พท.ยืดเปิดรบ.ขั้วใหม่ปชป.-รทสช.แบะท่าแสนสิริแถลงการณ์เคลียร์ปม‘เศรษฐา’จ่อซ่อมระยอง10กย.

ศาลรธน.เลื่อนพิจารณาคำร้องโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ซ้ำ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ออกไปเป็นวันที่ 16 ส.ค. ทำให้เลือกนายกฯ รอบสามสะดุด ‘วันนอร์’ สั่งขยับออกไปก่อน เพื่อไทย งดแถลงเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ทันที ‘อนุทิน’ ลั่นไม่มีสัญญาใจต้องจูงมือไปกับพรรค 2 ลุง ปชป.ยันถ้าร่วมรัฐบาลต้องเป็นมติพรรค ไปยกทีม ไม่มีงูเห่า ‘พีระพันธุ์’ ส่งซิกรทสช.เปิดประตูรอเพื่อไทย ลั่นไม่ง้อสส.คิดย้ายพรรค ‘แสนสิริ’ ร่อนเอกสารแจง ‘เศรษฐา’ บริสุทธิ์ ซื้อขายที่ดินถูกกฎหมาย กกต.จ่อชงครม.ทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อมสส.ระยอง เขต 3 เหตุ ‘นครชัย’ ลาออก คาดกาบัตร 10 ก.ย. สั่งดูกม.เรียกค่าเสียหาย

ศาลเลื่อนชี้ปมโหวต‘พิธา’ซ้ำ

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีรัฐสภา (ผู้ถูกร้อง) มีมติตีความว่าการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่สองเป็นญัตติทั่วไป ต้องห้าม นำเสนอญัตติซ้ำอีกตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 272

เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนทั้งสาม ประกอบด้วย นายพรชัย เทพปัญญา ที่ 1 นายบุญส่ง ชเลธร ที่ 2 และนางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ และคณะ ที่ 3 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 5 วรรคหนึ่ง มาตรา 25 วรรคสาม และมาตรา 27 โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่าผู้ร้องที่ 1 และ 2 เป็นประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยเลือกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นบุคคลเพียงรายชื่อเดียวที่พรรคก้าวไกลเสนอชื่อเป็นบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ และผู้ร้องที่ 3 เป็น สส.พรรคก้าวไกล การที่รัฐสภามีมติ ดังกล่าวละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนทั้งสาม และขอให้กำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยให้มีคำสั่งยุติการเลือกนายกฯไว้ก่อนจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ศาลพิจารณาคำร้องผลการพิจารณาคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัย (เพิ่มเติม) ของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 27 ก.ค.2566 แล้วมีคำสั่งรับรวมไว้ในสำนวน ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติมและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า คำร้องนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และมีประเด็นเชิงหลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่จะต้องพิจารณาเพิ่มเติม จึงให้เลื่อนการพิจารณาสั่งคำร้องและให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

สำหรับคำขอให้กำหนดมาตรการหรือ วิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ให้รอสั่ง ในคราวเดียวกันกับการพิจารณาสั่งคำร้อง ทั้งนี้ ให้ผู้ร้องระบุสถานะบุคคลของคณะ ผู้ร้องเรียนที่ 3 ทุกรายว่าเป็นประชาชนหรือสมาชิกรัฐสภา โดยให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 15 ส.ค. และให้นัดพิจารณาคำร้องนี้ในวันที่ 16 ส.ค. เวลา 09.30 น.

‘วันนอร์’สั่งยืดลงมติรอบสาม

ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมรัฐสภาในวันที่ 4 ส.ค. คงต้องเลื่อนวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ออกไปก่อน และจะนำระเบียบวาระที่ 2 เรื่องการพิจารณารัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์สว. ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรกแทน ส่วนการเลือกนายกฯ คงต้องรอหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะมีคำสั่งอย่างไร ในวันที่ 16 ส.ค.อีกครั้ง เราไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ เพราะคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับไว้พิจารณา 2 เรื่อง คือเรื่องการโหวต นายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค. และเรื่องการชะลอพิจารณาคำร้องเป็นวันที่ 16 ส.ค.

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนัดโหวตนายกฯ เร็วที่สุด คือวันที่ 17 ส.ค.ได้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า คงเหมือนคราวนี้ เพราะครั้งนี้ศาลนัดว่าจะวินิจฉัยวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งรัฐสภานัดประชุมไว้คือวันที่ 4 ส.ค. ซึ่งต้องรอดู เมื่อถามว่า วันนี้ ขั้วการจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ทั้งหมดต้องรอ เพราะสิ่งสำคัญตอนนี้คือศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน และสส. จำนวนหนึ่งไปแล้ว ซึ่งคงต้องรอศาลวินิจฉัย

หารือ – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หน.พรรค เพื่อไทยหารือนายชัยเกษม นิติสิริ หนึ่งใน แคนดิเดตนายกฯ ระหว่างประชุมสภา วันเดียวกันศาลรธน.เลื่อนพิจารณาคำร้องโหวตนายกฯ ชื่อซ้ำ ส่งผลให้การเลือกนายกฯ ใหม่เลื่อนออกไปอีก

พท.งดเปิดตัวพรรครบ.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพรรคเพื่อไทย (พท.) ฉีกเอ็มโอยู 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาล ปล่อยมือพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน ได้นัดแถลงเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลใหม่วันที่ 3 ส.ค. เวลา 15.00 น.ที่รัฐสภา แต่เมื่อการโหวต นายกฯ จากวันที่ 4 ส.ค.ถูกเลื่อนออกไป พรรคเพื่อไทยจึงงดเปิดตัวไปด้วย สำหรับสูตรรัฐบาลใหม่มี 265 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) พรรคประชาชาติ (ปช.) และพรรคเล็กอื่นๆ ส่วนพรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พรรคเป็นธรรม (ปธ.) เป็นฝ่ายค้าน

เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา เช่นนี้และเลื่อนพิจารณาไปถึงวันที่ 16 ส.ค. เราจึงได้ประสานกับประธานรัฐสภาว่า หากเป็นเช่นนี้แล้วจะเป็นเช่นไรต่อ ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน โดยจะเลื่อนวาระโหวตนายกฯ ไปจนถึงวันที่ 16 ส.ค. และคาดว่าหากไม่มีปัญหาอะไร ภายใน 1 สัปดาห์ สามารถเลือกนายกฯ ได้

จริงๆ วันนี้เราเรียกประชุมพรรคร่วม ซึ่งเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค เพื่อหารือกันก่อนที่จะมีการแถลงข่าว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจึงถือโอกาสเลื่อนไป สำหรับสิ่งที่คิดว่าเราหวั่นใจ หรือเสียงไม่พอ ยืนยันว่าเสียงที่เราได้ตอนนี้เพียงพอในการที่จะจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อเลื่อนออกไปเรามีเวลาทำงานได้มากขึ้น เพราะการจะแสวงหาความร่วมมือกับทุกฝ่ายยิ่งได้มากก็ยิ่งดี เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว และประธาน รัฐสภาบรรจุวาระแล้ว เราจะแถลงข่าว เรื่องการ จัดตั้งรัฐบาล

กั๊กดีลสองลุง-เคลียร์ก.ก.จบ

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่บอกว่าเสียงโหวตนายกฯ ครบแล้ว มีพรรคใดบ้าง นายภูมิธรรมกล่าวว่า รออีกสักหน่อยก็ดี ตอนนี้เรารวบรวมเสียง ทั้งจากขั้ว 8 พรรคเดิมจำนวนหนึ่ง และมีเสียงจากขั้ว 188 เสียงอีกจำนวนหนึ่ง วันนี้เราอยู่ใต้ วิกฤตการณ์ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ซึ่งกำหนด เงื่อนไขไว้ว่าต้องได้เสียงเกิน 375 เสียง เราอยาก ได้เสียงของสส. ให้มั่นคงที่สุด เพราะจะทำให้เกิดรัฐบาลที่มั่นคง มีประสิทธิภาพ สามารถบริหารทิศทางการทำงานได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องบวกกับเสียงสว.อีกจำนวนหนึ่ง เรายิ่งอยากได้ให้มากขึ้น เพื่อจะทำให้เห็นว่าเราเป็นรัฐบาลที่มาจากภาวะที่สามารถกู้วิกฤตได้ โดยความร่วมมือของทุกฝ่าย และจะทำให้การคลี่คลายความขัดแย้งสามารถลดลงได้

ต่อข้อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวจะไม่มีพรรค ของ 2 ลุง เข้าร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรมกล่าวว่า รอให้การตัดสินใจชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้เราแค่แสวงหาเสียงสนับสนุน คนละเรื่องกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งการแสวงหาจุดร่วม ที่ชัดเจนมากขึ้นจะแสดงให้เห็นถึงฉันทามติของการเข้ามาร่วมกันตั้งรัฐบาล

ส่วนที่ถูกมองว่าพรรคเพื่อไทยไม่ง้อพรรคก้าวไกล นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้จริงๆ ไม่ใช่ ตนได้บอกไปแล้วว่า การแยกตัวครั้งนี้ ในที่ประชุมเมื่อ 2 ส.ค. ตนได้รายงานทีมเจรจา ทั้ง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกลว่าเมื่อเราได้ ยุติเอ็มโอยูแล้ว ถือว่าทุกฝ่ายเป็นอิสระต่อกัน ส่วนการที่พรรคก้าวไกลจะโหวตหรือไม่โหวต ให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยถือเป็นเอกสิทธิ์ หากโหวตให้เรา เราก็ยินดี ดีใจ แต่หากไม่โหวตให้เราก็ไม่ถือโทษ โกรธอะไร เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน

เชื่อ‘โทนี่’กลับไทย 10 ส.ค.

สิ่งที่สำคัญเราอยากสร้างการเมืองมิติใหม่ เรากับพรรคก้าวไกลสามารถทำงานที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แล้วต้องคัดค้านกันไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายต่างๆ ที่พูดถึง ในเอ็มโอยูตรงกับนโยบายของพรรคเพื่อไทย เรายินดีสนับสนุน หรือแม้กระทั่งกฎหมาย ที่ไม่ได้พูดในเอ็มโอยูเราก็พร้อมสนับสนุน แต่ประเด็นที่เราไม่เอาแน่นอนคือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เราปฏิเสธ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายชัยธวัช บอกว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยบอกให้แก้ไขเรื่องมาตรา 112 แต่ฉีกเอ็มโอยูเลย นายภูมิธรรมกล่าวว่า อันนี้ก็ไม่จริง อาจเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะเอ็มโอยูครั้งแรก เราบอกไว้ชัดเจนว่า หากมีการแก้ไขมาตรา 112 เราไม่เซ็น แล้วมีความพยายามพูดให้ใกล้เคียงกับเรื่องดังกล่าว เราจึงบอกว่าขอสงวนสิทธิ์ว่าจะไม่ร่วมในข้อนั้น ก็มีการถอนเรื่องดังกล่าวต่อไป ส่วนครั้งที่ 2 ที่มีการทำเอ็มโอยู เฉพาะพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ยังนำเรื่องมาตรา 112 ใส่เข้ามาอีก เราบอกว่าไม่เซ็น เราแสดงท่าทีชัดเจนมาโดยตลอด ส่วนจะไปดำเนินการก็เป็นเอกสิทธิ์บุคคลของพรรคก้าวไกล

นายภูมิธรรมกล่าวถึงกระแสข่าวนายทักษิณ หรือโทนี่ วู้ดซัม เลื่อนกำหนดกลับไทยจากเดิม วันที่ 10 ส.ค.ว่า ถือว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นเรื่องของครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางการเมือง เราก็ดำเนินการของเราไป ดังนั้นนายทักษิณและครอบครัวจะตัดสินใจอย่างไรเป็นเรื่องส่วนตัว จึงขอให้รอครอบครัวแถลงความชัดเจนให้มากขึ้นก่อน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนายทักษิณ จะเลื่อนกลับไทยหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ยังโหวตนายกฯ ไม่ได้ทำให้นายทักษิณกลับไทยไม่ได้ใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่ทราบ

‘หนู’เผยได้รับแจ้งเลิกนัด

เวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงการทาบทามร่วมรัฐบาล จากพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการหรือไม่ว่า เรามีการนัดพูดคุยกัน แต่ยังไม่ทราบว่าคุยแล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร แต่เมื่อมีการเลื่อนโหวตนายกฯ จึงมีการยกเลิกนัดแล้วเลื่อนออกไปก่อน โดยพรรคเพื่อไทยได้โทรศัพท์ประสานงานเพื่อแจ้งว่าที่นัดกัน ไว้นั้นขอเลื่อนออกไปก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสงสัยอะไรในตัว นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉข้อมูลฉาวเรื่องต่างๆ นายอนุทินกล่าวว่า ได้แจ้งพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไปแล้วว่าเรามีแนวทางอย่างไร เป็นไปตามที่พรรคภูมิใจไทยมีแถลงการณ์ไปแล้วคือ ต้องไม่แตะต้อง ไม่แก้ไขมาตรา 112 ไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลได้ ส่วนเรื่องของพรรคอื่น เราไปยุ่งหรือไปก้าวล่วงอะไรไม่ได้ เรามีกรอบอยู่แค่นี้ ถ้าเขายังอยู่ในกรอบต้องเป็นเรื่องของพรรคใครพรรคมัน

ต่อข้อถามว่ามีการเผยแพร่คลิปที่นายเศรษฐา ระบุตอนหาเสียงว่าจะแก้ไขมาตรา 112 นายอนุทินกล่าวว่า คงต้องฟังนายเศรษฐาและเพื่อไทยชี้แจง สิ่งนี้ไม่อยากให้ผู้สื่อข่าวไปจี้ไปไชอะไรมากนัก เพราะเวลาหาเสียง บางทีการพูดอะไรก็เป็นไปตามสถานการณ์ในห้วงเวลานั้นๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่มีพรรค รวมไทยสร้างชาติกับพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรัฐบาลด้วย ยอมรับได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ข้อจำกัดมีแค่ในแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลเราต้องไม่ไปก้าวก่ายพรรคแกนนำ

ไม่มีสัญญาใจพรรค 2 ลุง

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่มีสัญญาใจ กับพรรค 2 ลุงใช่หรือไม่ ถ้าจะไปไหนต้องไป ด้วยกัน นายอนุทิน กล่าวว่า การแพ็กกับขั้วเดิมตอนนี้เป็นเสียงข้างน้อยพรรคภูมิใจไทยบอกแล้วว่าเราไม่จัดรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะอยากให้รัฐบาลมีความมั่นคง คือรัฐบาลเสียงข้างมาก แต่ละพรรคต้องมีแนวทางของตัวเอง จูงมือกันไปคงไม่ได้ เพราะไม่เคย เห็นว่าพรรคใหญ่ๆ มีใครเขาทำกัน

ต่อข้อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่า ถ้าไม่มีพรรค 2 ลุง จะฝ่าด่านสว.โหวตนายกฯได้ยาก นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสิทธิของพรรคที่เป็นแกนนำ ต้องไปเคลียร์ และไปทำความเข้าใจ ซึ่งสว.บอกมาเหมือนกันว่า คราวที่แล้วที่สว. ไม่สามารถโหวตให้ได้เพราะอะไร รวมถึงเหตุผล ที่เป็นกังวลของสว.ได้ถูกแก้ไขแล้ว ดังนั้น ต้องเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ 3 หากเกิดปัญหาขึ้นจริง พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าให้มีปัญหาดีกว่า เราเป็นพรรคอันดับ 3 ถ้าเราสนับสนุนให้มีรัฐบาลโดยเร็วได้โดยไม่ขัดกับแนวทางหรือนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมให้การสนับสนุน เพราะประเทศต้องมีรัฐบาล เลือกตั้งมาจะครบ 3 เดือนอยู่แล้ว และรัฐบาลรักษาการทำอะไรไม่ได้ถึงแม้ว่าจะมีอำนาจเต็ม จึงอยากให้มีรัฐบาล อย่างเป็นทางการได้เข้ามาทำงานให้เร็วที่สุด

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ตอบข้อถามถึงกระแสข่าวเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยต้องได้กระทรวงคมนาคมว่า ยืนยันว่าไม่ได้ มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ ยังไม่ได้มีการดำเนินการ อย่างเป็นทางการ

ปชป.ยันร่วมรบ.ต้องมีมติพรรค

เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ มีประชุมส.ส.ของพรรค โดยมีนายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ และประธานสส. เป็นประธานการประชุม จากนั้น น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง แถลงผลการประชุมว่า ยังไม่ได้พิจารณาการโหวตนายกฯ จะประชุมสส.อีกครั้งเมื่อมีความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธจะตอบคำถามกรณีพรรคจะเข้าร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าว จะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า การไปตั้งรัฐบาลเรามีข้อบังคับต้องผ่านมติที่ประชุมร่วม สส.กับคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมกัน ส่วนจะมีการทาบทามหรือไม่ตนไม่ทราบ พรรคยังไม่เคยมอบหมายใครไปเจรจา ส่วนกระแสข่าวบางส่วน อยากไปร่วม บางส่วนไม่ร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินว่าจะเกิดเหตุนี้ขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าไปร่วมกับเพื่อไทยเป็นการเสียอุดมการณ์หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่ได้แปลว่าขณะนี้จะไปร่วมหรือไม่ร่วมขอให้เป็นมติพรรค เชื่อว่า สส.ทุกคนของพรรคมีศักดิ์ศรีที่จะดำเนินการอะไรทางการเมือง ต่อข้อถามว่าปัจจัยหลักในการตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์กล่าวว่า ต้องให้ที่ประชุมพรรคพิจารณา แต่คิดว่าหัวใจสำคัญคือมาตรา 112 เมื่อถามเห็นอย่างไรต่อคุณสมบัติของนายเศรษฐา นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นนักธุรกิจ ส่วนรายละเอียดตอบแทน ไม่ได้ ถ้ามีการเสนอชื่อแล้วมีผู้สอบถาม คงต้องไปฟังว่าเป็นอย่างไร

ถ้าไปก็ยกพรรค-ไร้งูเห่า

ด้านนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ กล่าวถึงกระแสข่าวไปพบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนไปแก้บนหลายประเทศรวมทั้งในไทย เนื่องจากบนไว้ให้ภรรยาชนะการเลือกตั้ง จึงเดินทางไปทั่วได้เจอคนจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ไปเจอนายทักษิณหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่ขอพูดดีกว่าเรื่องนี้ เพราะข่าวออกไป ยาวมาก จริงๆ แล้วตนมีพรรคพวกทุกพรรค เจอคนเยอะมาก ไปหลายประเทศทั้งเวียดนามและพื้นที่ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยอมรับว่าที่ฮ่องกงมีการไปแก้บนด้วย

ส่วนกระแสข่าวสส.ในกลุ่มนายเดชอิศม์จะไปร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย นายเดชอิศม์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับมติพรรค และมติกก.บห.ชุดที่มีอยู่ รวมกับสส.ปัจจุบัน ยืนยันจะไม่มีใคร ฉีกมติพรรคและไม่มีงูเห่าจากพรรคประชาธิปัตย์ แน่นอน ผู้สื่อข่าวถามว่าเคยอยู่ต่างขั้วกับเพื่อไทย มาก่อนจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า วันนี้เอาประเทศชาติเป็นหลัก เอาความคิดแค้นส่วนตัว ความชิงชังสมัยอดีตมาบวกทั้งหมด ไม่น่าจะเหมาะสม วันนี้เหตุการณ์เปลี่ยน คนก็เปลี่ยน เหลือแต่ยี่ห้อพรรค คนในพรรคเปลี่ยนไปหมดแล้ว ความต้องการของประชาชนก็เปลี่ยนไป วันนี้ประชาชนต้องการแก้ปัญหาปากท้อง ถ้าเราเอาความแค้น ความชิงชังส่วนตัวมาเป็นหลัก ไม่ยุติธรรมกับประชาชน

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนของพรรคคือ 1.ไม่สนับสนุนพรรคที่แก้มาตรา 112 2.ไม่มีพรรคก้าวไกล 3.ไม่มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ 4.พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมีแนวทางอย่างไร วันนี้ประเทศต้องหาทางออกให้ได้ หากเงื่อนไขเป็นไปตามจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ตามที่กล่าว และพรรคแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลมีจุดยืนเช่นเดียวกัน การพูดคุย ก็อาจเกิดขึ้นได้

‘พีระพันธุ์’แบไต๋เปิดประตูรอ

เมื่อเวลา 10.00 น. พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดทำบุญครบรอบ 1 ปี มีแกนนำและสส.ของพรรคเข้าร่วม โดยมีแฟนคลับมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคึกคัก ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อดีตแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ส่ง นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกฯ มาร่วมแสดงความยินดี นายประทีปเปิดเผยว่า นายกฯ ไม่ได้ฝากอะไร เพียงแต่ฝากแจกันดอกไม้ มาอวยพรเท่านั้น แต่ไม่มีตัวแทนพรรคการเมือง อื่นมาร่วมแสดงความยินดี มีรายงานว่าทางพรรค ไม่ได้เชิญใคร เพราะต้องการทำบุญเป็นการภายในเท่านั้น

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้พรรครวมไทยสร้างชาติยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ปิดประตูที่จะทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวยิ้มๆ ว่า “ตอนนี้ประตูเปิดอยู่”

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ขณะนี้เงื่อนไขเปลี่ยนแล้วใช่หรือไม่ หากมีการเชิญไปร่วมรัฐบาล นายพีระพันธ์ กล่าวว่า คงพูดล่วงหน้าไม่ได้ เพราะไม่ได้รับการติดต่อ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่อันดับ 2 สนใจติดต่อใครให้ไปร่วมงานคงเป็นสิทธิ์ของพรรคเพื่อไทย เราไม่มีหน้าที่ที่จะไปเจรจาติดต่อ ถ้าเขาคิดว่าเรามีความเหมาะสม ช่วยกันทำงานได้ เขาก็ติดต่อมาเอง

ต่อข้อถามว่าตอนนี้ไม่มีพรรคก้าวไกล ร่วมตั้งรัฐบาลแล้ว หากเพื่อไทยเชิญมาจะร่วมมือได้หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ต้องดูนโยบายหลักของพรรคแกนนำด้วยว่า จะเป็นอย่างไร ต้องมาคุยกันก่อน เราตั้งพรรค การเมืองนี้มา เพื่อชาติบ้านเมืองจริงๆ ไม่ใช่เพื่อหวังตำแหน่งหรือประโยชน์ ถ้าเราคิดว่า นโยบายของพรรคที่จะเป็นแกนนำไปด้วยกันได้ เราจะร่วมมือกันได้ แต่ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ในฐานะพรรคการเมืองอยากให้พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และขอให้เป็นหลักในการดูแลค้ำชูเสาหลักของประเทศ ทั้ง 3 เสาให้มั่นคงต่อไป

ไม่ง้อสส.คิดย้ายพรรค

ต่อข้อถามถึงกระแสข่าว สส.พรรครวมไทย สร้างชาติบางส่วน สนับสนุนโหวตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย นายพีระพันธุ์กล่าวว่า แนวทางของเราเหมือนเดิม ที่ต้องมีความชัดเจนต่อนโยบายสำคัญ คือเรื่องสถาบันหลักของชาติ หากมีความมั่นใจชัดเจนและเชื่อได้ สามารถโหวตให้ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสการย้ายพรรคของสส. ในสังกัดหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของแต่ละคน ไม่สามารถบังคับจิตใจใครได้ ใครอยู่ที่ไหนสบายใจ เขาก็อยู่ แต่ถ้าไม่สบายใจเขาก็ต้องออกไป ทุกที่เหมือนกันหมด

เมื่อถามว่ายังไม่มี สส.คนไหนมาบอกใช่หรือไม่ว่าจะย้ายพรรค นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ยังไม่มี

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวกรณีมีบางกลุ่มในพรรคจะลาออก หลังจากพล.อ.ประยุทธ์วางมือทางการเมืองไปแล้วว่า ไม่ทราบ แต่คิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติทุกคนต้องอยู่ด้วยกัน เพราะเพิ่งเริ่มต้น สส.ทั้ง 36 คน มีความสำคัญในการทำหน้าที่เพื่อประชาชนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนก็ตามและถือเป็นเสียงที่มีพลังด้วย ดังนั้นการเมืองต้องเดินหน้าต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่อาจมีบางส่วนออกไปร่วมรัฐบาลใหม่ แต่ยังไม่ได้ไปทั้งพรรค นายธนกรกล่าวว่า ในทางการเมืองแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าจะร่วมรัฐบาลก็ควรไปทั้งพรรค ไม่ใช่เป็นบางคนบางกลุ่ม และตนคิดว่าถ้าไปเป็นบางกลุ่ม บางก้อนไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ถ้าจะเป็นไปได้ ก็แล้วแต่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า เพิ่งกลับจากการพักผ่อนที่ต่างประเทศ วันนี้ไม่ได้เข้าร่วมทำบุญครบรอบ 1 ปีพรรค แต่จะเข้าร่วมประชุมสภา คงอยู่ได้ไม่นานเนื่องจากปวดท้อง จะไปพบแพทย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกระแสข่าวว่า กลุ่มของนายสุชาติ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6-7 คน จะโหวตให้นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว ของ ส.ส.แต่ละคน

‘เสรีพิศุทธ์’สอนก.ก.แทนคุณพท.

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนว่า ยังอยู่กับเพื่อไทยถึงแม้พรรคก้าวไกลจะไปเป็นฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ปัญหา ส่วนพรรค 2 ลุง ตนพูดหลายครั้งไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนปฏิวัติ ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ รับได้ เพราะไม่ใช่คนปฏิวัติ แต่ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว เหลือแต่พรรค พรรคไม่ใช่คนปฏิวัติ ทำไมจะร่วมกับพรรครวมไทย สร้างชาติไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าเลื่อนโหวตนายกฯ เพราะการตั้งรัฐบาลไม่ลงตัว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า บ้านเมืองวุ่นวายมานาน 8-9 ปีแล้ว เมื่อจัดเลือกตั้งแล้ว สส.และสว.ที่มีอำนาจให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ต้องสามัคคีกัน ให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ อย่าไปเลือกที่รักมักที่ชัง อย่าเอาคำพูดมาเป็นประเด็น เช่น เพื่อไทยเคยพูดว่าจะไม่เอาพรรคพลังประชารัฐ ต้องเข้าใจไม่ใช่สัญญา ยังไม่ถึงขั้นทำเอ็มโอยูร่วมกัน การพูดบนเวที หาเสียงมองว่าเป็นการหาเสียง ถ้ามองว่า ผิดคำพูดไปหมดก็ไม่ต้องตั้งรัฐบาล หรือกรณีนายเศรษฐา ที่พูดจะแก้ไขมาตรา 112 ประเด็นนี้ ย้ำรอบที่ 100 มองว่า มาตรา 112 แก้ได้ เพราะเป็นกฎหมายอาญา แก้ให้ดีขึ้นกับสถาบัน และประชาชน ทำไมจะแก้ไม่ได้

เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านไม่โหวตเลือกนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ขอฝากก้าวไกลและนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ในฐานะน้องว่าให้คิดใหม่ เพราะครั้งที่แล้วพรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ลงให้ใช่หรือไม่ ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจัด จะตอบแทนบุญคุณเขาไม่ได้หรือ ถ้า 150 เสียง ของก้าวไกลลงให้เพื่อไทยทั้งหมด ทำให้เพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาลให้ประเทศเดินหน้าได้ และรัฐบาล ปรับครม.ได้ ไม่ใช่ว่าพรรคก้าวไกลจะเป็นฝ่ายค้านไปตลอดสภาชุดนี้

เลื่อนโหวต – นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนพิจารณาคำร้องห้ามเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ซ้ำในการโหวตครั้งที่ 2 ส่งผลให้การโหวตเลือกนายกฯ ต้องเลื่อนออกไปด้วย ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 3 ส.ค.

‘โรม’สวน-เป็นหนี้ 14 ล้านเสียง

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชี รายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงว่า กรณีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์บอกว่าพรรคก้าวไกลควรนึกถึงบุญคุณของพรรคเพื่อไทย ที่เคยโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกลว่า ประชาชน 14 ล้านคน น่าจะมีบุญคุณมากที่สุด ถ้าจะนับบุญคุณที่เรายอมๆ กันไม่เป็นบุญคุณมหาศาลหรือ พวกตนยอมแล้ว ยอมอีก ยอมต่อ ถ้านับเรื่องบุญคุณพวกตนมูลค่าบุญคุณมหาศาลมาก ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของบุญคุณ แต่เป็นการทำ หน้าที่ เราเป็นหนี้บุญคุณประชาชนที่เลือกเรามา

ผู้สื่อข่าวถามพรรคก้าวไกลจะโหวต แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสรุป ต่อข้อถามว่า หากพรรคสองลุงร่วมในรัฐบาลด้วย จะโหวตให้หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่โหวตให้ลุงอยู่แล้ว ไม่คิด และไม่มีทางแน่นอน

ส่วนวาระประชุมรัฐสภาวันที่ 4 ส.ค. เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์สว.เลือกนายกฯ นายรังสิมันต์กล่าวว่า การพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 272 ไม่ต้องรอศาลวินิจฉัยมาตรา 272 เป็นหล่มทางการเมืองที่มีความสำคัญ เราไม่สามารถมีนายกฯ ตามความต้องการประชาชนได้ จากการโหวตนายกฯ ครั้งที่ผ่านมา คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ซึ่งสว.ส่วนใหญ่ ไม่ให้ความเห็นชอบ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ถ้าไม่มีมาตรา 272 การโหวตนายกฯ จบแล้ว ดังนั้น ต้องรีบเอาหล่มทางการเมืองนี้ออกไปเพื่อที่จะได้นายกฯ จากประชาชนอย่างแท้จริง

สว.ขอเลื่อนถกปิดสวิตช์

นายสมชาย แสวงการ สว. ในฐานะกรรมการ ประสานงาน (วิป) วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า ขอเรียกร้องไปยังนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ให้เลื่อนการประชุมรัฐสภา 4 ส.ค.ออกไปทั้งหมด แม้จะเลื่อนโหวตนายกฯ เพราะรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภา ก็ไม่ควรพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่พรรคก้าวไกลเสนอด้วยเช่นกัน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าร่างแก้มาตรา 272 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และมีปัญหา ข้อกฎหมาย ที่สำคัญ สว.อาจไม่ร่วมพิจารณาด้วย เพราะอาจถูกร้องเรื่องจริยธรรมได้ มาตรา 272 เกิดมาจากคำถามประชามติ หากจะแก้ไขควรต้องนำไปทำประชามติก่อน ซึ่งอาจต้องใช้ งบประมาณหลายพันล้านบาท จึงมองว่า ไม่จำเป็นต้องพิจารณาแล้ว เนื่องจาก 9-10 เดือน หรือหลังโหวตนายกฯ มาตราดังกล่าวจะไม่สามารถใช้บังคับได้ต่อไป

เมื่อถามว่าหากวาระแก้มาตรา 272 จะเข้าสู่การพิจารณาต้องขอมติที่ประชุมหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า อาจเป็นประเด็นได้ หากรัฐสภาขอมติให้เลื่อนจะทำให้ญัตติ เลือกนายกฯ ตกไป และตนไม่อาจเข้าร่วม เพราะจะผิดกฎหมายได้ มีข้อตกลงอย่างไม่เป็น ทางการระหว่างแกนนำพรรคที่จะเป็นรัฐบาลกับวิปวุฒิสภาว่า จะพิจารณาหลังจากโหวตนายกฯ หากเลื่อนวาระจะถือว่าไม่เคารพข้อตกลง และนายวันมูหะมัดนอร์ รับทราบเรื่องดังกล่าวดี

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวว่า เรื่องการพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ในวันที่ 4 ส.ค.เป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภา ส่วนตัวไม่ขัดข้องว่าจะดำเนินการหรือไม่อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลื่อนวาระแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาก่อน หากต้องขอมติที่ประชุมรัฐสภา มองว่าพรรคอื่นๆ จะร่วมเล่นเกมกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เพราะต้องอาศัยเสียงสว.ร่วมโหวตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นายเสรีกล่าวว่า ตนไม่มองว่าเป็นเกมอะไร แต่หากพรรคอื่น เช่น พรรคเพื่อไทยจะร่วม ลงมติเพื่อให้เลื่อนวาระพิจารณา ตนไม่แน่ใจว่า พรรคเพื่อไทยจะร่วมลงมติหรือไม่ อีกทั้งความต้องการเสียงสว. เพื่อร่วมโหวตนายกฯ นั้น หากพรรคการเมืองรวมเสียงกันได้ข้างมาก ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของสว.

กกต.คาด 10 ก.ย.เลือกซ่อมระยอง

วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) รับทราบกรณีนายนครชัย ขุนณรงค์ สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสส. และให้สำนักงานไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศึกษาเรื่องของการเรียกค่าเสียหาย ซึ่งสำนักงานกำลังเร่งทำหนังสือแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทูลเกล้าฯ ตรา พ.ร.ฎ. เลือกตั้งสส.แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยพยายาม จะให้ทันการประชุมครม.วันที่ 8 ส.ค. เนื่องจาก ระยะเวลา 45 วัน ที่ต้องจัดการเลือกตั้งนับแต่ตำแหน่งว่างลงเริ่มนับหนึ่งแล้วในวันที่ 3 ส.ค. หากมีพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง กกต.จะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และวันสมัครรับเลือกตั้ง คาดว่าวันเลือกตั้งสส.เขต 3 ระยอง จะเป็นวันที่ 10 ก.ย. ซึ่งถือเป็นวันที่ 39 ของกรอบระยะเวลา 45 วัน

ทั้งนี้ นายนครชัย ต้องคำพิพากษาคดี ลักทรัพย์เมื่อปี 2542 จึงถือว่าเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ประกอบมาตรา 101 (6) และนายนครชัย ได้ยื่นหนังสือลาออกในวันที่ 3 ส.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน