ตร.รวบตัวหนุ่มอุซเบกิสถานแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติคาสนามบินสุวรรณภูมิหลังลวงสาวชาติเดียวกันอ้างจ้างงานผู้ช่วยกุ๊กแต่กลับบังคับค้ากามพัทยา รับแขกตั้งแต่ 6 โมงเย็นยัน 6 โมงเช้า หากไม่ยอมจะถูกทำร้ายร่างกาย กักขังและไม่ให้กินข้าว เล็งย้ายไปบาห์เรนได้เงินเยอะกว่า สองหัวโจกไหวตัวทันพาเหยื่อ 17 รายเผ่นหนีออกนอกประเทศไปก่อน
วันที่ 7 ก.ค. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ ผกก.2 บก.ปคม. และนายนูลิดดิน มามัตคูลอฟ กงสุลใหญ่อุซเบกิสถาน ร่วมแถลงจับกุมนายนารูส อายุ 32 ปี สัญชาติอุซเบกิสถาน ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกัน หรือสมคบกันค้ามนุษย์โดยแสวงผลประโยชน์จากการค้าประเวณี, ร่วมกันเป็น ธุระจัดหาเพื่อค้าประเวณีภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร โดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ” ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
พ.ต.อ.พัฒนพงศ์กล่าวว่าผู้ต้องหาร่วมกับพวกชาวอุซเบกิสถานล่อลวงหญิงสาวร่วมชาติหลายรายมาบังคับค้าประเวณีในประเทศไทย โดยใช้กลอุบายอ้างว่าจะพาไปทำงานเป็น ผู้ช่วยกุ๊กร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี รายได้ดี มีที่พักให้ รวมถึงออกค่า เดินทางและค่าทำวีซ่าเดินทางให้ก่อน มีเหยื่อสาวหลายรายที่ต้องการหาเงินเลี้ยงชีพ บางรายต้องการหาเงินไปเป็นค่ารักษามารดา ที่ป่วย หรือนำไปใช้แต่งงาน หลงเชื่อยอมมาทำงานด้วย

ล็อกได้ทัน – ตำรวจปคม.ดักจับนายนารูส ชาวอุซเบกิสถาน ขบวนการค้ามนุษย์ลวงสาวชาติเดียวกันมาบังคับค้ากามที่เมืองพัทยา ขณะเตรียมขึ้นเครื่องบินหลบหนีออกจากไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.
ผกก.2 บก.ปคม. กล่าวต่อว่าเมื่อมาถึงกลับถูกบังคับค้าประเวณีโดยให้ยืนหาลูกค้าบริเวณริมชายหาดพัทยาใกล้วอล์กกิ้งสตรีตและขายบริการทางเพศให้ลูกค้าที่จัดหามาให้ อ้างว่าเป็นการใช้หนี้ค่าเดินทางและค่าจัดทำวีซ่า 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 175,000 บาท หากใครไม่เชื่อฟังหรือทำตามจะถูกทำร้ายร่างกาย กักขังและไม่ให้กินข้าว เหยื่อจึงจำยอม โดยถูกบังคับให้ทำงานไม่ต่ำกว่า 4 ครั้งต่อวัน ตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึง 6 โมงเช้า หากไม่ได้ยอดตามที่ต้องการจะถูกทำโทษโดยให้อดอาหาร แต่ละวันเหยื่อจะได้รับประทานอาหารเพียง 1 มื้อเท่านั้น อีกทั้งเมื่อเหยื่อขอเบิกเงินค่าจ้างและขอเดินทางกลับบ้านก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากต้องทำงานชดใช้หนี้ให้หมดก่อน
พ.ต.อ.พัฒนพงศ์กล่าวอีกว่าหลังกลุ่ม ผู้ต้องหาล่อลวงเหยื่อหญิงสาวมาค้าประเวณีที่เมืองพัทยาสักระยะ เตรียมเปลี่ยนแผนพาเหยื่อเหล่านี้ไปค้าประเวณีต่อที่ประเทศบาห์เรนเนื่องจากได้เงินเยอะกว่า กระทั่งมีเหยื่อ รายหนึ่งตัดสินใจหลบหนีออกมาร้องขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิไนท์ไลท์และองค์กร โอยูอาร์ซึ่งพาเข้าแจ้งความกับบก.ปคม. จนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย คือ นางแซมรัต อายุ 42 ปี สัญชาติอุซเบกิสถาน หัวหน้าขบวนการ น.ส.ดิโลรมคน อายุ 22 ปี เพื่อนของเหยื่อซึ่งเป็นคนชักจูง และนายนารูส คนจัดหาลูกค้า ต่อมาทราบว่านางแซมรัตและน.ส.ดิโลรมคนพาเหยื่อหญิงสาวรายอื่นจำนวน 17 คน หนีออกนอกประเทศไปได้ก่อนแล้ว คงเหลือนายนารูสผู้ต้องหารายนี้ที่กำลังเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ
สอบสวนนายนารูสให้การปฏิเสธ ยอมรับเพียงว่ารู้จักกับนางแซมรัตจริงเนื่องจากเคย อยู่หมู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือรับประโยชน์ใดๆ จากขบวนการล่อลวงหญิงขายบริการดังกล่าว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. ดำเนินคดีต่อไป