เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ได้มีการปรับระบบการบำบัดรักษาจากเดิมคือ ระบบสมัครใจ ระบบบังคับบำบัด และระบบต้องโทษ เป็นการสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา และได้มีการถ่ายโอนภารกิจด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดในระบบต่างๆ ให้กับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพระยะยาวใน ร.พ.เฉพาะทางมีจำนวนเตียงไม่เพียงพอ

นพ.ชาญชัย ธงพานิช ผอ.ร.พ.ธัญญารักษ์ขอนแก่น กล่าวว่า เราได้มีแนวคิดขยายบริการสู่เขตสุขภาพ ด้วยร่วมมือของ ร.พ.ชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อม พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยยาและสารเสพติดระยะกลาง และระยะยาว ภายใต้ชื่อ “มินิธัญญารักษ์” ช่วยผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น สะดวกต่อการเดินทาง ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการเดินทางมารับการรักษาใน ร.พ.เฉพาะทาง แก้ปัญหาเตียงไม่เพียงพอ ลดความแออัด เป้าหมายสูงสุดคือ ผู้ป่วยยาเสพติดที่บำบัดได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง นอกจากนี้ ร.พ.ชุมชนยังมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ เพิ่มอัตราครองเตียง เพิ่มค่าความยากง่ายในการวินิจฉัยโรคร่วม และเพิ่มคุณภาพบริการของ ร.พ.ชุมชนให้มากขึ้นด้วย

“ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยผ่านการบำบัดรักษาแล้ว 149 ราย อยู่ระหว่างบำบัด 12 ราย ภายหลังบำบัดผู้ป่วยได้รับทุนประกอบอาชีพ 1 ราย หลังบำบัดฟื้นฟูฯ ผู้ป่วยยังคงอยู่ในการติดตามดูแลต่อเนื่อง 98.37% สามารถเลิกยาเสพติด ไม่กลับไปเสพซ้ำ 91.89% คะแนนคุณภาพชีวิตอยู่ในระดับปานกลาง 90.24% ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2565 และ 2566 เปิดบริการเพิ่มอีก 2 แห่งคือ ร.พ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ และ ร.พ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี เปิดให้บริการในวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ปัจจุบันมี ร.พ.ชุมชนแจ้งความประสงค์เปิดให้บริการแล้วกว่า 33 แห่ง ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และ ร.พ.ธัญญารักษ์ทั้ง 6 แห่ง จะดำเนินการใน ก.ค.นี้” นพ.ชาญชัยกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน