ตร.ไซเบอร์เตือนเปิบหรู เหยื่อกว่า7พัน-สูญ140ล.
เตือนภัยออนไลน์ ปลอมเพจโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังระบาดหนัก หลอกโอนเงินค่าสำรองโต๊ะอาหารบุฟเฟต์ช่วงวันสำคัญ ตำรวจไซเบอร์เผยแค่เดือนก.ค.เพียงเดือนเดียวมี ผู้ตกเป็นเหยื่อสูงกว่า 7 พันราย เสียหายถึง 140 ล้าน ย้ำต้องรู้ให้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ ไม่หลงเชื่อเพียงเพราะชื่อเพจที่เหมือนหรือคล้ายเพจจริงผ่านการค้นหาในเว็บไซต์ทั่วไป หรือเฟซบุ๊กกลุ่มต่างๆ และข้อมูลที่ส่งต่อกันมา แนะวิธีการป้องกันถูกหลอกลวงอีก 9 ข้อ ย้ำร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัว ควรจะเป็นบัญชีชื่อโรงแรมหรือร้านเท่านั้น
วันที่ 6 ส.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. เปิดเผยว่า รายงานจากการตรวจสอบในระบบศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ พบมีผู้เสียหายหลายราย ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงินค่าสำรองโต๊ะอาหารสำรองบุฟเฟต์ (Buffet) ผ่านเพจเฟซบุ๊กของโรงแรม และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงปลอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันสำคัญต่างๆ จะมีการหลอกลวงจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ หรือหากมาหลายท่าน จะทานฟรี 1 ท่าน เป็นต้น ซึ่งมิจฉาชีพยังคงใช้แผนประทุษกรรมเดิมๆ คือ สร้างเพจเฟซบุ๊กโรงแรม หรือร้านอาหารปลอมขึ้นมา หรือใช้เพจ เฟซบุ๊ก เดิมที่มีผู้ติดตามจำนวนมากอยู่แล้ว ตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อบัญชีเพจให้เหมือนกับเพจจริงทุกตัวอักษร หรือใกล้เคียงกัน คัดลอกภาพโปรไฟล์ ภาพหน้าปก เนื้อหาและโปรโมชั่นต่างๆ จากเพจจริงมาใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงการใช้เทคนิคในการซื้อ หรือยิงโฆษณาเพื่อเข้าถึงเป้าหมายที่ค้นหาร้านอาหาร โดยให้พบเพจปลอมเป็นอันดับแรกๆ หากไม่ทันสังเกตให้ดีก็จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หากผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้ว ก็จะไม่สามารถติดต่อเพจนั้นได้แต่อย่างใด
โฆษก บช.สทอ. กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ก.ค. มีการหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ และยังคงมีประชาชนตกเป็นเหยื่อสูงเป็นลำดับที่ 1 มีจำนวนกว่า 7,714 เรื่อง หรือคิดเป็น 49.09% ของเรื่องที่รับแจ้งความออนไลน์ในเดือนก.ค.66 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 140 ล้านบาท
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า พล.ต.ท. วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.ได้เร่งรัดขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลและพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงขายสินค้าหรือบริการ
โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์นั้นควรระมัดระวัง ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพราะอาจจะเป็นช่องทางที่ถูกมิจฉาชีพปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของประชาชน ที่ผ่านมามิจฉาชีพก็ได้ปลอมเพจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล หน่วยงานเอกชนหลอกลวงชักชวนให้ลงทุน ที่พักหลอกลวงให้สำรองค่าที่พัก ร้านค้าหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น ดังนั้นเราจะต้องรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพเหล่านี้ ไม่หลงเชื่อเพียงเพราะมีชื่อเพจ เหมือนหรือคล้ายเพจจริง หรือเพียงเพราะพบเจอผ่านการค้นหาในเว็บไซต์ทั่วไป หรือพบเจอในกลุ่มเฟซบุ๊กต่างๆ หรือถูกส่งต่อกันมาตามสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการป้องกันการถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว 9 ข้อ ดังนี้
1.โรงแรม หรือร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายโอนเงินไปยังบัญชีส่วนตัว หรือบัญชีบุคคลธรรมดา บัญชีธนาคารที่รับโอนเงินควรเป็นบัญชีชื่อโรงแรม หรือร้านอาหาร หรือบัญชีบริษัทเท่านั้น 2.ควรสำรองโต๊ะอาหารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ หรือผ่านผู้ให้บริการออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ
3.หากต้องการที่จะเข้าสู่เพจเฟซบุ๊กใดให้พิมพ์ชื่อด้วยตนเอง และตรวจสอบให้ดีว่ามีชื่อซ้ำ หรือชื่อคล้ายกันหรือไม่ 4.เพจจริงจะต้องมีเครื่องหมายถูกสีฟ้ายืนยัน ตัวตน หากไม่มีเครื่องหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเพจปลอม ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด รวมถึงไปถึงไลน์ทางการต้องเครื่องหมายโล่สีฟ้า หรือสีเขียวเช่นเดียวกัน (Verified Account)
5.เพจจริงจะมีส่วนร่วมในการโพสต์เนื้อหา รูปภาพ หรือกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง 6.เพจปลอมมักจะมีผู้ติดตามน้อยกว่าเพจจริง และมักจะเพิ่งสร้างขึ้นได้ไม่นาน 7.ระมัดระวังการประกาศโฆษณาโปรโมชั่นต่างๆ 8.ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจว่ามีการเปลี่ยนชื่อมาก่อนหรือไม่ สร้างมาเมื่อใด ผู้จัดการเพจอยู่ในประเทศใด และ 9.ขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อไปยังโรงแรม หรือร้านอาหารก่อนโอนเงิน ว่าเพจดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ หมายเลขบัญชีถูกต้องหรือไม่ หรือปลอมแปลงเพจหรือไม่