ญาติสาวไทยเหยื่อน้ำท่วมเสียชีวิตที่เกาหลีใต้รุดประสาน ทางราชการกระทรวงต่างประเทศ ขอให้เผาศพที่เกาหลีใต้ ก่อนนำอัฐิกลับมาบำเพ็ญกุศลที่โคราช บ้านเกิด ระบุหากนำศพกลับ ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงกว่า 7 แสน ขณะที่แรงงานจังหวัดเข้าช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เผยตรวจสอบแล้วไม่พบชื่อผู้ตายกับสามี คาดไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือจากทางราชการ เตือนประชาชนเดินทางไปทำงานต่างประเทศแบบถูกกฎหมาย ‘สถานทูตไทย’ ประสานเกาหลีจัดการงานศพแล้ว
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “สะใภ้เกาหลีใต้มาดามลี” โพสต์แชร์เหตุการณ์ หญิงสาวชาวไทยถูกน้ำป่าดินถล่มพัดจนเสียชีวิต 1 ราย จากกรณีพายุถล่มเกาหลีใต้ ที่เมืองมุลคย็องชี เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และมีรายงานว่าหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นแรงงานไทยที่ไปทำงานที่เกาหลีใต้ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จ.นครราชสีมา ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.พชรมน รัตน์กระโทก อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ที่ 8 ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเดินทางไปทำงานเป็นคนสวนและโกดังผลิตน้ำผลไม้เพื่อทำไวน์ให้นายทุนคนหนึ่งที่เมืองมุลคย็องชี กับนายสุพิชา สู่กระโทก สามี อายุ 33 ปี มานานกว่า 4 ปีแล้ว โดยถูกกระแสน้ำป่าพัดจนเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเก็บกู้ร่างกลับคืนมาได้แล้ว ขณะที่นายสุพิชาได้ยืนยันศพเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงานตามระเบียบขั้นตอนของทางเกาหลีใต้ เพื่อจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป แต่เนื่องจากทั้งคู่ไม่ได้เดินทางไปทำงานตามระบบ แต่อาศัยวีซ่านักท่องเที่ยวเข้าไปทำงาน ดังนั้นเมื่อมีการแจ้งความผู้เสียชีวิตแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องทำเรื่องไปยังสถานทูต เพื่อให้พิจารณาขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบต่อไป

รอรับอัฐิ – มารดาน.ส.พชรมน รัตน์ กระโทก เข้าพบเจ้าหน้าที่อำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา มอบอำนาจสถานทูตไทยดำเนินการฌาปนกิจลูกสาวที่เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในเกาหลีใต้ แล้วส่งอัฐิกลับมาบ้านเกิด เมื่อวันที่ 17 ก.ค.
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. น.ส.มินตรา สุดาทิพย์ น้องสะใภ้ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทางครอบครัวของน.ส.พชรมนเตรียมเดินทางมายังที่ว่าการอำเภอครบุรีเพื่อขอความช่วยเหลือประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศให้ช่วยประสานงานกับทางประเทศเกาหลีใต้ในการประกอบพิธีเผาศพน.ส.พชรมน และส่งอัฐิกลับมายังประเทศไทย เนื่องจากการจะนำศพของน.ส.พชรมนกลับมานั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก คือประมาณ 7 แสนบาท แต่ถ้า เผาศพที่เกาหลีใต้ แล้วส่งมาเพียงอัฐินั้น จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 150,000 บาทเท่านั้น ทำให้ทางครอบครัวของน.ส.พชรมน มีความจำเป็นต้องเลือกวิธีการส่งเพียงอัฐิของน.ส.พชรมน เพื่อมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ประเทศไทย เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่า
ด้านนายเที่ยง ดอกกระโทก จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในระบบรายชื่อแรงงานที่ไปทำงาน ต่างประเทศในประเทศเกาหลีใต้ ไม่ปรากฏชื่อน.ส.พชรมน ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าผู้เสียชีวิตเดินทางไปแบบไม่ถูกกฎหมาย งนั้นไม่มีสิทธิการได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากทางราชการ อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนและคณะจะได้เดินทางไปที่บ้านของญาติผู้เสียชีวิต ที่อ.ครบุรี เพื่อให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งเรื่องการประสานงานกับสถานทูตไทยในเกาหลีใต้ ในการอำนวยความสะดวกเรื่องการนำเถ้าอัฐิของผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทย และการประสานงานกับสำนักงานแรงงานไทยที่เกาหลีใต้ว่าต้องการเอกสารอะไรเพิ่มเติมจากไทยเพื่อให้ได้สิทธิเงินเดือน รวมทั้งเงินค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากนายจ้างตามสิทธิ์ที่ควรจะได้
“ทั้งนี้สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานขอฝากเตือนไปยังแรงงานไทยทั้งหลายว่า อยากให้ไปทำงานต่างแดนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถ้าไปทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย ทั้งสิทธิประโยชน์ในประเทศไทย และที่ต่างประเทศ หากประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะได้รับการดูแลตามสิทธิ์อย่างเต็มที่” นายเที่ยงกล่าว
วันเดียวกัน สถานทูตไทยในกรุงโซลประกาศแจ้งเตือนกรณีเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักและเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ในเกาหลีใต้ว่า ด้วยในปัจจุบันและในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าอาจจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ในเกาหลีใต้ เป็นเหตุให้มีอุทกภัยในหลายพื้นที่ ล่าสุด มียอดผู้เสียชีวิต 35 ราย และผู้คนต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยกว่า พันคน ในจำนวนผู้เสียชีวิต ล่าสุด พบว่ามีหญิงไทยเสียชีวิต 1 ราย เนื่องจากน้ำป่าไหลหลากที่บ้านพักในจังหวัดคยองซังเหนือ ซึ่งสถานทูตในกรุงโซลติดต่อกับสามีชาวไทยที่พำนักอยู่ด้วยกันในเกาหลี รวมทั้งนายจ้างและตำรวจชาวเกาหลีใต้ เพื่อเตรียมการเรื่องจัดการศพแล้ว สถานทูตในกรุงโซลขอแจ้งเตือนให้คนไทยในเกาหลีระมัดระวังตัวจากเหตุการณ์ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ให้มากขึ้นในระยะนี้
ทั้งนี้หากคนไทยประสงค์ขอรับความ ช่วยเหลือจากสถานทูตสามารถติดต่อมาที่เบอร์ฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ที่เบอร์ +8210-6747-0095 และ +8210-3099-2955