ปลอม 2 เพจทางการ อ้างบิ๊กสีกากีช่วยคดี ลวงเรียกค่าใช้จ่าย
โจรออนไลน์เหิม ล้วงคอ ‘ตร.ไซเบอร์’ ปลอม 2 เพจตุ๋นชาวบ้าน หลอกเอาข้อมูลส่วนตัวไปหาผลประโยชน์ ลวงให้โอนเงินเพื่อจัดหาทนายและมีตำรวจปลอมยศใหญ่ติดตามกู้ทรัพย์สินคืนได้ ก่อนตัดช่องทางการติดต่อ ตร.ไซเบอร์เตือนภัย ตรวจสอบข้อมูลเพจเฟซบุ๊ก หากเป็นเพจหน่วยงานจริงจะโพสต์เนื้อหา รูปภาพ กิจกรรมเคลื่อนไหวต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ติดตามไม่น้อยจนเกินไป ย้ำไม่กรอกหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการเงิน ข้อมูลทางคดี ผ่านสังคมออนไลน์เด็ดขาด หากให้โอนเงินก่อนรับบริการใดๆ สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน สงสัยโทร.สอบถามสายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง
วันที่ 30 ก.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจากระบบศูนย์บริหารการแจ้งความออนไลน์และสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 พบ ผู้เสียหายหลายรายร้องเรียนว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคลและ หลักฐานทางคดี อาจถูกนำไปแสวงหา ผลประโยชน์โดยมิชอบหรือผิดกฎหมาย ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายตรวจสอบพบและติดต่อไปยังเพจเฟซบุ๊กหน่วยงานในสังกัด บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ จำนวน 2 เพจ ได้แก่ 1.เพจที่ใช้ชื่อว่า “ตำรวจไซเบอร์ 2” และ 2.เพจที่ใช้ชื่อว่า “กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5-CCID5” ซึ่งมิจฉาชีพปลอมขึ้นมาและตั้งชื่อให้เหมือน เพจเฟซบุ๊กจริง ใช้การโฆษณาเพื่อเข้าถึงเหยื่อเป้าหมาย หลอกลวงผู้เสียหายที่ไม่ทันสังเกตซึ่งติดต่อเข้ามา โดยสอบถามข้อมูลต่างๆ เริ่มจากมีเรื่องใดให้ช่วยเหลือ ถูกหลอกลวงหรือถูกโกงเรื่องใด มูลค่าความเสียหายเท่าใด ไปจนถึงขอหลักฐานทางคดีที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการพูดคุยกับคนร้าย หลักฐานการโอนเงินไปยังบัญชีคนร้าย แพลตฟอร์มที่ถูกหลอกลวง รวมไปถึงใช้ตราสัญลักษณ์ บช.สอท. และนำเนื้อหารูปภาพและข้อความจากเพจจริงมาใช้
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า ต่อมามิจฉาชีพจะให้เพิ่มเพื่อนทางแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อไปติดต่อทนายความปลอม ชื่อบัญชี “ทนายอนันต์ชัย” ไอดีไลน์ “anantchai41” ที่อ้างว่าสามารถช่วยเหลือและติดตามหรือกู้คืนทรัพย์สินที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้ จากนั้นจะให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์เพื่อแจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมยศ พ.ต.อ. อ้างว่าเป็นหัวหน้าทีมไอที เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ไอดีไลน์ “cyber00it” โดยแจ้งว่าหากอยากได้เงินคืนต้องโอนเงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการต่างๆ และค่าทนายมาให้ก่อนจึงจะได้รับความช่วยเหลือ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วจะตัดขาดการติดต่อ โดยมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลที่ได้ไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นการนำข้อมูลไปแฮ็กบัญชีสื่อสังคมออนไลน์แล้วไปหลอกยืมเงินผู้อื่น หรือโอนเงินจากบัญชีธนาคาร หรือนำข้อมูลไปขายให้แก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ หรือนำไปแอบอ้างทำเรื่องผิดกฎหมายต่างๆ
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวอีกว่า พล.ต.ท. วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำ ความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุก รูปแบบ รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหน่วยงานรัฐหลอกลวงเอาทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมาย ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
โฆษก บช.สอท.กล่าวเพิ่มเติมว่าในการใช้งานหรือเข้าถึงบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ ควรตรวจสอบช่องทางเหล่านั้นให้ดีเสียก่อนว่าเป็นของหน่วยงานนั้นจริงหรือไม่ ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี ซึ่งมิจฉาชีพอาจใช้โอกาสหลอกเอาข้อมูลไปเเสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึง ไม่หลงเชื่อเพียงเพราะมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงาน แอบอ้างสัญลักษณ์ของหน่วยงานนั้นๆ มีการประกาศโฆษณาหรือมีชื่อเพจเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์ที่ตั้งชื่อคล้ายหน่วยงานจริง จึงขอฝากประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกันเข้าสู่เพจเฟซบุ๊กปลอม ดังนี้
1.ประชาชนที่เสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com เท่านั้น โดยโทร.สอบถามหรือปรึกษาได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือ 08-1866-3000 ไม่มีช่องทางไลน์ในการติดต่อ มีเพียง แช็ตบอต @police1441 ที่เอาไว้ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีบริการตอบคำถามประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง 2.บช.สอท. และหน่วยงานในสังกัด ไม่มีนโยบายให้ประชาชนติดต่อทนายความ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีเพื่อติดตามทรัพย์สินที่ถูก หลอกลวงไปกลับคืน 3.เพจเฟซบุ๊กของ บก.สอท.2 คือ “ตำรวจไซเบอร์ 2” มี ผู้ติดตามกว่า 7 พันราย สร้างบัญชีเมื่อ 28 ม.ค.2564 และเพจเฟซบุ๊กของ บก.สอท.5 คือ “กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5-CCID5” มีผู้ติดตามกว่า 1 หมื่นราย สร้างบัญชีเมื่อ 6 พ.ย.2563 หากต้องการเข้าสู่เพจดังกล่าวขอให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน 4.เพจเฟซบุ๊กจริงจะต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม
5.เพจเฟซบุ๊กจริงมักมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนผู้ติดตามที่ไม่น้อยจนเกินไป 6.เพจเฟซบุ๊กปลอม หากตรวจสอบความโปร่งใสของเพจจะพบว่าสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน และอาจเคยเปลี่ยนชื่อมาจากเพจอื่นที่น่าสงสัย หรือมีผู้ดูแลเพจอยู่ต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทย 7.ไม่กรอกหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี ผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก โดยเด็ดขาด 8.การพิมพ์ชื่อหน่วยงานเพื่อค้นหาเว็บไซต์ของหน่วยงานใดๆ ไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรเพิ่มความระมัดระวังในการสังเกตชื่อเว็บไซต์ หรือสังเกต URL อย่างละเอียด และไม่หลงเชื่อเว็บไซต์ที่ยิงโฆษณาของมิจฉาชีพ 9.หากพบหรือไม่แน่ใจว่าเป็นเพจเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นๆ จริงหรือไม่ ให้ติดต่อไปยังหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง ผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์ของหน่วยงานนั้นเพื่อสอบถามและแจ้งให้ตรวจสอบทันที 10.หากมีการให้โอนเงินไปยังหน่วยงานที่แอบอ้างก่อนได้รับบริการใดๆ ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน