เมื่อวันที่ 16 ก.ค. เพจเฟซบุ๊ก ‘สะใภ้เกาหลีมาดามลี’ เพจคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ โพสต์ข้อมูลจากกรณีฝนตกหนักจนน้ำท่วมและเขื่อนน้ำล้นในช่วง 3 วันที่ผ่านมาในประเทศเกาหลีใต้ พบผู้เสียชีวิต 24 ราย สูญหายอีกกว่า 10 คน และอาจมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่า พบหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไทย 1 ราย จากกรณีน้ำป่าพัดดินถล่มสไลด์บ้านพักคนงานต่างชาติที่มุลคย็องชี ขณะนี้ทางเถ้าแก่ได้แจ้งตำรวจ รอทางตำรวจตรวจสอบและจะไปรับศพมาทำพิธีต่อไป

ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตคือพี่สาวของตน เป็นคนขยันและทำงานหนักเพื่อครอบครัวมาโดยตลอด ส่วนสามีของผู้เสียชีวิตนั้นมีคนไทยที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ให้ความช่วยเหลือทั้งที่พักและคอยประสานงานให้

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก ‘สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล / Royal Thai Embassy, Seoul’ ประกาศแจ้งเตือนกรณีเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ในสาธารณรัฐเกาหลี ด้วยในปัจจุบันและในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าอาจจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในสาธารณรัฐเกาหลี เป็นเหตุให้มีอุทกภัยในหลายพื้นที่ ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิต 35 คน และผู้คนต้องอพยพออกจากที่พำนักกว่าพันคน

ดับที่เกาหลี – ภาพน.ส.พชรมน รัตน์กระโทก ชาวอ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ถ่ายคู่กับสามี ขณะทำงานที่สวนผลไม้เมืองมุลคย็องชี เกาหลีใต้ โดยสาวไทยรายนี้ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 ก.ค.

(ล่าสุดพบว่ามีหญิงไทยเสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากน้ำป่าไหลหลากที่บ้านพักในจังหวัดคยองซังเหนือ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ได้ติดต่อกับสามีชาวไทยที่พำนักอยู่ด้วยกันในสาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งนายจ้างและตำรวจชาวเกาหลีใต้ เพื่อเตรียมการเรื่องการจัดการศพแล้ว)

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ขอแจ้งเตือนให้คนไทยในสาธารณรัฐเกาหลีระมัดระวังตัวจากเหตุการณ์ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ให้มากขึ้นในระยะนี้ ทั้งนี้ หากคนไทยประสงค์ขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล สามารถติดต่อมาที่เบอร์ฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ที่เบอร์ +8210-6747-0095 และ +8210-3099-2955

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตชาวไทยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ชื่อน.ส.พชรมน รัตน์กระโทก อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหนองแคทราย ม.8 ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา บรรดาญาติพี่น้องจับกลุ่มพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสียกันเป็นจำนวนมาก พร้อมเผยว่า ผู้ตายมีลูกสาว 3 คน 3 คน คนโตอายุ 13 ปี คนรองอายุ 10 ขวบ และคนเล็ก อายุ 7 ขวบ ไปทำงานเป็นคนสวนและโกดังผลิตน้ำผลไม้เพื่อทำไวน์ให้กับนายทุนคนหนึ่งที่เมืองมุคย็องชี กับสามีคือนายสุพิชา สู่กระโทก อายุ 33 ปี มานานกว่า 4 ปีแล้ว โดยถูกกระแสน้ำป่าพัดจนเสียชีวิตและทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเก็บกู้ร่างกลับคืนมาได้แล้ว ขณะที่ทางนายสุพิชาสามี ยืนยันตัวตนศพเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงานตามระเบียบขั้นตอนของทางประเทศเกาหลีใต้ เพื่อที่จะดำเนินการใน ขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน