เหยื่อบึ้มพุ่ง500 ส่งทีมดูแลจิตใจ

ตร.ออกหมายเรียกสอง ผัวเมียเจ้าของโกดังพลุระเบิด สุไหงโก-ลก นราธิวาส ถ้าไม่มาเจอหมายจับ ผบช.ภาค. 9 เผยเจ้าของโกดังเคยต้องคดีกักตุนดอกไม้ไฟปี 59 โดนสั่งฟ้องไปแล้ว เตรียมไล่บี้ 5 กระทรวงที่ตรวจสอบ แม่ทัพภาค 4 ย้ำ สุไหงโก-ลก ยังเป็นพื้นที่กฎอัยการศึก ระดมกำลังพลดูแลเหยื่อ ผวจ.นราธิวาสเร่งเยียวยา ผู้ประสบภัย เข้าแจ้งความเสียหายเพิ่มอีก 164 ราย ยอดรวม 492 ราย หลังประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ปลัด สธ. เผยผู้ได้รับผลกระทบ 365 ราย ทีม MCATT ประเมินสุขภาพจิต 251 ราย พบภาวะเสี่ยง 77 ราย ส่วนใหญ่เครียด ห่วงเด็กวัย 17 เดือนนอนสะดุ้ง ผวาตลอด

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์โกดัง พลุระเบิดในพื้นที่ตลาดมูโนะ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ศอ.บต.ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ จึงได้ประสานกรมสุขภาพจิต โดยนพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นราธิวาส สั่งการให้เปิด ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ โดยกำหนดให้ ร.พ.สุไหงโก-ลก เป็นโรงพยาบาลหลัก ในการรับผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา และ มอบหมายให้ร.พ.ใกล้เคียงเตรียมเตียงรองรับผู้ประสบภัย 143 เตียง

เยียวยา – ทีมเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต ร.พ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เข้าเยียวยาจิตใจผู้ประสบเหตุพลุระเบิดที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กว่า 200 ราย ซึ่งมีภาวะตื่นตระหนก พร้อมเฝ้าระวังภาวะเครียดฉับพลันและซึมเศร้า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

นายชนธัญกล่าวว่า ส่วนร.พ.จิตเวช สงขลาราชนครินทร์ ได้ประสานกับทีม ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤตของโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงของ จ.นราธิวาส ที่เข้าประจำการที่ศูนย์พักพิงตำบลมูโนะ เพื่อประเมินสถานการณ์เบื้องต้นและดูแลจิตใจประชาชนตามแนวทางมาตรฐานตั้งแต่ช่วงเวลาหลังเกิดเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง

นายชนธัญกล่าวต่อว่า กรมสุขภาพจิต โดย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้มอบหมายให้ร.พ. จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 ส่งทีม MCATT ของหน่วยงานลงสนับสนุนการดำเนินงานดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. เพื่อประชุมวางแผน ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต และบูรณาการความช่วยเหลือร่วมกับทีมจากสสจ.นราธิวาส และทีม MCATT จากร.พ. ในพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง

ส่วนกรณีการให้ความช่วยเหลือเพื่อเป็นการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบบ้านเรือนเสียหาย และบางส่วนเสียชีวิต นายชนธัญกล่าวว่า มีแนวทางการช่วยเหลือ 2 ช่องทาง คือจากสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ตามหลักเกณฑ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายชนธัญกล่าวว่า กรณีเสียชีวิต ค่าจัดการศพรายละ 50,000 บาท เงินทุนเลี้ยงชีพ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ครอบครัวละ 30,000 บาท เงินทุนเลี้ยงชีพครอบครัวผู้เสียชีวิต บุตรอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ อีกครอบครัวละ 50,000 บาท ที่มีกรณีบาดเจ็บ เงินทุน เลี้ยงชีพผู้บาดเจ็บสาหัสรายละ 30,000 บาท เงินทุนเลี้ยงชีพผู้บาดเจ็บทั่วไปรายละ 15,000 บาท บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ค่าวัสดุ ในการก่อสร้าง/ซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย ตามความเสียหายเท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินหลังละ เสียหายทั้งหลัง (เกิน 70%) 230,000 บาท เสียหายมาก (30%-70%) 70,000 บาท เสียหายน้อยกว่า (30%) 15,000 บาท ค่าเครื่องอุปโภค และเครื่องใช้อื่นๆ ที่จำเป็น (เฉพาะบ้านเรือนที่เสียหายทั้งหลังและเสียหายมาก) ครัวเรือนละ 5,000 บาท

นายชนธัญกล่าวว่า ในส่วนของกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กรณีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ค่าวัสดุในการก่อสร้าง/ซ่อมแซมบ้านเรือน ที่เสียหาย ตามความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริง กรณีเสียหายทั้งหลัง ไม่เกินหลังละ 49,500 บาท กรณีเสียชีวิตช่วยเหลือรายละ 29,700 บาท หากผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำครอบครัวจะให้ การช่วยเหลือเพิ่มอีกรายละ 29,700 บาท

นายชนธัญกล่าวว่า ศอ.บต.ร่วมกับทุก ภาคส่วนจะได้เร่งให้ความช่วยเหลือ และติดตามการให้ความช่วยเหลือทุกกรณีเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี และหากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ ดังกล่าวยังคงต้องการการช่วยเหลือจาก หน่วยงานรัฐ ขอให้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรม ศอ.บต. ทางโทร.1880 เพื่อจะได้เร่งงานประสานหน่วยงานทุกหน่วยงานเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว

พญ.อัมพร อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้ได้รับการเยียวยากว่า 200 คน ทั้งนี้ ผู้ประสบเหตุและผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในภาวะตื่นตระหนกจากการ เผชิญกับความสูญเสียในรูปแบบต่างๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การมีภาวะวิตกกังวล ความหวาดกลัว ความเครียด ความเศร้าที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นได้รวมถึงการเสียชีวิตของเด็กและผู้ปกครองที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและต้อง เฝ้าระวังในระยะต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ได้เน้นการเฝ้าระวังภาวะเครียดฉับพลัน (Acute Stress Disorder : ASD) ภาวะซึมเศร้า (Depression) การป้องกันไม่ให้ใช้ยาเสพติดเพื่อเยียวยาตนเองในกลุ่มเสี่ยง และมีการติดตามต่อเนื่องผ่านระบบฐานข้อมูล CMS (Crisis Mental Health Surveillance System) ของกรม สุขภาพจิต เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับการดูแลเยียวยาจิตใจตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนทรัพยากรด้านต่างๆ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานความช่วยเหลือแก่ ผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยทรงรับผู้ป่วยที่เข้ารับ การรักษาในร.พ.สุไหงโก-ลก ทั้ง 10 ราย ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้ป่วยและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

ส่วนการดูแลด้านจิตใจ ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ได้เข้าประเมินและเยียวยาจิตใจจำนวน 251 ราย พบผู้มีภาวะเสี่ยงจำนวน 77 ราย ใน 32 ครัวเรือน โดยพบมากสุดคือ ภาวะเครียด 60 ราย ที่เหลือนอนไม่หลับ/ผวาฝันร้าย 6 ราย ใจสั่น 5 ราย เหม่อลอย 3 ราย หวาดระแวง 1 ราย ซึมเศร้า 1 ราย และมีเด็กอายุ 17 เดือน 1 ราย นอนสะดุ้ง ผวาตลอด ซึ่งทีม MCATT ในพื้นที่จะติดตามดูแลต่อเนื่องจนกว่าสภาพจิตจะเข้าสู่ภาวะปกติ

นพ.ชัยวัฒน์ นพ.สสจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า ทางครอบครัวของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งนอนรักษาตัวที่ร.พ.สุไหงโก-ลก ต่างซาบซึ้งและรู้สึกดีใจอย่างหาที่สุดมิได้ ที่รับทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ความช่วยเหลือรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 10 ราย ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

สำหรับรายชื่อผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัว อยู่ที่ตึกศัลยกรรมชายทั้งหมด 10 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.สุรียานี เจ๊ะดอเลาะ อายุ 20 ปี มีแผลถลอกบริเวณใบหน้า โหนกแก้ม 2.น.ส.ซารีมะ บินมะมิง อายุ 51 ปี ใบหน้า ตาบวม จากสะเก็ดระเบิด 3.ด.ญ.บูรูลกัสมี เจ๊ะอารง อายุ 12 ปี 4.นายสะแลแม ซาเม๊าะ อายุ 88 ปี มีแผลเปิดบริเวณโหนกแก้ม ศีรษะ นิ้วนางข้างซ้าย 5.น.ส.ไลลา เชิญชมภู อายุ 29 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณใบหน้า

6.น.ส.มานียะ เชิญชมภู อายุ 35 ปี 7.นายอัฏนันทร์ จ้ะดือราแม อายุ 22 ปี 8.นางลิเนีย มูฮัมหมัด อายุ 36 ปี 9.ด.ญ.อัยรินลดา เปาะนิ อายุ 7 ขวบ และ 10.น.ส อาเดะซา อาเช็ง อายุ 32 ปี

ขณะที่วันนี้บริเวณหน่วยปฐมพยาบาล ณ กองอำนวยการ มีผู้ป่วยเข้ามารับบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่เน้นการสอบถามเพื่อพูดคุยดูสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย

ด้านนายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า วันเดียวกันมีผู้มาแจ้งความเสียหายเพิ่มอีก 164 ราย จาก เมื่อวานนี้ 365 ราย รวมขณะนี้มีผู้เสียหาย ทั้งสิ้น 492 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 12 ราย ระบุตัวตนได้แล้ว 10 ราย ส่วนอีก 2 รายได้ส่งพิสูจน์ดีเอ็นเอที่ร.พ. สงขลานครินทร์เพื่อยืนยันอีกครั้ง ขณะที่ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่พักอาศัยส่วนใหญ่กระจาย ไปพักอยู่บ้านญาติ และยังคงเหลือพักที่ศูนย์พักพิง 13 ราย

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับผู้ป่วย 10 รายเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ และ ทางจังหวัดได้ขอรับพระราชทานโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารเลี้ยง และได้รับการสนับสนุนโรงครัวจากเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และโรงครัวทหาร ร่วมประกอบอาหารเลี้ยง รวมจำนวนมื้อละ 1,500 ชุด วันละ 3 มื้อเป็นประจำทุกวัน และมีผู้บริจาคเงิน สิ่งของ น้ำดื่มและข้าวกล่อง เสื้อผ้า จำนวน 74 ราย และในด้านการสำรวจความเสียหายทางจ.นราธิวาสได้บูรณาการจัดชุด เจ้าหน้าที่ช่าง ผู้นำในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ อบต.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลบ้านเรือนเสียหายจำนวน 7 ชุด คาดว่าจะสำรวจแล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน” นายสนั่นกล่าว

นายสนั่นกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ทางจังหวัดได้มอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข โดยเร็ว รวมทั้งจะได้มีการเปิดบัญชีรับบริจาคเงินช่วยเหลือเพื่อสร้างบ้านแก่ผู้ประสบภัย ต่อไป

นายสนั่นกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบบริเวณร้านเพิ่มเติมในวันเดียวกัน พบว่ามีประทัด ดอกไม้เพลิง และพลุอีกจำนวนหนึ่ง ตนพร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสและฝ่ายทหารจึงนำกำลังพล อส. ตำรวจ และทหาร ขนย้ายออกจากร้านและ นำไปเก็บรักษาไว้ที่กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

นายสนั่นกล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่เกิดเหตุ ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และได้ประกาศเป็นพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแล้ว ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ความเสียหายทั้งหมด โดยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนขอให้มาลงทะเบียนและแจ้งชื่อไว้กับทางหน่วยงานในพื้นที่

พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า จ.นราธิวาสยังเป็นพื้นที่ประกาศ กฎอัยการศึกอยู่แล้วเพราะเป็นพื้นจังหวัดที่ติดกับชายแดน แต่การดูแลเยียวยาผู้ประสบภัย โกดังเก็บพลุดอกไม้ไฟระเบิด ทางกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กับผวจ.เป็นผู้ดูแล โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับหน่วยงานราชการทุกภาคส่วนกำลังดำเนินการอยู่ทั้งหมด และทางกองทัพภาคที่ 4 ได้จัดกำลังพล พร้อมยุทโธปกรณ์ทั้งหมดลงไปในพื้นที่ โดยให้ทางจังหวัดเป็นหลักในการดำเนินการทางทหารเราก็ดูแลอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในทุกด้าน เช่น การเปิดโรงครัวเคลื่อนที่

ต่อมา นายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัย และตรวจเยี่ยม การปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามา สนับสนุนการปฏิบัติงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยตำบลมูโนะ โดยมีนายสนั่น ผวจ.นราธิวาส กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายนริศกล่าวว่า มีความห่วงใยผู้ประสบภัย เนื่องจากในพื้นที่ประสบความเดือดร้อนจากอุทกภัยในห้วงที่ผ่านมา จนกระทั่งมีเหตุการณ์โกดังเก็บประทัดระเบิดในครั้งนี้ที่เกิดความสูญเสียรุนแรง ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนได้ผ่านพ้นจากความทุกข์ในครั้งนี้ โดยเร็วที่สุด

ด้านนายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ประสานการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเช่นกัน

นายมงคลชัยได้ชี้แจงถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีว่า นายกฯ มีข้อสั่งการให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็น หน่วยประสานงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือ ดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน ผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและครอบคลุม เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปให้ได้

ลงพื้นที่ – นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา พร้อมด้วยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ เกิดเหตุโกดังพลุระเบิดในตลาดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบเหตุ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

ขณะที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้ เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ พบปะประชาชน ผู้ประสบภัย เพื่อพูดคุยให้กำลังใจ รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหา และการช่วยเหลือต่างๆ ก่อนเดินทางไปยังศูนย์อำนวยการ เฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และเดินทางไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจผู้ประสบเหตุ รวมทั้งไปเยี่ยม ผู้ได้รับบาดเจ็บที่ร.พ.สุไหงโก-ลกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เจ้าหน้าที่ได้เข้าค้นบ้านพักและร้านค้าของนายสมปอง ณะกุล เจ้าของโกดังพลุ ที่ระเบิดในตลาดมูโนะ หมู่ 1 ต.มูโนะ อ.สุไงโก-ลก โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้กุญแจจาก ลูกน้องนายสมปอง ซึ่งเป็นคนดูแลร้านและบ้านพัก เพราะนายสมปองพาภรรยาและครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัด จากการตรวจค้น 2 จุดใหญ่ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 2 ห้อง และอาคารพาณิชย์ 1 ชั้น 2 ห้อง ซึ่งอยู่ติดกัน โดยเปิดเป็นร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร มีกล่องกระดาษวางอยู่ 144 กล่อง และกระสอบใส่น้ำตาลทราย 20 กระสอบ เมื่อ แกะออกพบดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดไผ่เงิน บรรจุอยู่ภายในมีน้ำหนักประมาณ 1 ตัน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 3 ห้อง ซึ่งไม่มีเลขที่ อยู่บริเวณสามแยกตรงข้ามกับร้านค้า 4 ห้อง 4 คูหา ซึ่งภายในร้านมีการจำหน่ายเบ็ดและอุปกรณ์ตกปลา พบดอกไม้เพลิงวางอยู่ในกล่องกระดาษอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงตรวจ ยึดไว้เพื่อตรวจสอบ พร้อมใช้รถยนต์ 4 ล้อใหญ่ของเจ้าหน้าที่ทหารเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ภายในค่ายกัลยาณิวัฒนาต่อไป

สำหรับการตรวจยึดดอกไม้เพลิงเพิ่มเติม ที่ร้านค้าของนายสมปอง สร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านที่พบเห็น เนื่องจากร้านค้า ห่างจากโกดังเก็บดอกไม้เพลิงที่ระเบิดเพียง 150 เมตร หากเกิดระเบิดซ้ำจะยิ่งสร้าง ความเสียหายให้กับบ้านพักและร้านค้า ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นการซ้ำเติม โดยส่วนใหญ่บ้านพักและ ร้านค้าได้รับความเสียหายจากเหตุโกดังระเบิด มาแล้ว และอยู่ระหว่างการรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ

เยี่ยมเยียน – นายนัจมุดดีน อูมา ร่วมกับ นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย และนายลุตฟี หะยีอีแต ผู้สมัครสส.พรรคภูมิใจไทย เยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยจากเหตุโกดังเก็บประทัดระเบิด ที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ด้านนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ได้ลงนามในโทรสารสั่งการนายอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ถึงกรณีที่ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้าที่บ้านมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก ซึ่งแรงระเบิดเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก นับเป็นเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จ.เชียงใหม่ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือด่วนที่สุด กำชับแนวทางการควบคุม ตรวจสอบผู้รับใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิง แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเป็นมาตรการในการป้องกัน ควบคุม ตรวจสอบเกี่ยวกับการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาต ให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และให้การดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน

นายแมนรัตน์กล่าวว่า ขอให้นายอำเภอดำเนินการตามแนวทางการควบคุมตรวจสอบผู้รับใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิง ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเร่งตรวจสอบสถานที่ที่อาจเป็นโกดังเก็บดอกไม้เพลิงหรืออาคารลักลอบเก็บดอกไม้เพลิง รวมทั้งที่มาของดอกไม้เพลิงดังกล่าวว่าได้มาอย่างไร

ตรวจพลุ – นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจ.สงขลา เข้าตรวจบริษัท โอเอ็นจี ทูเก็ตเตอร์ จำกัด, บริษัท สุรเสียง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท วีแอนด์ เจ ทูเก็ทเตอร์ ใน อ.หาดใหญ่ สถานที่เก็บพลุและดอกไม้เพลิง พร้อม เน้นย้ำความปลอดภัย เมื่อวันที่ 31 ก.ค.

ขณะที่ นายวรณัฏฐ์ หนูรอต รองผวจ.สงขลา เปิดเผยว่า นายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา ได้มอบหมายให้ตนนำหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่จำหน่ายประทัด ดอกไม้เพลิงตรวจสอบใบอนุญาต การจัดทำฉลากสินค้า มาตรฐาน และสถานที่ จัดเก็บประทัด ดอกไม้เพลิง ในพื้นที่และ ให้คำแนะนำต้องสร้างมาตรฐานและความปลอดภัยให้ประชาชน

นายวรณัฏฐ์กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่เก็บรักษาดอกไม้เพลิงใน จ.สงขลา มีผู้ประกอบการที่ขอรับใบอนุญาตในการ เก็บรักษาโดยการสั่งนำเข้าดอกไม้เพลิง 5 ราย อาทิ บริษัท วี แอนด์ เจ ทูเก็ตเตอร์ จำกัด อ.บางกล่ำ จากการตรวจสอบทั้งเรื่องการ เก็บรักษา การระบายอากาศ ระบบป้องกันอัคคีภัยและการติดตั้งระบบของเคมีในกรณี เกิดเหตุ ทางสถานประกอบการมีมาตรการ ไม่อนุญาตให้พนักงานสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้

ส่วนการเข้าตรวจสอบ บริษัท โอเอ็นจี ทูเก็ตเตอร์ จำกัด ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ, บริษัท สุรเสียง (ประเทศไทย) จำกัด ต.ฉลุง และบริษัท วีแอนด์ เจ ทูเก็ทเตอร์ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ นายวรณัฏฐ์กล่าวว่า มีคณะทำงาน ประกอบด้วย ปลัดอาวุโส ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุขอำเภอ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการออกตรวจสถานประกอบการ การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย สถานประกอบการต้อง ส่งให้กับอำเภอในทุก 15 วัน

รายงานข่าวระบุว่า การตรวจค้นดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ใช้อำนาจตามการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคงและความปลอดภัยในราชอาณาจักร

ก่อนหน้านี้ เวลา 09.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภาค 9 ได้เดินทางมายังสภ.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก เป็นประธานในการประชุมร่วมเหตุโกดังเก็บดอกไม้เพลิง ต.มูโนะ ระเบิดเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมี รองผบช.ภ.9, รองผบก.ภ.จว.นราธิวาส และผกก.สภ.มูโนะ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี โดยในที่ประชุม ได้เน้นย้ำในทางคดี การให้การรักษาความปลอดภัยสถานที่เกิดเหตุ เกรงทรัพย์สินของชาวบ้านที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังถูกขโมย โดยเฉพาะต้องรอให้ส่วนที่เกี่ยวข้องมาทำการประเมินความเสียหาย

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจาก สภ.ในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของจ.นราธิวาส ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ. จว.นราธิวาส ได้เดินทางมายังสภ.มูโนะ เพื่อตั้งโต๊ะสอบสวนประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งมีการสอบปากคำเมื่อวานที่ผ่านมา 16 ราย และในวันเดียวกันอีกไม่ต่ำกว่า 50 ราย เพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานทางคดี และใช้เป็นหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประเมินให้การช่วยเหลือในอีกทางหนึ่ง

ต่อมา พล.ต.ท.นันทเดช ผบช.ภ.9 ได้ เดินทางมาตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณโกดังดอกไม้เพลิงระเบิด โดยมีพล.ต.ต.อนุรุธ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นำชี้จุดเกิดเหตุและอธิบายถึงความรุนแรงของระเบิดที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะ 2 หลุมใหญ่ คิดรวมเป็นระเบิดหนักประมาณ 3,300 ก.ก. หรือ 3.3 ตัน ทำให้ตลาดมูโนะได้รับความเสียหายอย่างหนัก

นอกจากนี้ พล.ต.ท.นันทเดชยังได้เดินทางไปดูพ.ต.อ.นิยม สุวรรณคง ผกก.สืบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ร.อ.สรชาติ ศาลารักษ์ ผบ.ร้อย ทพ.1004 และ ร.ท.อัครพัฒน์ อยู่รอบเรียง รอง ผบ.ร้อยป้องกันชายแดนที่ 3 ได้ร่วมกันตรวจยึดดอกไม้เพลิงซึ่งเป็นชนิดลูกบอล จำนวน 180 กระสอบ และดอกไม้เพลิงชนิดต่างๆ อีก 22 ลัง ซึ่งมีน้ำหนักรวมกันประมาณ 900 ก.ก. ที่ถูกเก็บไว้บริเวณชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ 3 ห้อง ไม่มีเลขที่ ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับอาคารพาณิชย์ 4 ห้องของนายสมปอง เจ้าของโกดังเก็บดอกไม้เพลิงที่เกิดระเบิด โดย 2 วันเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดดอกไม้เพลิงของนายสมปอง รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1,900 ก.ก. และเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายไปเก็บไว้เพื่อตรวจสอบยังค่ายกัลยาณิวัฒนาต่อไป

จากนั้นพล.ต.ท.นันทเดชกล่าวว่า สำหรับเจ้าของโกดังเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแล้ว โดย เจ้าตัวนัดมาให้การในวันที่ 1 ส.ค. ถ้าไม่มาจะออกหมายจับ ส่วนกรณีดอกไม้เพลิงที่อยู่ในโกดังก็มีการคำนวณตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและกองพิสูจน์หลักฐาน ความรุนแรงของระเบิดน้ำหนักมากกว่า 1,000 กิโลกรัมขึ้นไป ดอกไม้เพลิงในโกดังต้องมีการตรวจสอบถึงที่มาที่ไป กฎหมายระหว่างเส้นทางมีกฎหมายควบคุมตั้งแต่ขนส่ง เก็บรักษา ค้า เราตรวจสอบได้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบต้องใจเย็นๆ การเอามาเก็บต้องมีลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ต้องมีเอกสารการนำเข้า การส่งออก

“การสร้างโกดังต้องได้รับการอนุญาต การก่อสร้างที่เก็บประทัดดอกไม้ไฟต้องมีลักษณะพิเศษกับการก่อสร้างทั่วไป มีกฎ มีระเบียบชัดเจน ได้สั่งตรวจสอบแล้วเช่นกัน เจ้าของโกดังเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการครอบครอง 5 หรือ 6 ปีที่แล้วคือ ปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งฟ้องไปแล้ว สำหรับการกักตุนดอกไม้เพลิงจำนวนมากตรงนี้มี เจ้าหน้าที่ 5 กระทรวงมาตรวจสอบ เดี๋ยวก็ไล่ตรวจสอบทั้ง 5 กระทรวง ระหว่างนี้ทางตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ในกรณีที่มีการเชื่อมโลหะภายในโกดังถือว่าเป็นการประมาทหรือไม่ต้องสอบสวน ไม่อยากพูดไปมา แต่มีแนวโน้ม เพราะในโกดังมีวัตถุไวไฟ” พล.ต.ท.นันทเดชกล่าว

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาพรวมในพื้นที่ อบต.มูโนะ นั้น นายว่าศักดิ์ เจิมจิระ โยธาธิการและผังเมืองจ.นราธิวาส ได้มอบหมายให้นายนิพัฒน์ ทองคุป เป็นผู้ควบคุมนายช่างจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัดจำนวนกว่า 100 คน เข้าประเมินบ้านพักของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ได้สำรวจไปแล้วจำนวน 329 หลังคาเรือน

ด้านนายมหิศร ปัตนราษฎร์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคปัตตานีเปิดเผยว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากกรมอาชีวะให้ลงพื้นที่เกิดเหตุโกดังระเบิดในพื้นที่ ต.มูโนะ ทางกรมอาชีวะจะระดมนักเรียนนักศึกษาจากกรมอาชีวะลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการซ่อมแซมบ้าน การเดินสายไฟ การซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือประกอบอาชีพ ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนี้โดยติดตามหน่วยงานราชการในพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน