รวมเป็นรบ.265เสียง นัดแจ้ง8พรรค2สค. สรุปปมสว.ไม่เอา‘กก.’พท.เปิดนโยบายศก. ดิจิทัลวอลเล็ตมาแน่
เพื่อไทยนัดถก 8 พรรค ร่วม 2 ส.ค. สรุปสูตรตั้งรัฐบาลไม่มี ‘พรรค 2 ลุง’ ต้องดึงภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนามาเติมเป็นรัฐบาล 265 เสียง พร้อมแจ้งเงื่อนไข สว.ยังไงก็ไม่เอาก้าวไกล เพื่อให้พิจารณาตัดสินใจ มั่นใจ 4 ส.ค.โหวต ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯ ผ่านฉลุยแน่ ขณะที่สว.ยังตั้งแง่โหวตหนุนหวั่นเพื่อไทยตลบหลัง ดึงก้าวไกลร่วมรัฐบาลภายหลัง แถมอ้างขอดูคลิปหาเสียง ‘เสี่ยนิด’ ชูแก้ 112 ก่อน พปชร.กั๊กเคาะโหวตนายกฯ บอกพรรคยังไม่มีมติ ดีลร่วมรัฐบาลยังไม่ชัดเจน รวมไทยสร้างชาติก็นัดประชุม 2 ส.ค.
8 พรรคร่วมนัดถก 2 สค.
วันที่ 31 ก.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการนัดประชุม 8 พรรคร่วมภายหลังนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนฯ ในฐานะประธานรัฐสภา เตรียมออกวาระการประชุมรัฐสภา เพื่อเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ว่า เบื้องต้นจะนัดประชุม 8 พรรคร่วมในวันที่ 2 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย เนื่องจากวันที่ 1 ส.ค. ยังคงเป็นวันหยุด หลายคนยังอยู่ต่างจังหวัด ยังไม่สะดวกมาร่วมประชุม
อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับทั้ง สว.และ สส.จากพรรคต่างๆ จนถึงขณะนี้ ทั้ง สส.และ สว.ยังแสดงความเห็นตรงกันว่าพร้อมจะยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย แต่ต้องไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะหากยังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ พวกเขาก็ยังยืนยันว่าจะไม่ให้เสียงสนับสนุน นี่คือสภาพปัญหาที่เรายังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งก็คงต้องนำไปหารือกันในที่ประชุมพรรคร่วมต่อไป จากนั้นพรรคเพื่อไทยจะได้นัดประชุม ส.ส.ในวันที่ 3 ส.ค.ที่รัฐสภา ก่อนจะโหวตผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ในวันที่ 4 ส.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอเพื่อโหวตเป็นนายกฯ ต่อรัฐสภาวันที่ 4 ส.ค. คือนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค

ประชุมสาขา – นายสุธีรพันธ์ สุขวุฒิชัย หัวหน้าสาขาพรรคประชาชาติ จ.ลำพูน ประชุมสมาชิกพรรคประชาชาติ มีมติเห็นชอบการเลือกตั้งคณะกรรมการสาขาพรรคประชาชาติชุดใหม่ 9 คน และย้ายสำนักงานสาขาพรรค ที่สำนักงานสาขา พรรคประชาชาติ จ.ลำพูน
ดึงพรรคอื่นร่วม-ไม่มี 2 ลุง
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า การนัดหมายประชุมร่วม 8 พรรค ซึ่งจะมีขึ้นก่อนถึงวันประชุมรัฐสภา 4 ส.ค. เพื่อโหวตนายกฯ นั้น พรรคเพื่อไทยเตรียมแจ้งต่อวงประชุม 8 พรรคว่า แนวทางการโหวตนายกฯ ซึ่งจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน จำเป็นต้องดึงเสียงสส.จากพรรคนอกขั้วเข้ามาเติม เพื่อให้เสียงเห็นชอบเกินกว่า 375 เสียง โดยยืนยันว่าสูตรตั้งรัฐบาลของเพื่อไทยจะรับฟังเสียงของประชาชน ลดการต่อต้าน ด้วยการไม่มีพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้ามาร่วมอย่างแน่นอน
นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย จะนำเสนอ ข้อเรียกร้องของสว.และพรรคการเมืองอื่น ที่เตรียมจะมาร่วมสนับสนุนการโหวตนายกฯ ซึ่งไม่ยอมรับพรรคก้าวไกล เพื่อให้ที่ประชุม 8 พรรคตัดสินใจร่วมกัน
สูตร 265 -มีเสี่ยหนูกับลูกท็อป
ข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับสูตรรัฐบาลที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ ซึ่งยืนยันแล้วว่าจะไม่มี 2 ลุง คือไม่มีพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ เพื่อตอบสนองเสียงเรียกร้องของประชาชน ที่ไม่ยอมรับพรรคที่เชื่อมโยงกับคสช. อย่างไรก็ตามเพื่อหาทางออกในการดึงเสียงสส.จากพรรคอื่นมาเพิ่ม และดึงเสียงสว.มาเพิ่ม เพื่อให้โหวตแต่งตั้งนายกฯได้ ดังนั้นคาดว่าจะต้องนำข้อเสนอให้พรรคก้าวไกลร่วมพิจารณาว่า จำเป็นต้องตัดก้าวไกลออกจากรัฐบาลของเพื่อไทย ทั้งนี้ เพื่อไทยจะต้องหาเสียงสส.จากพรรคอื่นเข้ามาทดแทน 151 เสียงของก้าวไกล เพื่อให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากในสภาผู้แทน ต้องเกินกว่า 250 เสียง
มีรายงานข่าวว่า พรรคที่เพื่อไทยทาบทามให้เข้ามาร่วม ได้แก่ ภูมิใจไทย โดยมีการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล แล้ว รวมทั้งได้พูดคุยกับนายวราวุธ ศิลปอาชา เพื่อนำพรรคชาติไทยพัฒนาเข้ามาร่วม และอาจจะมีพรรคเล็กอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งมีสส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของเลขาธิการพรรค พร้อมจะร่วมหนุนอีกส่วนหนึ่ง โดยตัวเลขรวมสส.ในสูตรรัฐบาล ที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ รวมทั้งพรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย จะเป็นรัฐบาล 265 เสียง
มั่นใจ 4 สค.โหวตฉลุย
นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มั่นใจวันที่ 4 ส.ค.จะสามารถเลือกนายกฯได้สำเร็จ เนื่องจากการเลือกตั้งผ่านมา 2 เดือนกว่าแล้ว ประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลใหม่ไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จัดทำงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐิกจ ตามที่ฝ่ายต่างๆ ออกมาเรียกร้อง ถ้าการตั้งรัฐบาลช้าออกไปประเทศจะเสียประโยชน์ แนวคิดที่จะให้รอเลือกนายกฯ ไป 10 เดือนเพื่อให้สว.หมดอำนาจ คงเป็นไปได้ยากเพราะประชาชนรอรัฐบาลอยู่
ส่วนสมการรัฐบาลใหม่ เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องตัดสินใจ ข้อมูลข้อเท็จจริงแต่ละพรรคชัดเจนหมดแล้ว เวลานี้ไม่ใช่เวลาหาข้อมูล แต่เป็นเวลาตัดสินใจบนข้อมูลและท่าทีทางการเมืองของแต่ละพรรคเท่าที่มี ส่วนองค์ประกอบของรัฐบาลคงต้องรอฟังคณะเจรจาของพรรคที่จะมาแจ้งสส. ในการประชุมพรรควันที่ 3 ส.ค.ว่าสุดท้ายจะเป็นตามที่มีการวิเคราะห์หรือไม่ ส่วนจะเป็นอย่างไรเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ และดีที่สุดในสมการการเมืองและตัวเลือกที่มี โดยเคารพเจตจำนงของประชาชนและเคารพประชาธิปไตย และได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาของประเทศต่อไป
พปชร.กั๊กเคาะโหวตนายกฯ
นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และกก.บห.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงทิศทางการโหวตเลือกนายกฯของพรรคว่า พรรคยังไม่มีมติเพราะยังไม่ทราบว่าจะมีการเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ หรือมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ต้องรอดูก่อนถึงจะตัดสินใจได้ ถ้าเป็นแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย ก็ต้องมีข้อแม้ว่ามีพรรค ก้าวไกลร่วมหรือไม่ คงต้องพูดคุยในวันนั้น เมื่อถามว่า การโหวตเลือกนายกฯ จะจบวันที่ 4 ส.ค.หรือไม่ นายไผ่กล่าวว่า ถ้ามีการเสนอชื่อวันนั้นก็จบ เพราะพรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาล คงมีความพร้อม ไม่เช่นนั้นต้องเสียแคนดิเดตนายกฯ ไปหนึ่งคน และคงเป็นแบบนั้นไม่ได้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทย ดีลตั้งรัฐบาลกับพลังประชารัฐแล้ว นายไผ่กล่าวว่า ไม่มี ถ้าดีลกันเรียบร้อยจริงต้องมีการแถลงข่าว ข่าวที่ออกมาแค่คิดไปเองหรือวิเคราะห์ตามความน่าจะเป็นมากกว่า และตนคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคหลายคน ยังไม่มีความชัดเจน
รทสช.ถก 2 สค.ก่อนโหวตนายก
นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เผยว่า 2 ส.ค. เวลา 16.00 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคนัดหมาย สส.พรรคประชุมเพื่อกำหนดทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะประชุมรัฐสภากันวันที่ 4 ส.ค. ให้ไปในแนวทางเดียวกัน จากนั้นวันที่ 3 ส.ค. เตรียมจัดพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยจะเริ่มพิธีในเวลา 10.00 น. มีพิธีทางศาสนาอิสลาม 10.30 น.เป็นพิธีทางพุทธศาสนา ถวายภัตตาหารเพล พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวัน
โวยพิธาใช้มวลชนกดดัน
นายธนกรกล่าวว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ยังคงเดินสายพบประชาชน ระดมมวลชนจัดชุมนุมเพื่อกดดันพรรคที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลต่อเนื่อง ทั้งที่ควรใช้เวลานี้ ตรวจสอบข้อกฎหมายและหาทางช่วยสส.ที่จะถูกดำเนินคดี มากกว่าใช้เวลาไปเดินสายพบมวลชน สะท้อนว่านายพิธาไม่ได้ห้ามปรามแต่กลับเห็นด้วยในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของกลุ่ม ผู้สนับสนุน แกนนำพรรคก้าวไกลยังออกมาแสดงความเห็นกดดันไปยังพรรคที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลทั้งที่พรรคก้าวไกล ประกาศให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
หลังดูทิศทางการเมืองแล้วกลัวตัวเองจะถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ พรรคก้าวไกลจึงออกมาขู่ต่างๆนานา รวมถึงใช้มวลชนมากดดันซึ่งเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม การจัดการชุมนุมกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจประเทศ อยากให้พรรคก้าวไกลคิดให้ดี
ก้าวไกลสวน-ตรรกะวิบัติ
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายธนกร ระบุ “ตรรกะวิบัติ การออกไปรับฟังปัญหาประชาชนคือจิตสำนึกพื้นฐานของนักการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติเองควรเอาอย่างบ้างจะได้เรียนรู้ที่จะรับฟังเสียงประชาชน”
ขอสื่อสารกลับไปยังนายธนกร 3 ข้อ 1. เหตุใดไร้จิตสำนึกในฐานะนักการเมือง ที่บอกการเดินสายไปรับฟังปัญหาประชาชนในวันที่ว่างจากงานสภาทำให้ประเทศเสียหาย อย่าเอาแบบอย่างจากนายกฯ รักษาการมาเป็นบรรทัดฐาน อาจไม่คุ้นชิน นักการเมืองที่มาจากประชาชนการเข้าไปหาประชาชนคือหน้าที่ 2. เสนอให้นายธนกร หรือแคนดิเดต นายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติออกไปรับฟังเสียงประชาชนบ้างว่าตอนนี้เขาอยากได้อะไร อยากให้ประเทศเดินหน้าไปแบบไหน เผื่อจะละอายแก่ใจในการขัดขวางผลการ เลือกตั้ง
3. ที่งงที่สุดคือตรรกะวิบัติ ที่บอกการ ออกมาส่งเสียงของประชาชนให้ “เคารพผลการเลือกตั้ง” ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายนั้น ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายไปแล้วตั้งแต่วันที่ สว.ร่วมกับพรรคกลุ่มอำนาจเก่า ขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีเสียงถึง 312 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร แล้วพยายามสร้าง deadlock ทางการเมืองผ่านสูตรการจัดตั้งรัฐบาลแบบพิสดาร ไม่มีประเทศประชาธิปไตยไหนในโลกที่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ หวังว่านายธนกรซึ่งเป็น ส.ส.จะลดเวลาให้ความเห็นแปลกๆ กับสื่อมวลชนลง เอาเวลาไปรับฟังสิ่งที่ประชาชนต้องการให้มากๆ
ไอติมหวัง 8 พรรคจับมือกันแน่น
ที่พรรคก้าวไกล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถึงความมั่นใจทั้ง 8 พรรค ยังจับมือกันเหนียวแน่นว่า ยังมีความคาดหวังเช่นนั้น และคิดว่าเป็นความต้องการของประชาชนที่สะท้อนผ่านการเลือกตั้ง ส่วนความคืบหน้าขอให้ คณะเจรจาเป็นผู้ชี้แจง ส่วนวันนี้เข้าพรรคมาเพื่อเตรียมร่างกฎหมายที่ยื่นสภาไปหลายร่างแล้ว ซึ่งพรรคยื่นไปแล้ว 2 ชุด คือการปฏิรูปกองทัพ ที่มีทั้งหมด 5 ร่าง หนึ่งในนั้นคือการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร และอีกชุดการแก้ไขปัญหาเรื่องทุนผูกขาด สุราก้าวหน้า และพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า เพื่อผลักดันเข้าสภาต่อไป
ส่วนการผลักดันการแก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ สว. เพราะต้องใช้เสียงสว.เห็นชอบด้วย ถึง 1 ใน 3 นายพริษฐ์กล่าวว่า ต้องดูว่าจะเข้าสู่สภาเมื่อไร พรรคก้าวไกลคาดหวังว่าจะมีเสียงสนับสนุนเพียงพอจากรัฐสภารู้ว่าเป็นภารกิจที่ท้าทาย เพราะเคยมีการเสนอร่างไปแล้วใน 3 ถึง 4 ครั้งที่ผ่านมา แต่เราเห็นว่าเคยมี สว.ที่เคยสนับสนุนเรื่องนี้มาแล้วถึง 63 คน ฉะนั้นจะให้ถึงเป้าต้องมีเสียง สว.โหวต 83 คน ก็จำเป็นต้องหาเสียง สว.มาเพิ่มเติม เมื่อถามว่าเรื่องมาตรา 272 ได้หารือกับพรรคเพื่อไทยเพิ่มเติมหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า อย่างไรต้องมีการหารือกันอยู่แล้ว ถ้าดูจากจุดยืนของแต่ละพรรคที่ผ่านมาทั้งสองซีก ความจริงเรื่องมาตรา 272 ได้รับการสนับสนุนจากหลายพรรค พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยเห็นชอบ
ทสท.ยังไม่ชัดร่วมพท.
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์กรณีจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่า ยังไม่มีการคุยกันภายในพรรค ต้องมีการพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเราต้องฟังผลสรุปในวันที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน เมื่อฟังผลสรุปแล้วจะมีการหารือภายในพรรคในวันนั้น เพื่อพูดคุยว่าผลในที่ประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทย แจ้งมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เรายังไม่ทราบอะไรที่เป็นทางการออกมา
สว.ตั้งแง่โหวตหนุน‘เศรษฐา’
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวถึงกระแสข่าวทิศทางการโหวตนายกฯ 4 ส.ค.นี้ ที่พรรคเพื่อไทยสามารถรวบรวมเสียงพรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา มาร่วมสนับสนุนได้ และพรรคก้าวไกลก็ยินดีโหวตสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทย แต่จะไม่ขอเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ว่า เคยได้ยินสูตรนี้มาเช่นกัน ถ้าทำได้จริงก็ไม่ต้องพึ่งเสียงสว.ช่วยโหวตนายกฯ เพราะใช้เสียง สส.อย่างเดียวก็เกิน 376 เสียงแล้ว ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทยจะโหวตสนับสนุนให้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นนายกฯแล้ว ไปเอาพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลด้วยก็ต้องรับผิดชอบที่รับปากแล้วแต่เปลี่ยนใจภายหลัง
ส่วนจุดยืนการโหวตนายกฯของสว.นั้น ยืนยันไม่โหวตสนับสนุนพรรคที่คิดจะแก้มาตรา 112 ล่าสุดเพิ่งเห็นคลิปนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ที่เคยพูดถึงแนวทางการแก้ไขมาตรา 112 ตอนหาเสียงเลือกตั้ง จึงขอนำคลิปดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาโหวตเลือกนายกฯ ก่อน ยังไม่สามารถให้คำตอบได้จะโหวตเลือกนายเศรษฐาหรือไม่ แม้ในเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมรัฐบาลไม่ระบุเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 และพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนไม่แก้มาตรา 112 แต่ติดอยู่ที่นายเศรษฐาเคยพูดตอนหาเสียงจะแก้มาตรา 112 จึงอยากได้ยินคำตอบที่ชัดเจนจากปากนายเศรษฐา มีความคิดจะแก้มาตรา 112 จริงหรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจโหวตนายกฯ
ไล่บี้พท.ประกาศเทก้าวไกล
ด้าน นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. กล่าวว่า กระแสข่าวสูตรโหวตนายกฯ 4 ส.ค.นี้ ที่จะดึงพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคก้าวไกลร่วมโหวตให้ด้วย แต่พรรคก้าวไกลจะไม่ขอเป็นรัฐบาลนั้น จะแน่ใจได้อย่างไรจะไม่มีการตั้งพรรคก้าวไกลมาเป็นรัฐบาลภายหลังโหวตนายกฯ ไปแล้ว เป็นสูตรที่ดูแล้วไม่ค่อยสบายใจ ยังน่าสงสัย เพราะคลุมเครือไม่ชัดเจน สูตรนี้แม้เป็นไปได้แต่ไม่ควรทำ ถ้าหลวมตัวโหวตหนุนไปแล้วพรรคเพื่อไทยไปจับมือพรรคก้าวไกลภายหลังจะยิ่งเกิดความวุ่นวายระดับแผ่นดินไหวรุนแรง อยากให้พรรคเพื่อไทยประกาศให้ชัดเจนก่อนวันโหวตนายกฯ ว่า จะมีพรรคใดร่วมจัดตั้งรัฐบาลบ้าง ถ้ามีความชัดเจนว่าไม่มีพรรค ก้าวไกลร่วมด้วย สว.ก็พร้อมโหวตให้พรรค เพื่อไทยเป็นนายกฯ
เชื่อเพื่อไทยดีลสว.ได้
นายวันชัย สอนศิริ สว. กล่าวถึงการโหวตนายกฯ จากเพื่อไทยว่า ส่วนตัวยังยึดหลักการเดิมคือ ใครรวมเสียงข้างมากได้ก็เลือกคนนั้น ในส่วน สว.จากการแสดงผลการโหวต 2 ครั้ง 13 ก.ค. และ 19 ก.ค. เป็นที่แน่ชัดไม่เอาพรรคก้าวไกล ดังนั้นการโหวตครั้งต่อไปถ้าไม่มีพรรคก้าวไกล เชื่อว่าผลการโหวตเลือก นายกฯ จะเปลี่ยนแปลงไปมาก รวมถึงเชื่อมั่นศักยภาพเพื่อไทยจะประสานได้ทุกกลุ่ม รวมถึงสว.
เมื่อถามว่าจะโหวตให้พรรคที่รวมเสียงข้าง มากหมือนเดิม แม้รัฐบาลเพื่อไทยจะไม่มีพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติร่วมด้วย นายวันชัยกล่าวว่า ยึดถือหลักการเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าใครจะรวมเสียงข้างมากได้ ไม่ว่าจะซีกใด ถือหลักว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ต้องยึดเสียงข้างมาก
เมื่อถามว่าสว.จะหารือกันก่อนโหวตเลือกนายกฯ 4 ส.ค.หรือไม่ เพราะมี สว.บางคน เริ่มตั้งเงื่อนไขเรื่องคุณสมบัติแคนดิเดตพรรคเพื่อไทย นายวันชัยกล่าวว่า ถึงตอนนี้ยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ แต่หารือกันเป็น กลุ่มมีการพูดคุยอยู่ โดยหลักการสว. ส่วนใหญ่ที่ฟังมา ยังเป็นหลักการเดียวกันกับการโหวตสองครั้งที่ผ่านมา หากไม่มีพรรคก้าวไกลแล้วมองว่าปัญหาที่เคยเป็นเงื่อนไขจะหมดไป
จตุพรไม่เชื่อราบรื่น
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “ตามคาด?.” ว่า เมื่อการแก้มาตรา 112 เป็นหลักยึดมั่นของ สว. และฝ่ายข้างน้อย 188 เสียงอ้างเป็นเหตุไม่ลงมติรับรองนายพิธา เป็นนายกฯ ดังนั้น ต้องไม่โหวตผ่านนายเศรษฐา เพราะช่วงหาเสียงนายเศรษฐาเป็นอีกคนหนึ่งที่ยืนยันแก้มาตรา 112 มีคลิปเสียงยืนยันชัดเจนในโซเชี่ยล มีเดีย ถ้า สว.อ้างแก้มาตรา 112 เป็นเหตุไม่อาจรับรองให้เป็นนายกฯ มีมาตรฐานกับพรรคก้าวไกลอย่างไรต้องปฏิบัติต่อนายเศรษฐาอย่างนั้นเช่นกัน และฝ่าย 188 เสียงต้องยืนยันมาตรฐานคนแก้มาตรา112 เป็นนายกฯ ไม่ได้ด้วย
อีกอย่างก่อน 4 ส.ค. ข้อมูลกรณีซื้อที่ดินที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เตรียมไว้จะหลุดออกมา จึงเชื่อว่า 4 ส.ค.คงไม่ได้นายกฯ อีก
ขานรับนโยบายศก.เพื่อไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีรัฐสภานัดโหวตนายกฯ 4 ส.ค. ขณะที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอชื่อนายเศรษฐา เริ่มมีเสียงตอบรับจากประชาชนและหลายภาคส่วนที่คาดหวังต่อนโยบายเศรษฐกิจของเพื่อไทยนั้น จะพบว่าหัวใจการบริหารของเพื่อไทยคือ “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส” ทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จีดีพีเติบโตเฉลี่ยอย่างต่ำปีละ 5% โดยใช้แนวคิด “รดน้ำที่ราก” เพื่อให้ต้นไม้งอกงามทั้งต้น
โดยมีนโยบายที่น่าสนใจ 1) กระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ เติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ผู้ที่มีอายุ 16 ปีทุกคน นำไปใช้จ่ายใกล้บ้านในรัศมี 4 กิโลเมตร ระยะเวลาใช้จ่าย 6 เดือน 2) นโยบายสร้างประเทศด้วยนวัตกรรมและดิจิทัลผ่านเขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) 3)เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ปริญญาตรีเงินเดือน 25,000 บาท ภายในปี 2570
14 นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
4) ทุกครัวเรือนมีรายได้ไม่น้อยกว่า 20,000 บาท เติมรายได้ด้วยความรู้และนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ 5) แก้หนี้นอกระบบ 14 ล้านราย 6) แก้ปัญหาหนี้เอสเอ็มอี 2 แสนล้านบาท 7) สนับสนุนธุรกิจสมัยใหม่ลงทุนในไทย เพิ่มฐานภาษีธุรกิจใหม่ 8) พักหนี้เกษตรกร 3 ปี เพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่าภายในปี 2570 จากรายได้เฉลี่ย 10,000 บาท/ไร่/ปี เพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี 9) หวยบำเหน็จ ออมเงินผ่านกลไกสลากกินแบ่งรัฐบาล
10) รถไฟฟ้ากทม. 20 บาทตลอดสาย ขยายเส้นทางระบบรางทั่วประเทศ เชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ 11) ยกระดับบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค โดยบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทั่วไทย 12) ปรับลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซ ทันที เพื่อลดภาระในการเข้าถึงแหล่งพลังงานในชีวิตประจำวันให้ประชาชน 13) เปิดประตูการค้า เสริมโอกาสการต่างประเทศ หนังสือเดินทางไทย เดินทางได้ทั่วโลก 14) เร่งรัดออกโฉนด แก้กฎหมายพิสูจน์สิทธิ จัดหาที่ทำกิน 50 ล้านไร่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ
วุ่นข่าว‘พิธา’ลุยสระบุรี
วันเดียวกัน เพจก้าวไกลสระบุรีเผย แพร่กำหนดการนายพิธา เตรียมลงพื้นที่ 1 ส.ค.นี้ ระบุ “เป็นทางการตามคำเรียกร้อง มาแบบด่วนๆ ทำงานต่อไม่รอโหวตนายก” พร้อมกำหนดการลงพื้นที่รับฟังปัญหาและผลกระทบจ่กการสร้างโรงงานฆ่าชำแหละไก่/การปรับผังเมืองในเขตพื้นที่ ต.หนองยาวและต.ปากข้าวสาร และปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม และค่ำไปเวียนเทียนที่วัดพระพุทธฉาย ก่อนที่เฟซบุ๊ก ‘ราชธีร์ อินทร์’ โพสต์ระบุ ขบวนการทำลายสถาบันรุกคืบวัดและ เจ้าอาวาส วัดไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ระบุชื่อ พระราชธีราภรณ์เจ้าอาวาสวัดพระพุทธฉาย พร้อมโพสต์รูปภาพพระราช ธีราภรณ์
จากนั้น น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคก้าวไกล แจ้งว่า 1 ส.ค. นายพิธาจะปฏิบัติภารกิจส่วนตัวกับครอบครัว ไม่ได้มีกำหนดการไปสระบุรี แต่เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อนกับทีมงานจ.สระบุรีกับทีมงานส่วนกลาง
ขณะที่ เวลา 19.45 น. นายพิธาโพสต์ เฟซบุ๊ก “ไม่ค่อยสบาย ของดภารกิจ 1 วัน คือวันที่ 1 ส.ค. ขออภัยทุกท่าน”
‘สมเกียรติ’สละคิวขึ้น‘อสส.’ปี67
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการที่จะจัดทำบัญชีพิจารณาเลื่อนตำแหน่งและแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการวาระวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งเป็นปีงบประมาณใหม่ หลังก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบให้แต่งตั้ง นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ รองอัยการสูงสุด เป็นอัยการสูงสุด คนที่ 18 ต่อจาก น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ที่จะพ้นวาระบริหารในวันที่ 30 ก.ย. 66 เเละมีผลวันที่ 1 ต.ค.66
รายงานข่าวแจ้งว่า นายสมเกียรติ คุณวัฒนานนท์ รองอัยการสูงสุดอาวุโสอันดับ 2 ที่มีคิวอาวุโสเเละมีโอกาสถูกเสนอชื่อเป็นอัยการสูงสุด ต่อจากนายอำนาจที่จะได้ขึ้นเป็นอัยการสูงสุดวันที่ 1 ต.ค.นี้ ได้ยื่นขอเป็นอัยการอาวุโส ต่ออัยการสูงสุด ซึ่งขั้นตอนต่อไปอัยการสูงสุดก็จะเสนอเรื่องให้ ก.อ. เห็นชอบ ก่อนเสนอโปรดเกล้าฯ ตามขั้นตอนเเละจะมีผล 1 ต.ค.66 ซึ่งจะส่งผลให้ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ เลื่อนคิวขึ้นมาเป็นรองอัยการสูงสุดอาวุโสลำดับที่ 1 เเละมีโอกาสถูกเสนอชื่อดำรงตำเเหน่งอัยการสูงสุดต่อจากนายอำนาจ เเทนในช่วงต.ค.67
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ที่จะมีข่าวว่านายสมเกียรติจะขอเป็นอัยการอาวุโส ได้มีผู้ใหญ่ในองค์กรอัยการหลายคนห้ามปรามโดยขอให้พิจารณาดูอีกที ก่อนหน้าที่นายสมเกียรติจะเป็นข้าราชการอัยการเคยสอบได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาก่อนมาสอบได้เป็นพนักงานอัยการอีกครั้ง ซึ่งนายสมเกียรติเคยผ่านงานอยู่หน้าห้องอัยการสูงสุดหลายคน อาทิ นายชัยเกษม นิติสิริ และนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ จึงเห็นภาพลักษณะการทำงานของอัยการสูงสุดชัดเจน