ไฟเขียวคนจน แต่ห้ามซื้อขาย

ครม.ไฟเขียวให้ชาวบ้านเข้าไปอยู่อาศัยทำกินใน 7 อุทยานฯ 7 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ รวม 14 พื้นที่ โดยอนุมัติ 2 พ.ร.ฎ.กำหนดโครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ต้องมีสัญชาติไทย หรืออยู่ระหว่างรอการพิจารณา เป็นผู้ยากไร้ อยู่มาก่อนประกาศเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ให้ครอบครัวไม่เกิน 20 ไร่ และไม่เกิน 50 ไร่กรณีอยู่รวมกัน 3 ครอบครัวขึ้นไป ห้ามซื้อขาย เช่า ยืม หรือโอนให้คนอื่น

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมครม.ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) 2 ฉบับ คือร่างพ.ร.ฎ.กำหนดโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ และร่างพ.ร.ฎ.กำหนดโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ

น.ส.ทิพานันกล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.ฎ. กำหนดโครงการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ ระยะเวลาโครงการ 20 ปี นับตั้งแต่ พ.ร.ฎ.ใช้บังคับ โดยมีพื้นที่โครงการใน 7 อุทยานแห่งชาติ ได้แก่ 1.อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี 2.อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น จ.จันทบุรี 3.อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตน โกสินทร์ จ.กาญจนบุรี 4.อุทยานแห่งชาติ ต้นสักใหญ่ จ.อุตรดิตถ์ 5.อุทยานแห่งชาติ ตาดหมอก จ.เพชรบูรณ์ 6.อุทยานแห่งชาติ น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ และ 7.อุทยานแห่งชาติลานสาง จ.ตาก

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ส่วนร่างพ.ร.ฎ. กำหนดโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ระยะเวลาโครงการ 20 ปี นับตั้งแต่พ.ร.ฎ.ใช้บังคับ โดยมีพื้นที่โครงการใน 7 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ได้แก่ 1.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล จ.พิษณุโลก 2.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี 3.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับพญาลอ จ.เชียงราย 4.เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน จ.อุทัยธานี 5.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาแดง จ.เพชรบูรณ์ 6.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี และ 7.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา จ.อุตรดิตถ์

น.ส.ทิพานันกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนที่ได้รับประโยชน์ในสิทธิอาศัยและทำกิน ในเขตดังกล่าว ได้แก่ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือได้ยื่นคำร้องขอสัญชาติไทย และ อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ที่เป็นผู้ไม่มีที่ดินทำกินและอยู่อาศัย หรือทำกินในเขตดังกล่าวภายใต้กรอบเวลาตามมติครม. เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 อยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานฯ และหรือก่อนวันที่พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ใช้บังคับ หรือตามคำสั่งคสช.ที่ 66/2557 เป็นผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย หรือ ผู้ไร้ที่ดินทำกินที่อยู่ในพื้นที่ก่อนวันที่ 17 มิ.ย. 2557 และมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่โครงการ หรือได้ครอบครองที่ดิน รวมทั้งทำประโยชน์มาโดยต่อเนื่อง และไม่มีที่ดินทำกินอื่น

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวต่อว่า การอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่โครงการ อาทิ ครอบครองและใช้ประโยชน์ด้วยตนเอง ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน กำหนดพื้นที่ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ และไม่เกิน 50 ไร่กรณีอยู่กันเป็นครัวเรือนตั้งแต่ 3 ครอบครัวขึ้นไป ทำประโยชน์และอยู่อาศัยต่อเนื่อง ไม่ละทิ้งติดต่อกันเกิน 1 ปีโดยไม่มีเหตุ อันสมควร ไม่อนุญาตให้ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ให้ยืม หรือโอนการครอบครองให้บุคคลอื่น รวมถึงไม่บุกรุกขยายพื้นที่ เพิ่มเติม โดยผู้เข้าร่วมโครงการอยู่อาศัยจะมีหน้าที่และส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพภายในเขตพื้นที่โครงการ

“ร่างพ.ร.ฎ 2 ฉบับนี้เป็นการสร้างสมดุลในการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัย และทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย และยังให้การอนุรักษ์ธรรมชาติมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนต่อไปจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป” น.ส.ทิพานันกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน