ยันแจกแน่เงินดิจิทัลอายุ 16ปีขึ้นไปรับ1หมื่นเบรก‘บิ๊กตู่’ตั้งบิ๊กขรก.พปชร.ไร้ป้อมนั่งรมต.‘เฮ้ง’ร่วมงานผู้กองได้

เพื่อไทยประกาศมีแน่ แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เมื่อเป็นรัฐบาล ขอบคุณพปชร.ยก 40 สส.หนุนแคนดิเดตนายกฯ แบบไร้เงื่อนไข สะพัดรทสช.เท 36 เสียงโหวตให้อีกพรรค ปิดจ๊อบรัฐบาล 315 เสียง ปชป.ตกขบวน แบ่งเค้กใช้สูตร 9 สส. ต่อ 1 เก้าอี้ ‘ป้อม’ ดัน ‘พัชรวาท’ น้องชายเป็นรองนายกฯ ‘เฮ้ง’ ยันร่วมงาน ‘เพื่อไทย- ธรรมนัส’ ได้ ‘ภูมิธรรม’ เบรกรัฐบาลรักษาการตั้งบิ๊กขรก. ชี้เป็นอำนาจรัฐบาลใหม่ ‘บิ๊กตู่’ สวนมีห้วงเวลาอยู่แล้ว จับตาครม.อังคารหน้า โยกปลัดทส.ข้ามห้วยนั่งปลัดพลังงาน เบิร์ธเดย์ ‘บิ๊กป้อม’ ครบ 78 ปีคึกคัก ‘2 ป.’ มาพร้อมหน้า

เบิร์ธเดย์‘ป้อม’คึก-คุย 2ป.ชื่นมื่น

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. เวลา 08.00 น. ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถนนพหลโยธิน กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดบ้านพักต้อนรับคนใกล้ชิด ทั้งนายทหาร นักการเมืองจากพรรคต่างๆ ที่มาอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 78 ปี โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มาถึงเวลา 08.00 น. นำกระเช้าดอกไม้ พร้อมของขวัญมามอบให้ ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มอบโมเดลม้าหมุน 8 ตัว สีฟ้ามรกตแบบ ไขลาน และพูดคุยเป็นการส่วนตัวภายในห้องรับรอง ประมาณ 30 นาที ในห้องมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา โดยเผยว่า เข้ามาอวยพรวันคล้ายวันเกิด พล.อ.ประวิตร เท่านั้น

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวพยายามขอให้ถ่ายรูปร่วมพี่น้อง 3 ป. และถามว่าอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตร อย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบ

ผู้สื่อข่าวสอบถามพล.อ.อนุพงษ์ ที่เดินตามมาถึงโมเดลม้าหมุน สื่อความหมาย ขอให้ มีความสุขแบบไม่มีที่สิ้นสุดใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์พยักหน้ารับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีกความหมายของโมเดลม้าหมุน 8 ตัว ดังกล่าวคือ ชัยชนะ 8 ทิศ และเลื่อนหมุนตำแหน่ง

ส่วนแกนนำพรรคการเมือง และนายทหารที่เข้ามาอวยพรต่อเนื่อง อาทิ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอภิชัย เตชะอุบล แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสส.พรรคไทยศรีวิไลย์ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สว. และพล.อ. สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค พร้อมคณะ เข้าอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตร ด้วย

เบิร์ธเดย์ – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รับดอกไม้อวยพรวันเกิดครบรอบ 78 ปี จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เมื่อวันที่ 11 ส.ค.

‘ภูมิธรรม’ขอบคุณพปชร.

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ระบุ 40 สส.ของพรรคพร้อม สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทยว่า ต้องขอบคุณนายไผ่และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทั้ง 40 คน ได้ยินว่านายไผ่ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร สนับสนุนให้มีรัฐบาลโดยเร็ว แต่ใครจะร่วมกับเราบ้างอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ถ้าได้ทั้งหมดก็ ยิ่งดี แต่ขึ้นอยู่กับเอกสิทธิ์สส. การดำเนินการของเรายืนยันไม่มีงูเห่า เพราะไม่ได้เอากล้วยไปซื้อ แต่เอาวาระประชาชนเป็นที่ตั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่านายไผ่ประกาศเช่นนี้ เพื่อไทยและ พลังประชารัฐต้องแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเหมือนพรรคอื่นๆ หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้กำหนดเรื่องดังกล่าว เพิ่งได้ยินนายไผ่เมื่อ 10 ส.ค. ยังไม่ได้ตกลงว่าจะร่วมรัฐบาลหรืออะไร

ต่อข้อถามว่ากับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้พูดคุยและจะประกาศเหมือน พลังประชารัฐหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ที่นายไผ่ออกมาเปิดเผย ความจริงยังไม่มีการพูดคุยกับพลังประชารัฐเช่นเดียวกับรวมไทยสร้างชาติ ตอนนี้ไม่ทราบใครจะสนับสนุน เราบ้าง ได้หมดทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) พรรคเป็นธรรม (ปธ.) เพราะเราเป็นรัฐบาลพิเศษ เอาวาระประชาชนเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุ หากเอาสองลุงจะไม่โหวตให้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนไปคุย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย พูดว่าเราไม่ได้มีอะไรต่อกัน ความรู้สึกยังดีต่อกัน สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพรรคการเมืองคือการทำงานร่วมกัน ตนก็เล่าทั้งหมดให้ฟังและบอกว่าสิ่งที่พูดว่ายินดีไปขอโทษขอขมายืนยัน พูดจริง แต่ไม่มีเจตนาไปขอขมา เพราะไม่ได้รู้สึกว่าผิดอะไร ที่พูดเป็นคำพูดสร้อยที่พร้อมรับผิดชอบ แต่นัยของตนคือถ้าไปแล้วมีอะไรขุ่นข้องตนยินดีขอโทษ เราปรารถนาการตั้งรัฐบาล หากทำได้ด้วยสส.จะแก้วิกฤตได้ ถือเป็นหนึ่งทางเลือก การพูดคุยเราพูดชัดว่าหากทางนี้เป็นไปได้ ถือเป็นทางที่ดีที่สุด แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ก็มี ทางเลือกอีกหลายทาง เพื่อไทยต้องจ่ายต้นทุนมาก แต่สิ่งที่กำลังทำเป็นสิ่งที่เราอยากเห็นประเทศมีทางออก ผลอย่างที่หวังถือว่าคุ้มค่า

ลั่นใครไม่ยกมือ-หลุดสมการ

ส่วนข่าวการพูดคุยกับพรรคก้าวไกล ไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยน แต่ไปบอกจะตั้งรัฐบาลโดยมีคนของพรรคสองลุงเข้าร่วม ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ที่เราไปพบก้าวไกลไม่ใช่ละครเหมือนที่หลายคน ตั้งข้อ สังเกต น.ส.แพทองธารเป็นคนเริ่มพูดคุย ต่างฝ่ายต่างเล่าเรื่องให้กันฟังว่าเราทำอะไร ไปบ้าง การไปพบเราต้องการอะไร และมอบหมายให้ทีมเจรจาเป็นคนชี้แจง

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพรรคสองลุงโหวต ให้เพื่อไทยจะร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่า การยกมือให้ต้องได้เป็นรัฐบาลร่วมกันทั้งหมด เมื่อนายกฯ เป็นเพื่อไทยแล้ว การ จัดตั้งรัฐบาลต้องมีหลายเงื่อนไข ทั้งเรื่องนโยบาย ตัวบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรี และอีกหลายอย่าง ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีมติวันที่ 16 ส.ค.เกี่ยวกับการโหวตนายกฯ คนเดิม ซ้ำไม่ได้ เพื่อไทยจะเสนอนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ โหวตผ่านก็เดินหน้าต่อได้ ภายในหนึ่งเดือนอย่างช้าจะจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จ นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาจะเสร็จก่อนต.ค. ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้

ต่อข้อถามว่าการที่พลังประชารัฐจะร่วมโหวต เป็นการส่งสัญญาณ สว.จะร่วมโหวตให้เพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้เรา ขอทุกภาคส่วน ไม่ทราบว่า สว. สส. กลุ่มการเมืองไหนจะมีอะไรอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวเลขพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ควรอยู่ที่เท่าไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่การร่วมมือกันว่าตัวเลขไหนจะดีที่สุด ทำให้ปัญหาน้อยที่สุด ต่อข้อถามว่าต้องได้เกิน 300 จากสส.ทั้งสภา 500 คนใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า สื่อลองคิดดูเพราะเสถียรภาพที่มั่นคงแต่ละคนไม่เท่ากัน เป็นเรื่องที่พูดยาก

เมื่อถามว่าดีลกับพรรคสองลุงจบแล้ว ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่มีดีล ดีลคือเลือกนายกฯ ให้เพื่อไทยเป็นแกนนำ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อตกลง แต่เมื่อเลือกได้แล้วเราถึงจะดำเนินการ ใครเลือกก็อยู่ในเงื่อนไขที่ต้องคุยกันว่าจะมีส่วนร่วมกันได้ขนาดไหน ไม่เลือกก็ชัดเจนว่าไม่เอาเรา ถือว่าเราไม่มีพรรคเหล่านั้นในสมการ ต่อข้อถามว่าสรุปแล้วเสถียรภาพต้องมีสองลุงอยู่ในสมการ นายภูมิธรรมกล่าวว่า คณิตศาสตร์ทางการเมืองชัดเจนอยู่แล้ว เป็นความจำเป็นและ เกณฑ์บังคับให้เรา ต้องเดิน วันนี้ที่เราเลือกเดินเพื่อไทยต้องจ่ายต้นทุนสูง และเชื่อว่าประชาชนจะต้องตัดสินใจ

‘พีระพันธุ์’กั๊กโหวตให้‘เศรษฐา’

ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการดึงพรรค รวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรค เพื่อไทยว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาพูดคุยเจรจา หากมีการติดต่อมาเพื่อขอเสียงสนับสนุนแคนดิเดต นายกฯ ของพรรคเพื่อไทยก็จำเป็นต้องคุยกันในพรรคก่อน ต้องดูว่าคนที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ มีทัศนคติ และนโยบาย รวมถึงแนวทางเป็นอย่างไร อีกทั้งมีพรรคการเมืองที่เรารับไม่ได้เกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนเรื่องการร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นที่แน่ชัดว่า พรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อนายเศรษฐาเป็นแคนดิเดตนายกฯ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า คงต้องถามความชัดเจน เรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ก่อน เพราะนายเศรษฐาเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะแก้ไข เช่นเดียวกับ น.ส.แพทองธารที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า จะนำนโยบายบางอย่างจากพรรคร่วมเดิม คือพรรคก้าวไกล มาดำเนินการด้วย

เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกลร่วมสนับสนุนนายเศรษฐา แต่ไม่เข้าร่วมรัฐบาล ทางพรรครวมไทยสร้างชาติจะโหวตให้ หรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล แต่ทุกอย่างต้องเป็นมติพรรค ตามระบบพรรคไม่มีแบ่งกลุ่มแบ่งก้อน

‘เฮ้ง’ส่อหนุน-หวาน‘ธรรมนัส’

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า การโหวตนายกฯ และการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยต้องรอมติพรรค แต่ย้ำว่าสิทธิ์การโหวตเป็นของสส. ที่ต้องการให้ประเทศเดินหน้า และเป็นสิ่งที่นักการเมืองและพรรค การเมืองควรทำ จึงเชื่อว่าพรรค รวมไทยสร้างชาติจะยึดถือชาติบ้านเมือง และไม่ฝืนความเจริญของประเทศ ซึ่งนอกจากบ้านเมืองจะเดินหน้าแล้ว ยังถือเป็นการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ “แน่นอนถ้าจะไปต้องไปทั้งพรรค พรรครวมไทยสร้างชาติยึดหลักบ้านเมือง ถ้าโหวตแล้วบ้านเมืองไปได้ ทำไมจะไม่โหวต”

ตนไม่ขัดข้องที่จะร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย แม้เคยอยู่ต่างขั้ว รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยมีปัญหาไม่เข้าใจกันมาก่อน ขณะนี้มีความเข้าใจกันแล้วหลังพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล “ผมกับ พี่ธรรมนัสคุยกันตลอด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ยังไปอวยพรวันเกิดลุงป้อม คุยกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง เป็นรุ่นพี่-รุ่นน้อง ผมเป็นเด็กมี สัมมาคารวะ คุยกันตั้งแต่ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นฝ่ายค้าน”

เปิดฤดูกาล – นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ถ่ายภาพกับ ‘เจ’ ชนาธิป ดาวดังบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ลงเตะกับทีมโปลิศ เทโร เอฟซี ระหว่างไปดูฟุตบอลไทยลีกนัดเปิดฤดูกาล 2023/24 ที่สนามบุณยะจินดา เมื่อวันที่ 11 ส.ค.

‘ธนกร’ยันถ้าไปต้องยกพรรค

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรครวมไทย สร้างชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคเพื่อไทย ชวนให้พรรครวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมรัฐบาลทั้งพรรคว่า ตนกับนายสมศักดิ์ อยู่กันมานานเหมือนครอบครัว แม้จะอยู่คนละพรรคแต่ความสัมพันธ์เหมือนเดิม ได้เจอบ่อย ได้คุยเรื่องการเมือง การพูดคุยเหมือนส่งสัญญาณแต่ตนไม่ได้อยู่ในวงเจรจา จึงทำได้แค่ส่งสัญญาณให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรครับทราบ ทุกอย่างอยู่ที่มติพรรค เข้าใจว่าการเมือง ใกล้จะถึงจุดจบแล้ว เท่าที่ดูหลายอย่างสัญญาณดีขึ้น เมื่อถามว่าพูดได้ชัดหรือไม่ว่าสส.พรรครวมไทยสร้างชาติจะไปทั้ง 36 คน ไม่มีงูเห่า นายธนกรกล่าวว่า ถ้าจะไปต้องไปทั้งพรรค คิดว่าไม่ควรจะมีงูเห่า หรืองูจงอางอะไรแล้ว

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า การร่วมรัฐบาลหรือไม่เป็นเรื่องคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) พูดคุย ตนไม่ได้เป็นกก.บห. และยินดีทำตามมติพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ารวมไทยสร้างชาติออกตัวช้าจะตกขบวนหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่เป็นไร ถือเป็นเรื่องที่ดี ทุกอย่างถ้ามองเป็นเรื่องดี ก็ดีหมด ถ้ามองลบก็ลบ และตนมองโลกในแง่บวก ไม่เคยตำหนิใคร ทุกอย่างต้องเดินหน้าไม่เช่นนั้นจะดึงกันไปมา ประเทศเดินไม่ได้ ถ้าเอาเรื่องเล็กน้อยมาเป็นประเด็นบ้านเมือง ก็เดินไม่ได้ เมื่อถามว่าปลายส.ค.จะได้รัฐบาลชุดใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้

ปิดจ๊อบ 315 เสียงหนุนพท.

นายสุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ (ปธม.) กล่าวว่า ตนแจ้งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทยว่าจะยกมือสนับสนุนการโหวตนายกฯ ให้เพื่อไทย ซึ่งไม่เกี่ยวกับกรณีพรรคพลังประชารัฐส่งสัญญาณโหวตสนับสนุนเพื่อไทย แต่ไม่แน่ใจเพื่อไทยจะเสนอชื่อใคร หากเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ไม่มั่นใจจะได้เสียง สส. สว. เพียงพอ 375 เสียงหรือไม่ หลังจากที่พรรคก้าวไกลปฏิเสธยกมือสนับสนุน อีกทั้งใน สว.ยังมีกลุ่มที่ต่อต้านระบบทักษิณอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพรรคเพื่อไทยที่มี 141 เสียง เปิดตัวพรรคที่สนับสนุนร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีก 8 พรรค ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 10 เสียง พรรคประชาชาติ (ปช.) 9 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 2 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง (พทล.) 2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย (สร.) 1 เสียง พรรคท้องที่ไทย (ท.) 1 เสียง พรรคพลังสังคมใหม่ (พสม.) 1 เสียง รวม 238 เสียง ขณะที่พรรคพลังประชารัฐประกาศสนับสนุน ทั้ง 40 เสียง และพรรคประชาธิปไตยใหม่อีก 1 เสียง ทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถรวมเสียงได้ 279 เสียง

ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พรรครวมไทยสร้างชาติที่มีสส. 36 คน จะยกมือโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย จะทำให้รวบรวมเสียงได้ 315 เสียง เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรจากทั้งหมด 500 คนแล้ว แต่การโหวตนายกฯ ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภาที่ประกอบด้วย สส. และสว.รวม 748 คน (สส.ลาออก 1 คน, สว. ลาออก 1 คน) ทำให้ต้องได้เสียงสว.เพิ่มเพียง 60 เสียง เพื่อมีเสียงรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งหรือ 375 เสียง เพื่อผลักดันแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย

สำหรับสมการรัฐบาลล่าสุดนี้ ทำให้พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรค เป็นธรรม พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และพรรคใหม่

แบ่งเค้กสูตร 9:1-‘น้องป้อม’คั่วรมต.

ส่วนการเจรจาสัดส่วนครม. 36 คน คือ นายกฯ และรัฐมนตรีอีก 35 คน จะแบ่งสัดส่วนโควตาตามจำนวน สส.ของแต่ละพรรค ยังไม่ระบุกระทรวง โดยพรรคเพื่อไทย จะดูในภาพรวม และดูกระทรวงเศรษฐกิจทั้งหมด อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน รวมถึงกระทรวงด้านสังคมคือ มหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น

เบื้องต้นกำหนดสัดส่วน ใช้สูตร สส. 9 คนได้ 1 เก้าอี้ ดังนี้ พรรคเพื่อไทย 16 เก้าอี้ พรรคภูมิใจไทย รองนายกฯ และรมว. 4 เก้าอี้ รมช. 4 เก้าอี้ พรรคพลังประชารัฐ รองนายกฯ รมว. 2 เก้าอี้ รมช. 3 เก้าอี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ รมว.2 เก้าอี้ รมช. 2 เก้าอี้ ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชาติ ได้รมว.พรรคละ 1 เก้าอี้

การตั้งบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ในส่วนพรรคภูมิใจไทย คาดว่าจะดูแลงานสังคม แนวโน้มจะได้ดูกระทรวงสาธารณสุขเช่นเดิม และอาจได้เก้าอี้ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงวัฒนธรรม

พรรคชาติไทยพัฒนายืนยันขอดูกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ส่วนพรรคประชาชาติ คาดว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค เป็น รมว.ยุติธรรม ซึ่งการต่อรองกระทรวงยังไม่ลงตัวนัก โดยพรรครวมไทยสร้างชาติต้องการกระทรวงพลังงาน ที่พรรคเพื่อไทยเองก็ต้องการ ซึ่งแคนดิเดต รมว.พลังงานของพรรครวมไทยสร้างชาติมีชื่อนายณอคุณ สิทธิพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน

ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ เก้าอี้ 3 รมช. คาดว่า 1 ในนั้นคือ รมช.มหาดไทย มีแนวโน้มจะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา เลขาธิการพรรค ขณะที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค คาดว่าจะเป็นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ แม้ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาต้องการเก้าอี้นี้ก็ตาม และน.ส.ตรีนุช เทียนทอง จะเป็นรมว.ศึกษาธิการเช่นเดิม ส่วน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐจะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะควบตำแหน่งอะไรหรือไม่ โดยรายชื่อกระทรวงจะมีความชัดเจนหลังจากโหวตนายกฯ เสร็จสิ้นลง และจากการพูดคุยบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี คาดว่าจะไม่มีชื่อพล.อ.ประวิตร และไม่มีแกนนำ กปปส.

‘เศรษฐา’กลืนเลือดจับมือ 2 ลุง

เวลา 18.00 น. ที่สนามกีฬาบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ กทม. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความมั่นใจในการได้รับเลือกเป็นนายกฯ ว่า มีความมั่นใจเพราะเชื่อในสิ่งที่ทำมา มองว่าในช่วงสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติ ที่พรรค เพื่อไทยได้รับไม้ต่อในการจัดตั้งรัฐบาล เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องรวบรวมเสียงให้พอ เพื่อเข้าไปมีอำนาจรัฐและจัดการปัญหาของบ้านเมือง ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้มีโผครม. ออกมาแล้ว จะเป็นคนที่เลือกรัฐมนตรีเอง หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนได้โหวตให้เป็นนายกฯ คงมีส่วนร่วมในการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้เสียงสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ จะสามารถทำงานร่วมกับพรรค 2 ลุง ได้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า อย่าเพิ่งคิด ไปไกลขนาดนั้น วันนี้มีการแถลงจับมือกับหลายพรรคไป จนมาถึงวันนี้ถือว่าเป็นการพัฒนาในระดับที่ดีแล้ว และขอขอบคุณสส. ทั้ง 40 คนของพรรคพลังประชารัฐที่จะยกมือโหวตให้ เอาไว้ให้ผ่านการโหวตนายกฯ แล้ว ค่อยมาพูดคุยกันภายหลัง

ต่อข้อถามว่าไม่ขัดใช่หรือไม่ที่จะทำงานร่วมกับพรรค 2 ลุง นายเศรษฐากล่าวว่า เอาเรื่องหลักการเป็นหลักดีกว่า ตนมองว่าเรื่องนโยบาย เรื่องประชาชนและเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องมาช่วยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพูดเรื่องหลักการ ก่อนหน้านี้ที่บอกจะไม่จับมือกับสองลุง แต่ตอนนี้เหมือนจะปิดดีลกับสองลุงได้แล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า นอกเหนือจากพรรคที่ได้มีการแถลงข่าวไป ตนพูดได้แค่นี้ แต่อยากเชิญสส.ที่มีเอกสิทธิ์ ช่วยร่วมโหวตให้ผ่าน เสร็จแล้วค่อยมาว่ากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากท้ายที่สุดต้องจับมือกับพรรค 2 ลุงจะมีปัญหาหรือมีการแสดงออกอย่างไรหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “ไม่มีครับ เรื่องของการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว เมื่อ วันที่ 14 พ.ค. ผลก็เป็นที่ประจักษ์แล้ว วันนี้เราต้องอยู่กับความเป็นจริง จำเป็นอย่างยิ่ง ต้องมีรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่ากลัวว่าสิ่งที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้จะกลับมาทิ่มแทงตัวเองหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คิดว่าการกระทำหรือการพูดต้องมีคำอธิบายทุกอย่าง

พท.ประกาศลุยดิจิทัลวอลเล็ต

ที่พรรคเพื่อไทย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย แถลงการเดินหน้านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ จึงจะเดินหน้าโครงการทันที เมื่อตั้งรัฐบาลสำเร็จ วันนี้ทางพรรคเพื่อไทยขอประกาศอย่างทางการเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต โดยประชาชนอายุ 16 ปี ขึ้นไปจะได้รับเงินดิจิทัล 10,000 บาทเข้าดิจิทัลวอลเล็ต โดยใช้ระบบการชำระเงินแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน เงื่อนไขคือ ต้องใช้ในรัศมี 4 กิโลเมตร แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามภูมิประเทศ และต้องถูกใช้ภายใน 6 เดือน ส่วนคนที่เข้าไม่ถึงแอพพลิเคชั่นนี้ก็ไม่มีปัญหา สามารถใช้บัตรประชาชนและโค้ดส่วนตัวได้

ส่วนกรณีที่มีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อนั้น ยืนยันว่าทีมเศรษฐกิจได้ทำความเห็นอย่างถี่ถ้วน ไม่ได้ทำให้เกิดเงินเฟ้อ รวมถึงได้คำนึงผลกระทบทั้งทางบวกและลบในด้านความมั่นคงทางการคลัง ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศ ซึ่งนอกจากจะที่เป็นการชุบชีวิตเศรษฐกิจ ครั้งใหญ่ แล้วยังจะเป็นประเทศแรกๆ ที่มีการชำระเงินแบบนี้ โดยมีเรื่องที่ต้องทำคู่ขนาน คือตลาดทุนคู่ขนาน เปิดตลาดทุนสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล และจะตั้งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดิจิทัลขึ้นมา เพื่อดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย ทั้งหมดนี้คือการยืนยันของพรรคเพื่อไทย เราเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตเต็มรูปแบบเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

พรรคเพื่อไทยยังทวีตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์บัญชี “พรรคเพื่อไทย Pheu Thai Party” ว่า เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล มุ่งมั่นที่จะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้วิกฤตปัญหาให้พี่น้องประชาชน และมุ่งหมายที่จะเดินหน้าสร้างประชาธิปไตย เราจะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการประชุม ครม.ในวาระแรก จะมีมติให้ทำประชามติขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนโดยเร็ว

ชทพ.หนุนตั้งส.ส.ร.แก้รธน.

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า จากการที่พรรคเพื่อไทยทาบทามพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าร่วมรัฐบาล มีการเน้นย้ำนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนในฐานะที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องนี้มายาวนาน ตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ซึ่งประสบความสำเร็จเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ที่มีการตั้งส.ส.ร. มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ส่วนเนื้อหาในรัฐธรรมนูญเป็นเนื้อหาที่ เปลี่ยนไปตามเวลา แต่การมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน คือสาระสำคัญ

ที่มีการเสนอนโยบายรัฐบาลที่กำลังจะตั้งขึ้นใหม่ มีเรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมา เรื่องนี้ดู เหมือนจะไม่สำคัญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความขัดแย้ง วิกฤตรัฐธรรมนูญเป็นปัญหามาก วิธีการแก้คือการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับ ซึ่งประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของ จะดีที่สุดคือมี ส.ส.ร. ในรายละเอียดที่พรรคชาติไทยพัฒนานำเสนอ คือ อย่าแตะหมวดหนึ่ง หมวดสอง และทำประชามติต่างหาก ไม่ใช่ทำประชามติโดยใช้ความเห็นแก้ทั้งฉบับแล้วทำเป็นเนียนควบหมวดหนึ่งหมวดสอง อย่างนี้ไม่ได้ หลักการนี้สำคัญ ส่วนที่เหลือต้องให้แก้ได้ง่าย เพราะโลกขณะนี้หมุนเร็ว หากรัฐธรรมนูญ แก้ยากจะมีปัญหา ทีมของพรรคเพื่อไทยที่ทำเรื่องนี้ ได้พูดคุยหารือกันบ้างแล้ว เราทำงานด้านนี้ร่วมกันมานานกว่า 20 ปี

เชื่อในสัจจะ-ไม่กลัวถูกหลอก

ขณะนี้มีประเด็นว่าสว.เป็นกังวลเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แบบทะลุไปตลอดซอย แต่ตนเห็นว่าไม่น่ากังวล เพราะเราเชื่อใจกันได้เนื่องจากเคยทำร่วมกันมาก่อน และเราใช้รัฐสภาในการตัดสิน ดังนั้นสว.ไม่ว่าจะชุดนี้หรือชุดหน้า ยังสามารถระงับยับยั้งได้อยู่แล้ว ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาแล้วสภาผู้แทนราษฎรจะไปในทางเดียว ที่สำคัญคือเราให้ประชาชนเป็นคนยกร่าง ไม่ใช่ยกร่างกันเอง เรื่องนี้จึงไม่ควรกังวล เราควรเดินไปข้างหน้า เพื่อไปเชื่อมกับการดำรงอยู่ของประชาชน หากประเทศไม่มีความขัดแย้ง ทุกอย่างจะเรียบร้อย

ถือเป็นเรื่องดีที่มีรัฐบาลที่อาจเรียกได้ว่า รัฐบาลสมานฉันท์ ซึ่งสโลแกนก้าวข้ามความขัดแย้ง จริงๆ แล้ว เป็นสโลแกนของพรรคชาติไทยสมัยนายบรรหาร เพื่อสร้างความปรองดอง คำเต็มๆ คือ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศ ดังนั้นคุณูปการที่จะเกิดขึ้นขณะนี้คือความขัดแย้งที่เคยมีหนักหนาสาหัสมานาน จะจบแล้ว ผมเห็นว่ารัฐบาลต่อจากนี้ น่าจะถูกที่ถูกเวลา จะได้เดินหน้าต่อไป ซึ่งรู้สึกยินดี

“สำหรับการโหวตเลือกนายกฯ ที่กำลังจะมีขึ้น จากที่สัมผัสกับสว.มาหลายคน บางคนเตือนว่าระวังจะถูกหลอก เรากำหนดคนอื่น ไม่ได้ แต่ด้วยความที่เรามีสัจจะ เราต้องเชื่อว่าคนอื่นก็มีสัจจะด้วย ถึงเวลาที่ เราต้องเชื่อกันบ้าง หากเราไม่เชื่อใครเลย สุดท้ายเราก็ไม่เชื่อ ตัวเอง พรรคชาติไทยพัฒนาเชื่อตัวเองก่อนแล้วไปเชื่อคนอื่น” นายนิกรกล่าว

ก.ก.ยันไม่เคยง้อพปชร.

ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เคยขอให้นายไผ่ร่วมโหวตนายกฯ ให้พรรคก้าวไกลว่า เข้าใจว่าเป็นการคุยกันในฐานะคนรู้จัก ไม่ได้เป็นสิ่งที่พรรคได้มอบหมาย พรรคก้าวไกลไม่มีการเจรจาเพื่อขอเสียงจากพรรคพลังประชารัฐ การพูดคุยระหว่างนพ.วาโย และนายไผ่ไม่ได้เป็นการทำในนามของพรรคก้าวไกลอยู่แล้ว ส่วนการพูดคุยกับน.ส.แพทองธาร และแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นเพียงการรับฟัง แต่ยังไม่มีมติอะไร คงจะได้พูดคุยอีกครั้งตอนที่มีการประชุมสส.ในสัปดาห์หน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่สส.พรรคก้าวไกล สอบถามความคิดเห็นประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่ค้านโหวตนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทย นายชัยธวัชกล่าวว่า คงมีการพูดคุยกันในที่ประชุมสส. สัปดาห์หน้า แต่ไม่สามารถบอกเป็นร้อยละได้ ทุกพรรคการเมือง ควรฟังเสียงของประชาชน ต่อข้อถามว่า การโหวตนายกฯ ให้พรรคเพื่อไทย ต้องเป็นมติพรรคหรือเป็นเอกสิทธิ์ของสส. นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องเป็นมติพรรค

ต่อข้อถามว่า หากพรรคก้าวไกลไม่ยกมือโหวตให้พรรคเพื่อไทย จะเป็นการเปิดทาง ให้พรรคเพื่อไทย จับมือกับ 2 ลุงหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เรื่องนั้นสังคมเป็น ผู้ตัดสินว่าจะเป็นนั่งร้าน จะเป็นข้ออ้าง จะเป็นเพราะพรรคก้าวไกล ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ส่วนจะมีการหารือกับแกนนำของพรรค เพื่อไทยอีกครั้งหรือไม่หลังจากการพูดคุย ครั้งที่ผ่านมาไม่มีข้อยุติใดๆ นั้น ยังไม่มี ที่เหลือเป็นเรื่องของภายในพรรค ยังไม่มี ความจำเป็นต้องคุยกับพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามถึงกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ระบุพรรคที่เป็นตัวแปรให้โหวตนายกฯ ผ่าน มีพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทย ถ้าตกลงกันได้คงไม่ต้องมาถึงสว. นายชัยธวัชกล่าวว่า ทำไมพรรคภูมิใจไทย ไม่ช่วยปิดสวิตช์สว. ตอนที่พันธมิตร 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาล เมื่อผู้สื่อข่าวให้กล่าวอวยพร วันเกิดพล.อ.ประวิตร นายชัยธวัชกล่าวว่า “นึกไม่ออก แต่ขอให้โชคดีครับ”

‘เสี่ยอ้วน’เบรกรบ.ตั้งบิ๊กขรก.

วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกคำแถลงว่า ในห้วงเวลานี้เป็นระยะเปลี่ยนผ่านจะมีรัฐบาลใหม่ ข้อเสนอต่อรัฐบาลรักษาการ รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลรักษาการมีอำนาจหน้าที่ อันจำกัด เช่น ห้ามอนุมัติโครงการที่จะสร้างความผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ รวมถึงพนักงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ เพื่อรอรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้ามาบริหาร

รัฐบาลรักษาการควรรักษามารยาทตามธรรมเนียมปฏิบัติ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของบทบาทหน้าที่ตามกฎหมาย ด้วยการยุติการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงทุกตำแหน่ง ที่จะมีผลต่อการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่ การอ้างว่าจะมีข้าราชการระดับสูงเกษียณเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากยังไม่สิ้นปีงบประมาณ และกลไกระบบราชการยังสามารถดำเนินอยู่ได้ รัฐบาลรักษาการ ไม่ควรกระทำอย่างยิ่งในช่วงรอยต่อ เพราะนอกจากจะผิดรัฐธรรมนูญแล้ว ยังผิดต่อธรรมเนียมปฏิบัติ และมารยาททางการเมืองที่สำคัญยิ่ง ส่วนปลัดกระทรวงท่านเป็นกลไกสำคัญตอบสนองการทำงานตามนโยบายรัฐบาลใหม่ จำเป็นต้องชะลอการจัดกำลัง เจ้าหน้าที่ระดับสำคัญ โดยรอรับนโยบาย จากรัฐบาลใหม่

นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ว่า ได้ออกคำแถลงมีประเด็นหลักอยู่ 2 เรื่อง 1.ต้องการให้รัฐบาลรักษาการเข้าใจกฎระเบียบ ข้อบังคับและธรรมเนียมปฏิบัติ 2.เสนอให้ปลัดทุกกระทรวงควรจะรอรับนโยบายรัฐบาลใหม่ซึ่งจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ดังนั้นต้องระมัดระวัง ไม่อนุมัติโครงการใหญ่หรืองบที่จะเป็นปัญหาในอนาคต รวมทั้งไม่แต่งตั้งข้าราชการ

“ผมไม่ได้สั่งปลัดกระทรวงหรือสั่งใคร เพียงแต่เสนอท่านปลัดกระทรวงทุกกระทรวงว่าวันนี้รัฐบาลใหม่กำลังจะมาแล้ว ต้องมี นโยบายใหม่ที่แถลงต่อสภา พวกท่านคือ หัวขบวนของกลไกใหญ่ สามารถชะลอ เพื่อให้กลไกสอดรับนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ที่ชอบด้วยเหตุผลและหลักการทางกฎหมาย” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ที่เพื่อไทย ต้องนำพรรคสองลุงเข้าร่วมรัฐบาลเกี่ยวโยงกับการประชุมสภากลาโหมใน วันที่ 24 ส.ค. นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ตนพูดไม่ได้เฉพาะเจาะจงคนใดหรือที่ไหน สิ่งที่เราร้องขอเป็นการเสนอแนะและเป็นข้อย้ำเตือน

‘บิ๊กตู่’สวน-มีห้วงเวลาอยู่แล้ว

เวลา 13.30 น. ที่ห้างสรรพสินค้า อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง ถนนสุขุมวิท อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการพัฒนาพื้นยางและ เฟอร์นิเจอร์อัพไซเคิล สนามกีฬาลานสเกต น้ำแข็ง ไอวิส อินเตอร์เนชั่นแนล เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาร่วมงานด้วย ซึ่งนางสุวรรณา ศิลปอาชา ภรรยา เป็นกรรมาธิการสหพันธ์สเกตน้ำแข็งนานาชาติ รวมถึงมี “น้องเทมส์” น.ส.ฑีฆรี ศิลปอาชา แชมป์การแข่งขันฟิกเกอร์สเกตติ้งชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2565 รายการ 2022 Thailand National Figure Skating Championship บุตรสาวของนายวราวุธร่วมแสดงโชว์ครั้งนี้ด้วย

หลังชมการแสดง พล.อ.ประยุทธ์และ ผู้บริหารได้เดินลงไปยังสนามสเกตเพื่อ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน ช่วงหนึ่งระหว่างพล.อ.ประยุทธ์นั่งลงเตรียมถ่ายภาพ แต่ปรากฏนั่งไม่ถนัด อีกทั้งพื้นค่อนข้างลื่น เพราะเป็นน้ำแข็ง ทำให้ พล.อ. ประยุทธ์ เกือบหงายหลัง แต่นายวราวุธ และทีมรักษาความปลอดภัย คว้าแขนไว้ได้ทัน

พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถามเรื่องการเมือง ผู้สื่อข่าวถามว่าได้เห็นแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยหรือยัง ที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลรักษาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำระดับสูง พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า “ยังไม่เห็น แต่การแต่งตั้ง มีระยะเวลาและห้วงเวลาของมันอยู่”

รองโฆษกรัฐยันยึดขั้นตอนกม.

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ตระหนักถึงการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ทุกกลไกสามารถขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดหรือเกิดสุญญากาศ โดยระมัดระวังการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายด้วยความรอบคอบและรอบด้าน อะไรทำได้ และอะไรทำไม่ได้ บนหลักการของความจำเป็นเร่งด่วน ที่สำคัญยึดประโยชน์สูงสุดในการดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ใช้การเมืองนำ

รัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (2) กำหนดไม่ให้แต่งตั้งหรือโยกย้าย เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อน ฉะนั้น การแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงขณะที่ยังไม่มีครม.ชุดใหม่ มีแนวทางให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงแต่งตั้งปลัดที่จะเกษียณให้ที่ประชุมครม.พิจารณาได้ หากมีการเสนอชื่อโยกย้ายที่เป็นไปตามกฎหมายและผ่านกลไกต่างๆ ที่ถูกต้องมายังพล.อ.ประยุทธ์ จะมีดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดจนมารยาทและธรรมเนียมปฏิบัติ โดยไม่มีวาระแอบแฝงอื่นใดนอกเหนือไปจากประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า การย้ายเป็นเรื่องของอธิบดีที่เกษียณ จึงต้องรีบแต่งตั้ง มิเช่นนั้นงานเดินไม่ได้แต่งตั้งเฉพาะ ผู้เกษียณที่จำเป็นต้องทำงาน ไม่ใช่แต่งตั้งหมด อย่างอื่นไม่มีการโยกย้าย ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ทหาร เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลเก่า เมื่อถามถึงข้อกังวลหากแต่งตั้งกลัวว่าจะวางคนของตัวเอง นายอนุชากล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย คนเราถ้าดีจงมั่นใจใครก็มาทำงานด้วยได้ ราชการ ก็อยากช่วยทุกคนอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่ารัฐมนตรีที่ไปจะทำงานร่วมกับเขาได้ หรือไม่ ต้องมองตัวเอง

สะพัดโยกปลัดทส.ไปพลังงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า จากกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าให้กระทรวงต่างๆ ที่มีปลัดกระทรวงเกษียณราชการ เสนอรายชื่อปลัดกระทรวง คนใหม่ เข้าสู่การพิจารณาของครม.นั้น ในส่วนทส.มีกระแสข่าวว่าอาจมีการโยกย้าย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน เนื่องจากนายจตุพรมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายทุนพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นเครือข่ายคอนเน็กชั่นมหาวิทยาลัยดัง ขณะที่ทส.ได้เตรียมวางตัวบุคคลที่จะเป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ไว้แล้ว ทั้งนี้ นายจตุพร จะครบวาระการดำรงตำแหน่งปลัดทส. 4 ปี ในวันที่ 1 ต.ค.2566 หากยังอยู่ในตำแหน่งเดิมต้องให้ครม.มีมติต่ออายุได้ครั้งละ 1 ปี คาดว่าอาจมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันที่ 15 ส.ค.นี้

การที่ครม.รักษาการจะเร่งแต่งตั้งปลัดกระทรวงครั้งนี้ มาจากแรงกดดันของนายทุนพรรคการเมืองหนึ่งที่ต้องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานโดยเร็ว ก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่ เพราะไม่แน่ใจว่ากระทรวงพลังงานจะอยู่ในการดูแลของพรรคการเมืองใด ทำให้กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีปลัดกระทรวงเกษียณอายุต้องเร่งเสนอรายชื่อปลัดกระทรวงคนใหม่ด้วยเช่นกัน โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อยังไม่อยากเข้ารับตำแหน่ง เพราะเกรงจะถูกมองว่าเป็นคนของรัฐบาลเก่า เมื่อแต่งตั้งไปแล้วหากรัฐบาลใหม่เข้ามากลัวจะถูกโยกย้าย และสุดท้ายจะหาตำแหน่งลงลำบาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน