สวมรอยเก็บเงิน มหึมา2หมื่นชิ้น

ตร.ไซเบอร์ปฏิบัติการทลายโกดัง เปิดเพจส่งพัสดุหลอกเก็บเงินปลายทาง ส่งสินค้าไม่ตรงปกกว่า 20 ล้านบาท รวบยกแก๊ง 4 หนุ่มสาวร่วมมือกันต้มตุ๋น ยึดของกลางได้อื้อ ทั้งรถหรูบีเอ็มฯ รถกระบะ บรรทุกพัสดุ จยย.บิ๊กไบก์ หลังเหยื่อร้องผ่านเพจ ตร.ไซเบอร์ 2 ได้รับพัสดุถูกหลอกเก็บเงินปลายทาง ผู้ต้องหารับสารภาพ ร่วมกันเปิดเพจโฆษณาชวนเชื่อรับส่งพัสดุมานาน 3-4 เดือน 10 วันส่งพัสดุกว่า 2 หมื่นชิ้น ล้วนเก็บเงินปลายทาง-ถูกตีคืนทั้งหมด นำเงินเข้าบริษัท แบ่งผลตอบแทนให้แอดมิน-คนติดต่อลูกค้ากล่องละ 2 บาท ตร.แจ้งข้อหาฉ้อโกง-ผิดพ.ร.บ.คอมพ์-ฟอกเงิน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ส.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รองผบช.สอท. และพล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเอกฉันท์ ผ่องใส อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 4 ต.พรสวรรค์ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด, นายนพดล กองเงิน อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/211 หมู่3 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา น.ส.เจสิตา แสงสว่าง อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/2 หมู่ 9 ต.บางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และน.ส.สุพิศตา สุดชมโฉม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 131 หมู่ 9 ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ พร้อมของกลาง รถยนต์กระบะตอนเดียว ใช้บรรทุกขนพัสดุ จำนวน 2 คัน, รถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ 1 คัน, รถกระบะอีซูซุ 1 คัน, รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบก์ บีเอ็มดับเบิลยู S1000RR 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า โมโตครอส 1 คัน, คอมพิวเตอร์ที่ใช้เปิดเพจเฟชบุ๊ก 2 เครื่อง, เครื่องปรินต์ฉลากรายชื่อลูกค้าที่จะส่งสินค้า 1 เครื่อง และกล่องพัสดุส่งสินค้าอีก 8,960 กล่อง

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผ่านเพจ “ตำรวจไซเบอร์ 2” ว่าได้รับความเดือดร้อนกรณีมีพัสดุหลอกเก็บเงินปลายทาง จึงได้ดำเนินการสืบสวนทราบว่า พัสดุ ดังกล่าวถูกส่งมาจากบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง สาขาบางกร่าง จ.นนทบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบพบมี นายเอกฉันท์ เป็นผู้ส่งพัสดุ โดยส่งมาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่าน ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรี อยุธยา โดยในระยะเวลา 10 วัน มีการส่งพัสดุกว่า 1-2 หมื่นชิ้น ทั้งหมดเป็นพัสดุที่เก็บเงินปลายทางและถูกตีคืนจำนวนมาก จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบนายเอกฉันท์ อยู่ที่บ้านดังกล่าว พร้อมตรวจยึดพัสดุเตรียมส่งกว่า 1 หมื่นกล่อง มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ก่อนขยายผลไปจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับว่า ได้ร่วมกับนายนพดล ซึ่งเป็นเซลส์หาลูกค้าของบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนดังกล่าว ชักชวนเปิดเพจ เฟซบุ๊กและซื้อโฆษณา รวมทั้งว่าจ้างแอดมินไว้คอยตอบลูกค้าในการขายสินค้าต่างๆ เช่น ไฟแช็กเติมแก๊ส ลำโพงบลูทูธ ฯลฯ ในราคาไม่เกิน 200 บาท เมื่อแอดมินเพจได้รายชื่อลูกค้าแล้ว ก็จะปรินต์ฉลากติดพัสดุส่งลูกค้า โดยปกปิดสถานที่ส่งสินค้า และให้หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อไม่ได้ เพื่อไม่ให้ลูกค้าติดต่อมายังผู้ส่งได้ แต่จะติดสถานที่ผู้ส่ง เป็นสถานที่ ต.บางกร่าง เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของศูนย์กระจายสินค้า บริษัทขนส่งพัสดุเอง โดยนายนพดลประสานงานกับ น.ส.สุพิศตา ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทขนส่งพัสดุ สาขาบางกร่าง ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนกล่องละ 2 บาท โดยให้ทำหน้าที่คอยแก้ไขปัญหา หากมีลูกค้าร้องเรียนมา เมื่อกล่องพัสดุเมื่อส่งไปยังลูกค้าแล้ว หากหลงเชื่อจ่ายเงินปลายทางก็เก็บเข้าบริษัทขนส่งพัสดุฯ

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า จากนั้นทางบริษัทจะโอนเงินให้กับนายเอกฉันท์ ผ่านบัญชี น.ส.เจสิตา ที่ได้ร่วมกันจ้างให้ น.ส.เจสิตาเปิดบัญชีธนาคารให้เป็นบัญชีรับโอนเงินดังกล่าว และเมื่อเงินเข้าบัญชีแล้ว ก็ว่าจ้างให้ น.ส.เจสิตาไปกดเงินสด และนำมามอบให้ ซึ่งในการลงทุนส่งพัสดุที่ไม่ตรงตามที่สั่งซื้อแต่ละครั้งกว่า 10,000 กล่อง จะได้ผลประโยชน์ตอบแทนหลักล้านบาท แล้วนำผลกำไรมาแบ่งกัน ซึ่งทำมานานประมาณ 3-4 เดือน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน