จากกรณีกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ได้รับรายงานจากระบบศูนย์บริหารการแจ้งความออนไลน์ และสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล และหลักฐานทางคดี อาจถูกนำไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือผิดกฎหมาย ผ่านเพจปลอมในชื่อตำรวจไซเบอร์ โดยทำทีมีคนรับเรื่องติดตามแจ้งความร้องทุกข์และให้คำปรึกษา อ้างเป็นนายตำรวจยศพ.ต.อ. เชี่ยวชาญด้านไอที และมีทนายความบริการติดตามเอาทรัพย์สินคืน หลอกลวงทั้งข้อมูลส่วนตัว และเรียกรับเงิน ค่าดำเนินการ
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า มอบหมายพ.ต.ท.อาทิตย์ ชาตินักรบ รองผกก.4 สอท.5 ประสานเจ้าของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเพื่อปิดเพจดังกล่าวแล้ว รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านหน้าเพจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5-CCID5 เพื่อให้ประชาชนทราบควบคู่กับการให้พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองผบก.สอท.5 ในฐานะโฆษก บช.สอท. ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและวิธีการสังเกตป้องกันการเข้าสู่เพจเฟซบุ๊กปลอมผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยประชาสัมพันธ์ส่วนหนึ่ง ในส่วนการติดตามผู้กระทำความผิดนั้นสั่งการชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคว่าใครเป็นผู้ปลอมแปลงเพจบก.สอท.5 พอจะทราบกลุ่มบุคคลแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า สอท.เร่งรัดขับเคลื่อนป้องกันและปราบปรามการ กระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหน่วยงานรัฐหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์โดยผิดกฎหมายถือเป็นการซ้ำเติมประชาชน การใช้งานหรือเข้าถึงบริการต่างๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการติดต่อหน่วยงานรัฐควรตรวจสอบช่องทางเหล่านั้นให้ดีเสียก่อนว่าเป็นของหน่วยงานจริงหรือไม่ ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดี มิจฉาชีพอาจใช้โอกาสหลอกเอาข้อมูลไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงไม่หลงเชื่อเพียงเพราะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ แอบอ้างสัญลักษณ์หน่วยงาน หรือประกาศโฆษณา หรือมีชื่อเพจเฟซบุ๊กหรือเว็บไซต์ที่ตั้งชื่อคล้ายหน่วยงานนั้นๆ
โฆษก บช.สอท.กล่าวขอประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกันการเข้าสู่เพจเฟซบุ๊กปลอมดังนี้ 1.ประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแจ้งความออนไลน์ได้ที่ https://thaipoliceonline.com เท่านั้น และโทร.สอบถาม หรือปรึกษาได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือ 08-1866-3000 และไม่มีช่องทางไลน์ในการติดต่อ มีเพียงแช็ตบอต @police1441 เอาไว้ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คอยให้บริการตอบคำถามตลอด 24 ช.ม.
2.บช.สอท.และหน่วยงานในสังกัดไม่มีนโยบายให้ประชาชนติดต่อทนายความ หรือให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี เพื่อติดตามทรัพย์สินที่ถูกหลอกไปกลับคืนได้ 3.เพจเฟซบุ๊ก บก.สอท.2 คือตำรวจไซเบอร์ 2 มีผู้ติดตามกว่า 7,00 คน สร้างบัญชีเมื่อวันที่ 28 ม.ค.2564 และเพจเฟซบุ๊กบก.สอท.5 คือกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5-CCID5 มีผู้ติดตามกว่า 10,000 คน สร้างบัญชีเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2563 หากท่านต้องการเข้าสู่เพจดังกล่าวขอให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน
4.เพจเฟซบุ๊กจริงต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยันตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม 5.เพจเฟซบุ๊กจริงมักมีส่วนร่วมโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนผู้ติดตามที่ไม่น้อยจนเกินไป 6.เพจเฟซบุ๊กปลอม หากตรวจสอบความโปร่งใสของเพจจะพบว่าสร้างขึ้นไม่นาน และอาจเปลี่ยนชื่อมาจากเพจอื่นที่น่าสงสัย หรือมีผู้ดูแลเพจอยู่ต่างประเทศ 7.ไม่กรอก หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางคดีผ่านสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊กโดยเด็ดขาด
8.การพิมพ์ชื่อหน่วยงานเพื่อค้นหาเว็บไซต์ของหน่วยงานใดๆ ไม่ปลอดภัยเสมอไป ควรเพิ่มความระมัดระวัง สังเกตชื่อเว็บไซต์ หรือสังเกตรูปแบบมาตรฐานในการเข้าถึงข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต หรือยูอาร์แอล อย่างละเอียด และไม่หลงเชื่อเว็บไซต์ที่ยิงโฆษณาของมิจฉาชีพ 9.หากพบหรือไม่แน่ใจว่าเป็นเพจเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานนั้นจริงหรือไม่ให้ติดต่อไปยังหน่วยงานโดยตรงผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์ของหน่วยงาน เพื่อสอบถามและแจ้งให้ตรวจสอบทันที และ 10.หากให้โอนเงินไปยังหน่วยงานที่แอบอ้างก่อนได้รับบริการ ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน