สส.อีสานเพื่อไทยจี้ทิ้งกก.เร่งเคาะ-ตั้งนายกฯให้เร็วสว.โต้ลั่น-มีใบสั่งน็อกพิธาตร.ยื่นถอนประกัน‘อานนท์’

‘เศรษฐา’ยืนยันสูตรตั้งรัฐบาลเพื่อไทย ตัดปมมาตรา 112 ปัดตอบสมการไม่มีก้าวไกลร่วม สส.เพื่อไทยสายอีสานแนะเล่นเกมเร็วตั้งรัฐบาล-สลัดพรรคมีปัญหา 112 ทิ้ง เลขาฯก้าวไกลรุดพรรคเพื่อไทยหารือส่งไม้ต่อ ก่อนนัดถกอีกรอบวันนี้ ‘ชัยธวัช’ดักคอเพื่อไทยอย่าพลิกขั้ว อ้างประชาชนต้องการให้สองพรรคบริหารประเทศ สว.โต้มีใบสั่งปิดสวิตช์ ‘พิธา’ ปชป.เลื่อนเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ จากเดิมนัด 23 ก.ค. ‘ชวน’กล่อมสส.คิดถึงอนาคต-อย่าทำร้ายพรรค

‘บิ๊กตู่’เข้าใจหัวอกเอฟซี‘พิธา’

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองด้วยความห่วงใยพร้อมให้กำลังใจประชาชน ในฐานะรัฐบาลรักษาการที่ดูแลความสงบและความมั่นคงของประเทศ ขอให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเหมาะสมภายใต้กฎหมาย ยึดแนวทางสันติ ไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้กระทบต่อ ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเที่ยวไทยอาจมากถึง 35 ล้านคน

หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดต นายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. และจากผลการลงมติโหวต ตามข้อบังคับที่ 41 ทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อ นายพิธา เป็นนายกฯ ส่งผลต่อความรู้สึก สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนส่วนหนึ่ง ซึ่งนายกฯเข้าใจความรู้สึกประชาชนที่สนับสนุน แต่ขอให้แสดงความคิดเห็น รวมถึงแสดงออกอย่างเหมาะสมภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องการให้ความเห็นต่างกลายเป็นความขัดแย้ง บานปลายส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และวิกฤตต่างๆ จนผ่านพ้นไปได้อย่างดี ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้ว่า มีโอกาสเติบโตร้อยละ 3-4 โดยเฉพาะครึ่งหลังของปีคาดว่า จะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 4.2

“นายกฯ เชื่อมั่นการได้มาซึ่งหัวหน้าฝ่ายบริหาร ผ่านกระบวนการรัฐสภาทั้งสส.และสว. ที่อีกไม่นานคงจะได้ข้อยุติในการเลือก นายกฯ ทุกฝ่ายต่างทำงานเพี่อประเทศไทยเดินหน้าต่อในแนวทางประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นและกิจกรรมทางการเมืองภาคประชาชน ต้องยึดแนวทางสันติภายใต้กฎหมาย ไม่สร้างสถานการณ์หรือใช้ความรุนแรง ทำลายบรรยากาศทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของประเทศที่กำลังเดินหน้าไปอย่างดี ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องแข่งขันกับประเทศต่างๆ เพี่อสร้างโอกาสการทำมาหากินให้พี่น้องคนไทยทุกคน” น.ส.รัชดากล่าว

‘ชวน’งดวิจารณ์โจมตีมติรัฐสภา

ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย สส.บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงมติรัฐสภา วันที่ 19 ก.ค. ยกข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ห้ามนำญัตติเสนอนายพิธา เป็น นายกฯ ที่ตกไปแล้วเสนอซ้ำอีกว่า ขอให้ไปสอบถามกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และเห็นว่ากระบวนการหลังจากนี้จะเป็นไปตามที่ประธานรัฐสภานัดไว้ว่าจะโหวตนายกฯ 27 ก.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการวิจารณ์รัฐสภามีมติโดยอ้างข้อบังคับการประชุมมีอำนาจใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า หากมีปัญหาต่อไปก็ค่อยว่ากัน รับทราบว่านายวันมูหะมัดนอร์ แนะให้ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณายื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และขออย่าสมมติว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร แม้ศาลจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร ก็ป็นมติของรัฐสภาไปแล้ว

เมื่อถามว่าหากผลชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไรรัฐสภาพร้อมยอมรับกระบวนการหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า มติของรัฐสภาก็ เป็นมติของรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบ หากแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรจะผูกพันทุกองค์กร

สว.โต้มีใบสั่งปิดสวิตช์

กรณี น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพลงทวิตเตอร์ เป็นภาพจากไลน์ อ้างว่ามาจากกลุ่มไลน์ สว. และเป็นข้อความเชิงวางแผนสำหรับการประชุมสภารอบที่ 2 เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ซึ่งมติออกมาว่าที่ประชุมไม่สามารถเสนอชื่อของนายพิธา ซ้ำได้ ข้อความระบุว่า “มีผู้ส่งมา ว่าภาพนี้อาจจะมีที่มาจากไลน์ของกลุ่ม สว. อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันที่มาได้ จริงเท็จอย่างไรเดี๋ยวดิฉันจะตรวจสอบอีกทีค่ะ”

นายสมชาย แสวงการ สว. กล่าวว่า ไม่เคยเห็นข้อความจากไลน์ดังกล่าวและเห็นว่า เป็นเรื่องเลอะเทอะ หากมีคนนำไปแชร์หรือส่งต่อ ต้องบอกที่มาให้ได้ ว่าใครเป็นคนส่ง ใครเขียน ตนไม่รู้ว่าใครสร้างเรื่องขึ้นมา หรือไม่ ส่วนจะเป็นการดิสเครดิตสว.หรือไม่ ก็ไม่ทราบ แต่ยืนยันว่า สว.มีเอกสิทธิ์ส่วนตัว มีการแสดงความเห็น สั่งใครไม่ได้

ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. กล่าวยืนยันว่าในกลุ่มใหญ่ของสว. ไม่มีข้อความดังกล่าวแน่นอน แต่ไม่รับประกันว่า ในกลุ่มของคณะกรรมาธิการ 26 คณะและอนุกรรมาธิการของวุฒิสภา อีกเกือบ 100 คณะจะมีข้อความดังกล่าวหรือไม่

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สว. กล่าวว่าไม่ได้รับแช็ตไลน์ข้อความดังกล่าวเช่นกัน การที่ตนไม่ได้ลงมติ ตามมาตรา 151 ว่าการเสนอชื่อนายพิธา ขัดต่อข้อบังคับการประชุมที่ 41 ที่ไม่สามารถเสนอชื่อซ้ำได้ โดยเมื่อที่ประชุมรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่วนตัวได้เดินออกจากห้องประชุมทันที

‘เสรี’ท้าเปิดหลักฐาน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวว่า ขอให้ไปสอบถามจากสส.พรรคก้าวไกล ผู้ที่ออกมาบอกว่าได้ข้อความนี้ว่ามีที่มาจากไหน ใครส่งให้ ต้นตอใครเป็นคนเขียน เพราะตนมองว่าเป็นการดิสเครดิตสว.อย่างชัดเจน และขอตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นข้อความในลักษณะใบสั่งจริงทำไมถึงเพิ่งออกมาเปิดเผยตอนนี้ เพราะตามปกติใบสั่งจะต้องมีมาก่อน ไม่ใช่การประชุมเสร็จแล้วถึงออกมา

ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรม นูญ แนะให้พรรคก้าวไกลยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่ามติรัฐสภาที่ไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกฯ รอบ 2 ขัดกับมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญ นายเสรีกล่าวว่า เป็นช่องทางที่สามารถดำเนินการได้ และเป็นมุมของนายบวรศักดิ์ ซึ่งในห้องประชุมสภามีสมาชิกหลายร้อยคน เสนอต่อสาธารณะที่คนทั้งประเทศได้ยินแล้วว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพียงเรื่องข้อบังคับอย่างเดียว ซึ่งมีการอภิปรายอย่างชัดเจน จึงไม่เข้าใจว่า นายบวรศักดิ์ ดูรายละเอียดครบหรือไม่ หรือดูเพียงตามข่าวที่สรุปย่อๆ ไม่ได้ลงรายละเอียด

“หากพรรคก้าวไกลจะเสนอชื่อนายพิธา อีกรอบก็เสนอมาได้ เพราะเราจะยังยืนยัน หลักการเดิม ไม่ว่าจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เป็นไปตาม กระบวนการ” นายเสรีกล่าว

ก.ก.หวังชงชื่อโหวตสมัยหน้า

เมื่อเวลา 10.45 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณา ประธานได้แจ้งต่อที่ประชุมเรื่องที่ไม่ปรากฏในระเบียบที่แจ้งไว้ล่วงหน้า กรณีรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่สส. ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีถือหุ้นสื่อ ทำให้ขณะนี้มีจำนวนสส.ทั้งหมด 499 คน

จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงว่า ยืนยันได้ว่าขณะนี้นายพิธาถูกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยว่ากระทำผิดมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ในทางกฎหมายยังมองว่านายพิธาเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรยังไม่มีใครทราบได้ ดังนั้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้นายพิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่สส. สถานะของนายพิธา ยังครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ ยังมีโอกาสที่เพื่อนสมาชิกจะเข้าชื่อเสนอนายพิธาต่อสู้ต่อในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และ ยังสามารถลงมติให้ความเห็นชอบนายพิธาได้ แต่กรณีให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อต่างๆ คงเร็วไปที่จะบอกว่ายังมีการยืนยันเหล่านั้นหรือไม่ เนื่องจากข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 วรรคท้าย ระบุว่าประธานอาจพิจารณาต่อได้หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า หาก 8 พรรคร่วมเห็นว่ามีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงที่อาจ เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อ 41 ที่อาจนำเสนอรายชื่อนายนายพิธา ได้อีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นอำนาจของประธานรัฐสภาที่จะวินิจฉัย ต้องติดตามข้อหารือจากที่ประชุม 8 พรรค หากเห็นว่ามีสถานการณ์เปลี่ยน และยังคิดว่าจะสามารถเสนอชื่อนายพิธาได้ หรือจะปรับเปลี่ยนสถานการณ์ตามที่นายพิธาเคยแถลงไว้ว่าอาจเสนอรายชื่อ นายกฯ จากพรรคการเมืองอื่น

‘อัครเดช’อาสาช่วย-ต้องถอย 112

นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า หลังที่ประชุมรัฐสภา 19 ก.ค. มีมติเสียงข้างมาก ไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 ขอแนะนำให้พรรคก้าวไกลยอมทบทวนการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้เป็นสถานการณ์ใหม่ และสามารถเสนอชื่อนายพิธากลับมาให้รัฐสภาพิจารณาเป็นนายกฯ ใหม่ได้ในสมัยการประชุมถัดไป โดยตนจะอาสาไปทำความเข้าใจ สส.ฝั่งที่ไม่สนับสนุนนายพิธา ตนพร้อมสนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ จึงขอให้พรร ก้าวไกลทบทวนในเรื่องนี้

หากพรรคก้าวไกลยอมถอนมาตรา 112 ตนยังมั่นใจว่าเหตุการณ์การประชุมรัฐสภา 19 ก.ค.จะไม่เกิดขึ้น และสามารถโหวตนายพิธาได้ เชื่อว่าพรรคก้าวไกลยังมีโอกาสเป็นรัฐบาล ด้วยการทบทวนการแก้ไขมาตรา 112 ส่วนแนวทางของพรรครวมไทยสร้างชาติในการเสนอนายกฯ 27 ก.ค.นี้ จะเป็นอย่างไรนั้น ตนเป็นเพียงโฆษกพรรคไม่สามารถตอบได้ ต้องรอพรรคพิจารณา เพื่อมีข้อสรุปเป็นมติพรรค

‘หนู’ชี้ไม่ถึงเวลาพรรคเบอร์ 3

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงท่าทีพรรคว่า ยังเหมือนเดิมและไม่มีพรรคเพื่อไทยมาติดต่อเลย ให้สถานการณ์เดินไปเรื่อยๆ เพราะฝั่งฟอร์มทีมรัฐบาลยังอยู่ด้วยกัน เราเองยังไม่ได้ขยับเรื่องจัดตั้งรัฐบาลเลย เพราะอย่างที่บอก 8 พรรคร่วมเขาอยู่ด้วยกัน เอ็มโอยูเขาก็ยังอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองหรือไม่ว่าการตั้งรัฐบาลนี้เป็นทางตันแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไปถามพรรคที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลอยู่ เราบอกแล้วเรารักษามารยาท เล่นตามกติกา และยังไม่ถึงพรรคเบอร์ 3 ต่อข้อถามว่าถ้าถึงทางตันแล้วพรรคเบอร์ 3 คือพรรคภูมิใจไทย กับ 4 คือพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ให้ถึงเวลานั้น การพร้อมไม่พร้อมเป็นนายกฯ เป็นไปตามข้อเสนอที่พรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อ ตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้นเลย เมื่อยังไม่ถึงจุดนั้นเราต้องรักษามารยาท

ต่อข้อถามว่าได้คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้คุยเลย และไม่ได้มีการติดต่อหารือระหว่างพรรค เมื่อถามถ้าโหวตเลือกนายกฯครั้งที่ 3 เป็นชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย แต่ยังมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล ต้องคิดหนักเลยใช่ไหม นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เห็นต้องคิดอะไรเลย ไปดูแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย เราไม่ร่วมงานกับพรรคที่แก้มาตรา 112 และก็ไม่เอาเสียงข้างน้อย

พลังนศ. – น.ศ.ม.ศิลปากร รวมตัวถือป้ายประท้วง กกต., สว. และศาลรัฐธรรมนูญ หลังมีคำสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลหยุดปฏิบัติหน้าที่ ที่ประตูหน้า ม.ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม เมื่อ 20 ก.ค.

‘ชลน่าน’ไม่พอใจ‘วันนอร์’

ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคว่า มติรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค. ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะจะผูกมัดต่อในอนาคต แต่จะเป็นเพียงการผูกมัดแค่มาตรา 272 เมื่อเปลี่ยนไปใช้มาตรา 159 แต่งตั้งนายกฯ ข้อผูกพันนี้จะลดไป ส่วนการตั้งรัฐบาล การตัดสินใจและท่าทีอยู่ที่พรรคก้าวไกลก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคิดเห็นของนาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นพ.ชลน่านกล่าวว่า นายบวรศักดิ์ไม่เห็นด้วยกับผลการลงมติของรัฐสภาที่ห้ามนำญัตติเสนอนายพิธา เป็นนายกฯ ที่ตกไปแล้วเสนอซ้ำ และยังแนะว่าใครเห็นว่าถูกละเมิดสิทธิ์สามารถไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ ส่วนกระแสข่าวพรรคก้าวไกลจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความมติที่ประชุมรัฐสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า สมควรยื่น อะไรที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็ควรดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่าแกนนำพรรคก้าวไกลหลายคนไม่พอใจการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่มีใครพอใจ ส่วนตัว ไม่พอใจเหมือนกัน จะเสนอญัตติโดยใช้เสียงข้างมากธรรมดาโดยไม่มีช่องทางที่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมรัฐสภาไม่ได้ เมื่อออกมาเช่นนั้นต้องยอมรับเพราะเราปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และระบบรัฐสภา ระบบเสียงข้างมากก็ต้องยึดถือ เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่อาจมีความแคลงใจ คาใจและไม่พอใจ คือเสียงข้างมาก ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม จะทำให้ระบบรัฐสภามีปัญหาแน่นอน

ทำพท.ตกภาระลำบาก

บทเรียนครั้งนี้สามารถนำมาปรับปรุงแก้ไขได้ เมื่อหมดวาระของสว. 11 พ.ค.2567 เรามีความชอบที่จะแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนำเรื่องการให้ความเห็นชอบนายกฯ มากำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมสภา อะไรที่เป็นข้อจำกัดในข้อบังคับการประชุมรัฐสภาไปบัญญัติไว้ใน ข้อบังคับการประชุมสภาแทน

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้มีคนวิจารณ์ว่า 8 พรรคร่วมรัฐบาลติดกระดุมเม็ดแรกผิดตั้งแต่เลือกประธานสภา นพ.ชลน่านกล่าวว่า แล้วแต่มุมมองและจะสรุปว่าผิดหรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้น เพราะอีกฝ่ายหนึ่งอาจบอกว่าติดถูก อีกฝ่ายอาจบอกว่าติดผิด คือสีสันของประชาธิปไตย

ต่อข้อถามถึงความเป็นห่วงว่าการเสนอชื่อนายกฯ เป็นญัตติไม่สามารถเสนอชื่อซ้ำได้ในสมัยประชุมเดียวกัน นพ.ชลน่านกล่าวว่า เมื่อข้อบังคับถูกวินิจฉัยเช่นนี้ทุกคนเป็นห่วง ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ตกเป็นภาระลำบาก ต่อข้อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายกฯ แต่ยังจับขั้วกับพรรคก้าวไกล อาจไม่ผ่าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ข่าวก็คือข่าว ต้องรอพิสูจน์ว่าข่าวนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ถ้าถึงคิวที่พรรคเพื่อไทยเป็นคนเสนอ คงไม่รอให้ชื่อของเราไม่ผ่าน ถ้ารอ มติตรงนั้นเราก็แพ้อย่างเดียว

การเสนอชื่อซ้ำก็ห่วงทุกมิติ ถ้าเขาเห็นว่าเราไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย ทุกคน ก็ยากมากจะฝ่าด่านไปได้ หลักการคือพรรคแกนนำไม่ว่าพรรคใดต้องแสวงหาความมั่นใจว่าเสนอไปแล้วจะผ่าน ไม่มีใครรบบนสมรภูมิที่แพ้แล้วจะรบอีก เพราะจะเสียคนของเราไปด้วย โดยเฉพาะถ้าเรามีเพียงคนเดียวเราเสนอไม่ได้อีกมันก็จบ นี่คือปัญหา

ยังไม่คิดพลิกขั้ว-สงสารก้าวไกล

ต่อข้อถามว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยไม่ปล่อยมือพรรคก้าวไกลใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า “ขณะนี้ยัง ยังอยู่” ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้อง ถึงขั้นพลิกขั้วหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยังไม่คิด ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักการที่จะเอาชนะคือมีพรรคก้าวไกลร่วมด้วยใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีหรือไม่ แต่ขณะนี้เรายังมี 8 พรรคร่วม

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าพรรคเพื่อไทยมีแผนเดินหน้าขอเสียงจากสว.เพิ่ม นพ.ชลน่านกล่าวว่า “ยังครับ” ต่อข้อถามว่าเหตุใดจึงมีความมั่นใจ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ด้วยหลักการ ถ้าเราจะชนะ กำลังเราต้องเต็มร้อย หรืออย่างน้อยก็ต้อง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเรามีกำลังพอเขาก็แพ้ ไม่ว่าใครเจอสถานการณ์เช่นนี้ก็ต้องคิดหนัก ต้องสร้างความมั่นใจก่อนไปรบ ว่าจะมีโอกาสชนะอย่างไร

“ผมสงสารก้าวไกลที่ใช้ประเด็นเหล่านี้ มาเป็นเงื่อนไข ขณะนี้ไม่ใช่แค่มาตรา 112 แล้ว เพื่อไทยไม่มีความคิดก้าวล่วงสิทธิและเสรีภาพของพรรคก้าวไกล เราเป็นพรรคร่วมก็จริง การที่บอกว่าคุณไปลดหน่อย โน้นนี่นั่น เราไม่มีสิทธิ์ อยู่ที่การตัดสินใจของพรรคเขา” นพ.ชลน่านกล่าว

ส่วนสถานการณ์ของ 8 พรรคร่วม ยังราบรื่นหรือไม่เพราะพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) วิจารณ์พรรคก้าวไกล อย่างดุเดือด นพ.ชลน่านกล่าวว่า ความคิดเห็นของแต่ละคนถือเป็นเสรีภาพ ยังถือเป็นความเห็นรวมไม่ได้ หากเป็นความเห็นรวมต้องนั่งปรึกษาหารือกันถึงจะออกมาเป็นความเห็นของ 8 พรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แสดงความเห็นว่า ให้เพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลไปเลย ให้พรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นความเห็นของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อาจมองว่าเป็นไปไม่ได้เลยในการจัดตั้งรัฐบาล จึงแสดงความเห็นถึง ช่องทางที่จะเป็นไปได้มากกว่า

ตั้งรัฐบาล – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าร่วมประชุมแกนนำพรรค โดยยืนยัน สูตรตั้งรัฐบาลตัดปมมาตรา 112 พร้อมปัดข่าวตั้งเงื่อนไขเลือกตัวรมต. ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อ 20 ก.ค

เศรษฐา’พร้อมนั่งนายกฯ

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในการโหวตวันที่ 27 ก.ค.ว่า พรรคเพื่อไทยมีแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ต้องรอให้มีมติจากกรรมการบริหารพรรคว่าจะเป็นใคร แคนดิเดตทุกคนมีความพร้อม แต่การเสนอชื่อนายกฯ ครั้งต่อไปต้องคิดให้ดี ต้องมีการเจรจาให้เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต่อสายพูดคุยกับ สว.เองได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนรู้จักสว.แค่คนสองคน เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว คงเป็นเรื่องหลักการมากกว่า ถ้าตกลงกันได้และพูดคุยกันรู้เรื่อง เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากสว. คิดว่าอย่าเพิ่งข้ามขั้นดีกว่า วันนี้เรายังผูกมัดอยู่กับเอ็มโอยู และต้องให้เกียรติคณะกรรมการเจรจาว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ถ้าเจรจาแล้วเห็นเป็นอื่นก็ต้องกลับมาคุยในพรรคกันต่ออีก แล้วคงมีการพิจารณาว่าต่อไปเราจะไปอย่างไร แล้วจะไปกับใคร

ต่อข้อถามว่าเมื่อเปลี่ยนเป็นพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมยังเหนียวแน่นหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่าวันนี้ยังเป็นแบบนั้นอยู่ เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแง่แกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็น แกนนำตั้งรัฐบาล จะทำอย่างไรไม่ให้การแก้มาตรา 112 เป็นปัญหา นายเศรษฐากล่าวว่า มองว่าพรรคที่จะเสนอชื่อนายกฯ ครั้งต่อไป ต้องไม่มีเรื่องการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก สว.รวมถึงพรรคการเมืองอื่น คณิตศาสตร์ค่อนข้างพื้นฐานมากๆ นับดูก็รู้ว่าเรื่องอะไรเป็นอะไร ถ้าเราจะเป็นแกนนำเรื่องนี้ต้อง หยุดลงไป เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็น แกนนำแล้วไม่แตะมาตรา 112 ความสัมพันธ์กับพรรคก้าวไกล จะเป็นอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่แน่ใจเหมือนกัน

ลั่นไม่แตะมาตรา 112

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดหรือไม่ว่าตอนนี้เกมบีบให้พรรคเพื่อไทยต้องข้ามขั้ว นายเศรษฐากล่าวว่า หากตนต้องตอบคำถามนี้อย่างไรก็ต้องคิดอยู่แล้ว เป็นธรรมดา ไม่ได้เป็นโจทย์ที่ซับซ้อนมาก ต่างคนต่างคิดไป แต่สำคัญที่สุดคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจ คณะกรรมการบริหารพรรค คณะเจรจาร่วมต้องเป็นคนพิจารณาให้ดี ส่วนเรามีหน้าที่ที่ต้องทำต่างกันไป อย่างวันนี้ตนเป็นแคนดิเดตนายกฯ ต้อง เตรียมพร้อมในเรื่องเศรษฐกิจที่ทางพรรค มอบหมายมา แต่ตอนนี้ 8 พรรคยังอยู่ด้วยกัน การจะเปลี่ยนแปลงข้ามขั้ว หรือจะมีพรรคอื่นเข้ามาเสริมต้องให้เกียรติคณะเจรจา ขอให้ใจเย็น มีอีกหลายวันก่อนจะถึงวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งการโหวตเมื่อวันที่ 19 ก.ค.เป็นผลที่น่า ผิดหวัง แต่ต้องยอมรับและเดินต่อไป

ต่อข้อถามว่ามองว่ายังต้องจับมือกับพรรคก้าวไกลไปจนกว่าจะสุดทางหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าสุดคืออะไร สุดทางคือพรรคก้าวไกลไม่สามารถส่งนายกฯ ได้ ถือว่าสุดทางแล้วหรือยัง ต้องฝากไปยัง คณะเจรจาของ 8 พรรคว่านี้คือสุดทางหรือยัง ถ้าสุดทางแล้วต้องมาพิจารณาว่าพรรคที่มีคะแนนอันดับสอง จะได้รับการมอบหมายหรือไม่ จะตกลงกันได้หรือไม่ อยากให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เพราะถึงอย่างไรเรายังร่วมอุดมการณ์กันอยู่ดี

เมื่อถามว่าหากโหวตนายกฯ อย่างไรก็ไม่ได้เพราะยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ จำเป็นต้องผลักพรรคก้าวไกลออกหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คณิตศาสตร์เบื้องต้นลองนับดูแล้วกัน ตนว่าทุกคนรู้อยู่ อย่าให้ตนตอบคำถามนี้ดีกว่า จุดแรกคือ 8 พรรคต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่าขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร หากมีมติออกมาว่าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำก็ต้องประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน แล้วต้องเลือกแคนดิเดตนายกฯ ต้องว่าไปตามขั้นตอน ยังมีเวลาอีกหลายวัน

‘อดิศร’เชื่อพท.ไม่แตกแถว

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มติรัฐสภาเมื่อ 19 ก.ค. เปรียบเหมือนลูกฆ่าพ่อแม่ หรือ ปิตุฆาต-มาตุฆาต ที่ข้อบังคับการประชุมสภาเปรียบเป็นลูก มาฆ่ามาทำลายบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เปรียบเหมือนเป็นพ่อแม่ ทำให้หลังจากนี้กระบวนการหลักการต่างๆ เสียหายไปหมด ส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เมื่อวานได้สวมกอดนายพิธาและให้กำลังใจในฐานะนักการเมืองรุ่นน้องและศิษย์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวหากพรรค เพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคอันดับ 2 จะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ อาจไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากสว.หากยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ใน 8 พรรคร่วม นายอดิศรกล่าวว่า ยังไงพรรคเพื่อไทย ยังจับมือเหนียวแน่นมัดรวมกับพรรคก้าวไกล และพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมดเปรียบเหมือนกอไผ่ที่รวมกันแน่น อาจมีโยกบ้างตามกระแสลม แต่ยังไงก็ไม่แยกออกจากกัน

หลังจากนี้พรรคเพื่อไทย อาจต้องมีประชุมร่วมกันภายในก่อนที่จะไปประชุมร่วมกับ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ถึงทิศทางหลังจากนี้ แต่เบื้องต้นยังคงยึดหลักและทิศทางเดิม ในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ คือ นายเศรษฐา ไม่เปลี่ยนแปลง แต่แนวทางเรื่องเสียงสนับสนุนต้องพูดคุยกันอีกครั้ง

เมื่อถามว่ามีข่าวว่าสส.อีสาน ส่วนใหญ่ ไม่พร้อมสนับสนุนนายเศรษฐา แต่สนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มากกว่า นายอดิศรกล่าวว่า ไม่จริง แต่อาจมี สส.อีสาน ที่อาจคุ้นเคยใกล้ชิดกับน.ส.แพทองธาร ลงพื้นที่บ่อยๆ ช่วงที่หาเสียงในจังหวัดแถบภาคอีสาน แต่ ทุกคนยืนยันที่จะสนับสนุนแคนดิเดตเพียงคนเดียวคือนายเศรษฐา

สส.อีสานจี้สลัดก้าวไกลออก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า หลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ในสมัยประชุมเดียวกันไม่ได้ ทำให้ สส.อีสานพรรคเพื่อไทยจับกลุ่มคุยกันว่า ถึงเวลานี้การจัดตั้งรัฐบาลต้องเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ได้รัฐบาลใหม่เร็วที่สุด เพราะวันนี้ประเทศมีปัญหามาก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่รอรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไข ตอนนี้เลือกตั้งมาแล้วกว่า 2 เดือน ยังไม่มีรัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา เมื่อพรรคอันดับหนึ่งไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคอันดับสองจึงต้องรับไม้ต่อ และรีบดำเนินการ เพราะปัญหาประชาชนรอไม่ได้ หลังจากนี้คงต้องสลาย 8 พรรคร่วมรัฐบาล เพราะผลคะแนนที่ออกมาเห็นชัดว่ากลุ่ม สว.ไม่เห็นด้วยกับการให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล หากพรรค เพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลก็ต้องแยกตัวออกมา

การที่พรรคเพื่อไทยอยากมุ่งหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน อาจเจอกระแสโจมตีบ้าง แต่ เชื่อว่าเมื่อได้เข้ามาทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจทำให้ปากท้องประชาชนดีขึ้นแล้ว กระแสเหล่านั้นจะซาลงไป ที่สำคัญเรื่องเดินหน้า จัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกลต้องชัดเจนให้ได้ก่อนวันที่ 27 ก.ค. เพราะวัน ดังกล่าวพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ซึ่งจากการประชุมรัฐสภาวันที่ 19 ก.ค. เห็นแล้วว่าแคนดิเดตนายกฯ จะโหวตได้แค่ชื่อละ หนึ่งครั้ง ถ้ายังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ อาจ ทำให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยต้องสะดุดไปด้วย

2 พรรคถกส่งไม้ตั้งรบ.ขั้วเดิม

เวลา 14.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ประชุมหารือกับแกนนำพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย นาย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล และนายพิจารณ์ เชาว พัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค เพื่อกำหนดทิศทางการตั้งรัฐบาล

ในวงหารือพรรคเพื่อไทยยืนยันว่ายังอยากจับมือกับ 8 พรรคร่วมที่มีเสียงรวมกัน 312 เสียง และพรรคก้าวไกลพร้อมสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่จากการประเมินผลการโหวตของรัฐสภา ที่ไม่ให้เสนอชื่อนายพิธา รอบสอง สะท้อนให้เห็นชัดว่า สว.และสส.พรรคการเมืองอื่นที่ไม่ได้อยู่ใน 8 พรรคร่วม ไม่ยอมรับพรรคก้าวไกล ถือเป็นการบ้านที่พรรคก้าวไกลต้องกลับไปคิดว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร

ด้านแกนนำของพรรคก้าวไกลยินดีไปรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคในการแก้ปัญหาดังกล่าว และนำกลับมาสะท้อนกับพรรคเพื่อไทยที่จะมีการหารือกันอีกครั้งวันที่ 21 ก.ค. เพื่อพิจารณากำหนดทิศทางการร่วมมือในการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครั้งต่อไปวันที่ 27 ก.ค.ให้ได้เสียงรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งให้ได้

ถกเพื่อไทย – นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เดินทางกลับจากไปหารือกับแกนนำพรรคเพื่อไทยถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล หลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลหมดสิทธิ์ชิงเก้าอี้นายกฯ เมื่อวันที่ 20 ก.ค.

‘ชัยธวัช’ซาวเสียงภายใน

เวลา 15.35 น. ที่พรรคก้าวไกล นาย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสส.พรรค ก้าวไกลว่า เป็นการหารือถึงแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ โดยตนได้ไปหารือกับพรรคเพื่อไทยถึงสถานการณ์ร่วมกันว่าประเมิน ในแต่ละฉากทัศน์อย่างไรบ้าง ทิศทางหลัก ในการหาทางออกตอนนี้ คือการพยายาม จัดตั้งรัฐบาลร่วมทั้ง 8 พรรคให้สำเร็จ

ต่อข้อถามว่า ได้หารือกับพรรคเพื่อไทย ในการเสนอชื่อนายเศรษฐา เป็นนายกฯ หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องผ่านการประชุมสส.และคณะกรรมการบริหารของพรรคก้าวไกลในวันนี้ ส่วนกรณีที่นายเศรษฐาระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะไม่เอามาตรา 112 นั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยและ หาข้อสรุปร่วมกัน

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวโน้มการประชุม ครั้งหน้า ที่จะพลิกเป็นพรรคเพื่อไทยในการเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลมีมากน้อยแค่ไหน นายชัยธวัชกล่าวว่า นายพิธาเคยแถลงไว้แล้ว หากประเมินแล้วโอกาสที่พรรคก้าวไกล จะได้รับเลือกเป็นนายกฯ ไม่มีความเป็นไปได้จริงๆ คงต้องเปิดโอกาสให้กับประเทศ อยู่บนกรอบที่ว่าการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันของ 8 พรรคร่วม และเอ็มโอยูที่ได้ทำร่วมกันไว้ ส่วนจะมีการแก้เอ็มโอยูหรือไม่นั้น คงยังไม่ถึงขั้นนั้น

อีก1-2วันมีฉากทัศน์ชัดเจน

ต่อข้อถามว่าได้พูดคุยกับนายพิธา ถึงทิศทางการเมืองหลังจากนี้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อคืนได้คุยกัน จิตใจดีแข็งแรงดี ที่ผ่านมานายพิธาไม่ได้พักผ่อนเลย จึงขอ ไปพักผ่อนกับลูกสาว และในวันที่ 22 ก.ค. จะกลับมาทำงานกันอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมพรรคร่วมตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป จะได้ฉากทัศน์ที่ชัดเจนขึ้นหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า อีก 1-2 วันจะชัดเจน เพราะเวลาในการทำงานมีจำกัด

ส่วนที่ระบุว่าจะมีการพลิกขั้วให้พรรค ก้าวไกล เป็นฝ่ายค้านนั้น นายชัยธวัชกล่าวว่า เรามองว่าคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนและประเทศ คือการพลิกขั้วรัฐบาลจากสมัยที่แล้ว ประชาชนได้แสดงความชัดเจนแล้วว่าต้องการให้พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ คงจะทำให้ดีที่สุด แต่ยังมีกระแสว่ามีการเสนอนายกฯ ที่มาจากพรรคเพื่อไทย แต่หากมีพรรคก้าวไกลร่วมก็จะยังไม่โหวตให้ เรื่องนี้อย่าเพิ่งรีบไปสรุป

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีหากเหตุการณ์ไม่เหมือนเดิม จะพูดคุยเพื่อเสนอเสนอชื่อนายพิธาอีกครั้งหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ในที่ ประชุมสส. และกรรมการบริหารพรรควันนี้คงเป็นวาระหลักในการพูดคุยกัน ซึ่งต้องมีการประเมินเพราะไม่มีความชัดเจนว่าความพยายามที่จะไปตีความว่าการเสนอชื่อนายกฯ ว่า เข้าข่ายข้อบังคับที่ 41 เลยไม่สมเหตุสมผล ซึ่งใช้สำหรับญัตติทั่วไปหลังจากที่สภามีมติออกมาแล้วเมื่อ 19 ก.ค. แม้แต่นักกฎหมายที่อยู่คนละฝ่ายกับประชาธิปไตยยังรับไม่ได้ ถือว่าเป็นการลงมติที่เป็นปัญหาจริงๆ สำหรับสภาชุดนี้

เมื่อถามว่า มีคำแนะนำจากนักวิชาการให้ยื่นตีความ เป็นอีกแนวทางที่จะพิจารณาด้วยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน ในพรรค แต่ประชาชนสามารถไปยื่นได้

ให้สส.โหวต 2 ประเด็นใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุม สส.พรรคก้าวไกล ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง สส.ส่วนใหญ่ให้รอความชัดเจนจากนายชัยธวัช แต่ยอมรับว่า ในที่ประชุมมีการโหวตหลายประเด็น รวมถึงให้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องการจะให้พรรคเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลหรือไม่ จะยอมลดเพดานการแก้มาตรา 112 หรือไม่ จากนั้นมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคต่อทันที เพื่อกำหนดท่าทีก่อนนำมติที่ประชุมไปหารือกับพรรคเพื่อไทยในวันที่ 21 ก.ค.

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า บรรยากาศการประชุมสส.พรรควันนี้ ไม่ได้เครียด รายละเอียดขอให้สอบถามที่เลขาธิการพรรค เชื่อว่า ทุกอย่างจะลงตัว ขออย่าคิดมาก ส่วนการเสนอชื่อนายกฯ จะต้องเป็นมติของ 8 พรรค ไม่ใช่ของพรรคก้าวไกลพรรคเดียว

“เบื้องต้นยืนยันว่าเราจะประคองความกลมเกลียว และความแน่นแฟ้นของ 8 พรรคร่วมให้แน่นแฟ้นที่สุด เปรียบเทียบเสมอเหมือนจักรยาน 8 คัน เดี๋ยวก็รู้ว่าจะเข้าถึงเส้นชัยต้องผลัดกันนำ แล้วแต่เป้าหมายของจักรยานทั้ง 8 คันซึ่งเป็นจักรยานแห่งความหวังของประชาชนคนไทยและเข้าเส้นชัยไปด้วยกัน ไม่มีคันไหนเลี้ยวโค้งก่อน ทุกวันนี้ยังขับกันอยู่เลย ฝ่ากระแสลม” นายวิโรจน์กล่าว

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้าน นายวิโรจน์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รู้สึกอะไรเนื่องจากยังเชื่อมั่นใน 8 พรรคร่วมเสมอ ไม่มีอะไรที่จะทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว ยังคงอยู่กับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจกัน ไม่นำประเด็นเล็กๆ ที่อาจเห็นไม่ตรงกันมาขยายผล เชื่อว่าจะสามารถไปต่อได้ ยืนยันเคารพภาคี 8 พรรคร่วม ยอมรับว่าปัญหามีอยู่แล้ว แต่จะพยายามไม่ทำให้ปัญหาลุกลาม จะไม่ให้สัมภาษณ์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สบายใจ มีแต่ให้กำลังใจและให้ความเชื่อมั่นเสมอ

‘นิด’ปัดตั้งกฎเฟ้นครม.เอง

เวลา 16.50 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ตน ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมกับพรรคก้าวไกล ไม่ได้อยู่ในคณะเจรจาดังกล่าว และคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีข้อสรุปว่าตนได้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.หรือไม่ ตนเพียงได้รับฟังจากแกนนำพรรคว่าได้พูดคุยกัน แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ต้องรอให้ต่างฝ่ายต่างคุยกันให้ได้ข้อสรุปก่อน เราต้องให้เกียรติ 8 พรรคร่วมรัฐบาลด้วย ต้องให้พรรคก้าวไกลที่เป็นพรรคอันดับ 1 ไปเจรจากันเองภายในก่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าตนมีเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล ถ้าหากถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่ได้เห็นเงื่อนไขของตัวเองเลย ไม่รู้ว่าเป็นข่าวลือกันหรือไม่ ขอให้รอ 8 พรรคร่วมรัฐบาลคุยกันและมีข้อสรุปก่อน เพื่อเป็นบรรทัดฐานออกมา และมีการแถลงอย่างเป็นทางการ เมื่อถามถึงข่าวที่ระบุว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ และขอเป็นคนตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เองทั้งหมด นายเศรษฐากล่าวว่า “มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ มันเป็นรัฐบาลผสม เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที”

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เตรียมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน นายเศรษฐากล่าวว่า ตนเคยทำธุรกิจมานาน มั่นใจว่าบริษัทเก่าที่ตนได้ทำมาก็ทำมาด้วยดี ไม่ได้มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าเมื่อถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ จะมีประเด็นถูกแฉเรื่อยๆ นายเศรษฐากล่าวว่า เขาก็แฉกันมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา เขาบอกว่ามีเรื่องที่จะแฉ แต่ก็ไม่เป็นไร ตนเข้าใจเมื่อมาอยู่ตรงจุดนี้ต้องระมัดระวัง ยืนยันว่าตนมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง

‘ชลน่าน’มุ่งหาคะแนนโหวต

เมื่อเวลา 18.00 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า มติผู้บริหารพรรคมอบหมายให้ตนพิจารณาว่าเมื่อถึงเวลาการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ จะทำอย่างไร ซึ่งการเคาะชื่อน่าจะหลังวันที่ 25 ก.ค. พรรคก้าวไกลไม่ได้ติดใจว่าแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยจะเป็นใคร แต่ที่ยังประกาศไม่ได้เพราะต้องดูสถานการณ์ทั้งหมดว่ามีความชัดเจน อย่างไร เป้าหมายเรา เราเสนอ เราต้องได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการทดลอง และหลังจากที่ได้รับการประกาศชัดเจนว่าเราเป็นแกนนำ เราจะแสวงหาคะแนนผู้สนับสนุน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีสูตรว่าพรรคเพื่อไทยจะรวมกับพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่เอาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิด เรามุ่งหน้าในการที่จะหาคะแนนโหวตบนพื้นฐานหลักการเดิม หากเราได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่ถ้าไม่ได้จะแก้ไขอย่างไร

ต่อข้อถามว่าถ้าจะโหวตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยต้องไม่มีมาตรา 112 เข้ามาเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 อยู่แล้ว และเมื่อเป็นแกนนำ มีหน้าที่จะต้องหาคะแนนให้ได้ 375 เสียง นี่คือเป้าหมาย แต่วิธีการหาหากมีอุปสรรคและเงื่อนไข จะต้องไปจัดการในนามของพรรคร่วม ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตรา 112 จะเป็นอุปสรรคในการโหวตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะ สว.หลายคนตั้งแง่อยู่หากยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ด้วย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ตอบแบบนี้คงไม่ถูก ในข้อเท็จจริงที่สว.อภิปรายว่าเขามีประเด็นในเรื่องมาตรา 112 เป็นอุปสรรคต่อการโหวตของ สว. แน่นอน แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเรามีเป้าหมายจะต้องรวมเสียงให้ได้ แต่การจะหาคะแนนจาก สว.ต้องใช้กลไกหลายอย่าง

“พรรคเพื่อไทยไม่แตะ 112 และในเอ็มโอยูก็ไม่แตะ แต่มีพรรคก้าวไกลอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องของพรรคและสมาชิกของก้าวไกล พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ จึงเน้นย้ำว่าต้องไม่อยู่ในเอ็มโอยู ถ้าเราเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ไม่มีใครแตะ” นพ.ชลน่าน

‘พี่ศรี’ร้องผู้ตรวจส่งศาลรธน.

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2566 มีมติว่า ญัตติการเสนอชื่อนายพิธา เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ เป็นการเสนอญัตติซ้ำต้องห้ามตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 นั้น แต่ทว่ามีข้อวิจารณ์ว่าญัตติการเสนอชื่อนายพิธาอันเป็นญัตติเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ประกอบมาตรา 159 นั้น รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อตามมาตรา 88 ของพรรคการเมืองที่มี สส. ไม่น้อยกว่า 25 คน และการเสนอชื่อต้องมี สส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 50 คน ซึ่งญัตติดังกล่าวนี้ รัฐธรรมนูญมีข้อจำกัดจำนวนครั้งหรือไม่ อย่างไร

องค์การรักชาติ รักแผ่นดิน จึงเร่งทำคำร้องส่งด่วนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ปฏิบัติหน้าที่โดยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นที่ยุติตามอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 210(2) ในกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวต่อไป

ปชป.เลื่อนเลือกหัวหน้าใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์ภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำลังจะมีการเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังวันที่วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่สามารถเลือกได้ ล่าสุด ทางพรรคได้แจ้งสมาชิกที่จะเข้าร่วมประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค เพื่อดำเนินการเลือกตั้งดังกล่าวว่า ขอเลื่อนกำหนดการประชุมใหญ่ที่เดิมจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค.2566 ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด หากกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการกำหนดวันประชุมใหม่ได้เมื่อไหร่ จะแจ้งให้ทุกคนทราบต่อไป

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้นัดประชุมกรรมการบริหารพรรคเป็นการด่วน ในวันที่ 21 ก.ค. เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่อีกครั้ง

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของส.ส.ในพรรค นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำเนินการสลายขั้วภายในพรรค ด้วยการไปพูดคุยกับ สส.ของพรรคเป็นรายบุคคล โดยขอให้เห็นแก่พรรค การตัดสินใจอะไรในขณะนี้จะเป็นสิ่งที่ชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของแต่ละคน จึงขอให้ทุกคนนึกถึงพรรคเป็นหลัก อย่าทำอะไรที่เป็นการทำร้ายพรรค ช่วยกันทำให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ในระยะยาว ทำให้สส.ของพรรคหลายคนมีท่าทีอ่อนลง และอาจส่งผลให้เกิดการพูดคุยเพื่อร่วมกันหาทางออกในการเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน