เคยโดนคดีปี59 กก.แฉส่วยมูโนะ

จ่อหมายจับเจ้าของโกดังดอกไม้ไฟมูโนะ เบี้ยวให้การตร. เผยเคยโดนคดีจำหน่ายดอกไม้เพลิงมาแล้วเมื่อปี 59 แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ขณะที่ส.ส.วิโรจน์ฟาดหนัก แฉมีการจ่ายส่วยในพื้นที่ เปิดทางสะดวกทำธุรกิจ จี้ถามหน่วยงานความมั่นคง-ฝ่ายปกครองไม่รู้ได้ยังไง เก็บวัตถุระเบิดเป็นตันๆ ย่านชุมชน เผยมีจ่าฟ.เป็นคนกลางเดินเรื่อง สอบแป๊บเดียวก็รู้ผล เตรียมนำขยายผลในสภา ขณะที่ชาวบ้านทำพิธีละหมาดส่งวิญญาณผู้เสียชีวิต 12 ศพ สธ.ตรวจพื้นที่พบแหล่งน้ำมีปัญหา ให้ใช้แหล่งน้ำอื่นไปก่อนประมาณ 3 วัน

วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่มูโนะ บริเวณเกิดเหตุระเบิดโกดังดอกไม้ไฟในพื้นที่ ม.1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บ 121 ราย บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก ตามที่เสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้นำศาสนานำชาวบ้าน มูโนะร่วมกันประกอบพิธีดุอาขอพรละหมาดฮายัตให้กับดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต โดยร่วมสวดดุอาเพื่อให้พื้นที่ปลอดภัย และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัว ผู้ประสบภัยที่ต้องสูญเสียบุคคลที่รักไปในเหตุการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงทำใจรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ทั้งนี้ขณะประกอบพิธีมีสายฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ

ขอพร – ชาวบ้านมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ร่วมละหมาดขอพรให้ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตจากเหตุโกดังพลุระเบิด ที่บ้านมูโนะ หมู่ 1 ต.มูโนะ ขณะที่เจ้าของโกดังเบี้ยวเข้าให้การคดี ตร.จ่อออกหมายจับแล้ว เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า นายสมปอง ณะกูล และน.ส.ปิยะนุช พึ่งวีรวัฒน์ สามีภรรยาเจ้าของโกดัง ที่นัดหมายติดต่อเพื่อเข้าพบ เจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลา 10.00 น. นั้น ทั้งคู่ไม่ได้เข้ามาพบตามนัด

ด้านพล.ต.ต.อนุรุธ อาบอิ่ม ผบก.ภ.จว.นราธิวาส กล่าวว่า ทราบว่า นายสมปองและน.ส.ปิยะนุช เจ้าของโกดังเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงที่เกิดเหตุ โดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ส่วนกรณีที่ไม่มาตามนัด เจ้าหน้าที่จะยังให้เวลาตลอดทั้งวันนี้ แต่หากไม่มา ก็จะพิจารณาในการออกหมายจับ ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบอีกครั้ง ยืนยันตำรวจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อเร่งรัดให้คดีเดินหน้าไปได้อย่างเร็วที่สุดและจะต้องสาวไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ได้รับโทษตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 09.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบเหตุโกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิด โดยมี นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าฯ นราธิวาส นางสิริวิมล พงษ์อักษร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.อนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ พล.อ.เฉลิมชัย เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือจากสถานการณ์โกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิด และเชิญพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเชิญสิ่งของพระราชทาน 350 ชุด แก่ประชาชนผู้ประสบเหตุ รวมถึงมอบเงินสงเคราะห์ให้กับญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1 หมื่นบาท

จากนั้นเวลา 10.30 น. ลงพื้นที่ประสบเหตุ เพื่อรับทราบความเสียหายและเชิญสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ให้ความช่วยเหลือ

ต่อมา เวลา 11.20 น. องคมนตรีเดินทางไปยังศูนย์พักพิง ณ สนามกีฬามูโนะ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อเยี่ยมผู้ประสบเหตุในศูนย์พักพิง ยังความปลื้มปีติแก่ประชาชนผู้ประสบเหตุ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ด้านนางโสรยา อาแซ ผอ.โรงเรียนบ้านมูโนะ เปิดเผยว่า โรงเรียนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทั้งอาคารเรียน ฝ้าเพดานถล่ม กระจกแตก โครงสร้างบ้านพักครูพังทั้งหมด ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ความเสียหายรวมกว่า 3 ล้านบาท จากนี้โรงเรียนจำเป็นต้องประกาศปิดโรงเรียนฉุกเฉิน 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. เพื่อเก็บกวาดและซ่อมแซมอาคารเรียนให้ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยนักเรียนจะต้องเรียนแบบผสมผสาน ออนแฮนด์และออนไซต์ นักเรียนประถมเรียนครึ่งวันเช้า และนักเรียนมัธยมเรียนครึ่งวันบ่าย

ทั้งนี้โรงเรียนบ้านมูโนะ เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี ‘รายได้สถานศึกษา โรงเรียนบ้านมูโนะ ช่วยเหลือโรงเรียนบ้าน มูโนะ’ เลขบัญชี 914-3-04320-8 โดยเงินที่ได้รับบริจาคจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ เยียวยานักเรียนที่ได้รับผลกระทบบ้านเรือนได้รับความเสียหาย และอีกส่วนหนึ่งนำมาปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนเพื่อให้นักเรียนสามารถเข้ามาเรียนได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามการปฏิบัติงานของทุกฝ่าย เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้าดอกไม้เพลิง บ้านมูโนะ โดยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มอบหมายอธิบดีกรมการปกครอง ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงนายอำเภอ 878 อำเภอทั่วประเทศ กำชับแนวทางการควบคุม ตรวจสอบผู้รับใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิง พร้อมกับสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกัน ควบคุม ตรวจสอบเกี่ยวกับการดำเนินการของผู้รับใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และให้การดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีก

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการดูแลผู้ได้รับผลกระทบว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเป็นการเผาไหม้ของดินปืน อาจทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ รวมถึงการปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะในแหล่งน้ำได้ ล่าสุด นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) นราธิวาส รายงานความคืบหน้าการตรวจเฝ้าระวังผลกระทบมลพิษในสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ (คปสอ.) ทั้ง 13 อำเภอใน จ.นราธิวาส ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา ลงพื้นที่ร่วมคัดกรองผลกระทบด้านสุขภาพ เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์คุณภาพทางกายภาพ เคมี และแบคทีเรีย รวมถึงตรวจวัดคุณภาพอากาศ คุณภาพแหล่งน้ำใช้ โดยเครื่องมือวัดภาคสนาม ณ จุดเกิดเหตุและรัศมี 500 เมตรโดยรอบ

“ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่มีปัญหาด้านคุณภาพอากาศ ส่วนคุณภาพน้ำยังไม่เหมาะสมทั้งการอุปโภคและบริโภค จึงเสนอให้ใช้แหล่งนำจากพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ประปา อบต. และน้ำบาดาลโรงเรียนมูโนะ เป็นต้น” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ส่วนการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ ทีม MCATT จากศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 ร.พ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และ 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส ลงพื้นที่เยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวใน ร.พ.สุไหงโก-ลก 10 ราย เป็นผู้ใหญ่ 8 ราย มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต 7 ราย และเด็ก 2 ราย มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตทั้ง 2 ราย 2.ครอบครัวผู้เสียชีวิต 1 ครอบครัว มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ประเมินบุตรของผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตทั้ง 2 ราย และ 3.ผู้ได้รับผลกระทบในหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 5 จำนวน 241 ราย เป็นผู้ใหญ่ 209 ราย มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต 43 ราย เด็ก 32 ราย มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต 8 ราย รวมผู้มีความเสี่ยงทางสุขภาพจิตทั้งหมด 62 ราย

“ทุกรายทีม MCATT ได้ให้การปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้นแล้ว สำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยังได้รับการดูแลเพิ่มเติมด้วย Crisis intervention หรือการช่วยให้วางแผนรับมือความเครียดรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น และในรายที่พบความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต จะส่งต่อให้ทีม MCATT ในพื้นที่ประเมินตามมาตรฐานการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยพิบัติ พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือต่อไป” นพ.โอภาสกล่าว

นพ.อรรถสิทธิ์ แดงมณี ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 12 จ.ยะลา ว่า ทีม SEhRT ของศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ทำงานร่วมกับพื้นที่เพื่อดูแลสุขภาพประชาชน และเฝ้าระวังด้านสุขาภิบาล สุขอนามัย และอนามัยสิ่งแวดล้อม เก็บตัวอย่างน้ำใช้เพื่อตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารเคมีในพื้นที่ โดยแบ่งพื้นที่การเก็บตัวอย่างออกเป็น 3 โซน คือ โซนไข่แดง รัศมีไม่เกิน 100 เมตร โซนไข่ขาว รัศมีไม่เกิน 100-500 เมตร โซนกระทะ รัศมีไม่เกิน 500-1,000 เมตร ผลพบว่า ปริมาณไนเตรตในน้ำมีค่าไม่เกินมาตรฐาน แต่ค่าความขุ่นมีค่าเกินค่ามาตรฐานในบางพื้นที่ จึงแนะนำให้ประชาชนใช้น้ำที่ทางหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดเตรียมให้บริการ จนกว่าจะทราบผลตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารเคมีเชิงลึกทางห้องปฏิบัติการ ในอีก 3 วัน

ทั้งนี้ หน่วยงานในพื้นที่ควรล้างบ่อน้ำที่เป็นแหล่งน้ำใช้หลักของชุมชนตามหลักสุขาภิบาล เพื่อให้ประชาชนสามารถนำน้ำมาใช้ได้ สำหรับอาหารและน้ำดื่มที่ภาครัฐและเอกชนนำมาช่วยเหลือให้แก่ชุมชนและศูนย์อพยพ ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นราธิวาส ควบคุม กำกับ ดูแลด้านความสะอาด และการประกอบปรุงให้เป็นตามหลักสุขาภิบาลอาหารอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงซ้ำซ้อนจากโรคระบาดที่มาจากอาหารน้ำเป็นสื่อ

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ส่วยที่มูโนะ ปล่อยไว้ไม่ได้ เหตุการณ์โกดังพลุระเบิด ที่ตลาดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา การดำเนินคดีกับเจ้าของโกดัง ก็คงต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่มันจะตัดตอนแค่เจ้าของโกดังไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ คนในต.มูโนะ ทราบดีว่ามีความเกี่ยวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์ รีดไถรังแกประชาชน เก็บส่วยส่งนายเป็นทอดๆ ชื่อของจ่า ฟ. ประชาชนในละแวกนั้นรู้จักกันดี ว่ามีหน้าที่เก็บส่วยธุรกิจสีเทาในมูโนะ ทั้งสินค้าหนีภาษี การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ

เรื่องนี้ รมว.มหาดไทย และ ผบ.ตร. ตรวจสอบดู ก็จะรู้ต้นสายปลายเหตุ และลากไส้ทั้งขบวนการออกมาโดยไม่ยาก

โกดังพลุ เก็บดินดำเป็นตันๆ อยู่ใจกลางชุมชน เป็นไปได้อย่างไร ที่ทหาร ตำรวจแล้วฝ่ายปกครองจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เจ้าของโกดัง ที่ระเบิด ก็เคยถูก กอ.รมน. จับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายมั่นคง จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้

การกดขี่ รีดไถ รังแก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแต่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่ รู้สึกหวาดระแวง และไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐ

ที่ใดมีการกดขี่ การต่อต้านก็ย่อมเป็นหน้าที่ พลุที่เก็บอยู่ในหัวใจคน ถ้าถูกเหยียบย่ำกดขี่อยู่เรื่อยๆ สักวันมันก็ปะทุ และระเบิดออกมาได้

วันที่ 3 ส.ค. นี้ตนจะอภิปรายเรื่องนี้ในสภา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รมว.มหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ผบ.ตร. และแม่ทัพภาค 4 จะตระหนักถึงปัญหาส่วยและการรีดไถประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหวังว่าจะมีการปราบปรามให้หมดไปในเร็ววันนี้

ตรวจพลุบึ้ม – พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางไปตรวจจุดเกิดเหตุโกดังพลุระเบิดในพื้นที่ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาในร.พ. และมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย เมื่อวันที่ 1 ส.ค.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่จ.นราธิวาส นายอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุโกดังระเบิด พร้อมเยี่ยมและให้กำลังใจกับชาวบ้านในพื้นที่มูโนะ ซึ่งได้รับผลกระทบกว่า 200 หลังคาเรือน พร้อมร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการ ที่ศาลากลาง จ.นราธิวาส และเยี่ยมผู้ประสบภัยที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก และที่ศูนย์พักพิง รวมทั้งตรวจจุดเกิดเหตุ พร้อมมอบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ค่าจัดการศพ ผู้เสียชีวิต รายละ 29,700 บาท

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย รับรายงานจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ที่อาจจะเป็นโกดังหรืออาคารลักลอบจัดเก็บพลุ พบแหล่งลักลอบเก็บดอกไม้เพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี เข้าตรวจค้นอาคารไม่มีบ้านเลขที่ อยู่ติดกับหลังบ้านเลขที่ 164/1 หมู่ที่ 11 ต.วังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรี พบว่ามีร่องรอยการทำดอกไม้เพลิง (พลุ) จับกุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายประเสริฐ เซี่ยงว่อง อายุ 68 ปี ซึ่งรับเป็นเจ้าของสถานที่และให้การสารภาพว่าตนรับทำดอกไม้เพลิง (พลุ) ที่ใช้ในงานศพ ตรวจสอบพบว่าไม่มีใบอนุญาตทำดอกไม้เพลิงจากนายทะเบียนท้องที่ พบของกลางหลายรายการคือ พลุ ขนาด 3 นิ้ว จำนวน 3 กระบอก พลุกล้วย ขนาดใหญ่ จำนวน 30 ลูก พลุกล้วย ขนาดกลาง จำนวน 4 ลูก พลุกล้วย ขนาดเล็ก จำนวน 10 ลูก ดินปืนสำหรับทำชนวน 1 ถัง สายชนวนสีดำ 2 เข่ง สายชนวนสีแดง 3 ม้วน สายชนวนแบบตัดแต่งแล้ว 1 ถุง ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอำเภอเมืองกาญจนบุรีได้แจ้งข้อกล่าวหา “ทำดอกไม้เพลิง (พลุ) โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่” และได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน