เต็นท์มือ2-ย่านไทรม้า ปิดชิ่งหนี-ไถ่คืนไม่ได้
เหยื่อเต็นท์รถแสบเมืองนนท์ทยอยแจ้งความเอาผิด หลังเอารถมาจำนำราคาถูก แต่เจ้าของเต็นท์เอาไปจำนำต่อราคาสูง แล้วไม่ยอมส่งดอก พอเจ้าของรถมาไถ่คืนก็ไม่ได้ อ้างไม่สามารถติดต่อนายทุนได้ พอเข้าแจ้งความตำรวจก็โทรศัพท์ข่มขู่ อ้างจะไม่ได้สักบาท ทนไม่ไหวเข้าร้องเรียนบิ๊กโจ๊ก จนต้องสั่งการให้ตำรวจรับแจ้งความและเร่งสอบสวน เตรียมออกหมายจับเจ้าของมาดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชน
จากกรณีที่มูลนิธิวินวิน พากลุ่มผู้เสียหายจำนวน 10 ราย เดินทางเข้าร้องเรียน ขอความเป็นธรรมที่สโมสรตำรวจกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. หลังกลุ่มผู้เสียหายนำรถยนต์ส่วนตัวไปจำนำกับเต็นท์แห่งหนึ่งย่านตำบลไทรม้า จ.นนทบุรี ก่อนที่เจ้าของเต็นท์รถจะเอาไปจำนำต่อกับกลุ่มนายทุน เมื่อถึงวันที่ผู้เสียหายนำเงินต้นไปไถ่รถออก กลับถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่ารถอยู่กับนายทุนแล้วไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับรถคืนนับสิบราย ก่อนที่เต็นท์รถดังกล่าวจะปิดตัวลงแล้วย้ายไปเปิดเต็นท์ในสถานที่แห่งใหม่แทน
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ส.ค. นาย ดลชนก บุณโยทยาน รองประธานมูลนิธิวินวิน พากลุ่มผู้เสียหาย 10 ราย เข้าแจ้งความและให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.สภ.บางศรีเมือง เพื่อเร่งรัดคดีและติดตามตัว น.ส.หนิง (นามสมมติ) เจ้าของเต็นท์รถแห่งหนึ่งย่านตำบลไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี มาดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

ตุ๋นจำนำ – กลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 รายเข้าแจ้งความตำรวจสภ.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ถูกเต็นท์รถหลอกลวงรับจำนำรถ จากนั้นนำไปเปลี่ยนแปลงสัญญาเพิ่มวงเงิน ก่อนนำไปจำนำต่อกับนายทุนแล้วปิดเต็นท์รถหลบหนี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.
จากการตรวจสอบประวัติเต็นท์รถ ดังกล่าวพบว่า เต็นท์รถแห่งนี้ เปิดรับซื้อ ขาย และจำนำรถ ในช่วงต้นปี 64 หลังจากเปิดกิจการได้เพียง 6 เดือน ทางเต็นท์ซึ่งจดทะเบียนในรูปแบบของบริษัทก็ปิดตัวลง โดยย้ายไปเปิดเต็นท์ในสถานที่แห่งใหม่พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ มีการโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการรับจัดไฟแนนซ์ รับจำนำรถ ทำให้ผู้เสียหาย หลายรายที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินหลงเชื่อ นำรถยนต์ไปจำนำกับทางเต็นท์ไว้ ในวงเงินที่ไม่สูงมาก ต่อมากลุ่มผู้เสียหายก็ทยอยจ่ายดอกเบี้ยให้แต่ละเดือน จนกระทั่งเมื่อรวบรวมเงินได้ แล้วจะนำไปไถ่รถ กลับคืน กลับถูกทางเต็นท์รถแห่งนี้นำรถของผู้เสียหายไปจำนำต่อกับนายทุนในวงเงินที่สูงกว่าอีกที ทำให้เมื่อผู้เสียหายมาขอไถ่ถอนรถคืน ทางเต็นท์รถก็อ้างว่า รถอยู่ที่นายทุนของเต็นท์และไม่สามารถติดต่อนายทุนได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับทางกลุ่มผู้เสียหาย
น.ส.นก (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ที่หลงเชื่อเพราะความไว้ใจ เห็นว่าเป็นเต็นท์รถที่มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือและเป็นในรูปแบบของบริษัท จึงนำรถเข้าไปจำนำในราคาที่ไม่สูงมาก เพื่อหวังจะไถ่ถอนกลับมา ภายหลัง แต่ปรากฏว่าเต็นท์รถกลับนำรถไปจำนำต่อกับนายทุน ในราคาที่สูงกว่าเดิมถึง 2-3 เท่า ขณะที่ผู้เสียหายเจ้าของรถยังส่งดอกเบี้ยให้ตามปกติ แต่ทางเต็นท์รถที่นำไปจำนำต่อ ไม่ไปส่งดอกต่อให้กับนายทุน ทำให้เมื่อถึงเวลาไถ่ถอน ทางเต็นท์ไม่สามารถไปนำรถมาคืนให้กับทางกลุ่ม ผู้เสียหายได้ ก่อนจะบ่ายเบี่ยงขอเลื่อนวันรับรถออกไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็อ้างว่าไม่สามารถติดต่อกับทางนายทุนได้ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายต้องแจ้งความดำเนินคดี
น.ส.นก เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้รวบรวมผู้เสียหายได้แล้ว 15 คน ซึ่งทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยเต็นท์รถโทรศัพท์ข่มขู่ผู้เสียหายบางคน ว่าถ้าแจ้งความจะไม่ได้รับคืนเงินสักบาท ทำให้บางคนยังไม่กล้าแจ้งความ หวังจะเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ทางกลุ่มที่เหลือเกรงว่าคดีจะล่าช้า และไม่สามารถติดตามรถกลับคืนมาได้ จึงตัดสินใจรวมตัวกันผ่านทางมูลนิธิวินวิน ร้องเรียนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อให้เร่งรัดคดี โดยรองผบ.ตร.สั่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง รับแจ้งความ และเร่ง ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องทันที
นายดลชนกกล่าวว่า ขอให้รวบรวมคดีทั้งหมดให้เป็นคดีเดียวกัน เพราะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มีผู้เสียหายตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป อยากฝากถึงคนที่ต้องการนำรถไปจำนำ ควรเช็กให้ดีว่าเต็นท์ที่จะนำรถไปจำนำนั้นเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบสัญญาและพฤติการณ์ของเต็นท์ให้ดีก่อนตัดสินใจ ล่าสุดกำลังไล่เช็กว่ารถแต่ละคันอยู่ที่ไหนบ้าง บางคันโดนใบสั่งทางหลวงก็แสดงว่ารถยังอยู่
พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.สภ.บางศรีเมือง กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเข้าข่ายในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในการขออนุมัติหมายจับเจ้าของเต็นท์รถต่อไป