สว.สบช่อง-จ่อเสนอเลื่อนโหวตนายก สะพัดวุฒิฯร้อยละ90เล็งงดออกเสียง 14กลุ่มด้อมมาแน่-สภาจัดที่รับหมื่นคน ตร.15กองร้อย-3เหล่าทัพพร้อมหนุน

สภาเตรียมพื้นที่รับม็อบเรือนหมื่น ฝ่ายความมั่นคงจับตา 14 กลุ่มด้อมส้มนัดชุมนุมให้กำลังใจโหวต ‘พิธา’นายกฯ เข้มจุดเสี่ยง กทม.-ศาลากลางจังหวัด ระดม ตร. 15 กองร้อยดูแลความสงบ ประธานกกต.ยันยังไม่ได้พิจารณาปม ‘หุ้นสื่อ’ คณะตรวจสอบข้อเท็จจริงยังทำงานไม่เสร็จ จับตาวันนี้มีประชุมอีก ก้าวไกลทำหนังสือด่วน ค้านเร่งรัดคดี ‘พิธา’ ลุยขอบคุณคนปทุมฯ โต้ใช้ประชาชนปกป้อง สะพัดวุฒิสภาชักแถวงดออกเสียง 90 เปอร์เซ็นต์ ส.ว.อำพลย้ำจุดยืนหนุนเสียงข้างมาก ‘ดิเรกฤทธิ์’ ชักแกว่ง ผวามาตรา 272 จี้กกต.เร่งยื่นศาลรธน. ‘เสรี สุวรรณภานนท์’ ยกมาตรา 159 เสี้ยม 8 พรรคระวังถูกยุบ ลั่นไม่กลัวม็อบกดดัน

วันนอร์ถกวิปสว.-พรรค 11 กค.
วันที่ 10 ก.ค. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงวันโหวตนายกฯ ว่า วันที่ 13 ก.ค.จะนัดประชุมเวลา 09.30 น. วาระสำคัญคือเลือกนายกรัฐมนตรี การดำเนินการประชุมจะยึดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เพื่อให้เวลาการประชุมกระชับขึ้นในวันที่ 11 ก.ค.จะเชิญวิปส.ว.และตัวแทนพรรคการเมืองมาประชุมร่วมกันเพื่อสร้างความเข้าใจกันก่อนในระดับหนึ่ง

การประชุมรัฐสภาหรือการประชุมสภา ผู้แทนราษฎรสมาชิกสามารถอภิปรายได้ตามข้อบังคับ วิปเพียงแต่หาแนวทางเพื่อให้การอภิปรายหรือการแสดงความคิดเห็นเยิ่นเย้อจนเกินไป ส่วนจะให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่นั้น ในข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เหมือนการเลือกประธานสภาที่กำหนดไว้ชัดเจน แต่หากมีสมาชิกในที่ประชุมเสนอขึ้นมาเป็นญัตติก็ต้องถามที่ประชุมว่าจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม

ไปรอรับ – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โพสต์รูปลงไอจีพร้อมสามีกับลูกสาว รวมทั้งดร.ทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยระบุว่า ‘รอบนี้มาถึงก่อนพ่อกับอา เลยพาหลานมารอรับที่สนามบิน’ มีผู้ไปกดหัวใจให้นับหมื่นครั้ง เมื่อวันที่ 10 ก.ค.

เตรียมพื้นที่รับม็อบหมื่นคน
เมื่อถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยกรณีประชาชนจะมารอฟังการโหวตเลือก นายกฯ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตนได้คุยกับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งของสภา ตำรวจ โดยวางแผนให้รอบคอบที่สุด เรายินดีและจะเปิดพื้นที่บางส่วนบริเวณตรงข้ามถนนทหาร ซึ่งเป็นสถานที่ของกทม. เนื่องจากบริเวณหน้ารัฐสภามีการก่อสร้างเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ คิดว่าสามารถบรรจุคนได้เกือบหมื่นคน กทม.ก็ยินดีให้ใช้ และเราพร้อมบริการอำนวยความสะดวกเรื่องห้องน้ำ เต็นท์ เนื่องจากเป็นหน้าฝน ส่วนบริเวณอื่นๆ เจ้าหน้าที่จะจัดการเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยอาจใช้ประกาศชุมนุมในที่สาธารณะเป็นหลัก เราพยายามไม่ให้มีความรู้สึกระหว่างประชาชนกับสภาเป็นอย่างอื่น แต่เราต้องให้การประชุมรัฐสภาเรียบร้อยเพราะเป็นการประชุมสำคัญ และเพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวล เพื่อให้ประชุมและลงมติได้อย่างเต็มที่และอิสระ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มา คนที่ไม่มาก็สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้หลายช่องทาง หากฝนตกหรือแดดออกเราก็เตรียมสถานที่ไว้ให้หากไม่เกินหมื่นคน

เมื่อถามว่าข้อเสนอของส.ว.ที่บอกว่าหากไม่สามารถโหวตนายกฯ ได้ในรอบแรกได้ขอให้ปัดตกชื่อ ได้มีการคุยกับทางประธานวุฒิสภาแล้วหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย

14 กลุ่มด้อมนัดหน้าสภา 13 กค.
รายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงระบุถึงการเตรียมความพร้อมรับมือวันที่ 13 ก.ค.ว่า พบความเคลื่อนไหวกลุ่มมวลชนที่คาดจะรวมตัวบริเวณลานหน้ารัฐสภา เพื่อสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ ประกอบด้วย 14 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแฟนคลับพรรคก้าวไกล (ด้อมส้ม) นำโดย นางนภัสสร บุญรีย์, กลุ่มทะลุฟ้า นำโดย นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย น.ส.กัลยกร สุนทรพฤกษ์, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, กลุ่มเครือข่ายแรงงาน นำโดย น.ส.ธนพร วิจันทร์, คณะก้าวหน้า นำโดย น.ส.พรรณิการ์ วาณิช, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำโดย นายกรกช แสงเย็นพันธ์

กลุ่ม iLaw นำโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์, กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก นำโดย น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง, กลุ่มทะลุวัง นำโดย น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์, กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ นำโดย นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง, กลุ่มการ์ด We Volunteer นำโดย นายธนากร มูลถวิล, กลุ่มเพื่อนกัญปฏิวัติ นำโดย นายจิรภาส กอรัมย์, กลุ่มล่องนภาประมาณ นำโดย น.ส.มาริสา เพศยนาวิน

เข้มจุดเสี่ยงกทม.-ศาลากลางจว.
ขณะที่ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ในฐานะกำกับดูแลงานฝ่ายความมั่นคง สั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (บก.น.1-9) กำหนดจุดเสี่ยง พื้นที่เฝ้าระวัง จุดระดมพล เพื่อเตรียมแผนรองรับกรณีเกิดความวุ่นวาย ทำลายสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เช่น พ่นสี ก่อกวน ก่อความวุ่นวาย

บก.น.1 พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น ทำเนียบ นางเลิ้ง เขตพระราชฐาน วัดพระแก้ว กระทรวงกลาโหม สนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ลานคนเมือง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แยกดินแดน หน้า ร.1 รอ. รัฐสภา แยกเกียกกาย ถนนทหาร, บก.น.2 พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น สนามบินดอนเมือง หลักสี่ ศูนย์ราชการ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ จตุจักร หมอชิต สถานีกลางบางซื่อ 5 แยกลาดพร้าว รัชโยธิน วงเวียนบางเขน, บก.น.4 พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น หน้าม.รามคำแหง โชคชัย 4 ลาดพร้าว

บก.น.5 พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น ใต้สถานีบีทีเอส อุดมสุข แยกบางนา สวนลุมพินี, บก.น.6 พื้นที่เฝ้าระวัง หน้าหอศิลป์ sky walk เซ็นทรัลเวิลด์ แยกศาลาแดง ศาลพระพรหม แยกปทุมวัน, บก.น.7 พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น ศาลาแดง ธรรมศาลา พุทธมณฑลสาย 1-4 วงเวียนใหญ่, บก.น.8 พื้นที่เฝ้าระวัง เช่น วงเวียนใหญ่ ฝั่งบุปผาราม นอกจากนี้ ในส่วนต่างจังหวัดกำหนดเฝ้าระวังศาลากลางจังหวัดทั่วประเทศ

จัดที่คุมขัง 3 แห่ง-3 เหล่าทัพหนุน
ขณะที่ 3 เหล่าทัพได้เตรียมกำลังทหารไว้สนับสนุนไว้ในที่ตั้ง เบื้องต้นให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนการหยิบมาตรการใดๆ มาบังคับใช้ให้คำนึงสถานการณ์หน้างานและพฤติกรรมของผู้ชุมนุม เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะบริเวณหน้ารัฐสภา อำนวยความสะดวกการโหวตนายกฯ ลุล่วงไปด้วยดี

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. ได้มีหนังสือคำสั่งใช้สถานที่ควบคุมของสน.ทุ่งสองห้อง, สน.ฉลองกรุง, สน.จรเข้น้อย เป็นสถานที่ควบคุมพิเศษเฉพาะคราวตั้งแต่ 1-31 ก.ค. หรือจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ โดยมอบให้พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ รอง ผบก.สส.บช.น. เป็นนายตำรวจผู้ประสานการปฏิบัติ

จ่อประกาศห้ามชุมนุมใกล้สภา
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เตรียมลงนามประกาศห้ามชุมนุมในรัศมีไม่เกิน 50 เมตร ตั้งแต่ 11 ก.ค. เวลา 06.00 น. ถึง 14 ก.ค. เวลา 24.00 น. โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผบช.น. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์กรณีการประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ 13 ก.ค.นี้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผบช.น. ดูแลทำเนียบและพื้นที่ใกล้เคียง

พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ เผยว่า ข่าวยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะมีเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ทั้งนี้ บช.น.ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ ศปก.น.(รัฐสภา) จะใช้ศูนย์รวบรวมข้อมูล ควบคุม สั่งการ วางแผนร่วมฝ่ายการข่าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายงานข่าวแจ้งว่า บช.น.ประสานขอกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน โดยใช้กำลังดูแลพื้นที่รัฐสภา 15 กองร้อย มีการประเมินจากฝ่ายข่าวด้วยว่า 13 ก.ค.จะมีผู้มาให้กำลังใจ 100-1,000 คนขึ้นไป แต่หากการโหวตมีความขัดแย้ง ต้องประเมินจะยกระดับการชุมนุมหรือไม่ อาจมีการชุมนุมเป็นลักษณะแฟลชม็อบไปยังจุดต่างๆ อาทิ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หอศิลปวัฒนธรรมฯ กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็น ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกล

สว.ชักแถวงดออกเสียง 90%
ส่วนความเคลื่อนไหวของ ส.ว. มีการเช็กเสียงกันเป็นการภายในพบว่าส่วนใหญ่จะงดออกเสียงในวันที่ 13 ก.ค. ถึงเกือบ 90% มีเพียง 5-10 คน ที่ยืนยันโหวตนายพิธา เป็นนายกฯ และมีส.ว.ไม่กี่เสียงที่จะลงมติไม่สนับสนุนนายพิธา

ส่วนประเด็นการโหวตนายกฯ รอบสอง 19 ก.ค.นั้น ในการประชุม กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.เป็นประธาน เห็นว่าตามข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อ 41 ระบุญัตติใดที่เสนอที่ประชุมรัฐสภาหากไม่ได้รับความเห็นชอบถือว่าตกไป และห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเดียวกันเสนออีกในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ประธานรัฐสภาจะอนุญาต และเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์คดีของนายพิธา กมธ.มองว่าหากรอบแรกนายพิธาไม่ได้รับเลือกจะไม่สามารถเสนอชื่ออีกในการโหวตครั้งที่ 2

หากมีคนเสนอชื่อนายพิธากลับมาอีก 19 ก.ค. จะมีส.ว.คัดค้านในที่ประชุมรัฐสภา ไม่ยอมให้เสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกฯ โดยอ้างอิงข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 41 หากประธานรัฐสภา ยังยืนยันให้เสนอชื่อนายพิธาได้ ต้องรับผิดชอบในกรณีมีผู้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความข้อบังคับที่ 41 สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาใช้ดุลพินิจของตนเองหรือลงมติในที่ประชุมเพื่อตัดสินชี้ขาด ส่วน 19 ก.ค. ซึ่งเป็นวันนัดโหวตนายกฯ รอบสอง ให้จับตาจะมีผู้เสนอชื่อแคนดิเดต นายกฯ จากพรรคอื่นแข่งนายพิธาหรือไม่

พรรค 1 เสียงเห็นพ้องงดโหวต
นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า พรรคมีทิศทางจะงดออกเสียงโหวตนายกฯ เพราะมีฐานะเป็นพรรคตรงข้าม จากการพูดคุยกับกลุ่มพรรคเล็ก 1 เสียง คือ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคท้องที่ไทย และพรรคใหม่ มีทิศทางเดียวกัน คือ งดออกเสียง วันที่ 11 ก.ค. จะเจอกับแกนนำพรรคเล็ก ตนจะพูดคุยทิศทางโหวตนายกฯ ร่วมกันอีกครั้ง

‘สว.อำพล’ย้ำหนุนพิธานายกฯ
นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ส.ว.โพสต์เฟซ “พร้อมโหวตนายก” ระบุ 13 ก.ค. เตรียมโหวตให้คนที่พรรคการเมืองรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนฯ เสนอชื่อ เพื่อให้เข้าไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากบริหารประเทศต่อไป ใช้เหตุผลเดียวกับที่เคยใช้ตอนโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2562 จะกลับกลิ้งเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ประวัติศาสตร์จะจารึกและบันทึกไว้ ที่จริงไม่อยากใช้อำนาจตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 แต่เมื่อหน้าที่นี้ยังมีอยู่ จำเป็นต้องทำหน้าที่ต่อไป ให้กลไกและกติกาตามรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่เดินหน้าไปได้ จะทำหน้าที่แบบ “ไม่ตั้งตนเป็นใหญ่” ไม่หาเหตุผลใดๆ มาอ้าง เพื่อขวางเสียงประชาชน

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีความพยายามเสนอแก้ไขหน้าที่และอำนาจนี้ หรือที่เรียกว่า “ปิดสวิตช์ส.ว.” ด้วยมองว่าส.ว.ไม่ควรมีหน้าที่และอำนาจเลือกนายกฯ เพราะไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ควรเป็นหน้าที่และอำนาจของส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งตนเห็นด้วย ดังนั้นทุกครั้งที่ขอแก้ไขจึงโหวตเห็นด้วยให้ปิดสวิตช์ส.ว. แต่เสียงส.ว.เห็นด้วยไม่ถึง 1 ใน 3 ไม่ถึง 84 เสียง คือ เสียงส.ว.ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการให้ปิดสวิตช์ มาตรา 272 จึงอยู่มาถึงทุกวันนี้ สวิตช์ยังเปิดอยู่ ถ้าจะอ้างปิดสวิตช์ตอนนี้ก็เท่ากับอ้างเพื่อไม่ทำหน้าที่ กลายเป็นการขัดขาคนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

ดิเรกฤทธิ์จี้กกต.เร่งยื่นศาลรธน.
นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณี กกต.เตรียมส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพส.ส.ของนายพิธา จะกระทบการโหวตนายกฯ 13 ก.ค. หรือไม่ ว่า คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะการโหวตเลือกนายกฯ รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ให้เลือก นายกฯ จากผู้มีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้าม ปัญหาคือนายพิธามีคุณสมบัติ ณ วันที่เราจะโหวตเลือกหรือไม่ กกต.รับเรื่องแล้วก็ควรตรวจหลักฐานว่าครบองค์ประกอบหรือไม่ มีพยานหลักฐานครบถ้วนหรือไม่เท่านั้น ดังนั้นหน้าที่ของกกต.คือต้องรีบส่งศาลวินิจฉัย เป็นเรื่องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย

กกต.เอาเรื่องมากอดไว้ ตรงนี้ต้องพิจารณาและทำให้เร็ว ไม่อย่างนั้นเปิดประชุมรัฐสภา 13 ก.ค. จะเกิดการอภิปรายอย่างกว้างขวาง จะมีคนยกมาตรา 272 ไปโยงมาตรา 160 และ มาตรา 98 ถ้าเลือกไปอาจขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

เล็งเสนอเลื่อนโหวต
เมื่อถามเคยระบุจะโหวตให้ผู้ได้เสียงข้างมากแต่ขณะนี้นายพิธาถูกยื่นตีความคุณสมบัติ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ตนเคยประกาศบันได 3 ขั้น 1.ส.ส.รวมเป็นเสียงข้างมาก ในเมื่อสภามีหน้าที่เลือกรัฐบาลเราควรสนับสนุน 2.ต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ ถ้านายพิธาคุณสมบัติไม่ผ่านตนก็เลือกไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยงทำผิดรัฐธรรมนูญเอง ขั้นที่ 3 อาจไม่ต้องถกเถียงกันว่าจะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความสงบเรียบร้อยได้หรือไม่

การที่นายพิธาถูกยื่นตีความจะมีผลต่อการพิจารณาของส.ว.หรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ใช่มีผลต่อส.ว. แต่มีผลต่อการพิจารณาทั้งสภา เพราะจะมีคนยกขึ้นมาได้ว่ามาตรา 272 ห้ามเลือกคนที่ขาดคุณสมบัติมีลักษณะต้องห้าม ถ้าส.ส. ส.ว.ไปเลือก ทั้งที่รู้อยู่ว่าขาดคุณสมบัติจะทำผิดรัฐธรรมนูญและต้องรับโทษเสียเอง

ส่วนความจำเป็นต้องเลื่อนการลงมติเลือกนายกฯหรือไม่ นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่าวาระการโหวตเลือกนายกฯ เป็นเรื่องของรัฐสภา อยู่ที่คน 750 คนที่จะมองว่าหากเลือกไปแล้วจะไม่มีปัญหาตามมาก็สามารถดำเนินการได้ แต่หากมีบางคนมองว่าสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิด ก็สามารถใช้มติรัฐสภาเลื่อนวาระออกไปได้ ซึ่งจะต้องรอ 13 ก.ค. และส่วนตัวอาจจะยกมือขอหารือในที่ประชุมในประเด็นนี้ด้วย แต่หาก ในวันดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ และไม่มีการเลื่อนวาระลงมติเลือกนายกฯ ส.ว.หลายคนอาจใช้วิธีงดออกเสียงเพื่อเป็นทางออกในการเลื่อนวาระดังกล่าว และกลับมาโหวตในครั้งต่อไปได้

สว.เสรีขยายความ‘ม.159’ขู่ 8พรรค
ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณี กกต.เตรียมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิธา จะส่งผลต่อการโหวตเลือกนายกฯ หรือไม่ ว่า เราต้องพิจารณาคุณสมบัติด้วยอยู่แล้ว การที่กกต.ยื่นเป็นแนวทางที่สร้างความชัดเจน ช่วยแก้ปัญหาความเห็นต่างๆ กกต.จึงเป็นทางออก เมื่อถามว่าอาจถูกมองว่าเป็นการสกัดกั้นนายพิธา นายเสรีกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องสกัดหรือไม่สกัดนายพิธา แต่เป็นเรื่องบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ส.ส. และ ส.ว. การส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อหาข้อยุติให้ชัดเจน

เป็นห่วง 8 พรรคที่เซ็นเอ็มโอยูจะกล้าตัดสินใจเลือกคนที่คุณสมบัติไม่ครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากเลือกคนขัดรัฐธรรมนูญ คนขาดคุณสมบัติ จะเหมือนปลาในข้องเดียวกัน จะมีปัญหากับพรรคเหล่านั้นได้ จึงอยากฝากไปพิจารณาบทบัญญัติเหล่านี้ด้วย แต่ละพรรคจะโหวตนายพิธา ดูมาตรา 159 หรือยังว่าต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม มิเช่นนั้นจะกลายเป็นทำขัดรัฐธรรมนูญเอง จะกลายเป็นล้มล้างการปกครองหรือไม่ เพราะขัดมาตรา 159 ซึ่งจะไปไกลถูกตีความอีกเยอะ สุดท้ายจะทำร้ายตัวคุณเอง อาจจะไปไกลถึงถูกยุบพรรค

ลั่นไม่กลัวม็อบกดดัน
ที่พูดกันว่าส.ว.ไม่เคารพเสียงประชาชนนั้น อย่านำคะแนนแต่ละพรรคไปรวมกับ ก้าวไกล และยังเป็นกระบวนการผ่านความเห็นชอบจากประชาชนมาระดับหนึ่ง แต่การเลือกนายกฯ สมาชิกรัฐสภาทำตามรัฐธรรมนูญ เป็นคนละส่วนกัน สิ่งสำคัญคืออย่ายุยงคนให้ชุมนุมเรียกร้อง ยิ่งแสดงว่าไม่เหมาะสมบริหารประเทศ วันที่ 13 ก.ค.มีการนัดให้กำลังใจนายพิธา หน้ารัฐสภา แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่ไม่รับผิดชอบ ส.ว.ไม่กังวล หากเราหวาดหวั่นต่อสิ่งผิด แสดงว่าเราเป็นคนใช้ไม่ได้ กลัวม็อบ กลัวแรงกดดัน

เมื่อถามว่าขณะนี้ส.ว.มีความชัดเจนโหวตนายกฯ อย่างไร นายเสรีกล่าวว่า กลุ่มเราชัดเจนว่าจะไม่เลือกคนและพรรคที่ทำเรื่องซึ่งกระทบสถาบัน และมาตรา 112 เช็กเสียงตอนนี้ยังโหวตไม่ถึง 5 คน หรืออาจบวกลบนิดหน่อย ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นแบบนั้น เมื่อถามว่ากังวลพลังเงียบหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า เงียบก็คือเงียบ ไม่มีหรอก มีใครออกมาแสดงตัวบ้างว่าสนับสนุน รายชื่อที่ออกมาก็มีแต่ถอย

พิธายังมั่นใจสว.หนุนนั่งนายก
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล กล่าวก่อนเข้ารายการโหนกระแส ไทยทีวีสีช่อง 3 กรณีการโหวตเลือกนายกฯ 13 ก.ค.นี้ว่า จนถึงขณะนี้ยังคงมีความมั่นใจในเสียงส.ว.ที่จะโหวตเลือกให้เป็นนายกฯ

นายพิธากล่าวถึงการลงพื้นที่ขอบคุณ ชาวสุพรรณบุรี และกทม.ที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีแฟนคลับกองเชียร์มาเขียนให้กำลังใจท้ายรถตู้หมายเลขทะเบียน 1 นข 9743 กทม. รอบคัน นายพิธากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีว่าคนขับรถได้เช็ดออกแล้ว ได้อ่านทุกข้อความและถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย

ยันไม่ได้ใช้ประชาชนเป็นกำแพง
เย็นวันเดียวกัน นายพิธา นำคณะลงพื้นที่ขอบคุณคน จ.ปทุมธานี โดยให้สัมภาษณ์ยืนยันกกต.ยังไม่ได้ส่งหนังสือให้ไปชี้แจงเรื่องหุ้นไอทีวี หากมีเรื่องที่ต้องรีบไปชี้แจง ก็ต้องไปชี้แจง เมื่อถามว่าหาก กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่เปิดให้ชี้แจง เป็นธรรมหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า จริงๆขัดระเบียบของกกต.อย่างชัดเจน กระบวนการมีขั้นตอน แต่ครั้งนี้เหมือนว่ามีการเร่งรัด

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่บ่อยๆมองว่าอาจเพราะได้เสียง ส.ว.ยังไม่ครบหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ที่บางคนบอกว่าพิงหลังประชาชนหรือเปล่า ให้ประชาชนมาปกป้อง กลับกันตนมีหน้าที่มาขอบคุณและปกป้องเสียงของประชาชนกว่า 25 ล้านเสียง ไม่ใช่ให้เขามาปกป้องตน แต่มายืนยันว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ไม่ใช่การวัดเสียงในสภาและนอกสภาใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่มี ต้องดูที่ความสม่ำเสมอตั้งแต่วันแรกที่เลือกตั้งเสร็จตนก็ทำอย่างนี้มาอย่างสม่ำเสมอ

เดินสาย – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล พร้อม 6 ส.ส. ปทุมธานี ขึ้นรถแห่จากถนนลำลูกกาเข้าถนนไสวประชาราษฎร์ ก่อนปราศรัยขอบคุณประชาชนที่ตลาดกลางลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อ10 ก.ค.

ปรบมือให้สว.กล้าหนุน
เวลา 16.35 น. ที่จ.ปทุมธานี นายพิธา ขึ้นรถแห่พร้อมกับ ส.ส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกลทั้ง 6 เขตเพื่อขอบคุณชาวปทุมธานี ตั้งแต่ถนนลำลูกกาขาเข้า ถนนไสวประชาราษฎร์ เพื่อไปปราศรัยขอบคุณประชาชนที่บริเวณตลาดกลางลาดสวาย อ.ลำลูกกา

นายพิธา กล่าวปราศรัยว่า เหลืออีก 3 วันที่รัฐสภาจะเลือกนายกฯ ยังคงยืนยันกับพ่อแม่พี่น้องว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่อง กกต.ที่ยังไม่มีหมายเรียกมา เมื่อไรพร้อมจะชี้แจง และการพูดคุยกับวุฒิสภาเป็นไปได้ด้วยดี ยังมีส.ว.หลายคนที่ยังเป็นปัจเจกชน ขอประชาชนปรบมือให้ส.ว.ที่เต็มไปด้วยหลักการและความกล้าหาญ อย่าให้การเมืองใหญ่ไปกว่าความหวังของประชาชน อย่าให้การเล่นการเมืองของนักการเมืองใหญ่ไปกว่าปัญหาของประชาชนที่หมักหมม

ก้าวไกลค้านกกต.เร่ง‘หุ้นสื่อ’
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาพรรคได้ส่งหนังสือด่วนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อคัดค้านการที่ กกต.จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยกรณีหุ้นสื่อของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนที่ระเบียบ กกต.ระบุไว้เอง มีความเร่งรัดเกินกว่าเหตุจนน่าสงสัยในเจตนาของ กกต.ว่ากระทำโดยความเป็นกลางหรือไม่ กรณีนี้เมื่อมีการไต่สวนรวบรวมข้อเท็จจริงแล้ว ยังไม่มีการแจ้งข้อเท็จจริงให้นายพิธาทราบ และยังไม่มีการเรียกเจ้าตัวไปชี้แจง แต่กลับจะมีการเร่งรัดส่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่ากับ กกต.กำลังทำผิดระเบียบของตนเองอยู่

“13 ก.ค.นี้อีกเพียง 4 วันก็จะถึงการโหวตนายกฯ จู่ๆ กกต.จะเร่งรัด ทำข้ามขั้นตอน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทันที อาจทำให้สังคมตั้งคำถามได้ว่าองค์กรอิสระทำหน้าที่อย่างไม่เป็นกลาง มีเป้าประสงค์ทางการเมืองหรือไม่ ผมเชื่อว่าประชาชนเฝ้ารอการโหวตนายกฯ กันทั้งประเทศ จึงไม่ควรมีการ กระทำใดๆ ที่จะขัดขวางการตั้งรัฐบาลตามครรลองประชาธิปไตย” นายชัยธวัชกล่าว

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าว กกต.เรียกนายพิธาชี้แจง ว่า พรรคยังไม่ได้รับหนังสือเรียกนายพิธาไปชี้แจงแต่อย่างใด และขอยืนยันว่านายพิธาจะเดินทางไปขอบคุณประชาชนที่ จ.ปทุมธานีตามกำหนดการเดิมเย็นนี้

กกต.ยังไม่มีมติส่งศาลรธน.
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เผยหลังการประชุม กกต. ว่า ที่ประชุมยังไม่ได้มีการลงมติ เรื่องนายพิธา ถือครองหุ้นบริษัทไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6) เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 เพียงแต่เป็นการติดตามความคืบหน้าของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ได้รายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุม กกต.รับทราบ เท่านั้น

ทั้งนี้ ที่ประชุม กกต.ใช้เวลาประชุมตั้งแต่เวลา 13.00 น.และเลิกประชุมในเวลา16.00 น. โดยไม่มีการแถลงใดๆ แต่มีรายงานว่า ได้นัดประชุมต่อในวันที่ 11 ก.ค. เวลา 10.00 น. และวันที่ 13 ก.ค.ในเวลา09.00 น.

มีมติวันไหนไม่เกี่ยวโหวตนายก
เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเชิญนายพิธามาชี้แจงต่อกกต.หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการการสืบสวนแล้ว คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกรณีมาตรา 151 หรือคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงคุณสมบัติต้องห้ามฯ จะเชิญบุคคลใดมาชี้แจงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะนั้นๆ

เมื่อถามว่ากรณีคุณสมบัติตามมาตรา 82 วันนี้ที่ยังไม่มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ ยังต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มและประชุมต่อพรุ่งนี้ใช่หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องนี้จะพิจารณา เมื่อถามว่าตอนนี้ยังไม่มีแต่ถ้าพรุ่งนี้อาจมีเรื่องนี้เสนอเข้าที่ประชุมเป็นไปได้หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงพิจารณาเสร็จแล้วก็อาจขอนำเข้าที่ประชุมกกต.วันไหนก็ได้ แต่ถ้าที่ประชุม กกต.เห็นว่าไม่พอเพียงก็สามารถขอให้ทำเพิ่มเติมได้ ซึ่งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงยังทำงานไม่เสร็จ

เมื่อถามว่าการประชุม 13 ก.ค.เป็นนัดพิเศษอะไรหรือไม่ เพราะปกติประชุมเพียงจันทร์-อังคาร ประธาน กกต. กล่าวว่า ไม่ใช่นัดพิเศษอะไรเลย เมื่อถามว่ากกต.จำเป็นต้องมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน 13 ก.ค.หรือ 19 ก.ค. หรือไม่ ประธาน กกต.กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน

ยื่นวันนอร์สอบสว.ฝ่าฝืน ม.113
ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือต่อนาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานงานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ของสำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับหนังสือ ก่อนไปยื่น กกต.ต่อ

นายภัทรพงศ์กล่าวว่า ยื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ ส.ว.กลุ่มหนึ่งคือ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ, นายเสรี สุวรรณภานนท์ พร้อมพวกอีกจำนวนหนึ่งที่อ้างยื่นเอกสารให้ กกต.กรณีหุ้นสื่อของนายพิธา พฤติกรรมดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 เป็นเรื่องที่ ส.ว.มาเล่นเกมการเมืองด้วยตัวเอง ฝักใฝ่พรรคการเมือง ยอมอยู่ใต้อาณัติพรรคการเมือง ทั้งที่กรณีหุ้นสื่อมีคนยื่นแล้ว ถ้าขัดต่อมาตรา 113 ก็จะส่งผลให้ขัดต่อมาตรา 111 คือผลจากสมาชิกภาพ จึงมายื่นให้ประธานรัฐสภาส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความควบคู่กรณีกกต.จะส่งเรื่องหุ้นสื่อของนายพิธาไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

อสส.ตอบกลับศาลรธน.แล้ว
นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) กล่าวกรณีศาลรัฐธรรมนูญสอบถาม อสส.มีคำสั่งรับหรือ ไม่รับดำเนินการตามที่อดีตทนายความพุทธะอิสระ ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของนายพิธา และพรรคก้าวไกล ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.เพื่อยกเลิกมาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่นั้น ได้ทราบจาก นายประธาน จุฬาโรจน์มนตรี เลขานุการอสส. ว่า 6 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อสส. ลงนามในหนังสือตอบกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ไปแล้ว กระบวนการต่อไปเป็นการส่งหนังสือเพื่อตอบให้ศาลรัฐธรรมนูญทราบตามระบบราชการ สำนักงาน อสส.ได้เเจ้งผลการดำเนินการพร้อมเอกสารประกอบเเนบท้าย ลงนามโดย น.ส.นารี ถึง ศาลรัฐธรรมนูญไปเเล้ว ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งทางอัยการก็จะดำเนินการตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไป

ทั้งนี้ การใช้สิทธิต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีร้องขอให้เลิกการทำอันเป็นการล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ประกอบ พ.ร.ป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7(3) เกี่ยวกับหลักเกณฑ์เเละวิธีการ บัญญัติไว้ด้วยว่า หากอสส.มีคำสั่งไม่รับดำเนินการตามที่ร้องขอหรือไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน ผู้ร้องจะยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ ซึ่งกรณีนี้มีข่าวว่าทางผู้ร้องไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงเเล้ว

อนุชาทิ้งโฆษกรัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า เช้าวันเดียวกันนี้ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองเลขาฯ นายกฯ และกราบลาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เพื่อไปทำหน้าที่ส.ส.ในสภานายกฯอวยพรให้มีกำลังกาย กำลังใจที่ดี เพื่อปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ได้อย่างเต็มความสามารถ ขอขอบคุณนายกฯ ที่กรุณาให้ความไว้วางใจกว่า 3 ปี นายกฯ มอบหมายให้รองโฆษกฯ ที่เหลืออยู่สามคน ทำงานไปอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเอกสารจากสภาที่จะส่งไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันเดียวกันนี้ เพื่อเตรียมนำไปรายงานตัวต่อสภา 12 ก.ค.และจะได้ร่วมโหวตเลือกนายกฯ 13 ก.ค.นี้

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง 2 คน คือ เลื่อนนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แทน น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งด้วยคำพิพากษาของศาลอาญามีนบุรี คดีเมาแล้วขับ และเลื่อนนายอนุชา บูรพชัยศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส.

เปิดโผหัวหน้า-เลขาฯปชป.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ หลังเกิดกรณีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 เมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา องค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งหัวหน้าและกก.บห.ชุดใหม่ได้นั้น ล่าสุด ปรากฏโผรายชื่อผู้ถูกวางตัวให้เป็นกก.บห.ชุดใหม่ 41 คน ซึ่งถูกวางตัวไว้ล่วงหน้าก่อนเริ่มประชุมใหญ่ ที่น่าสนใจ ได้แก่ นายนราพัฒน์ แก้วทอง เป็นหัวหน้าพรรค, นายเดชอิศม์ ขาวทอง เป็นเลขาธิการพรรค, นายสมบัติ ยะสินธุ์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ, นายวุฒิพงษ์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคอีสาน, นายประมวล พงศ์ถาวราเดช รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคกลาง, นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. รวมถึงรองหัวหน้าตามภารกิจ 8 คน และรองเลขาฯ 6 คน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในกก.บห.ชุดที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค

แต่หลังการประชุมล่ม คาดจากนี้อาจมีการเปลี่ยนตัวบุคคลบางส่วนในโผนี้ได้อีก แต่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ยังเป็นนายนราพัฒน์ และนายเดชอิศม์ ยังเป็นเลขาฯพรรค

วันนอร์ถกแบ่งงานรองปธ.สภา
วันที่ 10 ก.ค. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา คนที่ 1 และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา คนที่ 2 พบปะข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภา ฟังการรายงานผลการดำเนินงาน รวมทั้งการแบ่งงานให้รองประธานสภาทั้งสองคน

รายงานข่าว นายวันมูหะมัดนอร์ เปรยว่าการประชุมสภาอาจเพิ่มวันประชุมจากเดิมสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันพุธและวันพฤหัสบดี เพิ่มเป็น 3 วัน อาจเพิ่มวันอังคารหรือวันศุกร์ เพื่อประชุมสภา ส่วนอีก 2 วัน จะเป็นงานของ กมธ.

นายปดิพัทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งงานว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูด้านการพิจารณากฎหมายทั้งหมด และระเบียบวาระการประชุม รวมทั้งงานด้านการต่างประเทศ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ เมื่อถามว่า เมื่อได้รับมอบหมายให้ดูด้านกฎหมาย จะทำให้ผลักดันกฎหมายที่พรรคก้าวไกล จะเสนอสะดวกขึ้นหรือไม่ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ ไม่ใช่ต้องมาทำให้พรรคไหนสะดวกขึ้น

ด้านนายพิเชษฐ์กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องการกลั่นกรองกระทู้ถาม และญัตติ เรื่องที่ประธานสภาแจ้งต่อที่ประชุม การรับรองรายงานการประชุมและเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. รวมทั้งการพิจารณาการลาการประชุมของสมาชิก การพิจารณาส่งข้อหารือของสมาชิกให้รัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องรับทราบ กำกับงานบริหารของสำนักงานเลขาธิการสภา เกี่ยวกับงานด้านงบประมาณ ด้านวิชาการ ด้านกฎหมาย ด้านกมธ. และด้านความปลอดภัย การรับมือการชุมนุม 13 ก.ค.ก็ต้องดูด้วย

‘อโนชา’ประมุขตุลาการหญิงที่ 3
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 3 อาคารศาลยุติธรรม ถนนราชดำเนินใน นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 16/2566 โดยมีวาระสำคัญที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบบัญชีโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการในวาระโยกย้าย 1 ต.ค.66 บัญชี 1 เลื่อนชั้น 4 เป็นชั้น 5 ผ่าน นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 เป็นต้นไป

สำหรับ นางอโนชา ปัจจุบันดำรงตำเเหน่งประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา จบนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนติบัณฑิตไทย รุ่นที่ 33, สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่สอด, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ,ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ผู้พิพากษาศาลฎีกา, อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง, ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ

เคยได้รับเลือกตั้ง กรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ,กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผ่านการอบรม หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 53 ,หลักสูตร ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 20 หลักสูตร การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 22 หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่ 9

ทั้งนี้ หลังจาก ก.ต.มีมติเห็นชอบแล้ว ตามขั้นตอนจะมีการเสนอบัญชีรายชื่อเพื่อโปรดเกล้าฯ ลงมาเป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 49 ซึ่งนางอโนชาจะเป็นประธานศาลฎีกาหญิงคนที่ 3 ของประเทศไทย ต่อจากนางเมทินี ชโลธร เเละน.ส.ปิยกุล บุญเพิ่ม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน