ขึ้นฝั่งเวียดนาม สั่ง56จว.รับมือ น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนพายุโซนร้อน ‘ตาลิม’ ขึ้น ฝั่งเวียดนาม สั่ง 56 จว.ทุกภาคทั่วประเทศรับมือฝน ถล่มหนักน้ำป่าไหลหลาก-ท่วมฉับพลัน เมืองกาญจน์ สั่ง 4 อำเภอ ทองผาภูมิ, สังขละบุรี, ไทรโยค และศรีสวัสดิ์ รับมือดินโคลนถล่ม ส่วนอุตุภาคใต้ย้ำคลื่นลมแรงสูง กว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

วันที่ 16 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเรื่อง พายุโซนร้อน “ตาลิม” (TALIM) ฉบับที่ 6 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. พายุโซนร้อน “ตาลิม” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุด ใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำและขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ค.

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 16-20 ก.ค. ร่องมรสุมกำลังแรงจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม ทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศ ไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก บางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพ มหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาด เชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้

วันที่ 17-18 ก.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก และกำแพงเพชร, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล, ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 19-20 ก.ค. ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดสระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล, ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วันเดียวกัน นายรณภพ เวียงสิมมา รอง ผวจ.รรท.ผวจ.กาญจนบุรี ผู้อำนวยการจังหวัด กล่าวว่า ด้วยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณา ปัจจัยเสี่ยง กอปรกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศฉบับที่ 1 (185/2566) ลง วันที่ 14 กรกฎาคม 2566 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ร่องมรสุมกำลังแรงจะเลื่อนพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน เข้าสู่หย่อม ความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน

ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค. ได้แก่ อำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี อำเภอไทรโยค และอำเภอศรีสวัสดิ์

เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการป้องกัน รับมือ ลดผลกระทบ และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอให้ดำเนินการดังนี้

1.ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกระดับและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักปริมาณฝนตกสะสม โดยพื้นที่ลุ่มต่ำ อาจได้รับผล กระทบจากน้ำท่วมขัง พื้นที่ลาดเชิงเขา อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ให้รีบแจ้งเตือนภัยประชาชนในพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อม รับสถานการณ์ เตรียมพร้อมทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย และแผน เผชิญเหตุ รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ ให้มีความพร้อมบรรเทาภัยปฏิบัติงานอำนวยความสะดวก และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง

2.ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ให้กับประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน โดยประสานและบูรณาการหน่วยงานเครือข่าย จิตอาสา ภาคเอกชน เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง

ทั้งนี้หากพบเห็นหรือได้รับผลกระทบ และต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ สามารถแจ้งเหตุ ผ่านทางโทรศัพท์สายด่วน 1784 หรือ แจ้งผ่านไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยดำเนินการเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM ตลอด 24 ชั่วโมง และรายงานสถานการณ์และการให้ความ ช่วยเหลือเบื้องต้นให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ทราบทันทีเมื่อเกิดเหตุที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-3451-5998 โทรสาร 0-3451-6795 เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ นายกมล พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้อำนวยการศูนย์อุตุ นิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกฉบับที่ 3 (38/2566) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีผลกระทบช่วงวันที่ 16-20 ก.ค.

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นประกอบกับร่องมรสุมที่ พาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อม ความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ยจะเลื่อนลงมาพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ มีฝนหนักถึงหนักมาก บางแห่ง

โดยเฉพาะพื้นที่ด้านฝั่งตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตราย ที่เกิดจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และ ลมกระโชกแรง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

บริเวณอ่าวไทยตอนบนห่างฝั่งทะเล มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน