อพยพกลางดึก ริมโขงก็ระทึก น้ำเริ่มเอ่อตลิ่ง

น่านอพยพชาวบ้านบ่อเกลือวุ่น ฝนถล่มติดต่อกันทำดินสไลด์ทับบ้านกลางดึก หลายอำเภอมีปริมาณฝนสะสม เกิน 100 มิลลิเมตร จนท. สั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำป่า-ดินโคลนถล่ม มุกดาหาร-หนองคายก็ลุ้นระทึกระดับแม่น้ำโขง เอ่อสูงพรวดพราดตลอดเวลา แต่ชาวนาวังทรายพูน-พิจิตร กลับร้องขอฝนเทียม เหตุฝนทิ้งช่วงมานาน มีเมฆหนาครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่ไร้ฝนตกสักหยดทำต้นข้าว รอยืนต้นตาย

เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายวรญาณ บุญณราช ผวจ.จังหวัดมุกดาหาร เผยสถานการณ์ ฝนตกติดต่อนับสัปดาห์ ส่งผลให้ระดับแม่น้ำโขงสูงขึ้นต่อเนื่อง 3.64 เมตร ว่า กำชับไปยังทุกอำเภอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงวางแผนหาแนวทางแก้ไขสถานการณ์และคอยให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมครอบคลุม 24 ช.ม. ทั้งเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เรือที่ขนย้าย ให้การช่วยเหลือ

พร้อมให้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มและที่อยู่ใกล้ริมห้วยหนองคลองบึงและริมฝั่งแม่น้ำโขง ผู้ประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลัน และขอให้ช่วยกันกำจัดสิ่งที่กีดขวางทางน้ำไม่ให้ติดขัด หากพบเหตุสามารถติดต่อที่สายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร โทร.0-4263-3101

ด้านนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่า ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิด น้ำท่วมจากสภาวะน้ำไหลไม่ทันได้ แม้ก่อน หน้านี้เทศบาลเมืองขุดลอกรางระบายน้ำในเขตเมืองไปแล้ว แต่หากมวลน้ำป่าจากสายฝนเอ่อเข้าตัวเมืองก่อนไหลลงแม่น้ำโขงอาจเกิดภาวะน้ำในแม่น้ำโขงเอ่อล้นเข้ามาในพื้นที่ได้ แจ้งไปยังประชาชนเขต ทม.มุกดาหาร เตรียมความพร้อมและ ขอความร่วมมือช่วยกันกำจัดสิ่งปฏิกูล ที่กีดขวางทางน้ำไหลในชุมชน หากต้องการ กระสอบทรายขอให้แจ้งที่ฝ่ายป้องกันฯ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ที่ได้จัดเตรียมกระสอบทรายและกำลังพลไว้ช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

รายงานข่าวแจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนตก ติดต่อนับสัปดาห์ ล่าสุดระดับแม่น้ำโขงช่วงไหลผ่าน ศูนย์อุทกวิทยามุกดาหาร ระดับน้ำโขงอยู่ที่ 8.86 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 35 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับวิกฤต 3.64 เมตร โดยระดับวิกฤตอยู่ที่ 12.50 เมตร เป็นการเปลี่ยนแปลงจากฝนที่ตก ต่อเนื่องหลายวัน โดยมีลักษณะน้ำสีขุ่นแดง ที่ไหลแรง ช่วงนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติน้ำโขงมีแนวโน้มทรงตัวมีปริมาณน้ำที่ไหลลงแม่น้ำโขง จากปริมาณน้ำฝนและน้ำป่า ในพื้นที่ตอนเหนือและลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงไหลมาสมทบ

ระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังพื้นที่บ้านโคกสูง ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง ต้องเฝ้าระวังกระชังปลาที่เลี้ยงในแม่น้ำโขงต้องคอยตรวจสอบเชือกมัดกระชังให้แน่นหนา ทั้งการปรับระดับกระชังเลี้ยงปลาให้เหมาะสม กับระดับน้ำโขง เพื่อป้องกันไม่ให้กระชังปลา หลุดลอยไปกับกระแสน้ำ อีกทั้งยังป้องกันไม่ให้เกิดอาการปลาช็อกน้ำตายมากเกินไป เนื่องจากระดับน้ำโขงที่สูงขึ้นอาจทำให้สภาพ น้ำโขงเปลี่ยนแปลงจากระดับออกซิเจนในน้ำ และความขุ่นแดงของน้ำมีความเปลี่ยนแปลง รวดเร็วอาจทำให้ปลาตายได้

วันเดียวกันที่ จ.หนองคาย ยังคงมีฝนตก ต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืนในตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่มีแสงแดดปรากฏ ท้องฟ้ายังคงปกคลุมไปด้วยเมฆฝน ฝนตกไม่หยุด ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบาย ในพื้นที่ซอยต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ส่วนระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย วัดได้ 5.55 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานตอนเช้า 0.10 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 6.65 เมตร ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 11.8 มิลลิเมตร คาดการณ์กันว่า ในวันที่ 7 ส.ค.ระดับน้ำโขงที่หนองคาย จะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากน้ำทางตอนเหนือของแม่น้ำโขงโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเชียงคาน จ.เลย มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น 1.73 เมตร และมวลน้ำนี้จะไหลมาถึงจังหวัดหนองคาย ในวันพรุ่งนี้

ขณะที่เทศบาลเมืองหนองคาย เร่งติดตั้ง เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ตามจุดเสี่ยงในพื้นที่ รับผิดชอบ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำรอการระบาย ให้ไหลลงแม่น้ำโขงที่ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อยู่อีกมากจึงจะล้นท่วมตลิ่ง อย่างไรก็ตามได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ที่ลาดชัน เชิงเขา ให้ระวังดินโคลนถล่ม ดินสไลด์ ในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงระวังน้ำโขง ซัดตลิ่งพัง

ส่วนที่ จ.น่าน ฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืนติดต่อกันหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำ สาขา และแม่น้ำน่าน มีสภาพน้ำขุ่นแดง และเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลำนำสาขา ลำน้ำกอน อ.เชียงกลาง และลำน้ำปัว อ.ปัว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และล้นตลิ่ง ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านแล้วในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังเกิดดินอุ้มน้ำไม่ไหว สไลด์ลงมาปิดทับบนถนนไม่สามารถสัญจร ผ่านไปได้โดยที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ป่าต้นน้ำลำน้ำสาขาของแม่น้ำน่าน วัดปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตก ในช่วงกลางคืนได้ถึง 180 มิลลิเมตร ส่งผล ให้เกิดดินสไลด์ปิดทับถนน หมายเลข 1256 บริเวณด้านหน้าทางเข้าที่ทำการอุทยานฯ

เร่งเคลียร์ – เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์ดินที่สไลด์ปิดถนนบริเวณด้านหน้าทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จ.น่าน เพื่อเปิดการจราจร หลังฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ดินอุ้มน้ำไม่ไหวพังถล่มลงมา เมื่อวันที่ 6 ส.ค.

เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงน่านที่ 2 พร้อมด้วยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย (เคลื่อนที่เร็ว) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สาขาเชียงกลาง เร่งนำเครื่องจักรเข้าเคลียร์ดินเพื่อเปิดเส้นทาง ให้สามารถสัญจรเดินทางได้

นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังรับแจ้งว่า บ้านเลขที่ 11 หมู่ 1 ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ เกิดดินสไลด์บริเวณหลังบ้าน ชาวบ้าน ต้องหนีตายกลางดึกไปอาศัยนอนบ้านลูก โดยช่วงกลางวันชาวบ้านต่างมาช่วยกัน ขนของและรื้อบ้านหนี เนื่องจากเกรงว่า ดินภูเขาจะสไลด์ลงมาปิดทับบ้านพังทั้งหมด

ทั้งนี้ ระบบเฝ้าระวังเตือนภัย น้ำหลาก ดินถล่ม ได้แจ้งฝนสะสม 24 ช.ม. เกิน 90 มิลลิเมตร ต้องเฝ้าระวังพิเศษ ได้แก่ สถานีบ้านผาเวียง ต.ภูคา อ.ปัว ฝนสะสม 126.5 มิลลิเมตร สถานีจุดชมวิว 1715 ต.ภูคา อ.ปัว ฝนสะสม 106 มิลลิเมตร สถานีสะพาน แม่น้ำว้า บ้านบ่อหยวก ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ ฝนสะสม 102.8 มิลลิเมตร สถานีบ้านหนองปลา ต.พระธาตุ อ.เชียงกลาง ฝนสะสม 94 มิลลิเมตร

จากสภาพอากาศโดยรวมของจังหวัดน่านขณะนี้ ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย พร้อมเตรียมกำลังคนและอุปกรณ์พร้อมออกช่วยเหลือประชาชนหากเกิดน้ำป่า ไหลหลาก น้ำท่วมและดินถล่มฉับพลัน

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ จ.พะเยา แม้มีฝนตกต่อเนื่องกัน แต่ยังไม่สามารถเติมน้ำในกว๊านพะเยาให้เพิ่มขึ้นได้ โดยล่าสุด ระดับน้ำยังคงอยู่ที่ 4.936 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 8.86 เปอร์เซ็นต์ จากความจุของปริมาณน้ำกว๊านพะเยา 55.650 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่บรรยากาศทั่วไป ทุกพื้นที่ยังคงมีเมฆฝนปกคลุมและมีฝนตกลงมาโปรยปราย ส่วนใหญ่มีเมฆฝนปกคลุมไปทั่วบริเวณขณะที่ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ แต่ยังไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำให้กับกว๊านพะเยาได้ เนื่องจากลักษณะฝนที่ตกลงมาเป็นลักษณะตกแบบโปรยปราย

ส่วนที่จ.พิจิตร สถานการณ์กลับตรงกันข้าม นายสมาน มูคำ อายุ 72 ปี ชาวนา ม.13 ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน เผยว่า ฝนทิ้งช่วงไม่ตกต้องตามฤดูกาลทำให้น้ำในห้วยหนองคลองบึงแห้ง ไม่สามารถ สูบน้ำมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวในแปลงนาได้ ส่งผลทำให้ต้นข้าวกว่า 70 ไร่ขาดน้ำ เนื่องจากข้าวกำลังเจริญเติบโต รอความหวังจากน้ำฝน แต่มีเพียงอากาศครึ้มไม่มีฝนตกลงมา หากภายใน 2 สัปดาห์ฝนไม่ตก ข้าวอาจจะได้รับความเสียหายและจะทยอยตาย อยากให้ภาครัฐช่วยคืออยากได้ฝนเทียม จะได้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน