8พรรคช่วยหาทางออกปมสส.-สว.ไม่เอา‘กก.’‘วิโรจน์’มั่น-เมินดีลลับรทสช.ยินดีร่วมเพื่อไทยปชป.-ชทพ.โต้คุยโทนี่
เพื่อไทยนัดถก 8 พรรคต้นส.ค. ขอคำตัดสินใจก้าวไกลปม สส.-สว. ยังไงก็ไม่เอาด้วย‘โรม’ ถามหาอุดมการณ์เพื่อไทย โยนเคลียร์มวลชนเองถ้าก้าวไกลตกขบวน ‘วิโรจน์’ ยันเชื่อใจ 8 พรรคร่วม ขู่คนทรยศมีแต่จะสิ้นอนาคต ‘ตู่-ป้อม-หนู’ งดจ้อ ดีลลับฮ่องกง ปชป.โต้ส่ง ‘เดชอิศม์’ ไปเจรจา ‘ทักษิณ’ ด้าน ‘วราวุธ’ แจง ‘ประภัตร’ บินไปเบิร์ธเดย์ ‘โทนี่’ เป็นเรื่องส่วนตัว ‘ธนกร’ ลั่นรทสช.ทำงานกับเพื่อไทยได้ ‘เสรี-เลิศรัตน์’ ไม่คอนเฟิร์มสว.โหวต ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯ เย้ยก้าวไกลชงแก้ ม.272 แค่ประชดสว.ไม่ลงมติให้ ‘พิธา’
‘บิ๊กตู่-ป้อม-หนู’งดจ้อการเมือง
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่บริเวณท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2566 หลังเสร็จพิธีไม่ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองใดๆ
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธตอบคำถามถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ไปพูดคุยกับ นายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งตัวแทนไปพูดคุยด้วยหรือไม่ รวมทั้ง ไม่ตอบคำถามเตรียมร่วมงานกับพรรค เพื่อไทย (พท.) หรือไม่
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ตอบคำถามกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง เปิดเผยข้อมูลดีลลับ เรื่องให้พรรคอันดับที่ 3 คือพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล
สำหรับบรรยากาศระหว่างรอทำบุญตักบาตร รัฐมนตรีจับกลุ่มคุยกันอย่างอารมณ์ดี โดยเฉพาะนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กับ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ช่วงหนึ่งนำมือมาประสานกัน พร้อมหัวเราะอย่างครื้นเครง จากนั้นนายอนุทินเดินเข้าร่วม วงสนทนา และคุยกับนายสาธิตก่อนที่ จะทำมือเป็นค้อน กรรไกร กระดาษ ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พูดคุยกัน แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
ประธานศาลรธน.รูดซิป
นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แต่โบกมือไม่พูดเรื่องการนัดประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 3 ส.ค. เพื่อวินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นขอให้พิจารณากรณีรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดต นายกฯ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นนายกฯรอบสอง เพราะเป็นการเสนอญัตติซ้ำตาม ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ส่วนนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิเสธตอบคำถามกรณี นายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ประกาศจะลาออกจากสส.ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาคดีลักทรัพย์ ทำให้ขาดคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่ง ขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นของกกต.กลางแล้ว
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบข้อถามจะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมสส.ระยอง เขต 3 ด้วยตนเองหรือไม่ว่า “ขณะนี้ยังคุยกันอยู่”
พท.จ่อถก 8 พรรค-จี้กก.ตัดสินใจ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยถึงความ คืบหน้าการนัดประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลภายหลังประธานรัฐสภา นัดประชุมรัฐสภา เพื่อเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.ว่า เบื้องต้นจะนัดประชุม 8 พรรคร่วมช่วงต้นเดือนส.ค. โดยจะได้ประสานแต่ละพรรคก่อนว่าว่างตรงกันวันไหน ช่วงเวลาใด จากนั้นจะได้ประสานเพื่อนัดประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ทางพรรคเพื่อไทยจะได้รายงานข้อมูลที่ได้ไปพูดคุย เพื่อขอเสียงสนับสนุนจากทั้ง สว.และสส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งทั้ง สส.และสว.ต่างมีปัญหาที่ตรงกัน คือห้ามแก้ไขมาตรา 112 รวมถึงหากพรรคก้าวไกลยังอยู่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล พวกเขาจะไม่ให้เสียงสนับสนุน นี่คือสิ่งที่เราไปรับฟังมา และจะได้นำไปรายงานต่อที่ประชุม 8 พรรคร่วมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทางพรรคร่วมโดยเฉพาะพรรคก้าวไกลจะหาทางออกให้เราอย่างไร ซึ่งเราอยากให้พรรคก้าวไกลได้ตัดสินใจในส่วนนี้
‘โรม’ถามหาอุดมการณ์เพื่อไทย
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชี รายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ไปพบ นายทักษิณ ที่ฮ่องกงเพื่อเจรจาการตั้งรัฐบาล แม้บ่ายวันที่ 26 ก.ค.นายธนาธรเดินทางเข้ามาที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล แต่ไม่ได้ตอบคำถามว่าได้ไปต่างประเทศตามกระแสข่าวหรือไม่ว่า นายธนาธรไม่ได้มีตำแหน่งในพรรคก้าวไกล ไม่สามารถตอบได้ แต่ในส่วนของพรรค ต้องรอพรรคเพื่อไทยว่าจะมาคุยกับเราอย่างไร
แนวโน้มที่พรรคก้าวไกล จะไปเป็นฝ่ายค้านนั้น เชื่อว่าหลายคนพยายามประเมิน แต่ยังไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ แต่ยอมรับว่าเกิดการตั้งคำถามว่า การจะจับขั้วตั้งรัฐบาลต้องเกิดจาก 2 ส่วน คือ อุดมการณ์ ความคิดความเชื่อ ที่พรรคก้าวไกลยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย รวมถึงแนวทางการทำงานที่มองว่า พรรคขั้วรัฐบาลเดิมไม่ได้มีแนวทางเดียวกัน
หากมีการจับขั้วตั้งรัฐบาลที่ไม่มีพรรคก้าวไกล ต้องถามว่าพรรคเพื่อไทย มีอุดมการณ์ ความเชื่อตรงกับพรรคขั้วรัฐบาลเดิม มากกว่าตรงกับพรรคก้าวไกล และต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจหากมีเหตุการณ์ลักษณะนั้นเกิดขึ้น
ถ้ากก.ตกเรือ-เคลียร์มวลชนเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเตรียมเดินทางกลับไทยของนายทักษิณ จะมีผลต่อการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่เคยอยู่ในพรรค แต่ยอมรับว่า ช่วงนี้บรรยากาศทางการเมืองค่อนข้างประหลาด เพราะตนถูกโจมตีทางการเมืองอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น เรื่องบัญชีทรัพย์สิน ที่ไม่เคยมีการทุจริต ใช้ชีวิตปกติตามปุถุชนทั่วไป ยังมีการกล่าวอ้างว่าต้องไปรับงานปารีส-ฝรั่งเศส ขอถามว่า การรับงานมีที่ไหนที่ยังเป็นหนี้ ผ่อนบ้านผ่อนรถ จะเห็นว่ามีการพยายามนำประเด็นเหล่านี้มาขยายผล ที่ไม่ได้มีแค่ฝั่งไอโอ แต่มีความพยายามปลุกปั่นทางการเมือง ไม่ทราบว่าทำเพื่อวัตถุประสงค์ อะไร ต้องจับตามองเพราะวันนี้แปลกประหลาดจริง
เมื่อถามถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย หากพรรคเพื่อไทยไปจับขั้วตั้งรัฐบาลกับขั้วรัฐบาลเดิม นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่สามารถประเมินได้ เพราะการตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่ใช่แค่ขั้วอำนาจกับฝ่ายประชาธิปไตย แต่กลายเป็นขั้วไฮบริดกับขั้วประชาธิปไตย จึงต้องประมาณว่า ประชาชนจะมีความรู้สึกต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมี
‘วิโรจน์’เชื่อใจภาคี 8 พรรค
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ทวีตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ @wirojlak ยืนยันว่าไม่สนใจ “ดีลลับ” หรือข่าวลือใดๆ อีกทั้งไม่เคยระแวงความสัมพันธ์ของ 8 พรรคร่วม ขอตอบตรงนี้ว่า ดีลลับ ข่าวลือ ผมไม่สนใจเลย เมื่อทำงานกันเป็นทีม ผมก็จะเชื่อใจ ไม่หวั่นไหว ต่อให้สุดท้ายผมจะถูกหลอก ถูกหักหลัง ถูกมองว่าโง่ จนถูกชิงทุกสิ่ง ทุกอย่างไป แต่สิ่งที่จะชิงจากผมไปไม่ได้เลยคือความซื่อตรงและเกียรติภูมิ เดินไปไหนก็เดินคอตั้งหลังตรง กล้าสู้หน้าทุกคน
ดังนั้น ไม่ต้องมาสมมติ ถ้าอย่างนั้น ถ้าอย่างนี้ แล้วมาถามผมเลยครับ ผมเชื่อใจภาคี 8 พรรคร่วม มิเคยเสื่อมคลาย ไม่เคยระแวง ไม่เคยลังเล จุดยืนผมยังคงซื่อตรง ทุกย่างก้าว อยู่ในลู่ ที่เคารพเชื่อใจเพื่อนร่วมทีมเสมอ และขอให้กำลังใจเพื่อนๆ ในภาคี 8 พรรคร่วมทุกคนอยู่เสมอ
ถ้าสุดท้ายภารกิจมันต้องล้มเหลว เพราะถูกหักหลังจริงๆ มันก็ยังดีกว่าการที่มัน ล้มเหลว เพราะความไม่เชื่อใจกันเองภายในทีม การล้มเหลวเพราะถูกหักหลัง คนที่ทรยศ วันข้างหน้ามีแต่จะด่าวดิ้น สิ้นอนาคต ส่วนคนที่ซื่อตรง ยังไงก็จะมีมือของผู้คนช่วยดึง ช่วยพยุง ให้ลุกขึ้นสู้ต่อ อย่างองอาจ ผมเชื่อมั่นในทีมมาโดยตลอด เวลามองตาเพื่อนแววตาผมยังแน่วแน่เชื่อใจกันอยู่เสมอ
ปชป.โต้ส่ง‘เดชอิศม์’ไปฮ่องกง
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปพบนายทักษิณที่ฮ่องกง เพื่อเจรจาถึงการร่วมรัฐบาลของประชาธิปัตย์ว่า อยากให้ไปสอบถามเจ้าตัวจะดีกว่า แต่เรื่องนี้ตนยืนยันได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยส่งใครไปเจรจากับนายทักษิณ เพราะตามหลักการของพรรค โดยเฉพาะเรื่องการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลไม่ได้เป็นอำนาจการตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะการร่วมรัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกันในพรรคอย่างละเอียดรอบคอบ
อีกทั้งพรรคมีข้อบังคับที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อมีประเด็นการที่จะร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะต้องมีการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และสส.ของพรรคชุดปัจจุบัน แล้วจึงจะมีมติพรรคออกมาว่าจะเป็นไปในทิศทางใด
ส่วนที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคในวันที่ 6 ส.ค. ทันต่อการพิจารณาเรื่องร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายราเมศ กล่าวว่า กก.บห.ชุดปัจจุบันซึ่งทำหน้าที่รักษาการอยู่ มีอำนาจในการร่วมพิจารณา ไม่ใช่เฉพาะกรณีร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล แต่สามารถร่วมพิจารณาได้ในทุกๆ เรื่อง
‘ท็อป’แจง‘ประภัตร’เบิร์ธเดย์โทนี่
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีภาพนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนาไปอวยพรวันเกิดนายทักษิณ ที่ฮ่องกงว่า ตนทราบเรื่องนี้เมื่อเห็นภาพปรากฏในสื่อ แต่ เมื่อถามว่าแปลกใจหรือไม่ นายประภัตรและนายทักษิณเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน 30 กว่าปี มีความสนิทชิดเชื้อกันมาโดยตลอด ซึ่งตนมั่นใจว่าการไปอวยพรวันเกิดและการไปพบกันครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องการเมืองแน่นอน ถ้ามีอะไรขึ้นมา ตนก็ต้องเป็นคนพิจารณาก่อน ยืนยันว่าการไปครั้งนี้ของนายประภัตร เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้ไปในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา หรืออะไรทั้งนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้สอบถามเรื่องนี้กับนายประภัตร หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ตนได้ถามเพียงแค่ว่าได้ลาราชการ ถูกต้องแล้วหรือไม่ ซึ่งนายประภัตรระบุว่าลาราชการอย่างถูกต้อง ต่อข้อถามว่า นายประภัตรได้มาพูดคุยหรือไม่ว่าได้แลกเปลี่ยนเรื่องทางการเมืองกับนายทักษิณอย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า ไม่ได้ถาม ก็ทราบดีอยู่ว่านายประภัตรและนายทักษิณเป็นเพื่อนเก่ากันมานาน หลายครั้งในช่วงที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ยังมีชีวิตอยู่ นายประภัตรและนายทักษิณมีการพูดคุยกันมาโดยตลอด เพราะเป็นเพื่อนกันมา ไม่ได้แปลกใจอะไร
มั่นใจไม่มีคุยตั้งรัฐบาล
ต่อข้อถามว่าหากมีการตัดสินใจอะไร ต้องนำกลับเข้ามาในที่ประชุมพรรคชาติไทยพัฒนาใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ต้องเข้าสู่กก.บห.ก่อน และผู้ใหญ่ภายในพรรคต้องมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า นายประภัตรไม่ได้บอกใช่หรือไม่ว่ามีการเคลียร์อะไร นายวราวุธกล่าวว่าไม่ได้มี ตนก็ไม่ได้ถามด้วย มั่นใจว่าไม่มีอะไรถ้ามีอะไรกก.บห. และน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพที่ออกมาเหมือนนายประภัตรไปดีลการจัดตั้งรัฐบาล นาย วราวุธกล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนและนายประภัตรยังไปพรรคเพื่อไทยด้วยกันอยู่เลย พอมาวันอังคารแล้วมีภาพปรากฏ อย่างที่ทราบหากมีอะไรคงคุยกันจบที่พรรคเพื่อไทยแล้ว”
ต่อข้อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นัดประชุมรัฐสภาโหวต นายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค. พรรคชาติไทยพัฒนาได้ตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไรนายวราวุธ กล่าวว่า ต้องดูความชัดเจนก่อนว่าพรรคใดจะเสนอใคร และมีขั้นตอนอย่างไร ตอนนี้ถ้ามีประชุมในวันดังกล่าว พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการประชุมในเวลา 08.30 น. ของวันที่ 4 ส.ค. เหมือนอย่างที่เคยทำ ทุกครั้ง
เมื่อถามว่า หากเสนอชื่อนายกฯ จากคนของพรรคเพื่อไทย จะสนับสนุนหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า เงื่อนไขของเรามีจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นต้องดูองค์ประกอบว่าจะสนับสนุน งดออกเสียง หรือไม่สนับสนุน อันนี้ต้องรอดูองค์ประกอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องไม่มีพรรคก้าวไกลหรือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ต้องมีทิศทางนโยบายและแนวทัศนคติไปในทิศทางเดียวกันถึงจะสามารถทำงานด้วยกันได้
‘ธนกร’คาดตั้งนายกฯรอบ 3 ฉลุย
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวดีลตั้งรัฐบาลข้ามประเทศว่า ในมุมมองของตนเข้าใจว่า จะมีการเลือกนายกฯ ได้ในเร็วๆ นี้ วันนี้คงรอไม่ได้ หลังจากมีกระบวนการจากศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จากนั้นจะเลือกนายกฯ และได้รัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามที่เราประเมินกันไว้ คิดว่าไม่มีอะไรที่ขรุขระมากแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการโหวตนายกฯ รอบ 3 จะผ่านหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ถ้ามีการคุยกันก่อนคงผ่าน ในทางการเมืองเข้าใจว่าทุกฝ่ายคงมีการหารือกันก่อน นอกรอบ และคิดว่าทุกอย่างคงจะเรียบร้อย ต่อข้อถามว่า เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติยังมีจุดยืนเดิมใช่หรือไม่ว่าถ้ายังมีพรรคก้าวไกลจะไม่โหวตให้ นายธนกรกล่าวว่า ถ้ายังมีพรรคก้าวไกลก็ไม่โหวตเหมือนเดิม เพราะยังมีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 เรายืนยันจุดยืนเหมือนเดิม
ต่อข้อถามว่าเป็นห่วงเรื่องมวลชนหรือไม่ที่ยังมีความเห็นต่างของแต่ละฝ่าย นายธนกรกล่าวว่า วันนี้แม้แต่นายกฯเองยังเป็นห่วงการชุมนุมต่างๆ ว่าจะกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก เหมือนที่ตนเคยพูดไว้ อยากให้พรรคก้าวไกลทำความเข้าใจกับแฟนคลับและสมาชิกต่างๆ อยากให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยภายใต้กฎหมาย ไม่อยากให้นำไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมอีก ซึ่งตอนนี้นายกฯ เป็นห่วงเรื่องนี้ที่สุด
ลั่นรทสช.ทำงานกับพท.ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากการหารือครั้งแรกระหว่างพรรครวมไทยสร้างชาติกับพรรคเพื่อไทย ทางพรรคเพื่อไทยได้ประสานกลับมาอีกหรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ในกระบวนการเจรจา เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคต้องไปดำเนินการ
เมื่อถามว่าลำบากใจหรือไม่ที่สองพรรคเคยยืนคนละจุดต้องมาร่วมกันทำงาน นายธนกรกล่าวว่า ตรงนี้น่าจะเป็นเวลาที่หลายฝ่ายได้พูดคุยทำความเข้าใจกันมากขึ้น เรื่องอดีตก็ว่ากันไป วันนี้บางสิ่งที่อันตรายมากกว่าสำหรับประเทศ อาจเป็นเวลาเหมาะสมที่หลายฝ่ายจะต้องมาช่วยกัน พาประเทศเดินหน้าไปอย่างมั่นคง
ต่อข้อถามว่าวันนี้สามารถทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้ใช่หรือไม่นายธนกรกล่าวว่า ตนดูว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกัน ถ้ายึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักมันก็ไปด้วยกันได้หมด เมื่อถามว่าปิดประตูรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้เลยใช่หรือไม่ นายธนกรกล่าวว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยคงไม่มี
‘สว.เสรี’ไม่การันตีโหวต‘เศรษฐา’
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ สว.ได้หารือถึงทิศทางการโหวตก่อนหรือไม่หากเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ประเมินว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนพอหรือไม่ว่า ไม่ทราบ ขอพูดตามตรง เพราะยังไม่เห็นแถลงการณ์ของแต่ละพรรค และยังไม่ทราบว่าการจัดตั้งร่วมพรรคการเมืองจะมีพรรคใดมาร่วมบ้าง ส่วนทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องรวมเสียงสส.ให้ได้ 251 เสียง คือเยอะเกินครึ่ง และต้องดูรายละเอียดว่าจะเสนอร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคไหนอีกที
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเป็นสูตรตั้งรัฐบาล ไม่มีพรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมเป็นรัฐบาล กับพรรคเพื่อไทย ทางสว.พร้อมสนับสนุนนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นายเสรี กล่าวว่า ไม่ทราบ และคงตอบตอนนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะต้องดูในรายละเอียด คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามว่าครบถ้วนหรือไม่ และมีปัญหาที่ส่วนใดหรือไม่ รวมถึงดูว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ แล้วจะเป็นนายเศรษฐาจริงหรือไม่ ต่อมาคือต้องดูนโยบายของแต่ละพรรคที่จะร่วมรัฐบาลด้วยว่าจะมีปัญหาที่ส่วนใดอีกหรือไม่
ต่อข้อถามว่า ประเมินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ปิดสวิตช์สว.เลือกนายกฯ ที่พรรคก้าวไกลเสนอ ซึ่งเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐสภาวันที่ 4 ส.ค. จะได้เสียงสนับสนุนจากสว. 84 เสียง พอต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายเสรีกล่าวว่า เชื่อว่าแก้ไม่ได้ เสียง สว.คงไม่ถึง เพราะการเสนอแก้ไขมาตรา 272 เคยถูกเสนอมาหลายครั้งแล้ว ส่วนตัวยังไม่เคยเห็นผ่านสักครั้ง ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่สว.ต้องทำหน้าที่ในการเลือกนายกฯ ฉะนั้นสิ่งที่เสนอมาเป็นแค่สัญลักษณ์ ซึ่งพรรค ก้าวไกลรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ผ่าน กลายเป็นว่ามาโทษ สว.ว่าไม่ร่วมมือ ไม่เลือกพรรคนั้นพรรคนี้ ไม่สมควรจะมี สว.ก็พูดกัน แค่นี้วนไปวนมา
‘เสธ.อู้’รอดูสูตรรบ.-ว่าที่นายกฯ
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. กล่าวว่า การโหวตเลือกนายกฯ ของสว. เป็นความลับที่ไม่สามารถบอกได้ตอนนี้ ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งสูตรจัดตั้งรัฐบาล พรรคไหนจะร่วมเป็นรัฐบาลผสมบ้าง รวมถึงชื่อของบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกฯ มีคนระบุว่า สว.ร่วมโหวตนายกฯ ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเสียงข้างมาก เพราะต้องดูตัวนายกฯ คุณสมบัติแนวทางการทำงาน และความสามารถในการบริหารประเทศ
“สูตรตั้งรัฐบาลที่ออกมาหลายสื่อ ทั้ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล บวกกับ 2 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา หากเป็นแบบนั้นจริงไม่ต้องใช้เสียงสว.โหวตแล้ว เพราะได้เสียงสส.เกิน 375 เสียง หากทำได้ก็จบ ผมมองว่าเป็นเรื่องดีหากผู้แทนตกลงกันได้ โดยไม่มีสว.ยุ่งเกี่ยว สว.ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ถือเป็นหน้าที่ใช้สิทธิพิจารณาด้วย” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว
เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกฯ ที่เตรียมเสนอต่อรัฐสภามีชื่อนายเศรษฐา เป็นเต็งหนึ่ง พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า “ผมว่ายังไม่ชัดเจนต้องรอเขาตั้งโต๊ะแถลงว่าใครจะร่วมรัฐบาลบ้าง จะทำให้สว.พิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ง่ายขึ้น” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว
อัดกก.ชงแก้ ม.272- แค่ประชด
พล.อ.เลิศรัตน์ยังกล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลเสนอยกเลิกมาตรา 272 ว่า เป็นความพยายามทำมาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้จะทำอีก ตนมองว่าพรรคที่เสนอ ร่างต้องการบอกกับสังคมว่า เมื่อ สว. ไม่ลงมติเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ควรยกเลิกมาตราดังกล่าว
ในทางปฏิบัติตนมองว่าไม่เกิดประโยชน์ เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เคยให้สัมภาษณ์ว่าต้องเลือก นายกฯให้ได้ก่อน จากนั้นถึงจะแก้รัฐธรรมนูญ แม้ผลโหวตแก้รัฐธรรมนูญจะแพ้หรือชนะไม่มีความหมาย
นอกจากนี้ อีก 10 เดือนสว.จะไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ แล้ว ดังนั้น การเสนอเรื่องดังกล่าวทำเพื่อประชดประชัน สว.ที่ไม่มีมติให้นายพิธามากกว่า รวมถึงขณะนี้การโหวตนายกฯเป็นเรื่องของพรรค เพื่อไทยดำเนินการแล้ว
“การแก้มาตรา 272 ในเวลานี้ไม่ถูกต้องกับกาลเทศะ เพราะกติกาแก้รัฐธรรมนูญ กำหนดสัดส่วนของฝ่ายค้านที่ต้องเห็นชอบในวาระสาม ไว้ 20% แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าใครคือฝ่ายค้าน มีเพียงฝั่ง 8 พรรค กับฝั่ง 10 พรรคเท่านั้น ดังนั้น การอภิปรายอาจจะยุ่งยากนิดว่าจะใช้มติอย่างไร” พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว
เมื่อถามถึงจุดยืนต่อการปิดสวิตช์สว.โหวตนายกฯ พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าในแง่การกระทำนั้นเหมาะสมหรือไม่ มีเหตุผลอะไร หาก การกระทำเพื่อดิสเครดิตสว. มองว่า สว.ส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนให้แน่นอน อย่างที่มีคนเสนอว่า ต้องพูดกันแบบเปิดอก พูดกันดีๆ แต่ครั้งนี้เป็นการกระทำให้สว.รู้สึกไม่ค่อยดีนัก หากให้พิจารณาเวลานี้ คงไปคุยกันอีกทีว่าจะมีมติอย่างไร