จากกรณีกรมศุลกากรเปิดประมูลนาฬิกา 13 เรือน เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ต่อมาพบว่าเป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า จึงออกคำสั่งยกเลิกการประมูลและให้คืนเงินให้กับผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมดไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้ได้ข้อสรุปทั้งหมดภายใน 15 วัน โดยพิจารณาว่าปัญหาเกิดจากอะไร ในขั้นตอนใด และมีผู้ใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดร้ายแรงที่จะต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยขั้นตอนการสอบสวนจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ถ้าเกี่ยว ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบเอาผิดทางวินัย รวมทั้งดำเนินการตามมาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตด้วย

นอกจากนี้จะต้องไปสอบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบของกรมศุลกากร ในกระบวนการตรวจค้นร้านขายสินค้าลักลอบเครื่องหมายการค้า ซึ่งที่ผ่านมาในกระบวนการเมื่อมีการจับสินค้า บริษัทที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือ เครื่องหมายการค้า จะต้องยืนยันกับกรมว่าเป็นสินค้าที่ถูกต้อง พร้อมมีใบตรวจรับรองถูกต้อง ซึ่งนาฬิกาทั้ง 13 เรือน ก่อนที่จะมีการประกาศขายทอดตลาด ก็ได้รับการยืนยันจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์และออกใบแล้วว่าเป็นสินค้าถูกต้อง จึงปล่อยให้มีการประมูลออกไป ต่อมาเมื่อมีการประมูลและมาตรวจสอบ ซึ่งเปิดเผยในภายหลังว่า เป็นสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า ดังนั้นจึงต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า จะดำเนินการตามกฎหมายได้หรือไม่ เนื่องจากเรื่องนี้ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งกับผู้ที่ประมูลสินค้าที่ขายทอดตลาดไป รวมทั้งความเสียหายต่อกรมศุลกากรด้วย

“กรณีนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของกรม จึงต้องไปพิสูจน์ว่ามีความผิดพลาดในขั้นตอนใด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ภายในกรม ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องดำเนินตามขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น เบื้องต้นในการประมูลสินค้าต่อไป จะต้องเพิ่มระเบียบให้ผู้ที่ประมูล” นายพชรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน