ปชป.ก็โรคเลื่อน-เลือกหน.ล่ม เฉลิมชัยโชว์ชื่อ21สส.ในสังกัด หยัด-สาธิตค้านร่วมรัฐบาลพท. เศรษฐายื่นฟ้อง‘เสี่ยชูวิทย์’วันนี้

‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’โผล่กรุงพนมเปญ ชื่นมื่นร่วมงานวันเกิดครบ 71 ปี สมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา ด้าน ‘เศรษฐา’ ส่งทนายยื่นฟ้อง ‘ชูวิทย์’ วันนี้ ขณะที่ ‘อนุสรณ์-ฐิติมา’ 2 สส.เพื่อไทย ย้ำชัดไม่จับมือพรรค 2 ลุงแน่ เผยถึงขั้นนอนไม่หลับ คนพื้นที่อึดอัด จ่อถามกลางที่ประชุมพรรค ประชาธิปัตย์ก็เจอโรคเลื่อน ประชุมใหญ่รอบสองล่มอีก ‘เฉลิมชัย’ ประณามพฤติกรรมเลวทราม แฉส่งโหวตเตอร์เที่ยวสปป.ลาว โชว์กลุ่มเพื่อนต่อมี 21 สส. ด้านนราพัฒน์ซัดพวกหวงอำนาจไม่ยอมส่งไม้ต่อ ‘ชวน’ ย้ำต้องยึดมติพรรค อย่าปล่อยใครทำตามอำเภอใจจนพรรคเสียหาย ‘บัญญัติ-สาธิต’ ก็ค้านร่วมรัฐบาลเพื่อไทย

องค์ประชุมปชป.ล่มรอบสอง
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2 ประจำปี 2566 โดยนัดสมาชิกให้มาร่วมประชุมตั้งแต่เวลา 08.30 น. แต่ปรากฏว่าสมาชิกเดินทางมาร่วมประชุมอย่างบางตา และเริ่มคึกคักเมื่อใกล้เวลาเปิดประชุมเวลา 09.30 น. ซึ่งมีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุม อาทิ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค 3 คน ทั้งนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมทั้งแกนนำพรรค สส. อดีตสส. และสาขาพรรค ที่เป็นองค์ประชุม โดยแต่ละคนได้กล่าวทักทายและพูดคุยกันอย่างปกติ

แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงกำหนดเริ่มประชุม น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรค แจ้งว่าขณะนี้มีองค์ประชุม 210 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม เพราะตามข้อบังคับพรรคจะต้องมีองค์ประชุม 250 คนขึ้นไป ดังนั้น ขอให้รอสมาชิกที่กำลังเดินทางมาร่วมก่อน ขณะที่นายเฉลิมชัยมีสีหน้าเคร่งเครียด และเดินเข้าออกห้องประชุมตลอดเวลา

ต่อมาเวลา 10.36 น. น.ต.สุธรรมแจ้งที่ประชุมว่า เรารอสมาชิกมา 1 ชั่วโมงแล้ว แต่มีสมาชิกมาร่วมประชุม 223 คน จึงถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ขออนุญาตนำเรื่องนี้ไปหารือกับรักษาการกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เพื่อพิจารณาวันเลือก กก.บห.ชุดใหม่อีกครั้ง ต้องขออภัยสมาชิกทุกท่านด้วย

จากนั้นสมาชิกส่วนหนึ่งได้แยกย้ายเดินทางกลับ ขณะที่บางส่วนยังคงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการประชุมล่มเป็นครั้งที่ 2 อย่างเคร่งเครียด

เฉลิมชัยฉุน-ประณามทำเสื่อม
ต่อมาเวลา 10.40 น. นายเฉลิมชัยแถลงหลังการประชุมใหญ่ล่มเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบว่า เป็นพฤติกรรมเลวร้ายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะคำประกาศอุดมการณ์ของพรรค ข้อที่ 1 พรรคจะดำเนินการโดยวิถีทางอันบริสุทธิ์ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความเสียหายให้กับพรรคอย่างมาก การที่องค์ประชุมไม่ครบทั้ง 2 ครั้ง ไม่ใช่เกิดโดยธรรมชาติ แต่เกิดจากพฤติกรรมของกลุ่มคนบางกลุ่ม ซึ่งตนขอโทษสมาชิกพรรคด้วย มีการให้องค์ประชุมออกจากห้องประชุม ไม่ให้ลงชื่อเป็นองค์ประชุม ให้องค์ประชุมไปเที่ยวประเทศลาวเพื่อไม่ให้มาประชุม ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่เลวทราม ไม่น่าเกิดขึ้นในพรรคที่เป็นสถาบันทางการเมือง

“เชื่อว่ากลุ่มคนดังกล่าวรู้ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ แต่ขอให้มีจิตสำนึก เชื่อว่าถ้าจิตสำนึกกลับคืนมาพรรคจะเดินหน้าได้ พรรคมีระเบียบ มีข้อบังคับ ไม่สามารถทำอะไรโดยลำพัง ทำอะไรโดยมีความคิดส่วนตัวได้ ประชาธิปัตย์มีกฎข้อบังคับ แต่ทุกวันนี้หลายคนฉีกกฎข้อบังคับเอง ทำให้ประชาธิปัตย์เสื่อมถอย สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมส่วนนี้ วันนี้ผมขอประณาม ถ้ามีจิตสำนึกที่เพียงพอขอให้กลับมาช่วยทำให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่เล่นเกมการเมืองเพื่อหวังตอบสนองความต้องการของใครบางคน” นายเฉลิมชัย กล่าว

ถ้ามีสำนึก-สิ้นสค.ได้หัวหน้าใหม่
นายเฉลิมชัยกล่าวย้ำว่า พร้อมจะวางมือทางการเมือง และเคยยื่นข้อเสนอไปว่าถ้าตนเป็นอุปสรรคต่อพรรค ขอให้ที่ประชุมดำเนินการตามข้อบังคับพรรค ทั้งนี้ ใครที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคขอความกรุณาไม่ต้องแสดงความคิดเห็น และทราบหรือไม่ว่าการประชุมใหญ่พรรคในแต่ละครั้งใช้งบ 3-4 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนตั้งใจให้พรรคมาทำกิจกรรมการเมือง ไม่ใช่นำเงินมาผลาญเล่นกันเช่นนี้ วันนี้ขอเป็นครั้งสุดท้าย และให้ทุกคนตรึกตรองดูว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาถูกต้องหรือไม่

เมื่อถามว่าจะนัดประชุมใหม่อีกครั้ง เมื่อใด นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ต้องนัดประชุมกก.บห.เพื่อนัดประชุมอีกครั้ง ส่วนสิ้นเดือนส.ค.นี้จะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ตนพูดตลอด ถ้ามีจิตสำนึกก็จะได้ เมื่อถามย้ำว่าการประชุมครั้งหน้าต้องเปลี่ยนสถานที่หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า น่าจะต้องกางเต็นท์ เพราะพรรคจะไม่มีเงินแล้ว

ท้าเปิดชื่อมาใครพูดปชป.จับมือพท.
ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวสมาชิกพรรคภาคอีสาน รวมถึงสมาชิกหลายส่วนเรียกร้องอยากให้ทบทวนการร่วมรัฐบาลนั้น นายเฉลิมชัยกล่าวว่า อยากรู้ว่าใครเป็นคนพูดว่าจะร่วมรัฐบาล เพราะยังไม่มีใครแถลง ซึ่งการร่วมรัฐบาลของพรรคต้องเป็นการประชุมของ กก.บห.ร่วมกับสส.ของพรรค ซึ่งตนว่าอย่าไปคิดเลยเถิด อย่าทะลึ่งส่งเดช แค่นั้นแหละ

เมื่อถามว่าหลายคนมองอุดมการณ์ของพรรคหากจะไปร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ขอถามว่าวันนี้คนที่อยู่พรรค ใครที่ไม่มีอุดมการณ์ประชาธิปัตย์บ้าง พูดให้ชัดว่าใครไม่มีอุดมการณ์บ้าง ไม่ใช่พูดเอามัน พูดเอาสนุก พูดเข้าข้างตัวเอง

“มีใครที่ไม่รักประชาธิปัตย์บ้าง มีใครที่ไม่มีอุดมการณ์ประชาธิปัตย์บ้าง ขอให้บอกตัวคนมา ถ้าคุณแน่จริงก็ออกมาประกาศเลยว่ารักพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าผม ประกาศมาเลย สังคมจะได้รู้ว่าการรักพรรคของคุณมันมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง ผมว่าหลักการข้อบังคับของพรรคมีอยู่แล้วก็เดินไปตามนี้ ผมไม่ได้เข้ามามีผลประโยชน์แล้ว ผมถามสักคำว่า การที่ผมอยู่ในพรรคแล้ว สส.หรือสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ให้เกียรติรักและเคารพนับถือผมมันเป็นความผิดหรือ ต้องย้อนว่าคุณต้องทำตัวให้สส.เขารักและเคารพเหมือนที่ผมทำ มันก็จบ” นายเฉลิมชัยกล่าว

เสี่ยต่อเผยชัดมีสส.ไม่ต่ำกว่า 21 คน
เมื่อถามว่าขณะที่แถลงข่าวอยู่นี้มีสส.มาร่วมแถลงด้วยกี่คน นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “ต่ำๆ มี 21 คน ฝากบอกกับสื่อด้วยว่า คนที่คิดว่าพรรคจะต้องเดินตามแนวทางนี้มีไม่ต่ำกว่า 21 คน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการแถลงข่าวนายเฉลิมชัยพร้อมด้วยสส.ได้ยืนให้สื่อมวลชนถ่ายรูป เพื่อแสดงตัวว่าไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ทำให้องค์ประชุมล่ม ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่าระหว่างรอองค์ประชุม นายเฉลิมชัยได้เดินเข้าไปหา นายอภิสิทธิ์ที่นั่งอยู่อีกจุดหนึ่ง โดยนัดดื่มไวน์เพื่อเคลียร์ใจกัน

กลุ่มเพื่อนต่อ – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นำสส. ‘กลุ่มเพื่อนต่อ’ 21 คน โชว์ตัวหลังการประชุมใหญ่วิสามัญเลือกหัวหน้า-กก.พรรคล่มอีกเพราะองค์ประชุมไม่ครบ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กทม. เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

เปิดรายชื่อ‘กลุ่มเพื่อนต่อ’
สำหรับ 21 สส.ในกลุ่มของนายเฉลิมชัยที่มาร่วมแถลงข่าวด้วยนั้น ได้แก่ 1.น.ศ.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง 2.นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง 3.นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ 4.นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส. ประจวบคีรีขันธ์ 5.นายราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีธรรมราช 6.นายทรงศักดิ์ มุสิกอง สส.นครศรีธรรมราช 7.นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช 8.ว่าที่ร้อยโทยุทธการ รัตนมาศ สส.นครศรีธรรมราช 9.นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรี ธรรมราช 10.นางอวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช

11.นายชาตรี หล้าพรหม สส.สกลนคร 12.นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา 13.นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา 14.น.ส.สุภาพร กำเนิดผล สส.สงขลา 15.พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา 16.นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา 17.นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี 18.นาง สุพัชรี ธรรมเพชร สส.พัทลุง 19.นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง 20.นายวุฒิพงษ์ นามบุตร สส.อุบลราชธานี 21.นายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน

นราพัฒน์ซัดบางคนหวงอำนาจ
ด้านนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคเหนือ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของสมาชิก ตนอยากเรียกร้องให้สมาชิกพรรค คิดถึงพรรค และรักพรรคให้มากๆ การทำลายองค์ประชุม ไม่มาร่วมประชุมทั้งที่เป็นหน้าที่ และทำให้องค์ประชุมล่ม ให้สังคมมองว่าพวกเรามีปัญหากัน คิดว่าจะทำให้พรรคแย่ลงไป

เมื่อถามว่านายเฉลิมชัย ระบุมีการเล่นการเมืองภายในพรรค ทำให้องค์ประชุมล่ม นายนราพัฒน์กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นจิตสำนึกและหน้าที่ของสมาชิกที่จะต้องสร้างให้พรรคแข็งแรง และเป็นเอกภาพ ซึ่งอดีตหัวหน้าพรรคหลายคนก็ระบุว่าสาเหตุที่ทำให้พรรคตกต่ำเพราะพรรคไม่มีเอกภาพ ไม่สามัคคี ไม่ยึดมติพรรค และถ้าแพ้โหวตแล้ว บอกว่าไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เดินตามมติ ไม่มีวินัย ก็ต้องถามกลับว่าประชาธิปไตยในพรรคคืออะไร

“ผมอยากให้คิดถึงพรรค ไม่ว่าคนเก่าหรือคนใหม่ คิดถึงพรรคให้มากกว่าตัวบุคคล สิ่งที่ทำกันอยู่ตอนนี้ คนแพ้คือพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้แพ้ภัยตัวเอง เพราะเราขาดความสามัคคี หวงพรรคไม่ยอมส่งไม้ต่อให้คนรุ่นถัดไป แล้วเราจะตามพรรคอื่นได้อย่างไร เขาไปถึงไหนกันแล้ว พรรคอื่นเช้าลาออกบ่ายได้หัวหน้าพรรคแล้ว ส่วนประชาธิปัตย์ 2 ครั้งแล้วยังไม่ได้หัวหน้าพรรคเลย แล้วประชาชนจะฝากความหวังกับพรรคได้อย่างไร ยืนยันว่าผมรักพรรค วันนี้เรายังไม่ได้หัวหน้าพรรคเลย แล้วพรรคจะเดินต่อกันได้อย่างไร ส่วนการร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วม คนละเรื่องกัน” นายนราพัฒน์กล่าว

‘ชวน’ย้ำชุดรักษาการมีอำนาจเต็ม
ขณะที่นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมใหญ่วิสามัญล่มว่า ในทางปฏิบัติต้องนัดประชุมต่อ ซึ่งแล้วแต่จะนัดประชุมเมื่อไหร่ แม้จะยังไม่มี กก.บห.ชุดใหม่ แต่ชุดเดิมยังรักษาการอยู่ ยังทำหน้าที่ได้เต็มร้อย ตัดสินใจได้ทุกอย่าง เช่น ตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ กก.บห.ชุดปัจจุบันเขาทำได้ เพราะหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กก.บห.ก็ยังอยู่ เขาต้องหารือกันแล้วลงมติ ถ้าต่างคนต่างอยู่ ไม่หารือกันก็เลื่อนลอย อย่าปล่อยให้คนใดคนหนึ่งไปทำอะไรด้วยตัวเอง มันเสียหายต่อภาพพจน์พรรค และต้องเตือนว่าอะไรที่สมาชิกไปทำส่วนตัว ต้องไม่กระทบต่อพรรค อะไรที่เป็นนโยบายที่ต้องทำ ต้องให้พรรคเห็นชอบ ไม่ใช่ไปหาส่วนตัวอย่างนี้ไม่ได้

เมื่อถามว่าสภาพปัจจุบันดูเหมือนสมาชิกอยากได้แบบหนึ่ง แต่สส.ปัจจุบันอยากได้เแบบหนึ่ง นายชวนกล่าวว่า อันนั้นไม่เป็นไร เพราะมติพรรคออกมาแล้วก็จบ และมติเป็นอย่างไร กก.บห. ก็ต้องรับผิดชอบ

ชี้ตัดสินใจร่วมรัฐบาลต้องใช้มติ
เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้น ดูเหมือนเป็นความขัดแย้งของ 2 ขั้วในการเลือกหัวหน้าพรรค ควรมีผู้ใหญ่เข้ามาพูดคุยเพื่อให้เดินหน้าไปได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เห็นว่า กก.บห.ชุดรักษาการควรจะคุยกัน

ต่อข้อถามว่า มองอย่างไรกับการที่พรรคจะเข้าร่วมรัฐบาล นายชวนกล่าวว่า เรื่องนี้ยังมาไม่ถึง เพราะยังไม่มีรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี แต่ที่พูดกันไปเพราะมีข่าวว่ามีคนไปพบคนนั้นคนนี้ มีการแบ่งกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ตนก็ถามในที่ประชุมสส.สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจริงหรือไม่ และมีหรือไม่ที่แบ่งกระทรวงกันแล้ว เขาก็ปฏิเสธ ฉะนั้น หลักมันมีอยู่ สิ่งที่หัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคได้ชี้แจงคือ หลักจริงๆ และคนใดที่ไปทำด้วยตัวเอง ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของคนนั้น แต่อะไรที่จะผูกพันพรรคต้องเป็นมติพรรค และ ไม่ควรจทำอะไรนอกเหนือจากมติพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่านายเฉลิมชัยไม่พอใจที่องค์ประชุมล่ม นายชวนกล่าวว่า เราไม่รู้ เมื่อการประชุมล่มก็ต้องนัดประชุมต่อไป ซึ่งคิดว่าผู้ใหญ่ต้องพูดคุยกัน เพื่อให้ได้ผลออกมา ว่าพรรคอยู่ได้ด้วยความรับผิดชอบของกก.บห. ซึ่งกก.บห.ต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินนโยบายของพรรค ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ เพราะทุกคนต้อง คุยกัน

บัญญัติลั่นไม่ควรร่วมรบ.เพื่อไทย
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า ตนเข้าใจว่าคงเกี่ยวกับแถลงการณ์ของสาขาพรรคภาคอีสานที่ออกมา ซึ่งการร่วมรัฐบาลที่ผ่านมา พรรคมีผลงานโดดเด่นในหลายเรื่อง ซึ่งตนได้ฟังความคิดจากสมาชิกแล้วนำมาวิเคราะห์กัน ซึ่งไม่ใช่ความคิดของ 4 อดีตหัวหน้าพรรค แต่เป็นความคิดของสมาชิกพรรคเท่านั้นว่าไม่ควรไปร่วมรัฐบาล แต่ควรใช้เวลาที่เหลืออยู่ ฟื้นฟูและกอบกู้พรรคอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าพิจารณา

เมื่อถามว่ามีคนถามเรื่องอุดมการณ์พรรคที่ต่อต้านระบอบทักษิณ หากไปร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย จะทำอย่างไร นายบัญญัติกล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญ ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ต่อต้านระบอบทักษิณ ก็พูดคุยกันว่าแนวคิดนี้ยังคงมีอยู่ในตอนนี้หรือไม่

อู๊ดด้าจ่อหารือเคาะวันเลือกชุดใหม่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค กล่าวภายหลังที่ประชุมพรรคล่มว่า ขั้นตอนต่อไปต้องประชุม กก.บห.และหารือกับเลขาธิการพรรคเพื่อกำหนดวันประชุมใหม่ ย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของพรรค ทั้งนี้ ยืนยันว่า แม้จะอยู่ในช่วงรักษาการ แต่กก.บห.ยังมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ การโหวตมติต่างๆ ในสภา

นายจุรินทร์เชื่อว่า การประชุมใหญ่ของพรรคครั้งต่อไป ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับของพรรค และเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามนี้ จะกลายเป็นว่าการประชุมจะเป็นไปโดยไม่ชอบ และที่การประชุมครั้งนี้จำเป็นต้องลงไปก็ต้องนัดประชุมใหม่

เตือนลูกพรรคควรนิ่ง-อย่าผลีผลาม
เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตราบใดที่ยังไม่มีกก.บห.ชุดใหม่ ชุดรักษาการต้องทำหน้าที่ไปก่อนร่วมกับที่ประชุม สส. ย้ำว่าทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ไม่ใช่เดินหน้าไปไม่ได้ และเท่าที่ติดตามสถานการณ์ คิดว่าการเมืองยังไม่นิ่งและยังไม่มีอะไรชัดเจน ดังนั้น ประชาธิปัตย์ก็ต้องนิ่งเป็นเหมือนกัน และต้องไม่ผลีผลามตัดสินใจ ทั้งหมดต้องยึดอุดมการณ์ของพรรคและประโยชน์สูงสุดของบ้านเมืองเป็นหลัก

เมื่อถามว่าการจะร่วมกับพรรคเพื่อไทย เป็นไปได้ยากหรือไม่เพราะจุดยืนของพรรคต่อต้านระบอบทักษิณ นายจุรินทร์กล่าวว่า การจะตัดสินใจเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เป็นอำนาจเของกก.บห.ร่วมกับสส. ส่วนที่มีกระแสข่าวฝั่งของนายเฉลิมชัยจะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย นายจุรินทร์กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งไปคาดการณ์ เพราะทุกอย่างจะยุติในที่ประชุมร่วมกก.บห.และสส.พรรคอยู่แล้ว

สาธิตลั่นจุดยืนไม่ร่วมกับเพื่อไทย
นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคกลาง ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า ส่วนตัวมองว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีความเหมาะสมในสถานการณ์นี้ และเชื่อว่าจะนำพาพรรคกลับไปสู่ที่เดิมได้ ซึ่งตนจะเป็น ผู้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ ขึ้นมาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ว่านายอภิสิทธิ์จะได้เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ กลุ่มของตนก็มีจุดยืนว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ขอทำพื้นที่ตัวเองให้ดีและเสนอตัวใหม่อีกครั้งในโอกาสถัดไป

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อมระนอง พรรคจะมีการส่งผู้สมัครสส.ลงหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า จะพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติ เป็นคนดีตามที่ประชาชนต้องการ ซึ่งน่าจะส่งผู้สมัครคนเดิม คือนพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ถือว่ามีคุณสมบัติพร้อม แต่ต้องดูเงื่อนไขในพื้นที่และคะแนนดิบที่ผ่านมา ว่าจะนำมาบริหารจัดการอย่างไร

ชัยชนะปัดยกก๊วนร่วมรัฐบาล
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองเลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงกรณีนายชวน ระบุใครในพรรคที่ต้องการจะไปร่วมรัฐบาล ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรคว่า ทุกอย่างยังไม่มีใครบอกว่าจะไปร่วมรัฐบาล ตนก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ ไม่มีใครยืนยันว่าจะไปร่วม แต่การจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร ต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค ต้องเป็นมติพรรค ข่าวที่ออกมาก็เป็นเพียงข่าว ยังไม่ไปถึงขั้นตอนนั้น

เมื่อถามว่าอุดมการณ์พรรค จะร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้จริงหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า “ก็ต้องดูว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอ ตรงกับอุดมการณ์ของเราหรือไม่ ถ้าไม่ขัดจุดยืนพรรค เราบอกชัดเจนว่า เรายึดมั่นในสถาบันพระมหากษัตริย์ 1.เราต่อต้านพรรคที่แก้ไขมาตรา 112 2.ต้องไม่มีพรรคก้าวไกล 3.เราไม่สนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ 4.เราต้องหาทางออกให้กับประเทศ ที่สำคัญพรรคพร้อมเป็นทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน

ส่วนที่บอกว่าพรรคอยู่คนละขั้วกับพรรคเพื่อไทย ตนคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม ยังไม่สามารถตอบได้ แต่อุดมการณ์พรรค 10 ข้อ ต้องดูว่าพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนำเสนอมา ขัดต่อหลักการเราหรือไม่

รอหลัง 16 ส.ค.เคาะทิศทาง
เมื่อถามว่าเราจะขจัดเรื่องการไม่เอานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้อย่างไร นายชัยชนะกล่าวว่า เรื่องนั้นยังมาไม่ถึง จะพูดไปก่อนก็ไม่ได้ เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีเทียบเชิญพรรค ฉะนั้น จะไปบอกว่าไม่เอาคนโน้นคนนี้ มันไม่ใช่ แต่เรามีหลักการอยู่แล้วว่าคืออะไร

เมื่อถามว่ามีการก่อกลุ่มขึ้นมาของพรรคที่อยากไปร่วมรัฐบาล นายชัยชนะกล่าวว่า ไม่มี ตนเป็นสส. หลายคนก็เป็นสส. ก็ไม่มี ข่าวก็คือข่าว แต่ข้อเท็จจริงยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรค เพราะในการโหวตนายกฯ ของรัฐสภา ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในวันที่ 16 ส.ค.นี้ หลังจากนั้นพรรคจะประชุมร่วมกันว่าจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะเปลี่ยน หัวหน้าพรรคจะต้องปรับเปลี่ยนด้วยหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงพรรคไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจะร่วมรัฐบาล หรือเป็นฝ่ายค้าน แต่การเปลี่ยนแปลงพรรคต้องมาดูภายในของเราว่ามีอะไรต้องปรับเปลี่ยน เช่น นโยบาย รูปแบบการหาเสียง การทำงานในโซเชี่ยลฯ และต้องเชิญคนรุ่นใหม่เข้ามาในพรรคให้เยอะขึ้น

ตัวแทนสาขาอีสานซัด‘เสี่ยต่อ’
กลุ่มตัวแทนสาขาและเขตเลือกตั้ง ภาคอีสานประชาธิปัตย์จำนวน 21 คน ะบุว่า ตามที่นายเฉลิมชัย แถลงกล่าวหาว่าผู้ที่ไม่มาประชุม และผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่มีจิตสำนึกรักประชาธิปัตย์ พวกเราขอชี้แจงว่าพวกเราเป็นกลุ่มที่รักและหวงแหนพรรค ซึ่งอดีตเลขาฯ อาจผิดหวังที่ไม่สามารถประชุมตามที่ต้องการได้ พวกตนก็ไม่สบายใจที่จะให้สถาบันการเมืองแห่งนี้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลแค่ 20-21 คน ตกเป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาอำนาจทางการเมือง ฉะนั้น การที่พวกเราไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ใช่ขาดจิตสำนึก แต่เรามีจิตสำนึกที่สูงมากพอที่จะรู้ว่าพรรคกำลังจะถูกกลุ่มบุคคล นำไปสู่ทิศทางใด ซึ่งเป็นทิศทางที่เราไม่เห็นด้วย เราจึงใช้วิธีการอารยะขัดขืน

เราขอเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ให้แก้ไขข้อบังคับในสัดส่วนการลงคะแนน ซึ่งเคยเสนอมาแล้วในการประชุมครั้งแรก แต่กลุ่มของท่านไม่เห็นด้วย และ 2.เราขอแสดงจุดยืนตามที่ นายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่จะไม่นำพาพรรคเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาเกียรติภูมิของพรรคต่อไป เรายินดีจะร่วมประชุมทุกครั้งด้วยน้ำหนักการโหวตเตอร์ที่เท่าเทียมกันคือหนึ่งต่อหนึ่ง ไม่ใช่องค์ประชุม 30 คนเทียบเท่ากับ ส.ส.แค่ 1 คน เราขอแสดงจุดยืนด้วยจิตใจที่สงบ มั่นคง และยึดมั่นที่ต่ออุดมการณ์ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาพรรค เพื่อประชาชนและชาวประชาธิปัตย์ทุกคน

เพื่อไทยยอมรับตั้งรัฐบาลไม่ง่าย
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงสมการการตั้งรัฐบาล กลัวว่าเกมการเมืองจะบีบให้พรรคต้องรวมเสียงกับพรรค 2 ลุงว่า ตนไม่ได้อยู่ในคณะเจรจา เท่าที่คณะเจรจาแจ้งให้ สส.ทราบจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์ใดนำไปสู่การถูกกดดัน หรือถูกบีบบังคับให้ไปรับข้อเสนอของพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาล และหากเอาประชาชน เอาประเทศเป็นที่ตั้ง ตนเข้าใจว่าไม่มีเงื่อนไขอะไรที่จะมากดดัน ซึ่งการตั้งรัฐบาลนั้นไม่ง่าย ทุกครั้งจะมีการพูดคุยกันว่าพรรคใดเหมาะจะดูแลกระทรวงไหน แต่การพูดคุยและการเจรจาเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่น่าจะเป็นการถูกกดดันหรือถูกบีบคั้นจากพรรคร่วมรัฐบาล

นายอนุสรณ์กล่าวว่า การจะไปจับมือกับ 2 ลุงหรือไม่นั้น เมื่อสถานการณ์การเมืองเดินมาถึงการเรียกร้องความชัดเจนจากพรรค เราก็ยืนยันได้ว่าเราไม่ร่วมรัฐบาลกับ 2 ลุง คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ลั่นไม่จับมือ 2 ลุงแน่
“ทุกวันนี้พรรคเพื่อไทยยังยืนยันว่าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร แน่นอน และพล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว ผมเชื่อว่าตอนนี้ที่กลัวกันว่าจะมี 2 ลุง อย่างน้อยครึ่งทางไม่มีพล.อ.ประยุทธ์แน่ๆ ส่วนพล.อ.ประวิตร หากยังทำงานการเมืองต่อหรือจะมาร่วมรัฐบาล ผมยังมั่นใจว่าไม่มีทั้งพล.อ. ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตรแน่นอน” นายอนุสรณ์กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าพรรคจะไม่จับมือแน่ๆ หากมีพล.อ.ประวิตรอยู่ด้วยใช่หรือไม่ นายอนุสรณ์กล่าวว่า คิดว่าการประกาศของแคนดิเดตนายกฯ หรือการประกาศของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ชัดแล้วว่าถ้ามี 2 ลุง หัวหน้าพรรคพร้อมจะลาออก และโอกาสที่จะมี 2 ลุงมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะลุงหนึ่งวางมือไปแล้ว ส่วนอีกลุงหนึ่งก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะมาเป็นนายกฯ หรือสร้างอำนาจต่อรอง คงเป็นไปไม่ได้และเพื่อไทยคงไม่จับมือกับ 2 ลุงแน่

สส.ค้านจับมือรทสช.-พปชร.
นางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสมการการตั้งรัฐบาลกลัวว่าเกมการเมืองจะบีบให้พรรคต้องรวมเสียงกับพรรค 2 ลุงว่า ตอนนี้ก็โดนบีบอยู่ แต่ขณะนี้พรรคก็ยังไม่ได้พูดคุยกันว่าจะจับมือหรือไม่ มีแต่คณะเจรจาทั้ง 3 คนเท่านั้นที่ไปพูดคุย คนอื่นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ยังเครียดอยู่เลยว่าทำไมไม่ให้สส.รู้เรื่องบ้าง ทั้งนี้ จะมีการประชุมสส.พรรคในวันที่ 8 ส.ค.นี้ คาดว่าอาจจะพูดคุยถึงเรื่องนี้ก็ได้

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่หากในอนาคตอาจต้องจับมือกับพรรคของ 2 ลุงจริงๆ นางฐิติมากล่าวว่า “ก็ปวดหัวเลย เพราะเราหาเสียงไว้เยอะว่าเราไม่เอา 2 ลุง เราไม่เอา 2 พรรคนั้น หากต้องไปร่วมก็แย่เลย ในที่ประชุมพรรค คงมีคนพูด เพราะมีคนอึดอัดอยู่ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แน่นอน ซึ่งตอนที่หาเสียง ก็ทำทั้งใบปลิว แผ่นพับต่างๆ ว่าจะต้องปิดสวิตช์สว. เราต้องไม่เอา 3 ป. ตอนนี้ถึงขั้นนอนไม่หลับแล้ว”

ชี้สส.ลงพื้นที่ลำบากโดนโวย
นางฐิติมากล่าวว่า ก็เข้าใจว่าเขาหาทางตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะสว. ที่ไม่เอาด้วย แม้จะเป็นเพื่อไทยก็ไม่เอาด้วย และจะบีบเราไปจนกระทั่งนายกฯ จะชื่อพล.อ.ประวิตรและพล.อ.ประยุทธ์ด้วยซ้ำ ตนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย อยากจะให้เป็นประชาธิปไตย ที่แท้จริง ในความคิดยอม 10 เดือนเลยเพื่อให้เขาตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปเลย และเขาก็อยู่ไม่รอด ดีกว่าที่จะให้สังคมลุกเป็นไฟ ตอนนี้คนเดือดร้อนจริง แต่หากพวกนั้นได้เป็นรัฐบาล มันจะเดือดร้อน ไม่จบไม่สิ้นเพราะเขาบริหารไม่เป็น ซึ่งพิสูจน์มาแล้ว และเขาจะอยู่ต่อ คนที่นี่โมโหกันมากไม่ไหว

เมื่อถามว่าหากพล.อ.ประวิตรลาออกจากพรรค จะร่วมงานด้วยได้หรือไม่ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ก็ประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว นางฐิติมากล่าวว่า ไม่ เพราะยังมีรากเหง้าเดียวกัน ตนตัวเล็กๆ ไม่มีอิทธิพลที่จะบอกใครในความอึดอัดได้ เราก็ได้แต่โพสต์ในโซเชี่ยลมีเดียว่าเราคิดแบบนี้ เผื่อเขาจะเห็น เขาจะได้ยิน และในการประชุมพรรคเราก็ร่วมด้วยกับคนที่ไม่เห็นด้วยที่ตอนนี้ไปฉีกเอ็มโอยู

“ฉะนั้น คนที่อึดอัดมีเยอะ และได้ยินมาว่า มีคนบอกว่าหากประชุมพรรคจะพูดออกมาแล้ว ไม่ไหวแล้ว กลับบ้านไม่ได้ สส.ในพื้นที่ลำบากใจกันเยอะมาก มีประชาชนสะท้อนปัญหากันมาเยอะมาก และเหมารวมไปหมดแล้ว ดิฉันอยู่ฝั่งประชาธิปไตยมาตลอด แต่เขาก็บอกว่าหากคุณไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ คุณหลอกประชาชน ดิฉันก็ถามว่าฐิติมา ฉายแสง ไปหลอกแล้วเหรอ เขาก็บอกว่าไม่ใช่แต่หมายถึงเพื่อไทย เขาเหมารวมไปแล้ว” นางฐิติมากล่าว

เศรษฐาส่งทนายฟ้องชูวิทย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ได้มอบหมายให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นื่นฟ้องดำเนินคดีกับนาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ต่อศาลอาญา รัชดา ในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 10.00 น.

วิโรจน์ห่วงเพื่อไทยถูกหลอก
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เหตุการณ์ในช่วงนี้ ทำให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 11 ปีก่อน เมื่อ 19 พ.ค. 2555 อุปมาเหมือนกับเพื่อนรักคนหนึ่งพูดกับก้าวไกลว่า ก้าวไกลนี่ทำมาเยอะแล้ว แต่เมื่อทำมาถึงจุดหนึ่ง เหตุการณ์มันเปลี่ยน พัฒนาการมันเปลี่ยน ก็หวังว่าก้าวไกลคงจะเข้าใจว่าวันนี้เราได้ทำหน้าที่ของเรามาสุดทาง ซึ่งตนอยากตะโกนบอกเพื่อนรักคนนั้น ด้วยความเป็นห่วงว่า นายอย่าหลงกลขึ้นรถไปกับพวกมันเป็นอันขาด มันกำลังจะหลอกพานายไปปล้นแล้วยิงทิ้งบนภูเขา รีบวิ่งกลับมาลงเรือเร็ว เรือลำนี้ยังรอนายอยู่

ด้วยเหตุผลส่วนหนึ่งดังนี้ 8 พรรคเดิม มีเสียงรวมกัน 312 เสียง หรือถ้าคิดแค่เฉพาะก้าวไกลกับเพื่อไทยก็มีอยู่ถึง 292 เสียง อย่างไรก็ชนะฝ่ายลุงที่มีอยู่แค่ 188 เสียงแน่ๆ แต่เหตุผลที่ทำให้ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะลุงมีเสียง สว. อยู่เบื้องหลังอีก 236 เสียง รวมแล้วฝ่ายลุงมีอยู่ 424 เสียง พอ 312 ต้องไปงัดกับ 424 ก็เป็นงานยาก แต่ถ้าเราไม่แตกกัน ยังพอยื้อ และตรึงสถานการณ์ต่อไปได้ ฝ่ายลุงไม่กล้าตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแน่

“แต่เดิมก้าวไกลรวมเพื่อไทยยังตั้งรัฐบาลได้ยาก เพราะต้องไปเจอกับ 424 ตอนนี้เพื่อไทยพรรคเดียวเหลือแค่ 141 เสียง สภาพของเพื่อไทยคือถูกต่อรองหนักมาก ถึงกับมีข่าวหลุดมาว่า พรรคเล็กมีแค่ 2 เสียง กล้าต่อรองขอเก้าอี้ รมว. 1 ที่นั่ง การจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีก้าวไกล ไม่มี รวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐ รัฐบาลจะมีเสียงปริ่มน้ำแค่ 262-264 เสียง เสียงแค่นี้ในทางปฏิบัติเป็นรัฐบาลไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ที่ 2 ลุง ที่มีเสียงรวมกันถึง 76 เสียง จะโหวตให้เพื่อไทยฟรีๆ โดยไม่ร่วมรัฐบาล ขึ้นอยู่กับว่าจะขอร่วมรัฐบาลตอนนี้เลย หรือจะตามเข้ามาร่วมในภายหลัง”

เสียอำนาจต่อรองเป็นรัฐบาลหุ่นเชิด
นายวิโรจน์ระบุอีกว่า การบีบคอต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีไม่เคยเกิดขึ้นกับก้าวไกล เพราะกระทรวงเศรษฐกิจที่เพื่อไทยถนัด ก้าวไกลก็เชื่อมือ กระทรวงที่พรรคก้าวไกลมุ่งมั่นอยากเข้าไปทำงาน เพื่อไทยก็ยอมรับ ทุกอย่างลงตัว ตอนนี้เพื่อไทยมีอำนาจการต่อรองค่อนข้างจำกัด ไม่ใช่แค่เสียงในสภา 141 เสียง ที่น้อยกว่า 188 แต่สิ่งที่น่ากังวลมากๆ คือ มวลชนคนเสื้อแดง ที่ทยอยเดินออกจากเพื่อไทย การตัดสินใจสลัดก้าวไกลยังทำให้สูญเสียมวลชนคนเสื้อแดงไปจำนวนมาก และทำให้อำนาจการต่อรองของเพื่อไทยลดลงอย่างมาก

นายวิโรจน์ยังตั้งคำถามถึงพรรคเพื่อไทยว่า ไม่กลัวหรือว่าในวันโหวตนายกฯ แคนดิเดตจะถูกหักหลัง เสียง สว.ไม่มาตามนัด และทำให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยได้เสียงน้อยมากๆ ซึ่งจะทำให้ความชอบธรรมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยลดลงถึงขีดสุด และอยู่ในภาวะล้มละลายทางความน่าเชื่อถือของประชาชน หรือต่อให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้ ก็จะเป็นแค่รัฐบาลหุ่นเชิด ที่พรรคร่วมรัฐบาลมีอำนาจการต่อรองสูงมาก เหมือนถูก 2 ลุงเอาปืนจี้หลังอยู่ตลอดเวลา

“ผมเป็นห่วงมากๆ ว่าเพื่อไทย เพื่อนรักของผม กำลังตกหลุมพราง ถูกอุบายหลอกให้สลัดพันธมิตรอย่างก้าวไกล และทิ้งเพื่อนแท้อย่างคนเสื้อแดง วินาทีนี้ได้แต่หวังว่าเพื่อนจะคิดได้ แล้วรีบหันหลังวิ่งหนีออกมา” นายวิโรจน์ระบุ

เบิร์ธเดย์ – เพจ ‘FC ลุงป้อม’ โพสต์ภาพฉลองวันเกิดครบ 78 ปี ล่วงหน้าให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพปชร. ในงานสังสรรค์ นตท.รุ่น 6 และจปร.รุ่น 17 ที่สนามกอล์ฟทบ. รามอินทรา เมื่อวันที่ 5 ส.ค.

แฟนคลับอวยพรวันเกิด‘ป้อม’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม เผยเเพร่คลิปและภาพบรรยากาศการจัดงาน สุขสันต์ วันเพื่อน ฝนแรก ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ร่วมพบปะสังสรรค์นักเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 (ปี 2508)และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 17 รุ่นฝนแรก เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่สนามกอล์ฟ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก รามอินทรา มีเพื่อนร่วมรุ่นตท. 6 และจปร. 17 เเละคนใกล้ชิดของพล.อ.ประวิตร มาร่วมงานคับคั่ง ในงานได้ติดป้ายภาพพล.อ.ประวิตร พร้อมข้อความ “มีลุง มีเรา” จากสมาคมคนรักลุงป้อม

ในงานยังจัดงานวันเกิดล่วงหน้าให้พล.อ.ประวิตร ครบ 78 ปี ในวันที่ 11 ส.ค. โดยพล.อ.ประวิตร ได้ร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี และรับมอบดอกกุหลาบ จากคนใกล้ชิด ที่มอบเป็นกำลังใจเเละอวยพรวันเกิดล่วงหน้าอย่างอบอุ่น

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ปีนี้อายุ 78 ปีเต็มย่าง 79 ปีเเล้ว ฉะนั้นกิจกรรมบางอย่างของผู้สูงอายุ นอนอาจจะไม่ตื่นก็ได้ในวันพรุ่งนี้ใครจะไปรู้ ฉะนั้น ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพเเละรักใคร่กันไว้อย่างนี้ ขอบคุณเพื่อนๆเเละหลานๆทุกคนที่มาอวยพรวันเกิด ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

ประท้วง – กลุ่มผู้ชุมนุมบุกทำกิจกรรมประท้วง สาดสีใส่ป้ายกระทรวง พร้อมจุดพลุควัน จี้ถอดถอนชื่อ สว.คนดังออกจากศิลปิน แห่งชาติ หลังไม่ยอมโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ บริเวณหน้ากระทรวงวัฒนธรรม ถ.รัชดาภิเษก กทม. เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

ทะลุวังบุกวธ.จี้ปลด‘เนาวรัตน์’
เมื่อเวลา 15.30 น. สืบเนื่องกรณีกลุ่มทะลุวังประกาศรวมตัวแต่งชุดสีดำ ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่หน้ากระทรวงวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้ถอดถอนนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สว. จากการเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ นั้น ปรากฏว่ามีกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) ทยอยเข้าพื้นที่ จากนั้นปิดประตูกระทรวงวัฒนธรรม

ต่อมาเวลา 17.00 น. กลุ่มทะลุวัง นำโดย น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม รวมถึงหยก น.ส.ธนลภย์ เยาวชนหญิง เดินทางมาถึง มีการโปรยกระดาษสีขาว มีข้อความวิพากษ์การทำงานของ สว. พ่นสีสเปรย์บนพื้น สื่อถึง สว.รวมถึงข้อความตั้งคำถาม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ชาติใคร? เป็นต้น ก่อนจะโยนควันสี ข้ามรั้วกระทรวงวัฒนธรรม และป้ายสีขาวลงบนป้ายกระทรวง จากนั้นตัวแทนกลุ่มทะลุวังสวมใส่ชุดสีดำ และหน้ากากสีขาว อ่านบทกวีผลงาน ‘รอนฝัน ตะวันเศร้า’ โดยขึ้นด้วย ‘บทกวีคือการทรยศ’ ของ วาด รวี นักเขียนชื่อดังผู้ล่วงลับ

โผล่เขมร – อดีตนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร พร้อมน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 71 ปีของสมเด็จ ฮุนเซน นายกฯ ราชอาณาจักรกัมพูชา ท่ามกลางครอบครัว ตระกูลฮุน ที่กรุงพนมเปญ เมื่อ 5 ส.ค.

‘แม้ว-ปู’ร่วมงานวันเกิดฮุนเซน
วันที่ 6 ส.ค. เฟรชนิวส์ สื่อกัมพูชารายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเข้าร่วมในงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดครบ 71 ปี สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ปกติแล้วจะจัดเลี้ยงวันเกิดที่เมืองตาเขมา จ.กันดาล ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้นำที่ปกครองกัมพูชามานานกว่า 38 ปี และถือเป็นผู้นำที่ครองอำนาจยืนยาวที่สุดในเอเชียในปัจจุบัน

ทักษิณโผล่ – อดีตนายกรัฐมนตรีดร.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบ 71 ปีของนายฮุนเซน นายกฯ ราชอาณาจักรกัมพูชา ท่ามกลางครอบครัวตระกูลฮุน ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น เมื่อวันที่ 5 ส.ค.

สมเด็จ ฮุน เซน กล่าวว่า นายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้พักที่บ้านของเขาหนึ่งคืน พอเช้าวันถัดมาพวกเขาได้ทานอาหารเช้าร่วมกับสมเด็จ ฮุน เซน จากนั้นก็เดินทางออกจากกัมพูชา

สมเด็จ ฮุน เซน และนายทักษิณมีความสนิทสนมใกล้ชิดกันราวกับพี่น้อง ทั้งคู่สนิทกันตั้งแต่ปี 2535 ก่อนที่นายทักษิณจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีไทย

รบ.จัดใหญ่หนุนโลจิสติกส์ไทย
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับบริษัท RX Tradex และภาคเอกชน ร่วมจัดงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ TILOG-LogistiX 2023 ภายใต้แนวคิด “Smart and Green Logistics for Sustainable Tomorrow ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคตสีเขียวด้วยโลจิสติกส์อัจฉริยะรักษ์โลก ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค. ที่อาคาร 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

น.ส.รัชดากล่าวว่า งานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ TILOG-LOGISTIX 2023 จะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน ให้เป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก โดยมุ่งเน้นการปรับตัวในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีโลจิสติกส์ยุคใหม่ พร้อมกระตุ้นให้ผู้ประกอบการตื่นตัว และให้ความสำคัญกับการปรับตัวภายใต้แนวคิดเรื่อง Green โดยในงานนี้มีผู้จัดแสดงกว่า 415 แบรนด์ จาก 25 ประเทศทั่วโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 9,000 ราย พร้อมตั้งเป้ามูลค่าเจรจาทางธุรกิจกว่า 4,000 ล้านบาท โดยภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์โลจิสติกส์ยุคดิจิทัล อาทิ ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หุ่นยนต์หยิบสินค้าที่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระทุกแนวในคลังสินค้า รถโฟล์กลิฟต์ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเทียม เป็นต้น

น.ส.รัชดากล่าวอีกวา ปัจจุบันรัฐบาลมีแผนปฏิบัติการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ประกอบไปด้วย 5 แผน คือ 1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก 2.การยกระดับมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าโซ่อุปทาน 3.การพัฒนาพิธีการศุลกากร กระบวนการนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวข้อง และการอำนวยความสะดวกในการขนส่งระหว่างประเทศ 4.การพัฒนาศักยภาพผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย 5.การส่งเสริมวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และการติดตามผลด้านโลจิสติกส์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เเห่งสหประชาชาติด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน