รอฟังคำวินิจฉัยศาลรธน. ก้าวไกลให้สิทธิ์เพื่อไทย ถ้าถึงเวลาต้องเชิญออก

ประธาน ‘วันนอร์’ สั่งงดประชุมร่วมรัฐสภา 27 ก.ค. เลือกนายกฯยืดออกไปอีก หวั่นเดินหน้าโหวตขัดแย้งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และแก้ปัญหาองค์ประชุมล่ม ศาลรธน.แจงขั้นตอนรับคำร้อง ต้องผ่านขั้นตอนธุรการ กรรมการรับร้อง ชุดเล็กทำความเห็น ก่อนเข้าที่ประชุมใหญ่ คาดไม่ทันเข้าวาระพิจารณาวันนี้ ‘วิษณุ’ เชื่อใช้เวลาวินิจฉัยไม่นาน ชี้โอกาส ‘นายกฯ คนนอก’ เป็นไปได้ยาก ก้าวไกลเล็งยื่นญัตติให้ที่ประชุม 2 สภา ทบทวนมติ 19 ก.ค. ให้สิทธิ์เพื่อไทยเป็นคนบอกหย่า เพื่อไทยแจ้งกะทันหัน ยกเลิกประชุม 8 พรรคขั้วตั้งรัฐบาล ต้องใช้เวลาจัดทำข้อเสนอสส.-สว. ‘ป้อม’ ลั่นไม่เคยพูดจะวางมือ ‘ตู่’ ชี้ตั้งรัฐบาลไม่ควร ลากไป 10 เดือน ‘เฮ้ง’ ใจเป๋หลังตู่ลาการเมือง ส่อชิ่งรทสช.

วันนอร์งดถกโหวตนายกฯ 27 กค.
เวลา 14.50 น. วันที่ 25 ก.ค. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวว่า วันนี้เวลา 14.00 น. ได้ประชุม ฝ่ายกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษาประธานสภา เพื่อประกอบการวินิจฉัยของประธานสภา ที่ประชุมเห็นว่าถ้าประธานรัฐสภาจะสั่งงดการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.นี้ จะทำให้เหตุการณ์ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อบังคับการ ประชุมรัฐสภาข้อ 41 นั้นจะได้ไม่มีความ ขัดแย้งกับที่รัฐสภาจะประชุมกันในวันที่ 27 ก.ค. หากมีคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญออกมาในภายหลัง ดังนั้น จึงของดการประชุมวันที่ 27 ก.ค.และการประชุมวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 26 ก.ค.จึงต้องงดไปด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลา มาประชุมกันเพราะเป็นการเตรียมการประชุมในวันที่ 27 ก.ค.

ประกอบ กับขณะนี้มี สส. และ สว.จำนวนมาก ประสานกับสำนักประธานและกองการประชุมว่า วันที่ 28 ก.ค.ช่วงเช้าจะมีพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษาที่ศาลาว่าการจังหวัด ทุกจังหวัด รวมถึงกทม.ด้วย สส.และ สว.เกรงว่า หากมาประชุมวันที่ 27 ก.ค.และการประชุมยืดเยื้อจะไปร่วมพระราชพิธีวันที่ 28 ก.ค.ไม่ทัน ทำให้ สส.และ สว.อาจไม่มาร่วมประชุมวันที่ 27 ก.ค. องค์ประชุมอาจมีปัญหาได้

ประธานสภาจึงเห็นว่า เมื่อพิจารณาแล้วควรงดการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 ก.ค.ไปก่อน แต่จะไปประชุมวันใดจะสั่งการบรรจุระเบียบวาระต่อไป ขณะที่ในวันที่ 26 ก.ค. ยังคงมีการประชุมสัมมนาสส.ตามกำหนดการเดิมในเวลา 08.30 น.

ผู้ตรวจการฯ ส่งศาลรธน.แล้ว
พ.ต.ท.กีรป กฤตธีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเผยว่า ได้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยกรณีการลงมติของที่ประชุมรัฐสภา 19 ก.ค. ที่ผ่านมา มีมติการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นการเสนอญัตติซ้ำขัดข้อบังคับการประชุมรัฐสภา 2563 ข้อ 41 และขอให้ศาลฯ สั่งให้รัฐสภาชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอชื่อบุคคล ให้สมาชิกรัฐสภาเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย

รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญกล่าวถึงกระบวนการรับคำร้องว่า กระบวนการพิจารณา การรับคำร้องจะเป็นไปตามวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะรับเรื่องคำร้องในทางธุรการ ก่อนที่คณะพิจารณารับคำร้องชุดเล็ก ซึ่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาทำความเห็นว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง ก่อนที่จะส่งความเห็นไปยังที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา คาดว่าในการประชุมประจำสัปดาห์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 26 ก.ค.นี้จะยังไม่มีวาระพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินเนื่องจากต้องให้องค์คณะชุดเล็กที่พิจารณารับคำร้องพิจารณาก่อน

จรัญชี้ศาลรธน.ยุ่งข้อบังคับ41ไม่ได้
นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์กรณีคาดการณ์ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการฯ ที่ขอให้วินิจฉัยกรณีการลงมติของที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 19 ก.ค.ว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีเขตอำนาจจะไปตรวจสอบข้อบังคับของรัฐสภา ดังนั้น รัฐสภาจะทำถูกต้องหรือไม่นั้นไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลฯ ที่จะตรวจสอบ ศาลฯ ตรวจสอบได้เฉพาะร่างข้อบังคับก่อนจะเอาไปประกาศใช้ และไม่ได้เรียกว่าเป็นการตรวจสอบ แต่เป็นการช่วยกลั่นกรองให้รัฐสภา แต่เมื่อประกาศใช้แล้วไม่มีกฎหมายใดให้ศาลรัฐธรรมนูญไปตรวจสอบข้อบังคับของรัฐสภา ได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 149

เมื่อถามว่าการโหวตเลือกนายกฯ เป็นญัตติหรือไม่ นายจรัญกล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบเรื่องนี้ได้ เมื่อถามว่าหลายคนมองว่า การโหวตเลือกนายกฯ เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ การอ้างข้อบังคับมาจำกัดสิทธิ์ ของผู้จะได้เป็นนายกฯ จะไปขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายจรัญกล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 157 การประชุมรัฐสภาต้องดำเนินการไปตามข้อบังคับรัฐสภา ปัญหาอยู่ที่ว่าข้อบังคับรัฐสภา ขัดแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีเขตอำนาจเหนือคดีนี้

วิษณุเชื่อเลื่อนโหวตนายกฯถูกต้อง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ข้อถกเถียงผู้ตรวจการฯ มีอำนาจยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องข้อบังคับการประชุมที่ 41 ว่า ขอไม่ตอบ เมื่อ ผู้ตรวจการฯ ชี้แล้วต้องเคารพ และรอฟังศาล

ส่วนการเลื่อนโหวตนายกฯ 27 ก.ค.นั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่จะเลื่อนไปนานขนาดไหนระหว่างนี้ก็คุ้มครองชั่วคราวไปก่อน แล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่ง ตนคิดว่าศาลน่าจะไม่ใช้เวลานาน เพราะเป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมายไม่ใช่ปัญหาข้อเท็จจริง แต่ต้องให้เวลา พอสมควรเพื่อให้อีกฝ่ายชี้แจง เมื่อถามว่ารัฐสภา ต้องรอคำวินิจฉัยของศาล นายวิษณุกล่าวว่า อยู่ที่ศาลว่าจะสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนหรือไม่

มีวิธีอื่นเยอะแยะไม่ต้องลาก10เดือน
นายวิษณุกล่าวกรณีเสนอยืดเวลา 10 เดือน ให้สว.หมดอำนาจโหวตนายกฯ ว่า ไม่เคยได้ยิน ได้ยินแต่ว่าพรรคทั้งหลายจะไม่ยอม ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และรัฐบาลไม่อยากอยู่ ไปทำมาหากินของตัวเอง

เมื่อถามว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่พรรคก้าวไกล อยากเสนอ นายวิษณุกล่าวว่า เพื่อไทยพูดเองว่าคิดเรื่องนี้เป็นทางสุดท้าย เพราะยังมีวิธีอื่นอีกตั้งเยอะแยะ และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะถ่วงเวลาอย่างนั้น รัฐบาลจะแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการก็ลำบาก จะใช้งบกลางก็ลำบาก จะเสนองบประมาณใหม่เข้าสภาก็ไม่ได้ และระหว่างนี้อาจต้องโดนไปตอบกระทู้

คาดสิงหาได้นายกฯ
เมื่อถามว่า ปฏิทินได้นายกฯ และรัฐบาลช้าสุดควรเมื่อไร นายวิษณุกล่าวว่า เขยิบแค่นี้เรายังรู้สึกเดือดร้อน ทนไม่ไหว ใครที่ช่างคิดให้เขยิบไปอีก 10 เดือน หากเขยิบก็คงไม่มากเท่าไร ยังมองแง่ดีว่าส.ค.จะได้รัฐบาล แต่อาจยังทำงานไม่ได้เพราะต้องตั้งครม.และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ รวมถึงแถลงนโยบาย เมื่อถามว่าหากหาทางออกไม่ได้จริงๆ นายกฯ คนนอกเป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งนั้นแต่ยากมาก เพราะต้องใช้มาตรา 272 วรรคสอง ซึ่งต้องอาศัยเสียง 500 คน และยังต้องอาศัยเสียง 376 คนอีก มันวุ่นวาย ยุ่งยากหลายขั้นตอนไม่มีใครคิดไปถึงขั้นนั้น

เมื่อถามว่า เคยเจอสถานการณ์การเมืองแบบนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนอยู่ในช่วงที่ผลัดเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้ว 11 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน ใจหายใจคว่ำแต่ผ่านไปได้ ซึ่งไม่เหมือนปัญหาอย่างทุกวันนี้ แต่จะน่า ตื่นเต้นโลดโผน เรานึกว่าแย่แล้วแต่มันไม่แย่ ผ่านพ้นไปได้

สว.รักษาการไม่มีสิทธิโหวตนายกฯ
เมื่อถามว่า ถ้าสว.หมดวาระแล้ว คัดสรรอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าระหว่างที่มีการคัดสรร สว.ชุดใหม่ สว.ชุดเก่าต้องรักษาการต่อไป แต่ไม่สามารถมีส่วนในการเลือกนายกฯ ได้ในช่วงรักษาการนี้ เพราะการเลือกนายกฯ ล็อกเอาไว้ 5 ปี ครบ 5 ปีวันที่ 11 พ.ค.2567 ก็หมดไป สว.ที่อยู่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ไม่ใช่หน้าที่ตามมาตรา 272 ไม่ใช่การเลือกนายกฯ

ก่อนหน้านี้ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ โพสต์เฟซบุ๊กว่า คิดผิด คิดใหม่ได้ บทเฉพาะกาล มาตรา 269 กำหนดวาระสว.ไว้ 5 ปี จะสิ้นสุด 11 พ.ค.2567 แต่ตราบใดยังไม่มี สว.ชุดใหม่ สว.ชุดเดิมยังคงรักษาการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 269(6) + 109 และไม่มีบทบัญญัติห้าม สว.รักษาการเลือกนายกฯ

นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ ระบุ รัฐธรรมนูญ มาตรา 109 วรรคสาม บัญญัติว่า “เมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ให้สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่” ชัดเจน สว.พ้นหน้าที่จริงๆ ก็ต่อเมื่อมี สว.ชุดใหม่ และเข้าใจว่ายังโหวตนายกฯได้

พท.ยกเลิกถก 8 พรรคกะทันหัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยแจ้งยกเลิกการประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลวันนี้อย่างกะทันหัน จากเดิมนัดประชุมที่พรรคในเวลา 14.00 น. และสายวันเดียวกันนี้ได้แจ้งเปลี่ยนสถานที่มาประชุมที่รัฐสภา เพื่อหลีกเลี่ยง กลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาเรียกร้องจุดยืนทางการเมือง ที่พรรค ก่อนจะแจ้งยกเลิกในที่สุด

เมื่อสอบถามไปยังแกนนำเพื่อไทยยังไม่ได้ระบุสาเหตุการยกเลิกประชุมและยังไม่ได้กำหนดว่าจะประชุมอีกครั้งวันใด แต่เมื่อสอบถามไปยังพรรคเล็กทราบว่าเหตุผล ที่ยกเลิกเนื่องจากการทำงานที่ได้รับมอบหมายยังไม่คืบหน้า และยังไม่ได้แจ้งนัดประชุมใหม่ แต่คาด 8 พรรคอาจมีการประชุมช่วงเช้า 26 ก.ค.ที่รัฐสภา เพราะต้องมีข้อสรุปก่อนการประชุมวิป 3 ฝ่ายช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

เป็นที่น่าสังเกตว่าการเลื่อนประชุม 8 พรรค เป็นผลสืบเนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ กรณีมีผู้ร้อง ว่าการโหวตนายกฯ ครั้งที่ 2 ถือเป็นญัตติซ้ำตามข้อบังคับประชุมรัฐสภาที่ 41 หรือไม่ ทำให้ ไม่มีความชัดเจนว่าการโหวตเลือกนายกฯ จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 ก.ค.นี้หรือไม่

สุทินยันไม่เกิดรอยร้าว 8 พรรค
ที่พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี การเลื่อนประชุม 8 พรรคว่า คิดว่าเมื่อสภาแจ้งเลื่อนโหวตนายกฯ ออกไป ก็ยังพอมีเวลา ไม่ต้องรีบร้อน แต่เหตุผลที่แท้จริงต้องรอถามคณะเจรจา ยืนยันว่า 8 พรรคร่วมยังไม่ได้เกิดรอยร้าว เรายังพูดคุยกันได้อยู่ คิดว่ายังเดินไปด้วยกันได้

เมื่อถามว่าเพื่อไทยอึดอัดหรือไม่หากจะตัดสินใจใช้ทางเลือกที่ 3 นายสุทินกล่าวว่า ก็ลำบากใจ วันนี้ลำบากใจกันทุกทาง ข้างหน้าก็ไม่เอา ทางนั้นทางนี้ก็ไม่ได้ ก็ต้องลำบากใจ แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะจบได้ ต้องให้กำลังใจ ทีมเจรจา เขาฟังเสียงประชาชนมาทุกสารทิศ ส่วนใหญ่อยากให้รีบตั้งรัฐบาล เพราะความลำบากของประชาชน

สว.เสรีฉะผู้ตรวจการฯ
เวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 เป็นประธาน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. อภิปรายว่า มีข้อสงสัยว่าผู้ตรวจการฯทำงานแล้วมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ใช้อำนาจที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เช่นกรณีส่งเรื่องที่รัฐสภาลงมติเรื่องการ แต่งตั้งนายกฯ “ผู้ตรวจฯทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ไม่ใช่ทำตามกระแส ไม่ใช่ทำตามที่มีคนมายื่นคำร้อง 17 เรื่อง กลายเป็น กระแสกดดัน กลัวทัวร์ลง ก็ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ และยังขอศาลรัฐธรรมนูญให้รัฐสภางดหรือหยุดการดำเนินการเลือกนายกฯ ในครั้งที่ 3 เป็นไปได้อย่างไร”

ด้านนายทิฆัมพร ยะลา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชี้แจงว่า การส่งข้อบังคับที่ 41 ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยืนยันผู้ตรวจฯ ใช้ข้อกฎหมาย ระเบียบต่างๆ และปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าคำร้องที่ยื่นมาองค์ประกอบครบถ้วนที่จะส่งให้ศาลฯ ได้ ส่วนข้อเสนอให้ชะลอเลือกนายกฯ นั้น หากข้อบังคับที่ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหากเลือกนายกฯ ไปจะเกิดผลเสียต่อรัฐธรรมนูญตามมา จึงขอให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย และเป็น การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยไปในทิศทางใด

กก.ชี้ใช้เวลาทำข้อเสนอ
ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ว่า เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยแจ้งผ่านข้อความในไลน์ว่างานที่ได้รับมอบหมายยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร โดยได้โทร.แจ้งตนก่อนจะแจ้งผ่านไลน์แล้ว ซึ่งคิดว่าเพื่อไทย ยังต้องการเวลาในการทำข้อเสนอ รวมถึง อาจเกี่ยวกับทางสว. ด้วย ส่วนกำหนดวันประชุม 8 พรรคอีกครั้งนั้น ประเด็นอาจอยู่ที่วันที่ 27 ก.ค.นี้ จะยังมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯอยู่หรือไม่ หากยังมีอยู่ 8 พรรคก็ต้องประชุมภายในวันพรุ่งนี้ แต่หากเลื่อนการประชุมโหวตนายกฯ ก็เป็นไปได้ที่จะประชุม 8 พรรคร่วมฯ หลังช่วงนั้น

ไม่กังวลพลิกขั้วตั้งรัฐบาล
นายชัยธวัชให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่อาคารไทยซัมมิท โดยตอบคำถาม 8 พรรคยังจับมือกันแน่นอยู่หรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่า ข้าวต้มมัดเริ่มปริ นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าเพิ่งสรุปแบบนั้น ส่วนพร้อมหรือไม่หากมีการทำ MOU ใหม่นั้น ต้องไปดูในรายละเอียด คิดว่า การที่พรรคเพื่อไทยขอเลื่อนประชุมสะท้อนว่ามีการพยายามหาทางออกให้ดีที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน และตอนนี้ฝั่งตนได้พูดคุยกับทาง สว.ที่คราวที่แล้วยังไม่ได้โหวตให้ นายพิธา ตอนนี้ก็มีสัญญาณจากหลายคนว่าพร้อมโหวตให้หากปลี่ยนแคนดิเดตนายกฯ

เมื่อถามย้ำว่ายังไว้ใจพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังมีความไว้วางใจ ก้าวไกลยังยึดมั่นเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการพยายามอย่างเต็มที่ในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้พื้นฐานของ 8 พรรค

เมื่อถามว่าหากสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลตกไปอยู่ที่ พรรคอันดับ 3 กังวลเรื่องนี้หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า “ไม่ค่อยกังวล หากพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยจับมือกันแน่น การพลิกขั้วรัฐบาลไม่ได้เกิดได้ง่ายๆ ผมคิดว่าต้องพยายาม การจะให้พรรคการเมืองจับมือกันแน่นคือประชาชน”

ยังเชื่อสภาหาทางออกได้
เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญตอบรับคำร้องของผู้ตรวจการฯ จะเป็นแนวทางในการโหวตนายกฯ หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ก้าวไกลมีจุดยืนมาตลอดว่าอะไรที่เป็นอำนาจของสภาอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลฯ มีอำนาจเหนือสภา เพราะสภามีอำนาจเต็มหลายๆ เรื่อง ฉะนั้นการให้อำนาจศาลฯ มาชี้ว่าสภาทำอะไรได้หรือไม่ได้ เรามีจุดยืนมาโดยตลอด เป็นสาเหตุ ที่สส.ก้าวไกลถึงไม่ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญเพราะมีคนแนะนำเยอะมาก และเชื่อว่าสภา ยังคงมีทางออก หากศาลฯ ไม่รับคำร้อง สามารถ ใช้ระบบสภามาหารือร่วมกันได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ ช่องทางศาลฯ เท่านั้น

ส่วนข้อเสนอรอ 10 เดือน หลังสว.หมดวาระ นายชัยธวัชระบุ เป็นการแสดงออกว่ามีประชาชน ไม่น้อยที่รอได้ แต่ 10 เดือน อาจนานเกินไป ทางที่ดีควรมีทางออกโดยไม่ยืดเวลาออกไปนานขนาดนั้น การปลดล็อกข้อบังคับที่ 41 จะช่วยได้มาก “ตราบใดที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลจับมือกันแน่น รัฐบาลเสียง ข้างน้อยจะไม่มีทางเกิดขึ้น และถึงที่สุด สว. อาจมีวิจารณญาณทำตามเสียงประชาชน”

ให้พท.เป็นฝ่ายบอกหย่า
เมื่อถามว่าหากถึงที่สุดก้าวไกลต้องเสียสละ ไปเป็นฝ่ายค้าน จะเลือกเดินออกไปเอง หรือให้เพื่อไทยเชิญออก นายชัยธวัชตอบว่า หากเมื่อถึงสถานการณ์นั้นจริง เป็นสิทธิ์ ของเพื่อไทยที่ต้องเลือก ส่วนสิ่งที่ก้าวไกลเลือกพยายามทำให้ดีที่สุดให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ตามเสียงประชาชน

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวกรณี พี่ต้น-บอดี้การ์ดของนายพิธา ที่ถูกขุดประวัติอดีตเมื่อปี 2554 เคยหลอกว่าเป็นตำรวจและอุ้มรีดไถ จนเป็นข่าวดังว่า ตอนนี้กำลังตรวจสอบอยู่ นายพิธา ไม่ได้ทราบเรื่องมาก่อนเพียงแต่มีทีมงานจัดหามา เบื้องต้น สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน

ชูจุดยืน – พรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประชุมคณะผู้บริหารพรรค ประกาศ 5 จุดยืนทางการเมือง ขอทุกฝ่าย ร่วมกันหาทางออกให้ประเทศชาติ ประชาชน ด้วยความจริงใจและเสียสละ ที่พรรคไทยสร้างไทย เมื่อวันที่ 25 ก.ค.

ทสท.ชู 5 จุดยืนเดินหน้ารบ. 8 พรรค
ที่พรรคไทยสร้างไทย จัดประชุมคณะผู้บริหาร นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ นายอุดมเดช รัตนเสถียร น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ หลังประชุม มีการประกาศ 5 จุดยืนทางการเมืองในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล 1.เคารพเสียงและเจตนารมณ์ประชาชนที่ต้องการเห็นรัฐบาลประชาธิปไตยตามข้อตกลงร่วม 8 พรรค 2.ขอบคุณและชื่นชมความเสียสละของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ให้กำลังใจเดินหน้าต่อไป

3.ขอให้แกนนำจัดตั้งรัฐบาลและพรรคร่วมถอยกันคนละก้าวเพื่อนำไปสู่ทางออก 4.สนับสนุนการสร้างประชาธิปไตยถาวร ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจและไม่เห็นด้วย กับการแก้ มาตรา 112 แต่เห็นว่ารากเหง้าปัญหาเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560

5.ยอมรับบ้านเมืองต้องการรัฐบาลและปัญหาของประชาชนรอไม่ได้ แต่ถ้าตั้งรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยได้ตามที่ประชาชนคาดหวัง ก็จะดีที่สุด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง ระหว่างนี้ให้สภาผู้แทนฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาและประสานงานรัฐบาลรักษาการและหน่วยงานราชการแก้ปัญหาประชาชนไปพลางก่อน

ป้อมลั่นไม่เคยพูดวางมือ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตอบคำถามถึงกระแสข่าว พล.อ.ประวิตรจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ ว่า “ยังไม่รู้ ดูก่อน” เมื่อถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร ต่อไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่บอก ขอให้ รอดู” เมื่อถามว่ายังไม่ได้ประกาศวางมือใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ยังไม่เคยพูดว่า จะวางมือ” เมื่อถามว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค ต่อไป พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ยังเป็นอยู่ จะให้ปิดสวิตช์ 3 ป.หรือไง”

ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ จะประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 3/2566 ในวันที่ 29 ก.ค. วาระรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 2/2566 เมื่อ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา และวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเลือกตั้ง กก.บห.เพิ่มเติม และทดแทนคนที่ลาออก จากนั้นในช่วงบ่าย จะประชุมใหญ่สามัญพรรคการเมือง

รทสช.-พปชร.จี้เร่งตั้งรัฐบาล
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธาน ผู้ประสานงาน สส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวข้อเสนอชะลอการเลือกนายกฯ ไป 10 เดือน ว่า หลังการเลือกตั้งต้องมีรัฐบาล จะให้รออีก 10 เดือนไม่ใช่สาระสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรีบจัดตั้งรัฐบาล หาก 27 ก.ค. โหวตนายกฯ ตามกำหนดเดิม หากเพื่อไทย จับมือพรรคที่มีนโยบายไม่ตรงหรือขัดแนวทาง กับพรรคพลังประชารัฐก็ไม่โหวตให้ ไม่ว่า จะเป็นพรรคก้าวไกล หรือพรรคใดก็ตาม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวกรณี พล.อ.ประยุทธ์ กังวลการเสนอ ให้ยืดเวลาสรรหานายกฯ ออกไปหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วง อยากให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ววัน เพื่อเดินหน้าประเทศต่อไปในสิ่งที่ได้วางรากฐานเอาไว้ ส่วนตนเห็นว่าที่ให้รอ 10 เดือน ไม่ใช่ทำเพื่อชาติอย่างแท้จริงแต่ทำเพื่อตัวเอง นักธุรกิจ เอกชน เขารอรัฐบาลอยู่ กลไกตั้งรัฐบาลถ้าอันดับ 1 ไม่ได้ อันดับ 2 ก็ต้องจัด ถ้าอันดับ 2 ไม่ได้ก็ต้องเป็นอันดับ 3 ซึ่งเป็นเรื่องปกติ 10 เดือนไม่ควร

ตู่ชี้ไม่ควรตั้งรัฐบาลลาก 10 เดือน
ที่ทำเนียบก่อนเป็นประธานการประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ยิ้ม แต่ไม่ตอบว่าพร้อมหรือไม่จะรักษาการยาว 10 เดือน เมื่อถามย้ำว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อประเทศรวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบว่า “ไม่ควรละมั้ง”

จากนั้นหลังประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงกรณีที่บอกการตั้งรัฐบาลไม่ควรยืด ถึง 10 เดือนว่า ต้องดูความเสียหาย ต้องดู และทำให้ถูกต้องตามระเบียบและกติกา

ถามถึงกรณีสว.ระบุการตั้งรัฐบาลหากไปไม่ได้ นายกฯ คนนอกอาจเหมาะสม จะไปถึงขั้นนั้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ทราบๆ เมื่อถามว่าถ้าปล่อยให้ยืดถึง 10 เดือนจะเสียหาย กับประเทศหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอบกันเองก็ได้มั้ง เมื่อถามว่าอยากบอกอะไรกับฝ่ายที่กำลังตั้งรัฐบาลขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการ ต่อไปให้ดีที่สุด เมื่อถามว่าที่นายกฯ ประกาศ วางมือการเมือง เพื่อเปิดทางให้พรรค รวมไทยสร้างชาติ ได้เข้าร่วมรัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ

รายงานข่าวเผยว่า การประชุมครม. การพูดคุยนอกรอบ พล.อ.ประยุทธ์ แซวกรณีข้อเสนอให้อยู่อีก 10 เดือนว่า “จะให้อยู่อีกสิบเดือน ผมไม่ได้อยากอยู่”

เฮ้งใจเป๋-ส่อทิ้งรทสช.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีมีกระแสจะย้ายออกจากพรรครวมไทย สร้างชาติว่า ตอนนี้ยังไม่มี ยังอยู่กับพรรค เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้อยู่พรรคจะอยู่ ต่อหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ยังอยู่พรรค รวมไทยสร้างชาติ เมื่อถามว่ามีข่าวว่ามีคนจีบไปอยู่พรรคอื่น นายสุชาติกล่าวว่า ไม่มี ยังอยู่ตรงนี้ จะไปตรงไหน

เมื่อถามว่าไม่ปฏิเสธเตรียมไปอยู่พรรคอื่น นายสุชาติกล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องปกติ ตอนมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติต้องยอมรับว่า มาช่วยพล.อ.ประยุทธ์ พอท่านวางมือ คิดว่าเราจะอยู่หรือไม่อยู่ หรือจะอยู่ตรงไหน ซึ่งตนมีเพื่อนหลายพรรค แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไร โดยมารยาทยังอยู่ตรงนี้

เมื่อถามว่าใจยังอยู่รวมไทยสร้างชาติ นายสุชาติกล่าวว่า ยังตอบตรงนี้ไม่ได้ ต้องดูไป เรื่อยๆ ก่อน เพราะเราเพิ่งมาอยู่ ต้องดูทิศทางเพื่อนๆ หลายๆ คนด้วย เพราะเราชวนเพื่อนมาหลายคน เมื่อเขายังอยู่ต้องถามเขาโอเค หรือไม่ “อย่างที่บอกพวกเราก็ใจเป๋หน่อยเท่านั้นเอง เพราะลุงตู่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ เหมือนเรา ตามลุงตู่มาก็แค่นั้นเอง” เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ฝากอะไรหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ให้ช่วยพรรค ให้แข็งแรง

ภท.รอไม่ได้-ตั้งรัฐบาล 10 เดือน
ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงข้อเสนอให้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล รอให้สว.หมดวาระช่วงพ.ค.2567 ก่อนเลือกนายกฯ ว่า พรรคภูมิใจไทยรอไม่ได้ เพราะไม่เป็นผลดีต่อการบริหารงานของประเทศ ส่วนกรณีเพื่อไทยเชิญไป พูดคุยเพื่อหาทางออกให้วิกฤตประเทศ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเพียงการไปพูดคุย ทุกอย่างเป็นไปตามที่แถลงข่าว คือภูมิใจไทยจะไม่ร่วมงานกับพรรคที่เสนอแก้มาตรา 112 คือพรรคก้าวไกล ขอส่งกำลังใจให้พรรคเพื่อไทย เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ส่วนพรรคภูมิใจไทยหากมีเรื่องใดพูดคุยหรือช่วยเหลือได้ก็ยินดีทำ เมื่อถามว่าหากเพื่อไทยไม่สามารถ จัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคอันดับ 3 อย่างพรรคภูมิใจไทยพร้อมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ให้ถึงเวลานั้นก่อนค่อยพูด เพราะตอนนี้ ยังไม่มีอะไรที่แน่นอน

นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น ระบุใจเป๋ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ ประกาศ วางมือ พรรคภูมิใจไทยจะทาบทามมาร่วมงานหรือไม่ว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ก่อนถามกลับว่า ทำไมต้องใจเป๋ เพราะเป็นแกนนำหลักของพรรครวมไทยสร้างชาติ และมีสส. ในสังกัดหลายคน ขอชื่นชมว่าเป็นรัฐมนตรี ที่ทำงานดีขยัน เมื่อถามว่าสนใจทาบเข้าพรรคหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย เอาตัว ให้รอดก่อน

โพสต์กบในกะลา-ปัดแซะใคร
นายอนุทินกล่าวกรณีโพสต์เพลงเจ้ากบว่า พูดถึงตัวเอง ไม่มีอะไร เมื่อถามว่าไม่ได้ต้องการสื่อถึงใครใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการเตือนตัวเอง เมื่อถามว่าหลายคนตีความว่ามีนัยทางการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าให้การเมืองนำความเป็นตัวของตัวเรา ไปเป็นอย่างอื่น ตนเล่นเฟซบุ๊กตั้งนานแล้วและตั้งเป็นส่วนตัว ให้แต่เพื่อนดูกันเอง

ทั้งนี้ นายอนุทินโพสต์ภาพรถโบราณ Citroen DS และข้อความ “กบน้อยตัวนิดๆ อยู่มิดชิดแต่ในกะลา มันจึงนึกไปว่าในกะลา คือโลกกว้างใหญ่ กบเอ๋ยเจ้าไม่รู้ว่า โลกโสภากว้างใหญ่เพียงไหน จึงทะนงหลงผิดไปว่า โลกกว้างใหญ่นั้นคือกะลา #เพลงของ แกรนด์เอ็กซ์”

เจ็บคอ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล เดินทางมาตึกไทยซัมมิทเพื่อร่วมประชุมกับสส.ก้าวไกล โดยทำท่าเจ็บคอจากการเดินสายพบประชาชนภาคตะวันออกช่วง สุดสัปดาห์ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.

‘พิธา’ประชุมสส.พรรค
เวลา 16.00 น. ที่ไทยซัมมิท มีการประชุม สส.พรรคก้าวไกล โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นประธาน ซึ่งเป็นการ หารือประจำสัปดาห์ ถึงประเด็นทั่วไปและกิจการภายในพรรค

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป็นการประชุมปกติว่าต้องเตรียมว่ามีวาระอะไรบ้าง ซึ่งจะมีการเสนอร่างกฎหมายของ สส.อยู่แล้ว เป็นวาระประจำไม่มีอะไรพิเศษ มีเรื่องที่ต้องประชุมจำนวนมาก ทั้งวาระภายในพรรค การบริหารจัดการภายใน พรรค การเตรียมพร้อม สส.ในการทำงาน

นายพิธา ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า เป็นการ ประชุมพรรคธรรมดา ทั้งนี้ ตนต้องเตรียมลงพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างที่ประกาศไป รวมถึงเร่งทำงาน และช่วยสส.ใหม่ ในการยื่นญัตติเข้าสภา ตนถูกสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่สส. คงทำอะไรมากไม่ได้ แต่เมื่อลงพื้นที่ได้เห็นว่าประชาชนต้องการอะไร ใช้ประสบการณ์ที่มีเพื่อทำให้พื้นที่นั้นเกิดความเปลี่ยนแปลง การเมืองยังไม่ชัดเจน แต่ความเดือดร้อนของประชาชนชัดเจน

จ่อยื่นญัตติทบทวนมติ 19 กค.
ระหว่างการประชุมพรรค ระหว่างหารือประเด็นดังกล่าว สส.หลายคนสรุปทางเดียวกัน ว่า พรรคเห็นสอดคล้องกับนักวิชาการด้านนิติศาสตร์จำนวนมากว่ามติรัฐสภาดังกล่าว ขัดรัฐธรรมนูญ และสภาสามารถแก้ไขได้เอง ไม่จำเป็นต้องส่งให้ศาลฯชี้ขาด เพราะเท่ากับทำให้ศาลฯเข้ามาแทรกแซงการวินิจฉัยตีความของรัฐสภา หรือมีอำนาจเหนือสภาผู้แทนฯ

กรณีนี้สามารถใช้กลไกสภาหาทางออก ผ่านการยื่นญัตติให้รัฐสภาทบทวนมติที่เคยมีไปแล้ว โดย สส.ก้าวไกลจะดำเนินการในการประชุมรัฐสภาครั้งถัดไป หากที่ประชุมรัฐสภา มีมติเห็นชอบกับญัตติที่ก้าวไกลเสนอ จะเป็น การปลดล็อกความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น ทำให้การเสนอนายกฯไม่ต้องผูกพันมติเดิมของที่ประชุม สามารถเสนอบุคคลสมควรเป็นนายกฯซ้ำได้

เวลา 17.30 น. นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคมองว่าเรื่องนี้สามารถจัดการกันเองได้ในสภา สามารถ ยื่นญัตติขอให้สภาทบทวนญัตติที่เคยมีไปแล้ว การประชุมครั้งต่อไปเราจะหารือกับประธานรัฐสภาและยื่นญัตติเพื่อพิจารณาทบทวน

ปปช.สั่งฟัน‘อิทธิพล’ผิดม.157
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา และพวก กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 กันยายน 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณ เชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

โดยที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.เห็นว่านายอิทธิพลมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกเมืองพัทยา

หลังจากนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 2 ต่อไป

ยื่นเพิ่มป.ป.ช. – นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นำหลักฐานใหม่คดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซุกหุ้นยื่นเพิ่มเติมต่อป.ป.ช. ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ เมื่อวันที่ 25 ก.ค.

แฉพิรุธคำชี้แจง‘ศักดิ์สยาม’ซุกหุ้น
ที่พรรคก้าวไกล นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ แถลงเปิดเผยข้อมูล เพิ่มเติมคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ปมซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนบุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น จนนำมาสู่ การสั่งให้ยุติปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว

เมื่อตรวจสอบเอกสารการชี้แจงเพื่อหักล้างต่อศาลรัฐธรรมนูญ พบพิรุธหลายแห่ง นายศักดิ์สยาม มีหนี้สินคงค้างกับห้างหุ้นส่วนนี้ในขณะที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี และไม่ได้เปิดเผยทรัพย์สินต่อป.ป.ช. เอกสารระบุนายศักดิ์สยามเคยกู้ยืมเงินของห้างหุ้นส่วนนี้ในปี 2558-2559 จำนวน 4 ครั้ง เป็นยอดรวม 108,499,000 บาท โดยมีสัญญากู้ยืมเงิน ต่อมานายศักดิ์สยามชำระคืนทั้งก้อนวันที่ 22 เม.ย. 62 ก่อนรับตำแหน่ง สส. 30 วัน และตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารชุดนี้มัดตัวนายศักดิ์สยามว่าหนี้สินต่อห้างหุ้นส่วนนี้ยังคงอยู่ หลังการโอนหุ้นออกไปปี 2561 เพราะงบการเงินของห้างหุ้นส่วนนี้สิ้นสุด 31 ธ.ค. 62 แต่มีเงินให้หุ้นส่วนกู้ยืมคงค้างอยู่ 38 ล้านบาทตามเอกสาร หลังจากนั้นยอดหนี้ถูกปิดเป็น 0 บาท ช่วงสิ้นปี 2563 เลยช่วงสิ้นสุดของงบ การเงินห้างหุ้นส่วนไปแล้ว

ยังพบเอกสารใบรับวางบิลที่ยื่นประกอบกับคำชี้แจง อ้างว่าเป็นหลักฐานได้เปลี่ยนผู้ควบคุมกิจการตั้งแต่ปี 2561 แต่ใบรับวางบิลที่ใช้ปกติไม่จำเป็นต้องให้กรรมการผู้จัดการหรือเจ้าของเป็นคนเซ็น อาจให้พนักงานการเงินเป็นผู้เซ็นก็ได้ จึงเป็นหนึ่งในข้อพิรุธ ทั้งนี้ ได้ยื่นรายชื่อพยานบุคคล 22 คน พยานเอกสาร 19 รายการ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเรียกไปให้ข้อมูลหักล้างข้อชี้แจง ขณะเดียวกันมีผู้ไปชี้เบาะแสของผู้น่าจะร่วมกันกระทำผิดฐานฟอกเงินกับกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้วด้วย

ส่วนการแถลงคดีในช่วงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยจะกระทบต่อความสัมพันธ์ที่มีผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายปกรณ์วุฒิยืนยันทำหน้าที่ที่ถูกต้องตามกระบวนการ จุดยืนพรรคก้าวไกล และการตรวจสอบทุจริตตามเอ็มโอยู 8 พรรค มองว่าไม่กระทบ หากรอให้การเจรจาจบก่อนจะทำให้คดีล่าช้า

ที่พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยามให้สัมภาษณ์ยืนยันไม่ได้มีหุ้นนี้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2562 มีหลักฐานชัดเจน จะให้ทีมกฎหมายรวบรวมข้อมูลชี้แจงสื่อมวลชนอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ค.

ส่วนกรณีบริษัทที่ถือหุ้นไปรับงานของรัฐบาล นายศักดิ์สยามชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวกัน นั่นเป็นตอน ที่ตนเคยบริหารการประมูลงานของรัฐ เป็นการดำเนินการตามระเบียบพัสดุอยู่แล้ว ไม่ใช่วิธีพิเศษอะไร ยืนยันว่าไม่มีข้อเกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนบุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ตั้งแต่ปี 2562 และไม่กังวลใดๆ ยืนยันว่ามีความพร้อมในการชี้แจงทั้งหมด

ศาลปค.ยกฟ้องคดีรถไฟฟ้าสีส้ม
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ศาลปกครอง ถ.เเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดี บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอส) ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรณีออกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ลงวันที่ 24 พ.ค.2565 (ครั้งที่ 2) และออกเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน โดยเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติและหลักเกณฑ์คัดเลือกเอกชนให้แตกต่างจากหลักเกณฑ์เดิม ตามประกาศเชิญชวนฯ ฉบับเดือน ก.ค. 2563 ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นให้ บีทีเอส เสียหาย

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ลงวันที่ 24 พ.ค.2565 ดำเนินการ รับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนก่อนดำเนินการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนถูกต้องตามรูปแบบ ขั้นตอน และวิธีการที่ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง กำหนดไว้แล้ว และไม่มี เหตุผลที่จะรับฟังว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายในลักษณะใด

อีกทั้ง มติของคณะกรรมการคัดเลือกฯ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และรฟม. เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 ที่เห็นชอบให้ยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) และการยกเลิกคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ ดังกล่าว และเพิกถอนประกาศ รฟม. เรื่อง ยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วม ลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)

และการยกเลิกคัดเลือกเอกชนตามประกาศเชิญชวนฯ ดังกล่าว ลงวันที่ 3 ก.พ. 2564 ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะกรรมการคัดเลือก และ รฟม.มีประกาศดังกล่าวนั้น หรือมติของ คณะกรรมการคัดเลือก โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และ รฟม. ในการประชุมแต่ละครั้ง เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ ในการคัดเลือกเอกชน เห็นชอบร่างประกาศเชิญชวน และร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

เป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมการและดำเนินการภายในของเจ้าหน้าที่ เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครองทั่วไป คือ ประกาศเชิญชวนฉบับที่พิพาทในคดีนี้ ไม่มีผลกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบีทีเอส ที่จะเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากมติของคณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และ รฟม. ที่เกี่ยวข้องเพื่อออกประกาศเชิญชวนที่จะมีสิทธิฟ้องคดี ต่อศาลปกครอง จึงพิพากษายกฟ้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน