ปืน2กระบอกถล่มไม่ยั้ง ตร.รวบ 2 มือปืนทันควัน อ้างคนตายไล่ยิงก่อน

เพชรบุรีสุดดุ ปืน 2 กระบอกรัวถล่มดับหนุ่มบ้านลาดร่างพรุนสยองคาปิกอัพ เพื่อนที่นั่งมาด้วยรอดหวิว ให้การเพิ่งเลิกวงดื่มกินสังสรรค์กับเพื่อนที่ร้านดัง ขับรถถึงที่เกิดเหตุมีมือปืนจอดจยย.รออยู่ก่อนยิงถล่ม ตร.ตามรวบทันควัน 2 หนุ่มเมืองเพชร ให้การหนังคนละม้วน อ้างแวะทักสาวรู้จักที่มากับคนตาย ทำอีกฝ่ายไม่พอใจจนมีปากเสียงกัน พอ ขี่จยย.หนีก็ขับปิกอัพไล่ตามมาจนยิงกัน

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ร.ต.อ.นรงค์ โสดก รองสว.สอบสวน สภ.ย่อยราชภัฏเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทและมีผู้ถูกยิงบริเวณถนนข้ามทางรถไฟ ข้างร้านอินเดียแดง ม.1 ต.นาวุ้ง มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตจึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พฐ. แพทย์ร.พ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี และและเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน กธ 8923 เพชรบุรี สภาพ หัวรถพุ่งเข้าไปอยู่ในป่าริมทาง มีร่องรอยถูกกระสุนยิงเข้าจำนวนหลายจุด และมีคราบเลือดติดอยู่บริเวณข้างและท้ายรถจำนวนหนึ่ง ภายในรถพบศพนายสุริโย หรือ ต้น จานแก้ว อายุ 44 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 42/1 ต.บ้านลาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเข้าศีรษะข้างซ้าย และใต้รักแร้ขวา รวม 6 แผล

บริเวณทางข้ามรถไฟห่างประมาณ 50 เมตร พบปลอกกระสุนและหัวกระสุนของปืนขนาด 9 ม.ม. และขนาด 11 ม.ม. ตกกระจายเกลื่อนพื้นเต็มท้องถนน และห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 1 กน 8438 เพชรบุรี จอดทิ้งไว้ คาดเป็นของมือปืน

เมืองเพชรดุ – ตร.ตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายกระหน่ำยิงนายสุริโย จานแก้ว หนุ่มบ้านลาดดับคารถปิกอัพ บริเวณหน้าทางเข้าบ่อขยะ หลังร้านอินเดียนแดง อ.เมือง จ.เพชรบุรี โดยตามจับกุม 2 คนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุได้ สาเหตุจากทะเลาะกันเรื่องผู้หญิง เมื่อวันที่ 8 ก.ค.

สอบสวนนายณัฐวุฒิ หาญณรงค์ เพื่อนของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุไป รับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจุดเกิดเหตุ พร้อมนายสุริโยและ กลุ่มเพื่อนรวม 6 คน ก่อนแยกย้ายกันกลับ โดยนายณัฐวุฒิและเพื่อนอีกคนนั่งรถออกมากับผู้เสียชีวิต เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมือปืนที่จอดรถจักรยานยนต์รออยู่ข้างทาง ชักอาวุธปืนออกมารัวยิงใส่นายณัฐวุฒิไม่ยั้งจนเสียชีวิต ทำให้รถเสียการควบคุมตกข้างทาง ก่อนที่มือปืนจะวิ่งหนีไปโดยทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ

น.ส.นันทนา รุ่งเรือง เพื่อนนายสุริโย อีกรายให้การว่า ผู้เสียชีวิตโทรศัพท์ชวนกลุ่มเพื่อนมารับประทานอาหารร่วมกันที่ร้านอาหารดังกล่าว ก่อนแยกย้ายกันกลับ หลังนายสุริโยขับรถออกไปไม่นานได้ยินเสียงปืนชุดแรกรัวดังสนั่นหวั่นไหว หลังสิ้นเสียงปืนกลุ่มเพื่อนที่ยังอยู่ในร้านพากันวิ่งออกไปดูพบว่านายสุริโยถูกยิงสิ้นใจไปแล้ว

พ.ต.อ.วันชัยเผยว่า เจ้าหน้าที่ทราบตัว ผู้ก่อเหตุแล้ว พบทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิตเคยทะเลาะกันมาก่อน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภาค 7 พร้อม พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี, พ.ต.อ.วันชัย ขาวรัมย์ ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัวนายอนุ สังสงเคราะห์ และนายทวี ม่วงไหมทอง อายุ 24 ปีเท่ากัน ผู้ต้องหา ร่วมกันฆาตกรรมนายสุริโย พร้อมอาวุธปืนพก ขนาด.45 และอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม. รวม 2 กระบอก

สอบสวนนายอนุรับสารภาพว่า ก่อน เกิดเหตุหลังจากที่ตนและนายทวีกลับจากเที่ยวและกำลังจะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน เมื่อมาผ่านมาถึงลานจอดรถหน้าร้านอินเดียนแดงพบหญิงสาวที่รู้จักกันจึง จอดรถลงไปทักทาย ทำให้นายสุริโยซึ่งอยู่ในอารมณ์โกรธที่ถูกเจ้าของร้านเชิญให้ ออกจากร้าน ไม่พอใจได้เข้ามาหาเรื่อง ตนและนายทวีไม่อยากจะมีปัญหาจึงขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้าน นายสุริโยผู้ตายและเพื่อนรวม 3 คน ขับรถยนต์คันดังกล่าวติดตามตนมาจนถึงเกิดเหตุ ก่อนที่นายสุริโยนั่งอยู่เบาะหลังด้านคนขับได้ออกมาชักอาวุธปืนยิงใส่ก่อน ตนจึงใช้อาวุธปืนจำนวน 2 กระบอกที่พกมากระหน่ำยิงสวนกลับไปจนถูกนายสุริโยเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดย ไม่ได้รับใบอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร โดยไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร แก่พฤติการณ์ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

“นายอนุให้การรับว่าเป็นผู้ยิงแต่เพียง ผู้เดียว โดยได้ประสานพิสูจน์หลักฐาน เก็บตรวจเขม่าดินปืนจากผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไว้ แล้วส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเพชรบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยช่วงสายวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งตัวฝากขังที่ศาลเพชรบุรี” ผบช.ภาค 7 กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน