8พรรคนัดหาข้อยุติวันนี้ ก้าวไกลยังสู้-‘ทิม’ไม่ถอย ‘เฉลา-สุรเดช’หนุนรอบ2 พปชร.ปัดเดินเกมดันป้อม ‘เสรี’ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด
8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เลื่อนหารือมาเป็นวันนี้ รอข้อสรุปจาก ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ เคาะชื่อ ‘พิธา’ ชิงนายกฯรอบสอง 19 ก.ค.นี้ หรือเปลี่ยนเป็นแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ด้าน ‘ภูมิธรรม’ จี้ก้าวไกลตอบให้ชัด สู้สมรภูมินี้ถึงเมื่อไหร่ ขณะที่ ‘ชัยธวัช’ ยันเดินหน้าคุยส.ว.ต่อ หวังเสียงหนุน ‘พิธา’ ไม่กังวลหากขั้วรัฐบาลเดิมเสนอชื่อ ‘บิ๊กป้อม’ แข่งนายกฯ ส่วนพรรคเล็กไฟเขียว หาก เพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ‘เฉลา-สุรเดช’ 2 ส.ว.ยังยืนยันโหวตให้ ‘พิธา’ เป็นนายกฯ หากไม่ดี 4 ปีว่ากันใหม่ ‘เสรี’ เตือน 8 พรรค อย่าดันทุรังส่งชื่อซ้ำ อาจโดนยื่นศาลรธน. ภาคประชาชนแสดงจุดยืนหนุน ‘ทิม’ ให้ โอกาสส.ว.กลับตัวกลับใจ นิด้าโพลชี้หากสุดท้าย ‘ทิม’ ไม่ได้ ให้เสนอ ‘อิ๊ง’ แทน
‘พท.-ก.ก.’ยังไม่เคาะเสนอชื่อพิธา
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์กรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุขอสู้อีก 2 สมรภูมิคือ การโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 ก.ค. และการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ ว่า เข้าใจว่าการสื่อสารระหว่างตัวแทนพรรคก้าวไกลที่ร่วมหารือกับพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 14 ก.ค. กับนายพิธา อาจมีความคลาดเคลื่อน เพราะจากการหารือของตัวแทนทั้ง 2 พรรค ยังคงมีความเห็นต่าง ที่แต่ละพรรคยังสงวนความคิดเห็นไปหารือภายในกันก่อน แล้วค่อยไปหารือกับ 8 พรรคร่วมที่เดิมกำหนดเป็นเช้าวันที่ 18 ก.ค. แต่มีการเปลี่ยนมาเป็นเย็นวันที่ 17 ก.ค. ก่อนที่ทั้ง 2 พรรคจะนำความเห็นมาหารือกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดเป็นแนวทางโหวตนายกฯ วันที่ 19 ก.ค. เราจึงยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับการเสนอชื่อ นายกฯ วันที่ 19 ก.ค. ของ 8 พรรคร่วม
นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องที่ทั้ง 2 พรรคสงวนความคิดเห็นกลับไปพิจารณาภายใน เช่น การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ถือเป็นการเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 หรือไม่ เพราะการเสนอญัตติซ้ำในสมัยประชุมเดียวกัน ไม่สามารถทำได้ ทางออกของเรื่องนี้คือ ประธานรัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย หรือให้ที่ประชุมลงมติหาทางออกร่วมกัน ซึ่งน่าเป็นห่วงทั้ง 2 แนวทาง
ภูมิธรรมจี้ตอบให้ชัดสู้ถึงแค่ไหน
หากเสนอชื่อนายพิธาได้ 141 เสียงของพรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนนายพิธา แต่นายพิธาต้องตอบให้ชัดว่าสมรภูมินี้จะสู้ถึงที่สุดเมื่อไหร่ เพราะคะแนนที่ออกมาจากการโหวตครั้งแรก เห็นชัดเจนว่าการจะไปถึง 376 เสียงนั้นเป็นเรื่องลำบาก เพราะคะแนนเสียง ส.ว.ที่ได้มาเพียง 13 เสียง กว่าจะไปถึง 64 เสียง พรรคก้าวไกลต้องตอบให้ได้ว่าจะนำมาจากไหน การเสนอครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการเสนอชื่อแข่งจากซีกรัฐบาลเดิมที่มีกระแสข่าวเข้ามาอีก เหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องได้คำตอบที่ชัดเจนก่อนจะเข้าไปโหวตวันที่ 19 ก.ค.
เมื่อถามว่าหากไม่เสนอชื่อนายพิธา 8 พรรคร่วมจะเสนอชื่อใคร นายภูมิธรรมกล่าวว่า ขอสงวนสิทธิ์ที่จะตอบคำถาม เพราะต้องให้ได้ความชัดเจนก่อนว่าจะเสนอชื่อนายพิธาหรือไม่ จึงคิดต่อได้ หากเรายังไม่ได้ข้อสรุป การคิดอะไรต่อจะเป็นการขยายประเด็นไปเรื่อยๆ
ข้องใจเพิ่มเนื้อหาเอ็มโอยู
เมื่อถามถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนระบุว่า การที่พรรคก้าวไกลไม่ได้เสียง ส.ว.ตามที่พูดไว้ ถือเป็นการหลอกพรรคร่วมด้วยกัน และเอ็มโอยูที่เซ็นกันไว้ถือว่ายุติไปตั้งแต่วันที่ผลโหวตนายกฯ ครั้งแรกออกมา นายภูมิธรรมกล่าวว่า ผู้มีความเห็นสามารถคิดได้ว่าถูกหลอก เพราะตัวเลขที่ออกมาคลาดเคลื่อนจากที่พรรคก้าวไกลระบุ ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ที่ระบุมีเสียงเพียงพอ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่บอกว่ามีเกิน 100 เสียง แต่อีกมุมหนึ่งตัวเลขที่คลาดเคลื่อน อาจเกิดจากประสบการณ์ที่ไม่เข้าใจความคิดของ ส.ว.ทำให้ประเมินผิดพลาด เพราะถ้าเข้าใจคงประเมินได้ใกล้เคียงความเป็นจริงกว่านี้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงนี้แล้วแต่การตีความ
ส่วนที่ระบุว่าเอ็มโอยูสิ้นสุดไปแล้วนั้น ส่วนตัวไม่ขอตอบ แต่สิ่งที่เห็นคือ มีการเพิ่มเนื้อหาของเอ็มโอยู ที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงเดิมตามที่นายพิธาได้แสดงความคิดเห็นออกมา ถือเป็นการประกาศของพรรคก้าวไกลโดยที่ยังไม่ได้ข้อสรุปร่วมกัน
งดออกเสียงแก้รัฐธรรมนูญม.272
เมื่อถามย้ำถึงพรรคก้าวไกลยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคเคยยื่นแก้ไขมาตรานี้ไปแล้ว 2 ครั้งโดยไม่ผ่านการพิจารณา และในตอนนั้นพรรค ก้าวไกลก็งดออกเสียง หากนับในสภาครั้งที่ผ่านมา มีการเสนอเรื่องนี้ 6-7 ครั้งไม่ผ่านทั้งหมด เหตุใดจึงมาผลักดันเรื่องนี้ช่วงนี้ มองว่าไม่ใช่เรื่องด่วนที่ต้องทำตอนนี้ เพราะทราบผลอยู่แล้วว่าไม่สำเร็จ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องมีเสียงฝ่ายค้านสนับสนุน 20% ตอนนี้ยังไม่มีฝ่ายค้าน และต้องได้เสียงส.ว. 1 ใน 3 ของสมาชิก
ส.ว. หรือ 84 เสียง จะหามาจากไหน มองว่าเป็นการเสนอเพื่อเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น
นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เราไม่เห็นด้วยกับการเสนอรายมาตราเพราะเคยทำมาแล้ว เราจึงทำเป็นนโยบายหาเสียงว่าหากได้เป็นรัฐบาล การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรก จะนำเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญทั้งระบบโดยการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เชื่อว่าจะเสร็จสิ้นใน 1-2 ปี หากเรื่องแก้ไขมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกลเข้าสภา พรรคเพื่อไทยจะงดออกเสียง เพราะเราอยากให้โฟกัสเรื่องจัดตั้งรัฐบาลเป็นสำคัญที่สุด เพราะปัญหาประชาชน การฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่รอไม่ได้
พท.จี้กก.ต้องชัดเจนปม 112
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม 8 พรรคร่วมในเย็นวันที่ 17 ก.ค.ว่า ก่อนไปหารือ ทางพรรคคงหารือภายในถึงสถานการณ์การเมืองหลายๆ เรื่อง เช่น การแสดงท่าทีของนายพิธา ที่พูดถึง 2 สมรภูมิที่ต้องต่อสู้หลังจากนี้ คือการโหวตนายกฯ ครั้งที่สอง ในทำนองว่า 8 พรรคจะเสนอชื่อนายพิธาอีกครั้ง โดยขอให้ทุกฝ่ายร่วมต่อสู้เพื่อเปลี่ยนใจส.ว. และการแก้ไขมาตรา 272 ซึ่งประเด็นแรก หากฟังการอภิปรายวันที่ 13 ก.ค.เห็นชัดว่าส.ว.ไม่ติดขัดในการเลือกนายพิธา แต่เขากังวลเรื่องท่าทีพรรคก้าวไกลเกี่ยวกับประเด็น 112 ซึ่งมองว่าก่อนการหารือกับ 8 พรรคร่วม พรรคก้าวไกลควรมีความชัดเจนในประเด็นนี้มาบอกพรรคร่วมด้วยกัน
นายประเสริฐกล่าวอีกว่า ส่วนมาตรา 272 ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงเอ็มโอยู และก่อนเสนอประเด็นนี้ พรรคก้าวไกลก็ไม่ได้หารือกับ 8 พรรค ซึ่งเราเห็นว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลามาพูดถึงเรื่องดังกล่าว ประเด็นที่ประชาชนเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน คือการจัดตั้งรัฐบาล ก็อยากให้พรรคก้าวไกลโฟกัสตรงนี้ และแนวทางแก้รัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย มุ่งแก้ทั้งฉบับโดยตั้งส.ส.ร. ดังนั้น การประชุมครั้งนี้หวังว่าจะได้ความชัดเจนจากพรรคก้าวไกลก่อนโหวตวันที่ 19 ก.ค.
ส่วนที่หลายฝ่ายโดยเฉพาะส.ว.เห็นว่าไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาได้อีกโดยอ้างข้อบังคับการประชุมนั้น นายประเสริฐกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมาย ทราบว่าประธานรัฐสภาได้หารือทีมนักกฎหมายของรัฐสภา เพื่อหาความชัดเจน และวันที่ 18 ก.ค. ช่วงเช้าประธานรัฐสภา เรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย จะได้ความชัดเจนประเด็นนี้ก่อนการโหวต วันที่ 19 ก.ค.แน่นอน
เลื่อนถก 8 พรรคร่วมเป็นวันจันทร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 8 พรรคร่วม เลื่อนกำหนดประชุมหัวหน้าพรรค จากเดิมวันอังคารที่ 18 ก.ค. มาเป็นวันที่ 17 ก.ค. เนื่องจากกำหนดเดิมตรงกับการประชุม 3 ฝ่าย ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาเป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ หลายพรรคยังนัดประชุมพรรคในวันอังคาร ก่อนประชุมร่วมรัฐสภาด้วย ทั้งนี้ ยังไม่มีกำหนดสถานที่นัดหมายประชุมในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากยังต้องรอแกนนำพรรคก้าวไกลและพรรค เพื่อไทย หารือกันเรื่องการเสนอชื่อนายกฯเสร็จสิ้นในวันนี้ กำหนดและแจ้งไปยัง 6 พรรคร่วมที่เหลือ คาดว่าน่าจะหาข้อสรุปได้ไม่เกินเย็นวันนี้
แหล่งข่าวใน 8 พรรคร่วม ระบุว่า ยืนยันว่าจะเสนอชื่อนายพิธา ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ และหากยังไม่ผ่านอาจให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้ง โดยพรรคเล็กที่เหลือไม่ติดใจ แต่ขอเพียงแค่ 8 พรรคร่วมไม่แตกกันไปไหน
ชัยธวัชเดินหน้าขอเสียงส.ว.ต่อ
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรดแม็ป ทั้ง 2 สมรภูมิ ทั้งในการผลักดันนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขึ้นเป็นนายกฯ และการปิดสวิตช์ ส.ว.ว่า รูปแบบของโรดแม็ปไม่มีอะไร อย่างที่นายพิธาแถลงว่าในการโหวตนายกฯ วันที่ 19 ก.ค.นี้ และการโหวตแก้ไขยกเลิกมาตรา 272 เป็นการลงมติครั้งสำคัญ ประกอบกับบรรยากาศการสนับสนุนจากประชาชนที่สะท้อนออกมาประกอบกัน เป็นการประเมินว่าโอกาสที่นายพิธาจะได้เป็นนายกฯ มีมากน้อยอย่างไร ถ้าชัดเจนว่าโอกาสมีน้อยจริงๆ นายพิธาพร้อมเปิดโอกาสให้ประเทศอีกครั้ง ให้พรรค เพื่อไทย ที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 2 ขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่าในเวลาที่เหลืออยู่ก่อนถึงวันโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 พรรคมียุทธศาสตร์ที่จะดึงเสียง ส.ว.ให้มาสนับสนุนนายพิธาอย่างไร นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นการพยายามพูดคุยทำความเข้าใจกับ ส.ว.ต่อ โดยเฉพาะ ส.ว.ที่ยังลังเล ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย และยังคงมีอีกหลายๆ วิธีการเพื่อที่จะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภามากขึ้น แต่ก็เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจซ้ำรอยในวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา
ไม่กังวลขั้วเดิมดัน‘ป้อม’แข่ง
เมื่อถามถึงความกังวลของพรรคที่ขั้วรัฐบาลเดิมอาจจะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพื่อชิงกับนายพิธาในวันโหวตนายกฯ นายชัยธวัชกล่าวว่า หากมีการเสนอชื่อจริง ก็ควรให้มีการอภิปรายในสภา เพื่อให้แคนดิเดตนายกฯ ถูกอภิปรายและเกิดการซักถามขึ้น การที่ฝ่ายเสียงข้างน้อยเสนอชื่อแข่งนายกฯ เป็นเรื่องปกติในระบบรัฐสภาอยู่แล้ว แต่เราประมาทไม่ได้
หลายคนกังวลว่า หาก พล.อ.ประวิตรถูกเสนอชื่อแข่ง จะได้รับการโหวตอย่างท่วมท้น ทั้งจาก ส.ว.และฝั่ง ส.ส.เสียงข้างน้อย จนขึ้นเป็นนายกฯ ได้ แต่ตนยังเชื่อว่า แม้จะมี ส.ว.จำนวนหนึ่งพร้อมหนุน พล.อ.ประวิตร แต่ก็มี ส.ว.จำนวนมากที่ไม่พร้อมจะโหวตให้เช่นกัน ซึ่งความเป็นเอกภาพใน ส.ว.นั้นไม่มี เพราะ ส.ว.จำนวนมาก ยังหาเหตุผลมาอธิบายต่อสังคมไม่ได้ ว่าเหตุใดเมื่อไม่โหวตให้นายพิธาเป็นนายกฯ ทั้งที่เป็นเสียงข้างมาก แล้วเหตุผลอะไรที่ต้องโหวตให้กับ พล.อ.ประวิตร ยังไม่รวมถึงคุณสมบัติความเหมาะสมในการเป็นผู้นำประเทศ ในสถานการณ์ที่เราต้องการผู้นำเพื่อแก้ไขปัญหาซับซ้อน และใน 188 เสียงที่เป็นเสียงข้างน้อย ตนเชื่อว่าไม่มีความเป็นเอกภาพ ดังนั้น หากให้ดูภาพรวมทั้งหมด ตนไม่หนักใจหาก พล.อ.ประวิตรจะถูกเสนอชื่อชนกับนายพิธา เพราะเชื่อว่า พล.อ.ประวิตรยังไม่พร้อมที่จะเสนอชื่อตัวเองแข่งด้วยซ้ำ
ถก 8 พรรค-รับมือส.ว.จ้องป่วน
เมื่อถามว่าพรรคร่วมทั้ง 8 พรรคจะหารือในประเด็นใดบ้างก่อนถึงวันโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นการหารือประเมินสถานการณ์ รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่เราจะเสนอร่วมกันในวันที่ 19 ก.ค.นี้ แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะยอมรับในข้อเสนอที่พรรคก้าวไกล และเพื่อไทย ได้ข้อสรุปร่วมกัน นอกจากนี้จะเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะมีการป่วนในรัฐสภาได้ เช่น การพยายามเสนอให้ตีความตามข้อบังคับของรัฐสภา เพื่อไม่ให้เสนอชื่อนายพิธาชิงนายกฯ ซ้ำอีกครั้ง
ก้าวไกลยันไม่ได้ประกาศเพื่อถอย
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการประกาศของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลว่า วันนี้ไม่ได้ประกาศเพื่อถอย แต่จะทำสุดความสามารถ และชวนประชาชนร่วมกันสู้ใน 2 สมรภูมิ แต่ถ้าสุดความสามารถแล้ว ความปกติทางการเมืองไทยยังไม่กลับคืนมา ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมของพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับ 2 ในการตั้งรัฐบาล เราไม่ได้ต้องการตำแหน่งใดๆ ถ้าไม่สามารถผลักดันวาระได้ ที่เราต้องการอำนาจรัฐเพื่อผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลง ถ้าพรรคเพื่อไทยยืนยันจะผลักดันวาระภายใต้เงื่อนไข เอ็มโอยูเดิม 8 พรรค พรรคก้าวไกลยินดีสนับสนุน
ลุ้นถกปิดสวิตช์สว.ก่อนโหวตรอบ 3
เมื่อถามว่าหากวันที่ 19 ก.ค. นายพิธายังได้รับเสียงไม่เพียงพอ จะไม่มีการโหวตรอบ 3 ใช่หรือไม่ หรือจะยังโหวตต่อไป และนายพิธาจะยังคงเป็นแคนดิเดตนายกฯอยู่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ประเด็นนี้ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย 1.การบรรจุระเบียบวาระการเสนอแก้มาตรา 272 จะถูกบรรจุช่วงใด ในข้อเท็จจริงอำนาจนี้อยู่กับประธานรัฐสภา ภายใต้กรอบข้อบังคับ ตนมองว่าเป็นไปได้ว่าในการโหวตวันที่ 19 ก.ค. แล้วร่างที่เรายื่นไปหากไม่ทันสัปดาห์นี้อาจเป็นสัปดาห์ถัดไป หมายความว่า หากโหวตนายกฯวันที่ 19 ก.ค.เสร็จ สิ่งที่จะถูกพิจารณาในสภาอาจเป็นเรื่องของมาตรา 272 ก็ได้
2.สมมติว่าหากมีปัจจัยอื่นใดมีการโหวตนายกฯ อีกครั้งก่อนพิจารณาวาระ 1 ของร่างแก้ มาตรา 272 คงเป็นสิ่งที่ 8 พรรคต้องคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร
พรรคเล็กพร้อมให้‘พิธา’แก้ตัว
นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งที่ 2 วันที่ 19 ก.ค.ว่า วันที่ 17 ก.ค. ทั้ง 8 พรรคร่วมรัฐบาลจะพูดคุยจะเสนอใครอย่างไร หรือจะเป็นใคร ซึ่งพรรคร่วม ให้เกียรติทั้งพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยอยู่แล้วที่จะเสนอบุคคลเป็นนายกฯ และจากข่าวคิดว่าพรรคก้าวไกล โดยนายพิธา น่าจะขอโอกาสอีกครั้ง
เมื่อถามว่ามองว่าหากการโหวตครั้งที่ 2 นายพิธา ยังไม่ผ่านอีก ควรเปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยเลยหรือไม่ นายปิติพงศ์ กล่าวว่า ตนยอมรับแนวทางนี้ แต่ทั้ง 2 พรรคต้องคุยกัน ตนยินดีสนับสนุน ขอให้เป็นฝั่งประชาธิปไตยเท่านั้น ทั้งนี้ พรรคเป็นธรรมและแต่ละพรรคต้องประชุมว่าโหวตครั้งที่ 2 ยังยืนยันจะสนับสนุนผู้ที่ถูกเสนอชื่อจากพรรคก้าวไกลอยู่หรือไม่ ต้องรอความชัดเจนพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลก่อน ตนยังยืนยันหลักการพรรคอันดับ 1 สมควรต้องมีโอกาส เพราะเขายังยืนยันขอแก้ตัว
พปชร.ไม่ปิดทางร่วมงานพท.
นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อนายพิธา ไม่ผ่านการโหวตของสภา ถือว่าหมดความชอบธรรมแล้ว จึงเป็นความชอบธรรมของพรรคเพื่อไทย ที่อยู่อันดับ 2 ไปคุยกับพรรคร่วมที่เหลือเพื่อรวบรวมเสียงเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ส่วนจะคุยแบบใด มีเงื่อนไขอย่างไร เสนอใครเป็น นายกฯ เป็นเรื่องของเขาที่จะพูดคุยให้ก่อนโหวตครั้งที่ 2 เชื่อว่าเอ็มโอยู 8 พรรคที่ สนับสนุนนายพิธา คงต้องสลายไป เนื่องจาก ส.ว. ไม่เอาพรรคก้าวไกล จึงมาพูดคุยกันตกลงใหม่ ว่าจะมีพรรคใดร่วมอยู่บ้าง และจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ ก่อนถึงวันโหวตเลือกนายกฯรอบสอง
นายบุญสิงห์กล่าวว่า ส่วนข้อสังเกตว่ามีการมาพูดคุยกับพลังประชารัฐร่วมรัฐบาลนั้น ตนไม่ทราบ เวลานี้พรรคเราอยู่นิ่งๆ ดูจังหวะและเรื่องใดที่จะช่วยกัน ไม่ให้บ้านเมืองถึงทางตัน มีรัฐบาลบริหารประเทศโดยเร็ว แต่ต้องไม่สวนทางกับจุดยืนของพรรคเรื่องก้าวข้ามความขัดแย้ง และย้ำว่าเราไม่มีเงื่อนไขในการทำงานร่วมกับใคร แต่มีเงื่อนไขไม่เอาพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่จะแก้ไขมาตรา 112
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวความเคลื่อนไหวขอพรรค เตรียมขอเสียงส.ส.จาก 8 พรรค ให้ได้ 250 เสียง เพื่อสนับสนุนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกฯ หากมีการเสนอชื่อแข่ง นายบุญสิงห์กล่าวว่า คงไม่มี เพราะเรื่องการรวมเสียงตั้งรัฐบาล หรือเสนอชื่อนายกฯ เพื่อโหวตในรอบสอง ต้องเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล รวมถึงพรรคร่วม ต้องไปพูดคุยตกลงกันเองว่าจะเลือกแนวทางใด
นิด้าโพลชี้หนุนโหวต‘พิธา’ไปเรื่อยๆ
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง “เลือกนายกรัฐมนตรี 2566” สำรวจระหว่างวันที่ 11-12 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกฯ รอบแรก หากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้คะแนนเสียงไม่เพียงพอที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯ พบว่า ร้อยละ 43.21 ระบุว่า ควรเสนอชื่อนายพิธา เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ ร้อยละ 20.69 ระบุควรเสนอชื่อนายพิธา เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาอีก 1-2 รอบเท่านั้น
ร้อยละ 12.98 ระบุพรรคก้าวไกลควรยอมยกเลิกบางนโยบายที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วย เพื่อให้ได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.94 ระบุพรรคก้าวไกลควรเปิดโอกาสให้พรรค เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคแทนทันที
ร้อยละ 4.88 ระบุพรรคก้าวไกลควรเจรจาชวนพรรคการเมืองในรัฐบาลปัจจุบันเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อให้ได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น
ดัน‘อิ๊ง-เศรษฐา-ลุงตู่’แทน
ร้อยละ 2.67 ระบุควรมีการชุมนุมประท้วงเพื่อกดดัน ส.ว.ให้เลือกนายพิธา ในการลงคะแนนเสียงครั้งต่อไป ร้อยละ 2.52 ระบุพรรคเพื่อไทย ควรขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคแทนทันที ร้อยละ 2.29 ระบุพรรค ก้าวไกลควรประกาศไปเป็นฝ่ายค้านทันที ร้อยละ 2.06 ระบุพรรคเพื่อไทยควรสลับขั้วจัดตั้งรัฐบาลทันที และร้อยละ 0.76 ระบุไม่ทราบ ไม่สนใจ
ส่วนบุคคลที่มีโอกาสจะได้เป็นนายกฯ หากนายพิธาไม่ได้รับเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากรัฐสภา ร้อยละ 38.55 ระบุเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 35.04 ระบุ นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 6.79 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 5.65 ระบุไม่ทราบ ไม่สนใจ ร้อยละ 5.42 ระบุ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้อยละ 4.27 ระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 1.45 ระบุ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 1.07 ระบุนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และร้อยละ 1.76 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายชัยเกษม นิติสิริ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และนายศิธา ทิวารี

วิพากษ์ส.ว. – ภาคประชาชนแถลงวิพากษ์บทบาท ส.ว. และข้อเสนอในการเลือกนายกฯ โดยมีนายเมธา มาสขาว เลขาธิการครป. นายจำนงค์ หนูพันธุ์ ประธานพีมูฟ นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) นายอมร อมรรัตนานนท์ อดีตเลขาธิการเครือข่ายเดือนตุลา ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา
ภาคประชาชนจับตาสส.-สว.
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมด้านหลังอนุสรณ์ 14 ตุลา คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และภาคประชาชน จัดเวทีแถลงวิพากษ์บทบาทส.ว. และข้อเสนอในการเลือกนายกฯ วันที่ 19 ก.ค. ผู้ร่วมแถลงประกอบด้วย นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. นายจำนงค์ หนูพันธุ์ ประธานขบวนการการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ ที่ปรึกษาสหภาพครูแห่งชาติ และนายอมร อมรรัตนานนท์ อดีตเลขาธิการเครือข่ายเดือนตุลา
โดยเนื้อหาระบุว่าภาคประชาชนผิดหวังกับการโหวตนายกฯของส.ว. พรรคก้าวไกลเป็นเสียงข้างมาก แต่ได้เสียงจากส.ว.แค่ 13 เสียง ดังนั้น ขอยืนยันขอสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯเหมือนเดิม และขอเรียกร้อง พรรคการเมืองทั้งหมดให้โหวตนายกฯจากเสียงข้างมาก เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยที่ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ประชาชน วันที่ 19 ก.ค.นี้ พวกเราจะรอฟัง ส.ส.และส.ว. เปลี่ยนใจมาร่วมสนับสนุนนายพิธา เพื่อให้ได้เข้ามา บริหารประเทศ ทำทุกนโยบายให้สำเร็จ เราจะสนับสนุนนายพิธาตลอดไปไม่ว่าจะโหวตกี่รอบก็ตาม
ส่วนคดีของนายพิธา ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัยโดยมุ่งหลักประชาธิปไตย นอกจากนี้ ต้องมีการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยรัฐมนตรีที่เข้าใจปัญหาของประชาชน เพื่อสร้างบรรยากาศความร่วมมือ ซึ่ฝยืนยันว่าเสียงประชาชนคือฉันทามติ หวังว่าทุกพรรคจะสร้างการเมืองที่ถูกต้อง
สว.เฉลาห่วง‘พิธา’วืดรอบสอง
นายเฉลา พวงมาลัย 1 ใน 13 ส.ว.ที่ลงมติโหวตสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ กล่าวถึงการโหวตในวันที่ 19 ก.ค.ว่า หากนายพิธายังได้รับการเสนอชื่อ ก็พร้อมสนับสนุนนายพิธาเช่นเดิม แต่กังวลว่านายพิธาจะได้รับการเสนอชื่อในรอบนี้หรือไม่ เพราะมีปัญหาที่ต้องถกเถียงกัน เรื่องข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 ที่ไม่ให้นำญัตติที่ถูกตีตกไป กลับมาเสนอซ้ำได้อีก ยังไม่ทราบจะได้รับการเสนอชื่อกลับมาได้หรือไม่ รวมถึงต้องรอดูการประชุมศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 19 ก.ค. จะมีคำวินิจฉัยสั่งนายพิธายุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในวันดังกล่าวหรือไม่ อาจทำให้ชื่อนายพิธาไม่สามารถนำมาโหวตรอบสองได้
นายเฉลากล่าวต่อว่า ถ้าเสนอชื่อบุคคลอื่นมาแทนนายพิธา ตนขอพิจารณาดูก่อนว่าเป็นชื่อใคร ตนยังไม่ตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิม จะเสนอชื่อคนอื่นมาโหวตสู้ เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ตนคงไม่โหวตสนับสนุนให้ เพราะถ้าได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยก็บริหารไม่ได้ ประเทศไปต่อไม่ได้
แจงไม่ขอร่วมปิดสวิตช์ส.ว.
นายเฉลากล่าวว่า ส่วนที่พรรคก้าวไกลยื่นเสนอร่างแก้ไขมาตรา 272 นั้น แม้ที่ผ่านมาจะโหวตให้นายพิธาเป็นนายกฯ แต่คงไม่โหวตเห็นด้วยกับร่างมาตรา 272 ได้ เพราะขณะนี้ตนกำลังขับเคลื่อนประสานและผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติอยู่ ซึ่งเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ เป็นกฎหมายสำคัญต้องผลักดันในสภา จะปล่อยให้ค้างคาไม่ได้ บุคลากรการศึกษาทุกคนฝากความหวังไว้ที่ร่างกฎหมายฉบับนี้
“ผมเป็น ส.ว.กลุ่มอาชีพได้รับเลือกมาจากคนในวงการศึกษา จะหนีปัญหาไม่ได้ ถือว่าไม่รับผิดชอบงาน ขณะนี้เหลือเวลาอีกแค่ 10 เดือน ส.ว.ชุดนี้จะหมดหน้าที่ในเดือน พ.ค.2567 ขอให้อดทนรออีกนิด ผมไม่กลัวทัวร์ลง หากลงมติไม่เห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ ส.ว. ขณะนี้ก็โดนทัวร์ลงหนักอยู่แล้วจากที่โหวตสนับสนุนนายพิธาเป็นนายกฯ ก็ถูกกองเชียร์อีกฝ่ายต่อว่า โจมตีมากมาย” นายเฉลากล่าว
สว.โตโหวตให้พิธา-ไม่ดี4ปีว่ากันใหม่
นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ 1 ใน 13 ส.ว. กล่าวว่า เหตุผลที่ตนโหวตสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกฯ เพราะเห็นว่าเมื่อเสียงข้างมาก ส.ส.สามารถขับเคลื่อนเพื่อประเทศชาติเดินต่อไปได้ ก็ไม่ควรช้า รวมทั้งมีการเสนอชื่อ นายกฯ เพียงคนเดียว และจากข้อซักถามมาตรา 112 ได้ฟังข้อมูลที่นายพิธา ตอบแล้วสบายใจ จึงโหวตให้เป็นนายกฯ
ตนในฐานะคนไทยคนหนึ่ง อยากให้ประเทศชาติเดินได้ เราไม่มีรัฐบาลนานแล้ว เพราะประชาชนเห็นชอบ 8 พรรคถึง 70 เปอร์เซ็นต์ หากไม่ดี 4 ปีว่ากันใหม่ ส่วนการเสนอแก้มาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว. นั้น คิดว่าเป็นการเสนอเชิงสัญลักษณ์มากกว่า ซึ่งในทางปฏิบัติคงทำได้ยาก และอะไรทำนอกเหนือเอ็มโอยู ทางพรรคร่วม 7 พรรค หรือฝ่ายค้านคงไม่เอาด้วยแน่
ทูตนอกแถวแนะสูตรไม่ง้อสว.
นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูต โพสต์เพจ “ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador Returns” ระบุว่า ทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ทางหนึ่งคือ นายพิธา เป็นรองนายกและรมว.ต่างประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ดึงภูมิใจไทยเข้ามา (ไม่ต้องง้อ ส.ว.) และทำเอ็มโอยูใหม่ โดยจะยังไม่แก้ 112 ในตอนนี้ แล้วมุ่งแก้รัฐธรรมนูญ จากนั้นยุบสภา เลือกตั้งใหม่
“ทำได้ไม่ได้ ไม่ลองก็ไม่รู้ ทางออกมันมีได้หลายทาง ถ้าเราเปิดใจบ้าง ลองเอาประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่เอาอารมณ์ความรู้สึกรักชอบเกลียดของตนเองมาเป็นเครื่องตัดสิน ลดทิฐิลงบ้าง นี่ก็ผ่านมาจะ 2 เดือนแล้วยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ ยิ่งลากนานออกไปประเทศชาติยิ่งเสียหาย ประชาชนที่เขาเดือดร้อนจริงนั้นมีมากมาย นึกถึงพวกเขากันบ้าง”
‘เสรี’ประเดิมฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ก.ค. ตนได้ให้ตัวแทนยื่นฟ้องบุคคล จำนวน 2 คนที่โพสต์ข้อความ ทำให้ตนเกิดความเสียหาย ต่อศาลอาญาตลิ่งชัน ถือเป็นการฟ้องร้องคดีแรกของตนหลังจากถูกหมิ่นประมาทด้วยข้อความทางโลกออนไลน์มาหลายครั้งก่อนหน้านี้ และวันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ตนจะแถลงในรายละเอียดและเปิดเผยชื่อบุคคล ที่ตนยื่นฟ้อง 2 คน พร้อมพาทนายความไปรับเรื่องจาก ส.ว.ท่านอื่นที่ถูกบูลลี่ หรือหมิ่นประมาทด้วยข้อความอันเป็นเท็จจากโลกออนไลน์ด้วย จากนั้นจะทยอยฟ้องต่อไป
“รอบนี้เอาจริงและไม่ทน เพราะพวกเขาทำตัวเป็นอันธพาล คอยหาเรื่องและคุกคามมากเกินไป ทั้งด่าทอและใส่ร้ายคนอื่น ส่วนที่โลกออนไลน์ รณรงค์สืบหาธุรกิจ ส.ว. หรือเมียน้อย ส.ว.นั้น หากทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี” นายเสรีกล่าวและว่า ส่วนที่นายอานนท์ นำภา ทำกิจกรรมคาร์ม็อบเพื่อยื่นใบลาออกให้ ส.ว.นั้น กิจกรรมทำได้ แต่ต้องไม่ด่าทอ หรือหมิ่นประมาท ซึ่ง ส.ว.จะไม่ยอม
ชี้ดันทุรังเสนอพิธา-จ่อถูกร้องศาล
นายเสรีกล่าวถึงพรรคก้าวไกลต้องการเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกฯ อีกครั้งในวันที่ 19 ก.ค.นี้ว่า ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง ตนมองว่าแคนดิเดตนายกฯของพรรคนั้น ทำได้แค่ครั้งเดียว หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาถือว่าหมดสิทธิเสนออีกและต้องพิจารณาแคนดิเดตนายกกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคอื่นที่มีสิทธิต่อไป ดังนั้น ไม่ใช่โหวตแพ้แล้วจะเสนอให้มาโหวตอีก หากฝืนจะให้โหวตซ้ำ ระวังจะมีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่าข้อบังคับข้อ 41 กำหนดให้นำญัตติกลับมาโหวตซ้ำได้หากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไป หากมีกรณีที่เสนอชื่อแข่งนายพิธา เรียกว่าเหตุเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า ไม่ได้แล้ว เพราะบัญชีแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคก้าวไกล ถูกวินิจฉัยไปแล้ว ดังนั้น จากนี้พรรคเพื่อไทยคือพรรคที่ได้รับโอกาส แต่หากพรรคเพื่อไทยยังรวมกับ ก้าวไกล หรือให้พรรคก้าวไกลอยู่ร่วม 8 พรรค คาดว่าที่ประชุมรัฐสภาจะไม่เห็นด้วย หากแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยไม่ได้รับเสียงเห็นชอบ ชื่อนั้นจะเสียไป แต่พรรค เพื่อไทยยังมีโอกาสอยู่ เพราะมีแคนดิเดต นายกฯ 3 คน
ปชป.นัดเลือกหัวหน้าพรรค 23 กค.
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคจะจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 ในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค. เวลา 08.30 น. ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีวาระสำคัญ ที่เลื่อนมาคือ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ของพรรค
นายราเมศกล่าวต่อว่า ที่ประชุมใหญ่ได้กำหนดองค์ประชุมไว้ 19 กลุ่ม ตามข้อบังคับพรรค คาดว่าจะมีจำนวนมากขึ้นกว่าการประชุมครั้งก่อน เนื่องจากมีองค์ประชุมที่ไม่ได้มาร่วมประชุมในครั้งที่แล้ว สนใจเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการประชุมครั้งสำคัญ จะได้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางพรรค และเลือกหัวหน้าพรรคคนที่ 9 ทั้งนี้ องค์ประชุมจะได้รับฟังวิสัยทัศน์จากผู้สมัครหัวหน้าพรรค คนละ 7 นาที พร้อมมีส่วนร่วมเลือกตั้ง กก.บห.ชุดใหม่ ทั้ง 11 ตำแหน่ง รวม 41 คน ไปจนถึงเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค