จากไปอายุ 83ปี บริจาคร่างกาย สูญเสีย-ยิ่งใหญ่
สิ้นใจแล้ว ‘ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์’ นักวิชาการชื่อดัง ศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์ จากไปในวัย 83 ปี ที่ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ บริจาคร่างกายให้คณะแพทย์ มช. ตามความประสงค์จัดพิธีเรียบง่าย รวบรัดที่สุด เพื่อไม่เป็นภาระ แต่จะเลี้ยงเพลพระสงฆ์ที่วัดอุโมงค์ เชียงใหม่ วันที่ 10 ส.ค.นี้ ขณะที่บุคคลและองค์กรต่างๆ โพสต์แสดงความเสียใจ และอาลัยต่อการจากไปของนักวิชาการคนสำคัญของไทย
เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการชื่อดัง นักคิด นักเขียน และศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลา 11.47 น. วันที่ 7 ส.ค.2566 ที่ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ หรือร.พ.สวนดอก ด้วยโรคมะเร็งปอด สิริอายุ 83 ปี สำหรับประวัติ ศ.ดร.นิธิ เกิดเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2483 ที่ จ.เชียงใหม่ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา จ.ชลบุรี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ต่อมาเข้ารับราชการในตำแหน่งอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลาศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐสหรัฐอเมริกา กลับมารับราชการตามเดิมที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์โดยวิธีพิเศษในปีพ.ศ. 2541 สภามหาวิทยาลัยบูรพามอบปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาประวัติศาสตร์
ศ.ดร.นิธิเข้าโครงการลาเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดในปีพ.ศ.2543 และหลังเกษียณอายุราชการ ศ.ดร.นิธิยังเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการแสดงความคิดสู่สังคมผ่านมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มีผลงานเขียนบทความทางหนังสือพิมพ์ และนิตยสารอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นจากสภาวิจัยแห่งชาติ รางวัลฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และรางวัลศรีบูรพา
จากการสอบถามครอบครัวระบุว่าเตรียมมอบร่างให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตามที่ศ.ดร.นิธิทำเรื่องบริจาคไว้แล้ว โดยศ.ดร.นิธิต้องการให้ทุกอย่างเรียบง่ายและรวบรัดที่สุด เพื่อไม่เป็นภาระ เบื้องต้นกลุ่มคนใกล้ชิดนัดหมายร่วมกันทำบุญเลี้ยงเพล พระสงฆ์ที่วัดอุโมงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 10 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเสียชีวิตของ ศ.ดร.นิธิ ทางบุคคลต่างๆ และกลุ่มองค์กรได้โพสต์แสดงความเสียใจและอาลัย อาทิ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ระบุว่าขอแสดงความเสียใจ และอาลัยยิ่งต่อการจากไปของศ.ดร.นิธิ นักประวัติศาสตร์คนสำคัญของไทย
ขณะที่ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ระบุว่าแด่นิธิ เอียวศรีวงศ์ ปัญญาชนสาธารณะของคนจน ผู้ยิ่งยง ส่วนผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เขียนอาลัยว่า นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักประวัติศาสตร์ผู้เป็นตำนาน และจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ไทย เสียดายที่ไม่ได้ไปทริปเขมรด้วยกัน
ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ว่าอาจารย์นิธิคือนักประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัยใหม่ ที่ทำให้พวกเรา ตาสว่างกับทั้งอดีตและปัจจุบัน ท่านเสนอแนะอนาคตไว้เป็นแนวทางแห่งสัจธรรม เพื่อนสนิทข้ามชาติของท่านคนหนึ่งบอกว่า นี่แหละคือกฎแห่งธรรมชาติ
นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี นักเขียนและบรรณาธิการ โพสต์ว่านิธิ เอียวศรีวงศ์ ลาลับจากไปแล้ว ด้วยรักและอาลัยในมิตรภาพที่ยาวนานมาตั้งแต่ครั้งสังคมศาสตร์ปริทัศน์
ส่วนนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่าศ.ดร.นิธิเป็นปัญญาชนคนสำคัญของไทยคนหนึ่ง อ่านบทความใน มติชนของอาจารย์เป็นประจำตั้งแต่เป็นนักเรียนมัธยมศึกษา และมาอ่านงานจริงจังมากขึ้นตอนเป็นน.ศ.ปี 1 แม้ชีวิตจะเป็นสิ่ง ไม่เที่ยง แต่การสูญเสียใครสักคนที่เรารู้สึกผูกพันด้วย ย่อมทำให้เราใจหายเสมอ
นายเดชรัต สุขกำเนิด ผอ.ธิงก์ ฟอร์เวิร์ด เซ็นเตอร์ สถาบันวิชาการนโยบาย พรรค ก้าวไกล ทวิตเตอร์ว่ารู้จักชื่อของอาจารย์ ครั้งแรกจากหนังสือการเมืองไทยในสมัย พระนารายณ์ แต่มาใช้หนังสือของอาจารย์จริงจังในการสอนในหนังสือสองหน้าสังคมไทย ไปขอความรู้จากอาจารย์เรื่องนโยบายสาธารณะ
นายเดชรัตน์ระบุว่าอาจารย์นิธิสอนว่านักวิชาการไทยชอบใช้โมเดลกระซิบกับผู้มีอำนาจ แต่อาจารย์บอกว่าโลกมันกำลังเปลี่ยนแล้ว อาจารย์จึงสอนใช้โมเดลกระจ่างกับสาธารณะ ถ้าสาธารณะกระจ่างแล้ว เดี๋ยวนโยบายจะต้องเปลี่ยนเอง จากวันนั้นผ่านมา 20 ปี ได้ทำงานสายนโยบายมาโดยตลอดและจะไม่ลืมคำสอนของอาจารย์ จะพยายามสร้างความกระจ่างให้ได้สักครึ่งหนึ่งของที่อาจารย์ทำ
นายชำนาญ จันทร์เรือง แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวว่ารู้จักนายนิธิมานาน ร่วมงานกันสมัยก่อตั้งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นทางการในช่วงปี 2539-2552 นายนิธิไม่รับตำแหน่งอธิการบดี แต่ขอเป็นภารโรงดูแลมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเปรียบเสมือนเป็นการศึกษานอกระบบ เรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยตนเอง เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการศึกษาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อจุดประกายความคิด เป็นแสงสว่างในสังคมแบบมีส่วนร่วม เพื่อต่อยอดขยายผลในวงกว้างได้
แกนนำคณะก้าวหน้ากล่าวอีกว่า นายนิธิถือเป็นบุคคลที่มีคุณูปการด้านประวัติศาสตร์ที่สะท้อนมุมมองสังคมและการเมือง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนตัวนายนิธิถือเป็นต้นแบบ หรือไอดอลด้านความคิดทั้งหลายทั้งปวง เป็นแรงบันดาลใจ ทั้งอุดมคติ มุมมอง และแนวทางดำเนินชีวิตแบบ 180 องศา ถือเป็นผู้นำความคิด และจิตสิญญาณ องค์ความรู้แบบลึกซึ้งสู่สังคมไทยด้วย
ส่วนนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมอาลัยว่าเป็นปัญญาชนนักวิชาการที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความยุติธรรมทางสังคม ตอนถูกจุฬาฯ ปลดจากตำแหน่งนายกอบจ. อาจารย์กรุณาเขียนบทความกึ๋นของอนุรักษนิยมไทย ขอเชิญชวนทุกคนอ่านบทความนี้ อ่านงานต่างๆ ที่อาจารย์นิธิเขียนเพื่อสังคมไทยที่ใจกว้างเป็นธรรมกว่านี้
พระพริษฐ์ ชิวารักษ์ นักกิจกรรมอาลัยว่า ครูบาอาจารย์คนสำคัญยิ่งของวงการประวัติศาสตร์ไทย สิ้นชีวิตท่านแล้ว แต่ผลงานของท่านจะยังคงอยู่เพื่อจรรโลงสังคมไทยต่อไป ขอให้ดวงวิญญาณของท่านเข้าถึงสุคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ

สิ้น‘อ.นิธิ’ -นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ เมื่อครั้งออกรายการ “ทอดน่อง” ทางทีวีมติชน ร่วมกับนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน และนายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์และวิทยากรด้านศิลปวัฒนธรรม เมื่อช่วงต้นปี 2566 ล่าสุดนายนิธิเสียชีวิตแล้วอย่างสงบ ที่จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.
ขณะเดียวกัน สำนักพิมพ์มติชนแสดงความอาลัย โดยระบุว่าศ.ดร.นิธิได้รังสรรค์ ผลงานที่มีความสำคัญต่อด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดีไว้มากมายหลากหลายรูปแบบ ทั้งการอภิปรายและปาฐกถาในวาระต่างๆ งานวิจัย งานรวบรวมบทความทางวิชาการในนิตยสาร งานแปล และหนังสือ ด้วยผลงานอันทรงคุณค่าแก่วงการวิชาการไทย ในปีพ.ศ.2545 ศ.ดร.นิธิได้รับรางวัลรางวัล ศรีบูรพา นอกจากนี้ท่านยังเคยได้รับรางวัลวิจัยดีเด่นจากสภาวิจัยแห่งชาติ และรางวัล ฟุกุโอกะอีกด้วย
สำนักพิมพ์มติชนระบุว่าในฐานะนักคิด นักเขียน คอลัมนิสต์ ศ.ดร.นิธิมีผลงานเขียนหลายต่อหลายเล่ม ได้แก่ การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี พ.15, ไฮเทคาถาปาฏิหาริย์ ว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสังคมไทย, วัฒนธรรมคนอย่างทักษิณ, คำมีคม ว่าด้วยภาษา วัฒนธรรมและอำนาจ, ลัทธิพิธี เสด็จพ่อ ร.5, ก่อนยุคพระศรีอาริย์, (ต่าง) คิดในคอก (ตน) ว่าด้วยวัฒนธรรมและวิธีคิด, บริโภคโพสต์โมเดิร์น, ว่าด้วยการเมืองของประวัติศาสตร์และความทรงจำ, ความเปลี่ยนแปลง และเรื่องสรรพสาระ, การเมืองไทยสมัยพระนารายณ์
โมงยามไม่ผันแปร, พิพากษ์ศาล, ลิงหลอกไพร่, เบี้ยไล่ขุน, รากหญ้าสร้างบ้าน ชนชั้นกลางสร้างเมือง, ความไม่ไทยของคนไทย, พุทธศาสนา สาระและพัฒนาการ, ประวัติ ศาสตร์รัตนโกสินทร์ในพระราชพงศาวดารอยุธยา, ความคิดการเมือง ไพร่กระฎุมพีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์, ศรีรามเทพนคร รวมความเรียงว่าด้วยประวัติศาสตร์อยุธยาตอนต้น, เศรษฐกิจ-การเมือง เรื่องสุนทรภู่ มหากวีกระฎุมพี, เกียวโต ใต้ชะเงื้อมดอยสุเทพ, ท่องเที่ยวบุญบั้งไฟในอีสาน บุญบั้งไฟต้องรับใช้ชาวยโสธรไม่ใช่ชาวยโสธรรับใช้บุญบั้งไฟ
จากผลงานทั้งหมดยังมีเล่มสำคัญที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือ ผ้าขาวม้า, ผ้าซิ่น, กางเกงใน และ ฯลฯ ว่าด้วยประเพณี, กรุงแตก, พระเจ้าตากฯ และประวัติศาสตร์ไทย, โขน, คาราบาว, น้ำเน่าและหนังไทย, ชาติไทย, เมืองไทย, แบบเรียนและอนุสาวรีย์ ว่าด้วยวัฒนธรรม, รัฐ และรูปการจิตสำนึก และการเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี ซึ่งงาน ของศ.ดร.นิธิเป็นงานที่มีความสำคัญต่อวงการวิชาการไทย และเป็นงานที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ในการนี้ สำนักพิมพ์มติชนจึงขอแสดงความอาลัยอย่างที่สุด ต่อการจากไปของปัญญาชนคนสำคัญในแวดวงประวัติศาสตร์และโบราณคดี ด้วยรักและอาลัยเป็นอย่างยิ่ง