จากคลังอาวุธที่สัตหีบ ‘บิ๊กจ๊อด’สั่งสอบ-ล่าตัว แฉฝีมือ‘จนท.คนคุม’ แอบปั๊มกุญแจสำรอง
ทัพเรือป่วนกระสุนนับหมื่นนัดหาย จากคลังสรรพาวุธนาวิกโยธิน สัตหีบ ชลบุรี เป็นกระสุนปืนกลและกระสุนหัวระเบิด ตรวจสอบวงจรปิด พบจนท.คลังสรรพาวุธ ใช้กุญแจที่ลักลอบ ทำสำรองไว้เปิดขโมยกระสุนไปหลายครั้ง ก่อนขาดราชการ ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ 6 ก.ค. ‘ผบ.ทร.’สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ย้ำลงโทษถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงข่าวกรณีเพจ CSI LA เปิดเผยเอกสารทัพเรือหลุด กระสุนปืนกลแบบ M855 และ M856 นับหมื่นนัด และกระสุนหัวระเบิดแบบ 40 mm นับพัน หายไปจากสรรพาวุธของนาวิกโยธิน สัตหีบ จ.ชลบุรี นั้น ว่า เหตุการณ์ ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค.66 โดยกองทัพเรือได้รับรายงานจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินว่า กรมสรรพาวุธ ทหารเรือตรวจคลังอมภัณฑ์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน (กรมร.1 พล.นย.) ค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า ตามวงรอบประจำปี พบว่ามีอมภัณฑ์ยอดขาดจากบัญชีจำนวนหนึ่ง ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบจำนวนอมภัณฑ์ที่ขาดไปโดยละเอียด
พล.ร.อ.ปกครองกล่าวต่อว่า เมื่อทางหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินรับทราบ จึงได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและสอบถามยามรักษาการณ์ พบว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่คลังสรรพาวุธฯ ของหน่วย ลักลอบเปิดคลังหลายครั้ง และมีการนำเอาอมภัณฑ์ออกไปโดยใช้กุญแจที่ลักลอบทำสำรองไว้ ขณะนี้เจ้าตัวขาดราชการและไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ 6 ก.ค.66 จากการสอบคำให้การของยามรักษาการณ์ เข้าใจว่าเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ปกติ และไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด และทางหน่วยได้ให้นายทหารพระธรรมนูญของหน่วยแจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานไว้ที่สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 ก.ค.66 และอยู่ระหว่างเพิ่มเติมพยานหลักฐาน ดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งร่วมกันสืบสวนเพื่อติดตามผู้ต้องสงสัยและอมภัณฑ์ที่สูญหายไป
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งตั้งกรรมการเอาผิดกรณีอมภัณฑ์หายออกจากคลังอาวุธ พร้อมย้ำลงโทษให้ถึงที่สุด โดยขณะนี้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางละเมิดเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป” พล.ร.อ. ปกครองกล่าว
พล.ร.อ.ปกครองกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีบางเพจตั้งคำถามว่า ทำไมกระสุนจำนวนมากถึงมาหายช่วงนี้ ในช่วงที่กำลังมีสงครามในประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นช่วงประชาชนกำลังไม่พอใจกับผลการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของส.ว. ขอชี้แจงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด โดยขอให้ระมัดระวังในการนำเสนอ ซึ่งอาจกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนทั่วไปอีกด้วย