สั่งปิดไร้กำหนดสะพานข้ามแยก ชัชชาติเปิดแถลง
ปีติ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงรับผู้บาดเจ็บจากเหตุคานสะพานทางยกระดับลาดกระบัง-อ่อนนุชถล่มไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ด้านตร.เร่งหาสาเหตุ สน.จรเข้น้อยสอบปากคำพยานต่างๆ ไปแล้ว 8 ปาก มีทั้งพยานที่ได้รับบาดเจ็บ และผู้ที่เห็นเหตุการณ์ วันนี้ออกหมายอีก 11 ผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ ด้าน‘ผู้ว่าฯ ชัชชาติ’ แจงไม่ได้สั่งรับเหมาเปลี่ยนวิธีก่อสร้างจากหล่อคอนกรีตในที่ เป็นนำคอนกรีตหล่อสำเร็จติดตั้งแทน เผยไม่ใช่โครงการแรกที่ทำ ยันรับเหมาขึ้นทะเบียนชั้นดี สั่งเร่งเคลียร์พื้นที่ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง สลดเมียวิศวกรพา 2 ลูกชายไปรับศพสามีเหยื่อถูกคอนกรีตทับ เคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศลที่พัทลุงบ้านเกิด
จากกรณีทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างเกิดพังถล่มลงมาทับรถและผู้คนได้รับบาดเจ็บ 12 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย
เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่โครงการก่อสร้าง ทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง นายณรงค์ เรืองศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายชัชชญา ขำจันทร์ ผู้อำนวยการเขตลาดกระบังลงพื้นที่มายังจุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมประเมินวางแผนการเคลื่อนย้ายโครงสร้าง ร่วมกับเจ้าหน้าที่วิศวกร
นายณรงค์กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ซึ่งสิ่งที่ต้องเร่งรัดคือการเร่งรื้อโครงสร้างที่เกิดความเสียหายที่ไปกระทบกับการจราจรและเกิดความเสี่ยงต่อประชาชนในพื้นที่ ล่าสุดได้วางแผนการรื้อย้ายโครงสร้างกับสำนักการโยธา และบริษัทผู้รับเหมา ซึ่งอันดับแรกจะเร่งเคลียร์พื้นที่ ในส่วนที่กีดขวางการจราจร เพื่อให้เปิดใช้งานได้เร็วที่สุด ส่วนที่เหลืออื่นๆ เป็นแผนการดำเนินการต่อจากนี้ ว่าจะมีการซ่อมแซมแก้ไขต่อไปอย่างไร
นายณรงค์กล่าวต่อว่าทั้งนี้ ได้เตรียมเครื่องจักรเป็นรถเครนขนาด 200 ตัน และ 50 ตัน เพื่อจะมาช่วยในการยกพยุงตัวโครงสร้าง และตัดชิ้นส่วนที่เสียสภาพเพื่อเคลื่อนย้าย ออกไป ซึ่งการตัดชิ้นส่วนเป็นเพราะโครงสร้างมีขนาดใหญ่ ประกอบกันขึ้นมา ทำให้มีความยาวและน้ำหนักมาก ยากต่อการเคลื่อนย้ายในการแบ่งออกเป็นชิ้นนั้น จะใช้วิธีการถอดนอตตามโครงสร้างที่ประกอบไว้ แต่หากส่วนไหนถอดไม่ได้หรือถอดยาก จะใช้แก๊สเป่าให้ขาด ซึ่งระหว่างการถอดแบ่งชิ้นส่วน ต้องใช้เครนขนาดใหญ่ยกถ่วง และใช้เครนตัวเล็กพยุงไว้ให้ทำงานได้ปลอดภัย ส่วนอุปสรรคสำคัญคือเรื่องสภาพพื้นที่ ที่มีจำกัด ทำให้การทำงานอาจไม่คล่องตัว เท่าที่ควร และต้องระมัดระวังในจุดที่อยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมัน โดยต้องวัดแก๊สตลอดเวลา ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วันจะสามารถเคลียร์พื้นที่ส่วนที่กีดขวางการจราจรได้ทั้งหมด

กู้ซาก – จนท.นำเครนมากู้ซากและยกชิ้นส่วนสะพานทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบังที่พังถล่มลงมา เพื่อเปิดพื้นที่การจราจร ขณะที่ตำรวจเร่งสอบสวนเอาผิดผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.
สำหรับสาเหตุของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ยังต้องรอการวิเคราะห์ข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน โดยวันนี้จะนำโดรนขึ้นไป ถ่ายภาพมุมสูงเพิ่มเติม เพื่อนำมาวิเคราะห์ การเคลื่อนตัวของโครงสร้างร่วมกับภาพที่ได้ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งระงับการก่อสร้างโครงการดังกล่าวโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา จนกว่าจะสามารถหาแนวทางการแก้ไขได้อย่างปลอดภัยถูกต้องตามหลักวิศวกรรมต่อไป
ด้านนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับเหมาโครงการจัดทำแผนการเคลื่อนย้ายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกจากพื้นที่มาให้พิจารณา โดย มีวสท.ร่วมพิจารณาด้วย ส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันทีคือการขนรื้อสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ไม่ใช้เครื่องมือใหญ่ๆ ที่มีน้ำหนักมากออกจากพื้นที่ รวมทั้งให้โดรนบินเหนือที่ เกิดเหตุเพื่อสังเกตการณ์หาสาเหตุสำหรับ งานก่อสร้างโครงการนี้ตามสัญญาจะต้อง แล้วเสร็จในต้นเดือนส.ค.นี้ แต่ได้รับการ ขยายสัญญางาน เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการ์ณโควิดไปจนถึงธ.ค.67 ปัจจุบันโครงการคืบหน้าไม่เกิน 50%
ขณะที่นายชัชชญากล่าวว่า ขณะนี้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุที่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ หน้าโลตัสแล้ว ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักโยธากทม. ตำรวจ โรงพยาบาล และมูลนิธิต่างๆ พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบถามอาคารตึกแถวบ้านเรือนที่อาจได้รับผลกระทบ ทราบเบื้องต้นมีหลังเดียว เป็นตึก 3 ชั้น ได้รับผลกระทบบริเวณหลังคาที่โดนเครนกระทบ นอกจากนี้ยังให้เป็นที่รับแจ้งบุคคลสูญหาย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งบุคคลสูญหายแต่อย่างใด ส่วนเส้นทางการจราจร ได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน. จรเข้น้อยเพื่อแก้ไขปัญหา เนื่องจากต้องปิดการจราจรบางส่วนทั้งฝั่งขาเข้าขาออก โดยฝั่งขาเข้าเปิดซอยทางลัดที่ซอยหลวงแพ่ง 6 และซอยหลวงแพ่ง 8 ไปออกที่ซอยหลวงแพ่ง 4 ส่วนขาออกมีซอยทางเชื่อมบริเวณตรงข้ามจุดเกิดเหตุ ซึ่งการจราจรตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า ยังไม่มีปัญหา
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุด คือเรื่องของการกู้ซากสะพาน ข้ามแยกที่พังถล่มลงมา เพราะมีผู้ที่ได้รับผล กระทบคือประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น เนื่องจากเป็นอาคารพาณิชย์ ดังนั้นจะต้องดูว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไรหรือไม่ เพราะทันทีที่เกิดเหตุเมื่อวานนี้ก็เกิดเหตุ ไฟดับขึ้นทันที รวมถึงปัญหาฝุ่นควันที่กระจายปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งลงไปสอบถามว่าชาวบ้านได้รับผล กระทบอย่างไรบ้าง รวมถึงคนที่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานในจุดเกิดเหตุนั้นจะต้องได้รับความปลอดภัยด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องเร่งสืบหาข้อเท็จจริงว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนั้น จริงๆ แล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร มีสาเหตุมาจากอะไร เกิดจากความประมาทตั้งแต่เริ่มออกแบบเลยหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งคงจะต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม ทราบว่าขณะนี้ยังมีการก่อสร้างสะพานข้ามแยกในอีกหลายจุดที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างด้วย ดังนั้นต้องเพิ่มความเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก ขณะที่เรื่องของการเยียวยานั้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปดูแลและให้ความสำคัญด้วย โดยเฉพาะสภาพจิตใจของครอบครัว ผู้เสียชีวิต ที่ต้องเร่งเข้าไปดูแล รวมทั้ง ต้องไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีกไม่ว่ากับ ใครก็ตาม
นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวตนเคยนำไปอภิปรายและตั้งกระทู้ถามในการประชุมสภากรุงเทพฯ มาแล้วถึงความล่าช้าของโครงการดังกล่าว และความปลอดภัยต่างๆ ด้วย เนื่องจากทั้งเจ้าหน้าที่ เขตและผู้อำนวยการเขตต่างไม่ทราบข้อมูลความคืบหน้าของโครงการเลย ทั้งๆ ที่เจ้าของโครงการ คือสำนักการโยธา กทม. จนทำให้โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมากในขณะนี้ แต่ก็มาเกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวขึ้น ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บด้วย
นายสุรจิตต์กล่าวว่า ในวันที่ 12 ก.ค. ตนจะตั้งญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อขอให้กรุงเทพฯ เร่งตรวจสอบโครงการ Mega Project ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรุงเทพฯ รวมถึงเรื่องของการเร่งเยียวยาผู้ประสบเหตุ ผู้ที่ได้รับ บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้จะสอบถาม ถึงแผนการดำเนินการต่อไปจากนี้ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด ขณะที่ผู้รับเหมาจากนี้ก็จำเป็นต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงด้วยว่าได้มาตรฐานหรือไม่ จึงทำให้เกิดข้อผิดพลาด ดังกล่าวขึ้นได้
ที่อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. นายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) ร่วมแถลงข่าวกรณีคานโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง เขตลาดกระบัง พังถล่มว่า เกิดเหตุเวลา 17.40 น. วันที่ 10 ก.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 12 ราย โดยโครงการก่อสร้าง ดังกล่าวผู้รับจ้าง กิจการร่วมค้าธาราวัญและนภาประมูลวงเงิน 1,664,550,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคากลาง 1,665,000,000 บาท เพียง 400,000 บาท โดยผู้รับเหมาดำเนินการ 2 ส่วน คือ ในส่วน launcher และในส่วนการดึงลวด
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ตัว Launcher (ลอนเชอร์) สำหรับร้อยติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตเซ็กเมนต์ (Concrete Segment) ซึ่งเป็นพื้นทางของทางยกระดับระหว่างเสาตอม่อต้นที่ 83 และ 84 เกิดพลิกตัว ทำให้พื้นทางที่อยู่ระหว่างการ ติดตั้งช่วงดังกล่าวไม่สมดุลจึงหลุดจากหัวเสาตอม่อถล่มลงมา แต่สาเหตุที่แท้จริงต้อง ตรวจสอบร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ขอเวลาตรวจสอบเบื้องลึกอีกครั้ง ขณะนี้ให้ผู้รับจ้างไปจัดทำแผนในการรื้อย้ายโครงสร้างดังกล่าว ซึ่งกทม.จะร่วมกับ วสท.ประเมินแผนดังกล่าวเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ขณะเดียวกัน กทม.จะเร่งรัดรื้อย้ายโครงสร้างเพื่อเปิดการจราจรให้ได้ โดยตั้งเป้าไว้ภายใน 3 วัน
ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า เมื่อคืนได้มอบหมายงานให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) ปูพรมหาผู้ติดค้างด้านล่างอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจก่อนทำการรื้อย้าย พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักการโยธา (สนย.) กำกับดูแลการรื้อถอน ผู้อำนวยการเขตลาดกระบังดูแลการจราจรในพื้นที่ สปภ.ดูแลหากเกิดเพลิงไหม้เพราะในที่เกิดเหตุใกล้ ปั๊มน้ำมัน ผู้อำนวยการ ร.พ.ลาดกระบัง และศูนย์เอราวัณดูแลผู้บาดเจ็บ ส่วนความ เสียหาย ผู้รับจ้างมีประกันภัยตามสัญญาจ้าง ขณะที่กทม.ดูแลตามระเบียบราชการ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์สะพานถล่มเป็นคนไข้และผู้เสียชีวิตในพระบรมราชานุเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบทุกโครงการก่อสร้างเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้ประชาชน
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับวิธีการนำเซ็กเมนต์จากโรงงานนอกสถานที่มาประกอบ โครงการนี้ไม่ใช่โครงการแรก เป็นวิธีการทำทั่วไป เช่น สะพานข้ามแยก ณ ระนองก็ใช้วิธีเดียวกัน จึงเป็นที่ขั้นตอนการก่อสร้าง ไม่ใช่วิธีการ ส่วนผู้รับจ้างมีประสบการณ์หรือไม่นั้น จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนกับกรมบัญชีกลางและเป็นผู้รับเหมาชั้นดี ขณะเดียวกัน สนย.ได้กำหนดคุณสมบัติของตัวผู้รับจ้างจะต้องมีผลงาน โดยใช้วิธีการหล่อจากภายนอกมูลค่า 500 ล้านบาทต่อสัญญา อย่างไรก็ตาม จากนี้จะ คัดเลือกผู้รับเหมาให้มีคุณภาพโดยจะหาทางเพิ่มมาตรการและกำหนดคุณสมบัติให้ เข้มข้นขึ้น
ส่วนกระแสข่าวว่าทีมชัชชาติสั่งให้เปลี่ยนรูปแบบก่อสร้างจากการหล่อในพื้นที่เป็นการหล่อสำเร็จจากโรงงานนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องขบวนการก่อสร้างปกติซึ่งผู้รับเหมามีการทำแล้ว แต่มีการทำที่ล่าช้า จึงขอเปลี่ยนวิธีก่อสร้างมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ยืนยันว่าไม่มีการไปสั่งเปลี่ยนอะไร การสื่อสารอะไรก็ขอให้ดูความถูกต้องด้วย เพราะมีความผิดฐานนำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จทางออนไลน์ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังจะไปสร้างความสับสนให้กับสังคม ขอให้เป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ที่ออกมาพูด ยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องพวกนี้เป็นขั้นตอนกระบวนการทางวิศวกรรมและไม่มีใครสั่งให้มาทำเรื่องเสี่ยง
สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 จำนวน 4 คน ดังนี้ 1.น.ส.รัชนี นาคทรงแก้ว อายุ 46 ปี 2.นายธนดล คลังจินดา อายุ 47 ปี 3.น.ส.อุไรวรรณ วะเรืองรัมย์ อายุ 38 ปี และ 4.นายศุภชัย พวงยี่โถ อายุ 15 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 8 คน นำส่ง โรงพยาบาลลาดกระบัง ดังนี้ 1.นายอารักษ์ กิ่งคำ 2.นายณัฐพงษ์ มัคนุโก๊บ 3.นายพรรษา พวงยี่โถ 4.นายศรศักดิ์ เหมือนพร้อม 5.นายสุเทพ สุวรรณทาง 6.นายวิสิทธิ์ แจ้งทา 7.นายทัศนัย ทัศนแสง และ 8.น.ส.มัจฉา เสียงสุข สำหรับผู้เสียชีวิต 2 รายชื่อ นายอรัญ สังข์รักษ์ อายุ 24 ปี เสียชีวิตที่ร.พ.จุฬารัตน์ 9 และนายฉัตรชัย ประเสริฐ เสียชีวิตในที่ เกิดเหตุ
ที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภรรยาและญาติพี่น้องของ นายฉัตรชัย ประเสริฐ วิศวกรโครงการ ดังกล่าวที่เสียชีวิต เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อขอรับศพ ซึ่งนางวินุด แสนสีมล อายุ 38 ปี ภรรยา เดินทางมาพร้อมลูกชาย 2 คน อายุ 6 ขวบ และ 13 ปี เพื่อเตรียมนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพังกิ่ง ต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง
นางวินุดเปิดเผยว่า เหตุที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไปที่จะทำใจได้ ที่ผ่านมาสามีเป็นคนรักงานในอาชีพวิศวกรเป็นอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ทำงานอยู่จังหวัดสตูล โดยจะเดินทางกลับบ้านที่กรุงเทพฯ 1-2 เดือนครั้ง แต่หลังจากย้ายมาอยู่ที่โครงการดังกล่าวได้ประมาณ 4 เดือน ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มาอยู่ใกล้บ้านและครอบครัว ที่ผ่านมารักและทุ่มเทกับ การทำงานเป็นอย่างมาก ก่อนเกิดเหตุไม่มี ลางสังหรณ์แต่อย่างใด สามีออกไปทำงานตามปกติ ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบและไม่กล้าที่จะฟันธง แต่รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น ที่ผ่านมาทางบริษัทได้เข้ามาติดต่อ พูดคุยแสดงความเสียใจ แต่ในรายละเอียด ไม่ขอเปิดเผย ขอให้จัดการงานศพให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อน
สำหรับผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้นเกิดจากของแข็งกระแทกบริเวณศีรษะ ทั้งนี้ทางครอบครัวจะเคลื่อนร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนา ในวันที่ 12 ก.ค. เนื่องจากรอบิดาและมารดาของผู้เสียชีวิต ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเดินทางมาจากจังหวัดพัทลุงเพื่อมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศล
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สน.จรเข้น้อย พล.ต.ต.สราวุธ จินดาคำ ผบก.น.3 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าได้สอบปากคำพยานไปแล้วแล้ว 8 คน แบ่งเป็นพยานที่เห็นเหตุการณ์ 5 ปาก และผู้บาดเจ็บ 1 ปาก รวมถึงญาติผู้เสียชีวิต และพยานที่ให้ข้อมูลการจัดหาคนงานในประเด็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมออกหมายเรียกพยานบุคคล 11 คนมาพบภายใน 3 วัน เป็นบุคคลที่เกี่ยวกับสัญญาก่อสร้างมาให้ข้อมูลและรายละเอียดตรวจสอบหาข้อเท็จจริง นอกจากหมายเรียกพยานบุคคลแล้ว พนักงานสอบสวนจะเรียกขอตรวจสอบพยานหลักฐานจากบริษัทผู้รับเหมาเกี่ยวกับการจัดจ้างและการดำเนินงานเพิ่มเติม เบื้องต้นตั้งข้อหาการกระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ผบก.น.3 เปิดเผยว่าส่วนในวันที่ 12 ก.ค. ตำรวจได้เตรียมออกหนังสือเชิญโยธา สำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) และกองพิสูจน์หลักฐานไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในเวลา 10.00 น. และจะประชุมหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดมอบให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้รับการประสานจากตัวแทนบริษัทรับเหมาว่าจะเข้าพบในช่วงบ่าย เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้บาดเจ็บจากเหตุคานสะพานข้ามแยกอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม พร้อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.
ปีติทรงรับเหยื่อคานถล่ม คนไข้ในบรมราชานุเคราะห์ วันที่ 11 ก.ค. เวลา 13.45 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ นายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์ รองอธิบดีกรมราชเลขานุการในพระองค์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคานสะพานข้ามแยกโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง ทรุดตัว บริเวณหน้าห้างโลตัส สาขาลาดกระบัง ถนนหลวงแพ่ง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลหัวเฉียว เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ราย โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จำนวน 3 ราย และโรงพยาบาลลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ราย
ในการนี้ เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย และพระราชทานกำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวได้รับทราบ การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้