เหนือยังฝนหนัก ถนน-สะพานพัง
โฆษกรัฐบาลเตือนรับมือน้ำท่วม หลังฝนตกหนักในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง 8 จว.ริมโขงเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ฝนตกหนัก 10-15 ส.ค. ที่หนองคายน้ำโขงขึ้นพรวดเกือบ 2 เมตร ด้านผู้ว่าฯ พิจิตรสั่ง 4 อำเภอระวังน้ำป่าหลากท่วม ที่แม่ฮ่องสอนฝนยังตกหนัก เส้นทางหลายจุดมีปัญหาดินทรุด สะพานขาด ขณะที่แม่น้ำปายสูงขึ้นอีก 1.05 เมตร
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย ที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดได้ 10.22 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 1.87 เมตร แต่ยังต่ำกว่าตลิ่ง 1.98 เมตร ปริมาณน้ำฝน 21.5 ม.ม. ซึ่งเป็นระดับน้ำสูงที่สุดในรอบปีนี้ คาดว่าน้ำโขงจะเพิ่มขึ้นอีกในระยะนี้ เนื่องจากฝนยังคงตกหนักในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ รวมถึงฝั่งประเทศลาว น้ำบางส่วนไหลลงแม่น้ำโขง ทางจังหวัดสั่งการให้เฝ้าระวังและใช้ความระมัดระวังในการสัญจรทางน้ำ หากไม่มีความจำเป็นควรงดออกเรือ
ขณะที่ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงในพื้นที่ อ.เมืองหนองคายออกเก็บเศษไม้ ขอนไม้ที่ลอยมาตามน้ำ ซึ่งเป็นขอนไม้ที่ถูกกระแสน้ำพัดพามา ลอยมาติดริมตลิ่ง จึงเก็บเศษไม้ ขอนไม้เหล่านี้ไปทำฟืน หากเป็นไม้ดี สามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านได้ด้วย ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมในช่วงน้ำโขงขึ้น
เมื่อเวลา 11.00 น. นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าฯ ตาก พร้อมด้วยนายยงยุทธ สุขศิริ นายอำเภอท่าสองยาง จ.ตาก น.ส.จิราพร คำพุฒ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดตาก หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ คณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลแม่ต้าน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านแม่ต้าน สมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอท่าสองยาง และแม่บ้านมหาดไทยลงพื้นที่บริเวณชุมชนริมเมย บ้านแม่ต้าน หมู่ที่ 1 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง เพื่อช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ติดแม่น้ำเมย โดยกำชับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลตำบลแม่ต้านสำรวจความเสียหายของบ้านเรือน สิ่งสาธารณประโยชน์ พื้นที่การเกษตร การปศุสัตว์ ภายหลังจากสถานการณ์น้ำลดลง เพื่อช่วยเหลือต่อไป
พร้อมกันนี้ได้มอบถุงยังชีพซึ่งได้รับ การสนับสนุนจากสถานีกาชาดเทพรัตน์ที่ 13 จำนวน 5 ราย
ส่วนคณะสะพานบุญ กองทุนนักบุญแห่งขุนเขา นำโดยพระอาจารย์จอร์ เกษมนรา รัศมีคงคา พระนักพัฒนา เดินทางจาก อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เพื่อนำเครื่องอุปโภคบริโภคและรถไถมาช่วยพัฒนาเส้นทาง ให้ชาวบ้านบนภูเขา แต่เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่แนวชายแดนจ.ตากมานานกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้ดินภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหว เกิดดินสไลด์ปิดทับเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ทำให้คณะสะพานบุญติดค้างอยู่บนเส้นทางเข้าบ้าน ทีซวยคี ตะก๋วยโน๊ะ ดูบอตี ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก มานาน 9 วันแล้วนั้น ล่าสุดชาวบ้านและคณะทำงานช่วยกันกู้และชักลากดึงรถไถขึ้นมาจากดินโคลนได้แล้ว พร้อมจ้างรถแบ๊กโฮขนาดเล็กมาช่วยตักดินที่สไลด์ทับทาง พร้อมกับฟื้นฟูกู้ถนนบนดอยในจุดวิกฤตต่างๆ โดยจะปักหลักช่วยเหลือชาวบ้านต่อไปจนกว่าจะสถานการณ์คลี่คลาย
เมื่อเวลา 11.00 น. นายณรงค์พัชญ์ นาคทรัพย์ นายอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุคอสะพานทรุด จุดบริเวณสะพานแม่ลามา บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 4 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จึงมอบหมายให้นายมารุต ปัญญาบุญ ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง นำกำลังอส.อ.ขุนยวมที่ 6 ร่วมกับอบต.แม่อูคอ หมวดทางหลวงขุนยวม เข้าตรวจสอบความเสียหาย พบคอสะพานทรุด 1 จุด จึงติดป้ายแจ้งเตือนผู้สัญจรผ่าน และหมวดทางหลวงนำเครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินการแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลา 15.00 น.

เคลียร์ทาง – เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเร่งเคลียร์เส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากพายุฝน ทำให้มีต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนสายบ้านไหม้-บ้านแม่เกาะ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 9 ส.ค.
ส่วนที่อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน นายอัครพันธ์ พูลศิริ นายอำเภอสบเมย ได้รับแจ้งเหตุต้นไม้ข้างทางเอนลงสู่ถนนเส้นทางบ้านไหม้-บ้านแม่เกาะ อาจทำให้โค่นลงทับยวดยานพาหนะที่ผ่านไปมาได้ จึงสั่งการชป.เฝ้าระวังสาธารณภัยดำเนินการตัดต้นไม้ที่เสี่ยงล้มทับต่อยานพาหนะออกไปแล้ว
สำหรับแม่น้ำปายเช้านี้ สถานีอุทกวิทยา บ้านท่าโป่งแดง ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน แจ้งว่า ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก จากเมื่อวานวัดระดับได้ +1.51 เมตร เช้าวันนี้วัดได้ +2.56 เมตร ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 1.05 เมตร ขณะที่ปริมาณน้ำฝนที่สถานีวัดน้ำวัดได้ 32.6 ม.ม.
วันเดียวกัน นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าฯ พิจิตร เปิดเผยว่า ขณะนี้จ.พิจิตรเกิดฝนตกลงมาต่อเนื่องทุกวัน ตนจึงมีหนังสือด่วนแจ้งไปถึงนายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้เตรียมความพร้อม เฝ้าระวัง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนรับมือสถานการณ์อุทกภัย จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ ที่เป็นห่วงคือ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.สากเหล็ก อ.วังทรายพูน อ.ทับคล้อ และ อ.ดงเจริญ ซึ่งอยู่ใกล้เขาเพชรบูรณ์ เกรงว่าจะถูกน้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พืชผลทางการเกษตร จึงขอให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือเร่งขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงไว้ที่สูงเพื่อความปลอดภัย ส่วนที่อ.บางมูลนาก ได้สั่งให้เทศบาลบางมูลนาก ประกาศเตือน 2 ฝั่งแม่น้ำน่าน เนื่องจากเกิดฝนตกลงมา อาจจะทำให้ดิน อุ้มน้ำและบ้านเรือนที่อยู่สองฝั่งอาจเกิด ดินสไลด์ลงแม่น้ำน่าน และอาจเกิดความ เสียหายได้
ด้านนายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผอ.โครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย ทำให้มีฝนตกเหนือเขื่อนตอนบนของภาคเหนือ ส่งผลดีทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อน แควน้อยบำรุงแดน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนหลักของแม่น้ำน่าน โดยเขื่อนสิริกิติ์มีน้ำฝนไหลเข้าในช่วง 3 วันที่ผ่านกว่า 230 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีน้ำเข้าเขื่อน 2-3 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่ายังน้อยมาก ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ระบายน้ำสู่แม่น้ำน่านเพียง 13 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ประกอบกับในจ.พิจิตรมีปริมาณฝนตก ค่อนข้างน้อย ส่งผลให้แม่น้ำน่านที่ไหลผ่าน 3 อำเภอของพิจิตร คืออ.เมืองพิจิตร อ.ตะพานหิน และอ.บางมูลนาก ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าตลิ่งมาก
“กรมชลประทานมีนโยบายบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำน่านไว้ใช้ประโยชน์เพื่อรักษาระบบนิเวศในลุ่มน้ำ และสำรองน้ำไว้เพื่อผลักดันน้ำเค็มในลุ่มเจ้าพะยา ตลอดจนเพื่อนำไปผลิตน้ำประปา ดังนั้นชล ประทานจ.พิจิตร จึงขอความร่วมมือกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำตลอดแนวลุ่มแม่น้ำน่านทั้งสองฝั่งงดสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าต่างๆ ที่มีอยู่ 40 แห่งเป็นการชั่วคราวไว้ก่อน เพื่อสำรองน้ำไว้ ขอให้เกษตรกรวางแผนการใช้น้ำทำการเกษตรไว้ด้วย เนื่องจากน้ำมีจำนวนจำกัด สำหรับแม่น้ำน่านวันนี้ยังอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านๆ มา จะเห็นว่า ช่วงเดือนส.ค.ของทุกปี จะมีน้ำหลากจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และน้ำจากลำคลองสาขาเข้าสู่แม่น้ำน่านปริมาณมาก ทำให้แม่น้ำน่านมีระดับที่สูงเกือบล้นตลิ่ง แต่ปีนี้กลับกัน น้ำลำน้ำน่านอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เอลนีโญทางธรรมชาติ” นายเอกฉัตรกล่าว
วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำ เพื่อลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง พบว่ามีปริมาณฝนตกหนักสะสมในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง และบริเวณแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ทำให้ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่แม่น้ำโขงตอนล่าง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงวันที่ 10-15 ส.ค. 2566
โดยกอนช.คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ดังนี้ 1.สถานีเชียงแสน จ.เชียงราย ปัจจุบันมีระดับน้ำ 5.42 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 7.38 เมตร เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.40-1.60 เมตร 2.สถานีเชียงคาน จ.เลย ปัจจุบันมีระดับน้ำ 12.26 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.74 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น ประมาณ 2-2.50 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 2.50-3.50 เมตร 3.สถานีหนองคาย จ.หนองคาย ปัจจุบันมีระดับน้ำ 8.35 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 5.05 เมตร 4.สถานีนครพนม จ.นครพนม ปัจจุบันมีระดับน้ำ 9.46 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 2.54 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 2.5-3.5 เมตร และคาดการณ์ระดับน้ำจะมีแนวโน้มล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 11-15 ส.ค. 5.สถานีมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ปัจจุบันมีระดับน้ำ 8.98 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.52 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 2-2.50 เมตร 6.สถานีโขงเจียม จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันมีระดับน้ำ 10.60 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 3.50 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 1-1.50 เมตร
น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า นายกฯ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว และกำชับจ.เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานีเร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง และแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง รวมทั้งผู้ที่อาศัยในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขง
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามัน และอ่าวไทยทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณมีฝนฟ้าคะนอง
อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง “ขนุน” (KHANUN) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ลงสู่คาบสมุทรเกาหลีในช่วงวันที่ 9-10 ส.ค. 2566 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณ ดังกล่าว โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในระยะนี้ไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย เวลา 18.00 น. วันนี้ ถึง 18.00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนัก บางแห่ง บริเวณจ.หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจ.นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจ.ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่