านในต้นสัปดาห์หน้า เพื่อหาข้อยุติต่อไป

ส่วนความเคลื่อนไหวของส.ว.ที่ก่อนหน้านี้มีส.ว.ร่วม 20 คน ประกาศพร้อมจะสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ ตามเสียงข้างมากที่ได้รับฉันทามติจากประชาชน แต่หลังจากที่พรรคก้าวไกลยังยืนยันมีนโยบายเสนอแก้ไขมาตรา 112 ทำให้เสียงส.ว.หลายคนที่เคยระบุพร้อมสนับสนุนนายพิธา เกิดความลังเล พร้อมกลับลำไม่โหวต ทำให้เหลือเสียงส.ว.ที่พร้อมหนุนนายพิธาเป็นนายกฯ ขณะนี้ไม่ถึง 10 คน จนมีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจน แล้วว่านายพิธาจะได้รับเสียงสนับสนุนเป็นนายกฯ จากส.ส.และส.ว.ไม่ถึง 376 เสียง ในการประชุมรัฐสภา วันที่ 13 ก.ค.เพื่อโหวตนายกฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน